เมืองพรอว็องค์
หลุยส์ลุกจากเตียงนอน ดวงตาสดใสด้วยหัวใจอันปลอดโปร่งรอยย่นบริเวณขอบตาจางลงจนอายุใกล้กับชายวัยสี่สิบปี
“หนึ่งเดือนแล้วเหรอ”หลุยส์ลูบใบหน้าตนเองอย่างเบามือ ก่อนจะเริ่มแต่งตัวด้วยชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลเรียบง่าย
เมื่อก้าวออกจากห้องนอนแม่ทัพโพเทย์ก็กระแทกเท้าเข้ามาหาเขาทันใด
“ท่านลุดวิจโปรดพิจารณาฎีกาก่อน” แม่ทัพย่นหน้าส่งเสียงออดอ้อน
“พักไว้ก่อน”เขาละสายตาจากการทหารอันปวดศีรษะไปยังสตรีร่างงามผู้รอตนอยู่ที่เดิมทุกเช้า
กีเนเวียเดินนำเขาขึ้นไปบนยอดเขาแห่งมนตราเพื่อสอนกลวิชาเช่นทุกวัน
มือหนายื่นไปด้านหน้ากวักโบกเบาๆ กระเพื่อมผิวน้ำพุ่งไหลขึ้นไปบนอากาศ ส่งผลให้มืออันเคยสั่นด้วยจิตกังวลมลายหายไปความกล้าและมั่นใจพาให้เขาควบคุมสายน้ำขึ้นบนอุ้งมือเปล่า กระแสจิตเพ่งพินิจสั่งการฉับไวสลายของเหลวกลายเป็ละอองหมอกเขาสะบัดจิตอีกครั้งเกิดประกายไฟก่อนจะหมุนข้อมือรับวัตถุหนักอึ้งที่ปรากฏกลางอากาศธาตุดาบคมกวัดแกว่งเสียดอากาศพิสูจน์ต้นธาตุโลหะ มุมปากพลันยิ้มกว้าง“ข้าทำได้เร็วขึ้นไหม”
ราชินีสาวก้าวลงจากบัลลังก์ทองแล้วดึงดาบโรมันออกมาด้วยมือขวา
“ท่านเก่งมาก” ดาบนั้นปะทะเหล็กคมในมือหลุยส์หยดน้ำพลันกระเซ็นสาดลงบนพื้นทองคำ “ท่านคิดมากเกินไป”
ดวงตาหลุยส์ไร้แวว“ข้าต้องไม่คิดเื่ทั้งหมดเลยหรือ”
“ความคิดควบคุมกระแสแห่งความรู้สึกหากท่านคิดไม่ประสานกับธรรมชาติ จิตจะนำความวิปริตสู่ปุถุชนโลกา” กีเนเวียสลายดาบในมือตนเอง
“พวกเ้าไม่คิดเื่บ้านเมือง...ไม่คิดเื่ทหาร...ไม่คิดเื่ปราสาท...ไม่คิดเื่อะไรเลยเหรอ”หลุยส์ตำหนิ
“ความคิด ควรมีขอบเขตของตนเอง”กีเนเวียก้าวเดินนำหลุยส์ไปยังทางลง “วันนี้เราจะให้ท่านฝึกจิต”
“จำเป็ด้วยหรือ ข้าสามารถสร้างดาบได้แล้ว”หลุยส์อยากฝึกต่อ
“ท่านจะต้องทำดาบให้คม ไม่ใช่การปั้นน้ำเพื่อขู่ศัตรูมิเช่นนั้นท่านจะได้เพียงร่างดาบเดสติโอเนล” กีเนเวียก้าวนำหลุยส์ลงจากเขาไปโดยไม่สนใจคำทักท้วง
การฝึกยังคงดำเนินไปอีกหลายวันทว่าดาบในมือหลุยส์ก็ยังไม่สามารถเป็ดาบอย่างแท้จริงได้ ความหงุดหงิดเริ่มก่อขึ้นภายในหัวใจยามตกดึกหลุยส์กลับมาทบทวนความคิด ใช้เวลาอยู่กับความสงบ
พลันเสียงรบกวนก็แว่วดังผ่านโถงหน้าห้องนอน
“ท่านลุดวิจ”เสียงอ่อนบางคุ้นหูทำให้เส้นเืบนขมับทั้งสองข้างคลายลง
เลดี้บัสเล่ (Basel)ภริยาของหลุยส์ก้าวเข้ามาภายในห้อง ใบหน้าเรียวเล็กเหมือนผลสตรอว์เบอร์รีป่าส่งดวงตาสั่นไหวมาให้เขาอันกระชากสติของหลุยส์ขึ้นจากผิวน้ำ พลันร่างกายเมื่อยล้าก็บรรเทาด้วยมือนุ่มที่ลูบลงบนแผ่นอกของเขา
“ท่านลุจวิด”เลดี้บัสเล่โอบกอดสามีของตนเอง “เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ”
“ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้ว”หลุยส์ลูบหลังภริยา “เ้าเดินทางมาไกล เหนื่อยไหม”
“ไม่เท่าความเป็ห่วงที่ข้ามีให้ท่าน”ภริยาอ่อนวัยกว่าหลุยส์สิบปี แต่กลับมีริ้วรอยร่องลึกเกือบเท่าสามี ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มของนางก็ยังงดงามเฉกเช่นครั้งแรกที่เ้าเผ่าแห่งบาวาเรียรับนางเป็ภริยา
รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของเ้านักรบออกจากความคิดติดจั่น
มือนุ่มกุมฝ่ามือหนาอย่างเบาละมุนส่งกระแสความรักแสนละไม “เกิดอะไรขึ้นกับท่าน ทำไมท่านถึงแต่งตัวเช่นนี้”
หลุยส์มองร่างกายตนเองที่อยู่ในสภาพไร้อาภรณ์ฟู่ฟ่าซึ่งห่างไกลจากความเป็เขา
การเป็แกเบรอทญาทัวทำให้เขาแต่งตัวรักษาพระเกียรติของบิดาอยู่เสมอในฐานะบุตรชายคนรองผู้ตามรับใช้บิดาในสนามรบแล้ว เขาก็เปรียบดังเครื่องยศทหารอันเกรียงไกรของชาล์แห่งแกเบรอทญาทัว
“เป็ส่วนหนึ่งในการละทิ้งความคิด”หลุยส์ยิ้มกว้าง “ส่วนหนึ่งในการตราแผ่นดิน”
“ท่านไม่รับฎีกาเมืองมาสองเดือนแล้ว”ภริยาลูบใบหน้าสากมือ “ทหารฟรังเกียต่างลือว่าท่านถูกจับกุมในพรอว็องค์”
สองเดือน...ไม่ใช่หนึ่งเดือนหรอกเหรอ!
หลุยส์นับเวลาบนเขาแห่งมนตราเขาอยู่บนนั้นไม่ถึงสิบวันดี
เมื่อรวมกับเวลาที่เขาเสียไปก่อนหน้าแล้วไม่ควรถึงหนึ่งเดือนเสียด้วยซ้ำ
“ท่านหลุยส์ท่านต้องกลับไปก่อนที่พวกทหารฟรังเกียจะหลุดการควบคุม” นางกล่าวเสียงสั่นพร้อมส่งแววตาขุ่น
“ไม่ได้...สิ่งที่ข้ากำลังทำนั้นสำคัญมาก”ดวงตาสีเข้มมองภริยาตอบ
“ท่านหลุยส์!” นางเสียดเสียงประท้วงความดื้อรั้น
หลุยส์รับรู้ว่าภริยาไม่ได้เข้าใจเขาเหมือนทุกครั้งเลดี้บัสเล่ไม่เคยเดินสวนทางกับเขาแม้แต่ครั้งเดียว เธอสนับสนุนเขาทุกอย่าง ทว่าในตอนนี้เธอไม่เชื่อใจเขาอีกต่อไปแล้วเหรอ
ลุดวิจสูดหายใจเข้าลึกเขาไร้ความโกรธต่อสตรีตรงหน้า แม้ว่าเธอจะกำลังทำหน้านิ่วขึ้นเสียงต่อสามีก็ตามเขามีหน้าที่ทำให้ภริยากลับมาเชื่อถือและสร้างศรัทธาของเธอขึ้นมาใหม่ นั่นคือสิ่งที่สามีต้องทำ
หลุยส์แกะมือภริยา “การฝึกนี้เพื่อสิทธิ์ในแผ่นดินฟรังเกียอันชอบธรรม”
“สำคัญมากจนถึงต้องละทิ้งบาวาเรียเลยเหรอ”เลดี้บัสเล่ปาดน้ำตาก่อนจะพยายามกุมมือสามีอีกครั้ง ทว่าหลุยส์กลับถอยตัวห่างจากเธอ
“เหล่าขุนนางกำลังลือว่าท่านถูกกีเนเวียครอบงำ”เสียงนางสั่นเครือ
ลุดวิจหันไปจับมือภริยาเขาลูบปลอบบนหลังมือบางเบา ๆ
ดวงตานางแน่วแน่แสดงออกชัดถึงความเชื่อมั่นแต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นบ่งบอกถึงความแคลงใจ ซึ่งมีมากล้นจนกายบางถึงกับสั่นเทา
ลุดวิจผละเดินไปยังเหยือกน้ำแล้วรินของเหลวลงบนอุ้งมือกว้าง
หยาดวารีเคลื่อนไหวเป็ก้อนน้ำแล่นวนเป็แก้วกลมในฝ่ามือหยาบ
ภริยาตาโตเท่าไข่ห่านจ้องกลพิสดารด้วยตาไม่กะพริบ
“เ้าคิดว่าสำคัญหรือไม่”ลุดวิจเปลี่ยนน้ำกลายเป็คมดาบ “อำนาจนี้จะนำบาวาเรียให้ทรงอิทธิพลที่สุดในฟรังเกีย”
นางพิสูจน์ความคมด้วยปลายนิ้ว“อัศจรรย์ยิ่งนัก” แล้วหันไปมองหลุยส์ด้วยดวงตาเรียบนิ่ง ก่อนจะพยักหน้าครั้งหนึ่ง“ข้าจะจัดการเื่ที่บาวาเรียให้เรียบร้อย”
“อีกไม่กี่วัน ข้าจะเดินทางกลับบาวาเรีย”หลุยส์จูบลงบนหน้าผากภริยาอย่างแ่เบา “เตือนพวกหนุ่มเืร้อนเ่าั้ด้วย”
“เ้าค่ะ” เลดี้บัสเล่คำนับลาสามีแล้วก็ถอยตัวออกจากห้องนอนมาพบกีเนเวียหน้าประตูสตรีสูงศักดิ์มองเหยียดใส่กีเนเวีย “ท่านกีเนเวีย พอจะมีเวลาคุยกับเราไหม”น้ำเสียงวางอำนาจสั่งราชินีผู้สูงศักดิ์
กีเนเวียคำนับตามประเพณีแล้วเดินตามสตรีผู้ทรงอำนาจไปด้วยท่าทีสงบ
“ข้ารู้ว่าท่านเกรงใจ เพราะข้าเป็สะใภ้ของแกเบรอทญาทัว”เลดี้บัสเล่เดินนำมาจนถึงระเบียงริมน้ำ
ท่าทีสงบนิ่งของราชินีพรอว็องค์นั้นเพิ่มกระแสขุ่นเคืองแก่เลดี้บัสเล่เป็ทวีจนนางถึงกับบดฟันดังแ่เป็จังหวะ
อย่างไรกีเนเวียก็ปะเสือแล้วถ้าหนีคือตาย “ขอพระราชินีบัสเล่โปรดวางพระทัย ท่านลุดวิจกำลังสร้างสิ่งที่ดีต่อราชวงศ์”
คำเรียกยกย่องนางเทียบยศราชินีทำให้เลดี้บัสเล่เชิดหน้าอมยิ้มปนสีหน้านิ่วงอ
“ขออภัยที่ทำให้พระองค์ทรงเสียพระทัย”กีเนเวียทำความเคารพตามธรรมเนียม
เลดี้บัสเล่ส่งตาเขียวจิกตอบ“ท่านกำลังหลอกล่อสิ่งใดจากพระสวามีเรา”
เมื่ออารมณ์แปรปรวนเร็วปะปนผ่านน้ำเสียงกีเนเวียก็ยิ่งมีท่าทีสงบนิ่ง
“พระองค์กริ้วหรือเปล่า”กีเนเวียลดสายตามองแผ่นหิน
“ไม่...ใครบอกว่าข้าโกรธ”เสียงเครียดกล่าวผ่านลำคอบาง แล้วรีบสงวนท่าที
ราชินีแห่งพรอว็องค์หันมองทะเลสาบหลังปราสาท“เพราะท่านลุดวิจมีประสงค์จะฟรังเกีย”
“พวกท่านก็แค่ส่งมอบตราแผ่นดินให้ก็แล้วเสร็จ”สตรีสูงศักดิ์เชิดหน้า
กีเนเวียยิ้มอ่อนพลางมองขึ้นบนท้องฟ้า“ตราที่ท่านอ้างถึงนั้นอยู่ในออสเตรีย” นางหันกลับมาสบตากลมโต“อยู่กับพระเ้าโลธาริ่งผู้อยู่ในการคุ้มกันของบาวาเรีย”
สตรีสูงวัยถอยหลังครึ่งก้าว“เ้าอย่ามาเล่นลิ้นกับข้า” นางเสียดเสียงแ่
“แล้วทำไมท่านไม่จับโลธาริ่งปะาแล้วชิงตราเสียล่ะ”กีเนเวียหันมามองเลดี้บัสเล่เต็มตัว “ถ้าท่านทำได้ก็คงไม่ต้องยกทัพมาถึงพรอว็องค์ใช่ไหม”
“หุบปาก!”เลดี้บัสเล่ชี้หน้ากีเนเวีย “ทหาร!”
กีเนเวียมองทหารบาวาเรียก้าวเข้ามาร่วมวง“มีเพียงดาบเดสติโอเนลเท่านั้น ท่านลุดวิจจึงจะได้รับความชอบธรรม” แขนบางยื่นออกไปจากตัวราวกับสร้างสัญญาณอันตราย เหล่าทหารต่างแล่นกระโจนเข้ามาอยู่ข้างเลดี้บัสเล่คมดาบชักชี้มาทางกีเนเวีย แต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงกรีดร้องเสียดประสาท
สายลมแรงซัดผ่านใบหน้าทหารพร้อมเงาดำเข้าบดบังช่องระเบียงจนมืดมิด
เหล่าทหารต่างเบิกตากว้างตื่นตระหนกขณะจ้องมองนกั์บนแขนของกีเนเวีย
ดวงตาสีทองมองจ้องนายทหารจะงอยคมหันตามการเคลื่อนไหวทุกย่างก้าว
กีเนเวียฮัมเสียงหวานดึงความสนใจจากเ้าเวหาให้หุบปีกแล้วเอียงคอมองนาง
“จับนาง!” เลดี้บัสเล่สั่งเสียงสั่นเทาแ่เบาจนฟังแทบไม่รู้
กระนั้นทหารชาญศึกก็ประคองสติว่องไวตรงเข้าไปหากีเนเวีย
นกั์หันไปมองชายทั้งสองแล้วแผดเสียงกรีดร้องดังเสียดแก้วหูก่อนจะกระพือกางปีกกว้างขนาดเท่า่แขนชายฉกรรจ์
ทหารตื่นกลัวรีบถอยห่างออกไปหลายวาต่างพากันกวัดแกว่งดาบไปมา
เ้านกเห็นถึงภัยอันตรายตรงหน้าจึงถลาออกจากแขนกีเนเวียกรงเล็บคว้ากระชากดาบอย่างรุนแรงจนหลุดออกจากมือ แล้วปากแหลมคมก็พุ่งเข้าไปจิกตาทหารอีกนายหนึ่งจนร้องลั่น
“อะไรกัน!” หลุยส์ก้าวรวดเร็วมาจากโถงปราสาท“นกตัวนี้มาได้อย่างไร”
สัตว์ร้ายฉีกใบหน้าทหารอีกนายจนเืทะลักก่อนจะถลาขึ้นไปเกาะบนแขนของราชินีแห่งพรอว็องค์
“นางสั่งนกให้จู่โจมข้า”เลดี้บัสเล่ปรี่เข้าไปกอดสามี “ท่านต้องปะานางนะเ้าคะ”
น้ำตาของภริยาทำให้หลุยส์หน้าแดงจัดแต่เมื่อมองมายังกีเนเวียเขาก็เห็นราชินีผู้เลอโฉมกำลังลูบใบหน้าเปื้อนเืเหยี่ยวป่า
“นายท่าน” ทหารผู้เสียดวงตาไปคุกเข่าลง“นกตัวนี้ขัดขวางการจับกุมนาง”
“จับกุม!”หลุยส์ลดสายตาลงมองทหารผู้าเ็ทั้งสอง “ใครสั่งเช่นนั้น”
“ท่านลุดวิจ”กีเนเวียเรียกความสนใจ “พวกเขาอาจจะตื่นกลัวไปหน่อย”
ดวงตาสีเข้มมองไปยังเลดี้บัสเล่ทำให้เขาได้คำตอบโดยไม่ต้องมีคำอธิบายอื่น “ทหาร! คุ้มกันเลดี้บัสเล่กลับบาวาเรีย”
“ท่านหลุยส์นางกำลังปั่นหัวท่าน” ภริยาสาวเสียดเสียง ก่อนจะหันสายตาคมมายังกีเนเวีย“นางปีศาจ!”
กีเนเวียส่ายหน้าเบา ๆ“ภาพที่ข้าวาดเอาไว้เกี่ยวกับตัวท่านนั้น ช่างห่างไกลกับปัจจุบันยิ่งนัก”
ภริยาท่านลุดวิจเชิดหน้าขึ้น“หากท่านไม่กลับภายในเจ็ดวัน ข้าจะสั่งทหารบาวาเรียจับนางมาปะาเสียกลางเมือง”
ลุดวิจขมึงตาใส่ภริยาตน“เลดี้บัสเล่ กลับได้แล้ว”
ราชินีสาวเพียงก้มหน้าเคารพลาเพราะมีนกป่ากำลังเกาะอยู่บนแขน
เลดี้บัสเล่สะบัดลมหายใจแรงแล้วกระแทกเท้าออกจากพระราชวังไปทันใด