“ให้ตายสิเหนื่อยเป็นบ้าเลย”
แอนเดอร์สันหันมองโลแกน นับว่าเป็นโชคดีที่ครั้งก่อนโลแกนสามารถรอดชีวิตออกมาได้หลังจากถูกเสาปริศนาที่มีด้วยกัน 10 ท่อนขวางทาง อย่างไรก็ตามการรอดของโลแกนและของทุกๆคนแอนเดอร์สันมองเห็นเส้นทางที่กำลังจมดิ่งลงไปมากกว่าเดิม จากสายตาที่เขามองดูทหารใหม่ที่ถูกส่งมาในหน่วยเอทไนน์จนมีจำนวน 50 คนเช่นเดิม ทหารที่มาใหม่นั้นล้วนแล้วอ่อนแอกว่ากลุ่มก่อนหน้า ด้วยพลังเวทย์ 750 - 790 ปีที่ถูกส่งมา พวกเขาแทบไม่เข้าใจวิธีการทำงานของทหารที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบในการต่อสู้เลย จากสายตาที่มองดูพวกเขาเหมือนนักฆ่าที่ทำงานเป็นทีมไม่เกิน 10 คนมากกว่า
“รุ่นพี่ มีข่าวอะไรบ้างไหมช่วงนี้”
แอนเดอร์สันสอบถามโลแกนวันพรุ่งนี้พวกเขาจะต้องเดินทางไปทำหน้าที่เฝ้าเกท เขาจึงอยากรู้ว่าหลายวันที่ผ่านมาเกิดอะไรบ้าง ถึงแม้เขาจะได้ยินการคุยกันของทหารมากมายภายในค่ายแห่งนี้ก็ตาม เขาอยากได้รับการยืนยันจากโลแกนอีกเสียง
“เบื้องบนสั่งพักการเข้าไปสำรวจเกทเพราะไม่มีอะไรสวมใส่เพื่อต้านทานหมอกสีแดงได้เลย”
“ไม่มีชุดเกราะที่ป้องกันได้เลยสินะครับ”
“ใช่ ไม่มีชุดเกราะใดที่ป้องกันได้เลย เวทย์ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีสิ่งใดป้องกันหมอกได้เลยสักนิด ทหารจึงทำได้เพียงแค่อยู่รอบๆ รอจัดการมอนสเตอร์ที่เดินออกมาจากเกท”
“เห็นว่านักวิทยาศาตร์กำลังศึกษาเสาหินหน้าทางเข้าเกท พอจะรู้ไหมครับว่ามันเป็นอะไร”
แอนเดอร์สันรู้ว่าตอนนี้นักวิทยาศาสตร์และเบื้องบนโฟกัสไปยังเสาหินพยายามเข้าใจวงเวทย์ที่อยู่บนนั้น สาเหตุที่ต้องพยายามทำความเข้าใจก็เพราะว่านักวิทยาศาสตร์สามารถถอดความอักษรได้บางตัวทำให้รู้ว่าเสาหินต้นนี้จะเป็นเหมือนกับกุญแจที่ทำให้เข้าไปสำรวจในเกทได้อีกครั้งหนึ่ง
“เห็นเขาบอกว่ามันเป็นกุญแจจะทำให้เข้าไปด้านในได้ ดูท่าเวทย์ที่อยู่บนเสาหินจะเป็นเวทย์ที่ใช้สำหรับขับไล่หมอก”
“อย่างนั้นเองสินะครับ”
แอนเดอร์สันไม่คิดที่จะทำความเข้าใจเสาหินหน้าทางเข้าเกทด้วยการ์ดเร่งการเรียนรู้ มันจะทำให้เขาโดดเด่นเกินไป แอนเดอร์สันมองไม่เห็นประโยชน์หลังจากเขาใช้การ์ดเร่งการเรียนรู้กับมัน เขายังไม่รู้ว่าพี่ชายมีเส้นสายใดๆบ้างจึงเงียบไปก่อน รอให้นักวิทยาศาตร์จำนวนมากค้นคว้าเกี่ยวกับเสาจะดีกว่า สำหรับการ์ดเร่งการเรียนรู้มันสำคัญสำหรับเขาเช่นกัน นอกจากจะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยการเสริมมานาใส่กล้ามเนื้อแล้ว เขายังเก็บไว้ศึกษาเกี่ยวกับเวทย์ต่างๆได้อีกด้วย
“เอาล่ะได้เวลาแยกย้ายแล้ว แอนเดอร์สันพรุ่งนี้นายก็ระวังตัวเอาไว้ด้วยนะ จากรูปแบบของสมาชิกใหม่หากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงฉันว่าเราน่าจะเจ็บหนักพอตัว”
รุ่นพี่โลแกนเดินจากไปพร้อมกับทิ้งคำเตือนให้กับแอนเดอร์สัน เขาจึงหันมองไปยังหัวหน้าหน่วยเอทไนน์ที่ลงมาออกคำสั่งเพื่อจัดรูปแบบให้สมาชิกใหม่เช่นเดียวกัน จากสีหน้าเหน็ดเหนื่อยของหัวหน้าทำให้เขารู้ว่าพรุ่งนี้รูปแบบการโจมตีจะต้องสะเปะสะปะอย่างแน่นอน
“มันต้องเกี่ยวข้องกับพี่ชายฉันแน่นอน เอาล่ะมาดูกันว่าพรุ่งนี้ใครบ้างที่คิดจะฆ่าฉัน”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเล็กน้อย เขายังไม่ลงมือทำอะไรเพราะยังไม่รู้โครงสร้างของค่ายแห่งนี้ดีเท่าไหร่ ต่างจากพี่ 1 และพี่ 3 ที่ได้เข้าร่วมกับสหพันธ์มานานแล้ว อีกคนเป็นหน่วยสเปเชียลฟอส ส่วนอีกคนก็อยู่ในหน่วยระดับสูงเช่นกัน เขาที่อยากแข่งขันจึงยังทำไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือการเก็บข้อมูลให้มากที่สุดเพื่อหาลู่ทางเอาตัวรอด
—------------------------------
“ดูบรรยากาศในวันนี้สิ ช่างเป็นวันที่สดใสจริงๆ”
หนึ่งในทหารที่มาใหม่พูดด้วยน้ำเสียงสดชื่นพลางใช้มือจับไปยังชุดเกราะเพื่อตรวจเช็คความพร้อมในการทำงาน แอนเดอร์สันที่อยู่ด้านข้างจึงทำเพียงแค่ยิ้มให้เช่นเดิม ทุกคนในหน่วยล้วนแล้วเห็นรอยยิ้มของแอนเดอร์สันประดับบนใบหน้าเช่นเดิมในเช้าของวันนี้
“เอาล่ะ ฉันขอย้ำหน้าที่ที่เราจะต้องทำในวันนี้ก็แล้วกัน หน้าที่ที่เราจะต้องทำคือ เฝ้าหน้าทางเข้าเกท หากมีมอนสเตอร์เดินทางออกมาเราจะต้องฆ่ามัน เข้าใจใช่ไหม”
“ทราบ!”
ทุกคนตอบรับพร้อมกัน จากนั้นหน่วยเอทไนน์ก็ได้เคลื่อนตัวออกจากค่ายมุ่งหน้าไปยังเกทระดับ 9 ที่ไม่รู้ว่าด้านในมีอะไรเปลี่ยนไปแล้วบ้าง
“ไอ้หนู แกอายุเท่าไหร่เนี่ยทำไมถึงได้มาแนวหน้าแบบนี้”
ท่าทางเป็นมิตรแสดงออกมาจากชายที่วิ่งอยู่ด้านข้างแอนเดอร์สัน การทักทายของทหารใหม่ที่ส่งมาให้แอนเดอร์สันนั้นผิดกฎมหันต์อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันกลับตอบเช่นเดิม การที่ระบบไม่ได้แจ้งเตือนหมายความว่ายังไม่มีอันตรายที่สูงพอจะฆ่าเขาได้
“ 16 แล้วครับ”
“โอ้ว ยังไม่ถึง 20 จริงๆด้วย”
“แล้วคุณที่มาจากตระกูลใหญ่และเป็นหนึ่งในกลุ่มอำนาจที่หนุนหลังพี่ 1 มาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นเหรอครับ”
แอนเดอร์สันพูดด้วยน้ำเสียงปกติ อีกฝ่ายกลับแสดงท่าทางตกใจออกมาหลังจากแอนเดอร์สันรู้ตระกูลของมัน
“คงไม่รู้สินะครับว่าตัวเองถูกส่งมาทำไม ให้ผมเดานะครับ พวกเขาคงจะบอกเพียงแค่ว่าให้มาจับตาดูผมใช่ไหม”
รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้าแอนเดอร์สัน หลังจากยิ้มเขาก็ได้หันมองไปยังคนอื่นๆที่สนใจในการพูดของเขาซึ่งการมองของแอนเดอร์สันได้หันมองไปยังคนที่ถูกส่งมาจากกองกำลังที่หนุนหลังพี่ชายของเขาแต่ละคน ส่งผลให้ทุกคนที่เห็นรอยยิ้มของแอนเดอร์สันวิตกกังวลไม่น้อย
“อืม ไม่แน่นะ มันอาจจะมีจุดประสงค์อื่นก็ได้ ถ้าเป็นผมนะ การส่งพวกคุณมาคงจะส่งมาตาย รู้ไหมเพราะอะไรผมถึงพูดแบบนี้ออกไป”
ทุกคนเริ่มเหงื่อไหลหลังจากรู้ว่าพวกเขามีโอกาสตายสูงมากจากการลงมือของแอนเดอร์สันที่รับรู้ตัวตนของพวกเขา อย่างไรก็ตามเมื่อความคิดของคนที่ถูกส่งมาจับตามองไม่ตรงกับสิ่งที่แอนเดอร์สันคาดการณ์ ทำให้ทุกคนเกิดความหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“เพราะว่าที่นี่ทุกอย่างมีกฎที่เข้มงวด การจะเล่นงานผมเป็นไปได้ยาก จึงให้พวกคุณมาตายในเงื้อมมือของผมเพื่อจะใช้กฎของสหพันธ์เล่นงานผมที่ลงมือกับเพื่อนร่วมทีม แต่ว่านะ”
รอยยิ้มฉีกกว้างจากแอนเดอร์สันก่อนจะหันมองทุกๆคนด้วยรอยยิ้มจนคนที่ถูกส่งมาจับตารู้สึกหวาดระแวง แล้วเขาก็เริ่มพูดต่อจากเดิมที่เว้นช่วงเอาไว้
“ พวกเขาคงจะคิดมากเกินไป คิดว่าผมจะลงมือกับคนในทีม จะบ้าหรือไงกัน คนตั้งเยอะตั้งแยะจะให้ผมเอาเวลาไหนไปฆ่าคน ฮ่าๆๆ แต่ก็นะ มันก็มีเวลาฆ่าอีกนั่นแหละ แม้จะเป็นช่วงเวลาเล็กๆน้อยๆที่ทุกคนไม่ได้สนใจเป้าหมายที่ผมเลือก ผมก็สามารถฆ่าเขาให้ตายได้โดยไม่เหลือกระดูก วาห์ แค่คิดก็สนุกแล้ว ”
ทุกคนในหน่วยเอทไนน์หยุดเท้าหลังจากวิ่งมาถึงหน้าเกทที่ต้องรับผิดชอบ ทหารหน่วยก่อนหน้าที่หมดเวลาแล้วหลังจากเห็นหน่วยเอทไนน์พวกเขาก็รวมตัวกันเพื่อเดินทางกลับ ปล่อยให้หน้าที่ดูแลเกทเป็นของหน่วยเอทไนน์ต่อไป แอนเดอร์สันที่มาถึงเขาก็เริ่มใช้ลมรับข้อมูลต่างๆ จนทำให้เขารู้ว่าที่แห่งนี้มีมอนสเตอร์เดินออกมาจากเกทเป็นประจำ ตกวันละ 5 - 6 ตัว ภายใต้การกวาดตามองรอบๆอย่างใจเย็นของแอนเดอร์สันนี้เอง เขารู้สึกสนุกเพราะตอนนี้กำลังทำให้คนที่ถูกส่งมาจับตามองเขาวิตกกังวลอย่างหนัก ทุกคนที่เข้ามาหาแอนเดอร์สันด้วยท่าทางไม่เกรงกลัวอะไรนั้น ตอนนี้ล้วนแล้วมีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผาก ไม่คิดว่าแอนเดอร์สันจะตรวจจับพวกมันทั้งหมดที่มาจากแต่ละกลุ่มอำนาจได้เร็วแบบนี้
“จำเอาไว้ หน้าที่ของเราคือเฝ้าระวัง หากมอนสเตอร์ออกมาเราจะฆ่ามันในทันที”
“ทราบ!”
ทหารหน่วยเอทไนน์รับคำสั่งจากผู้เป็นหัวหน้า ก่อนจะกระจายตัวรอบๆเกทเพื่อเฝ้าระวัง ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็ปรบมือหนึ่งครั้ง ทำให้คนที่จับตามองเขาเป็นพิเศษตกใจตื่น
“ต้องการให้มันจบแบบไหนกัน”
แอนเดอร์สันนั่งคิดกับตัวเอง เขาอยากรู้ว่าพ่อต้องการให้เหตุการณ์นี้จบลงตอนไหนและต้องทำงานภายใต้คำสั่งสหพันธ์ไปอีกนานเท่าใด
จากที่เขาสังเกตในตอนนี้พี่ชายแต่ละคนล้วนแล้วพยายามสร้างกองกำลังของตนเองขึ้นมาใช้งาน ผิดจากเขาที่ยังคงเก็บข้อมูลต่างๆเพราะไม่มีคนหนุนหลัง
อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันก็อยากรู้เช่นกันว่างานนี้ นายน้อยสกอร์เปี้ยนส์ต้องลงมือถึงขั้นไหนถึงจะถูกเรียกตัวกลับไปเป็นคนธรรมดา
พวกเขาต้องฆ่ากันให้เหลือเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น หรือว่าไม่จำเป็นต้องฆ่ากัน พวกเขาเพียงแค่เคลียร์เกทให้ได้ก็จะถูกส่งตัวกลับ ด้วยการที่เขาไม่รู้ปลายทางทำให้แอนเดอร์สันอยากรู้มากว่าพ่อของเขากำลังคิดจะทำอะไร
หากอยากให้พื้นที่แห่งนี้เป็นสงครามครั้งสุดท้าย ประเพณีรวมกลุ่มอำนาจคงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นมา พี่น้องของเขาไม่จำเป็นต้องติดต่อกลุ่มอำนาจใดๆเลยก็ได้ เพียงมาฆ่ากันให้ตายที่แนวหน้าก็เพียงพอแล้ว
ด้วยการที่เขาไม่รู้จุดประสงค์ของพ่อ แอนเดอร์สันจึงตัดสินใจอยู่เงียบๆไปก่อนเพื่อดูภาพรวม ตอนนี้กลุ่มอำนาจที่หนุนหลังนายน้อยแต่ละคนไม่สามารถยุ่งเกี่ยวได้ แต่เขาคิดว่าอีกไม่นานคนของกลุ่มอำนาจมากมายคงจะค่อยๆส่งคนเข้ามาแทรกแซงหน่วยของพี่ชายของเขาจนทหารในหน่วยเป็นคนของพี่ชายเต็มรูปแบบ เมื่อถึงตอนนั้นแอนเดอร์สันอาจจะต้องฆ่ากันกับพี่ชายในพื้นที่แห่งนี้ก็ได้ แต่เขากลับคิดว่าพ่อและเบื้องบนคงไม่รอให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอย่างแน่นอน
“ช่างเหอะ คิดไปก็ปวดหัว เอาเป็นว่าถูกส่งมาลงโทษก็แล้วกัน”
แอนเดอร์สันถอนหายใจแล้วมองไปยังปืนภายในมือของเขา หากเป็นนักเวทย์ระดับต่ำปืนกระบอกนี้นับว่าเป็นสิ่งที่อันตราย แต่สำหรับเขามันกลายเป็นของเด็กเล่นเพราะเวทย์ของเขาโจมตีได้รัวกว่าและรุนแรงกว่า ไม่จำเป็นต้องใช้มันเลยก็ได้
“ทุกคนเข้าประจำที่!!!”
เสียงร้องของหัวหน้าหน่วยเอทไนน์ดังไปทั่วระบบสื่อสารของหน่วย หลังจากมีการตรวจจับคลื่นพลังของมอนสเตอร์ที่กำลังไหลทะลักออกมาจากเกท ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นขาขนาดใหญ่ยักษ์ยื่นออกมาจากเกทที่กำลังยืนเฝ้าเหยียบย่างลงไปบนพื้นดินหน้าเกท ไม่นานใบหน้าของมอนสเตอร์ที่พวกเขาอยากเห็นก็โผล่ออกมา
โฮก!
มอนสเตอร์ตัวใหญ่กว่า 200 เมตรมุดออกมาจากเกทก่อนจะร้องคำรามดังลั่น แอนเดอร์สันที่เห็นดังนั้นเขาจึงตวัดมือตัดไปยังคอของมันจนมอนสเตอร์ที่ปรากฎตัวออกมาล้มตัวลงมาตายบนพื้นดิน ไม่แม้จะมีโอกาสให้โจมตี
ทุกคนที่เคยเห็นพลังของแอนเดอร์สันล้วนสงบ แต่คนที่ถูกส่งมาจับตามองแอนเดอร์สันล้วนตื่นตระหนก ด้วยพลังของแอนเดอร์สันที่ปลดปล่อยออกมา มันไม่ใช่นักเวทย์ 751 ปีเหมือนที่พวกเขารู้จัก
“แอนเดอร์สัน นายทำได้ดีมาก”
หัวหน้าหน่วยเอทไนน์กล่าวชมแอนเดอร์สัน จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปขนย้ายร่างมอนสเตอร์ออกมาจากหน้าเกทเพื่อรอให้ตัวต่อไปเดินทางออกมา สำหรับแอนเดอร์สันเขาได้ตกลงกับหัวหน้าเอาไว้ว่า ถ้ามันไม่ใช่ตัวที่อันตรายเขาจะจัดการมันให้ตายในครั้งเดียว การที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อปิดเส้นทางการลอบสังหารที่อาจจะเกิดขึ้นจากทหารใหม่ที่เข้ามาในหน่วย หนำซ้ำมันยังให้ตั๋วกับเขาด้วย