เซวียนหยวนเฉิงเตรียมพร้อมต่อสู้อยู่นานแล้ว เมื่อเจอกับหอกที่มีอานุภาพน่าตะลึงอย่างยิ่งเช่นนี้เขาไม่หลบไม่หลีก แต่มือยกกระบี่ขึ้นรับทันที
เคร้ง!
การปะทะกันครั้งแรกของทั้งคู่ มีพลังน่ากลัวระเบิดสะเทือนผิวดินในรัศมีสามจั้งจนแตกระแหง
อารมณ์ร้อนอย่างหวังเสวียนจ้านถูกเซวียนหยวนเฉิงยั่วยุจนเกิดโทสะตั้งนานแล้ว
ด้วยเหตุนี้เมื่อเขาลงมือก็ปล่อยพลังทั้งหมดออกมาในทันที ด้วยอยากปิดฉากศึกนี้ให้ไวที่สุด
มังกรพลังปราณตัวหนึ่งห้อมล้อมหอกยาวทั้งทิ่มแทง งัดขึ้นและกวาดล้าง ทุกกระบวนท่าล้วนมีพลังอันไร้เทียมทาน
เซวียนหยวนเฉิงถอยหลังหลบหลีกไม่หยุดกลายเป็นม่านอากาศทรงกลมภายในเสี้ยววินาที
ทุกครั้งที่หอกยาวของหวังเสวียนจ้านทิ่มแทงผ่านม่านอากาศจะมีพลังเข้มข้นขัดขวางหอกไว้ และในขณะนั้นเอง เซวียนหยวนเฉิงก็จะใช้ความเชื่องช้าในชั่ววินาทีนั้นหลบหลีกไม่ก็ขัดขวาง
เซวียนหยวนเฉิงรู้ว่าหวังเสวียนจ้านแข็งแกร่งมากหากว่าสู้หัวชนฝาละก็ เขาจะแพ้พ่ายในทันที
และเป็นเพราะเหตุนี้เองเขาจึงใช้วิธีป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด ตั้งรับเท่านั้นไม่โจมตีเพื่อถ่วงเวลาให้เฉินเฉินได้หลบหนี
“รุ่นพี่เฉิน ท่านชักช้าอยู่ไย รีบหนีไปสิ!” เซวียนหยวนเฉิงตะโกนใส่เฉินเฉิน
เฉินเฉิน“…”
การคุ้มกันประหนึ่งขนมเหนียวหนึบของเซวียนหยวนเฉิงทำให้หวังเสวียนจ้านอัดอั้นตันใจเหลือเกิน
หลังได้ยินประโยคที่เซวียนหยวนเฉิงพูดกับเฉินเฉินเขาก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง โมโหจวนจะกลายเป็นร่างที่สอง!
คราวนี้ไม่ได้มีแค่มังกรเขียวพลังปราณห้อมล้อมหอกเท่านั้นแต่ตัวเขาแทบจะกลายร่างเป็นมังกรแล้ว!
เกล็ดมังกรสีเขียวปรากฏตามตัวของหวังเสวียนจ้านลมปราณของเขาพุ่งทะยานไปถึงจุดสุดยอดของระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณ
“ท่านมีสายเลือดของเผ่าพันธุ์มังกร!” เมื่อเซวียนหยวนเฉิงเห็นฉากนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไป
...
ณจัตุรัสหยกขาว นักเรียนแทบจะทุกคนเบนสายตาไปที่หน้าจอการต่อสู้ของหวังเสวียนจ้าน
นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างหวังเสวียนจ้านอันดับหนึ่งแห่งสำนักกับนักเรียนใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดของรุ่น
ซ้ำยังเป็นการต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งที่มีจดหมายแนะนำถึงสองคนมันน่าชมเป็นอย่างยิ่ง
“เสร็จกันพลังแห่งสายเลือดมังกรของหวังเสวียนจ้านถูกปลุกแล้ว เขาจะต่อสู้ด้วยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว!”
นักเรียนที่ไว้เคราแพะสีหน้าผ่อนคลาย แลดูมีคุณลักษณะของบัณฑิตพูดขึ้น
“ศิษย์พี่พาน ท่านพูดว่าสายเลือดมังกรศิษย์พี่หวังคนนี้เป็นคนของวังมังกรทะเลบูรพาหรือ” นักเรียนหญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งถึงถามขึ้นอย่างฉงนใจ
ขณะเดียวกันในดวงตาของนักเรียนกลุ่มใหญ่รอบข้างก็เต็มไปด้วยความสงสัยเช่นกันต่างก็พากันจดจ้องศิษย์พี่พานคนนี้
เห็นได้ชัดว่าศิษย์พี่พานคนนั้นเคลิบเคลิ้มกับสายตาแบบนี้ยิ่งนักใบหน้าฉายความยากลึกหยั่งถึง
น่าขันเขาคือพานปู้อวี่อันดับที่ยี่สิบแห่งสำนักเชียวนะ ศิษย์น้องทั้งหญิงชายจ้องมองเขาด้วยสายตาเคารพเลื่อมใสมันเป็นเรื่องที่ปกติเสียเหลือเกิน!
“หวังเสวียนจ้านไม่ใช่คนของวังมังกรสายเลือดมังกรของเขามาจากสายเลือดทายาทมังกรโบราณนี่เป็นการสืบสายเลือดที่เก่าแก่เป็นอย่างยิ่ง พลังแห่งสายเลือดมังกรของเขาได้แต่ใดมานั้นถือเป็นความลับสำหรับพวกเรา แต่สิ่งที่ยืนยันได้แน่ชัดคือเพราะพลังแห่งสายเลือดมังกรอันเก่าแก่ ทำให้เขาได้รับการชื่นชมจากผู้เที่ยงแท้!”
คำพูดของพานปู้อวี่ ทำให้นักเรียนทั้งหลายกระจ่างใจทันที
ผู้เที่ยงแท้สามารถถล่มวังมังกรได้เพียงลำพังพลังแห่งสายเลือดที่ได้รับการชื่นชมจากผู้เที่ยงแท้จะเป็นสิ่งที่พลังสายเลือดอย่างวังมังกรเทียบชั้นได้อย่างไรเล่า
“เช่นนั้น...ศิษย์พี่พานคิดว่า เซวียนหยวนเฉิงคนนั้นจะต้านได้อีกนานแค่ไหน”นักเรียนหญิงปีหนึ่งคนหนึ่งถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
นางชื่นชมเซวียนหยวนเฉิงมากตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของพานปู้อวี้ ก็รู้สึกกังวลใจแทนเซวียนหยวนเฉิงขึ้นมาทันที
พานปู้อวี่หัวเราะเบาๆชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
“สิบห้านาทีหรือ” หญิงสาวพูดพลางกะพริบตาปริบๆ
“เปล่า...ต้านไม่ได้เลยสักกระบวนท่าเดียว!” พานปู้อวี้พูดอย่างจริงจัง
เมื่อประโยคนี้ดังขึ้นก็ทำให้ผู้คนฮือฮาขึ้นมาในพริบตา
ผู้คนต่างก็แสดงอาการตกตะลึงนักเรียนหญิงคนนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว ราวกับได้รับความกระทบกระเทือน
ต้านไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวล้อกันเล่นหรือ!
ทว่าพานปู้อวี่เป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณซ้ำยังเคยประมือกับเซวียนหยวนเฉิงแล้ว
ด้วยเหตุนี้คำพูดของเขาจึงมีอำนาจอย่างยิ่ง
แม้จะมีคนไม่เชื่อแต่ก็ไม่กล้าโต้แย้งซึ่งๆ หน้า
ทุกคนต่างก็จดจ้องภาพบนหน้าจอผลึกหินอย่างลุ้นระทึกหากคำพูดของพานปู้อวี่เชื่อถือได้ เช่นนั้นการต่อสู้ครั้งนี้เกรงว่าคงจะใกล้สิ้นสุดแล้ว!
พานปู้อวี่ก็มองเซวียนหยวนเฉิงบนหน้าจอเช่นกัน ถอนหายใจแผ่วเบา คิดในใจว่า
หากจะโทษก็โทษที่เจ้ายุ่งไม่เข้าเรื่องหอกต่อไปของหวังเสวียนจ้านเจ็บมากทีเดียว!
เพราะปีที่แล้ว ข้าก็ถูกหวังเสวียนจ้านที่อยู่ในสภาวะนี้เอาชนะภายในหอกเดียวนี่แหละ...
...
ในป่าพันยอดหวังเสวียนจ้านที่ปลุกพลังแห่งสายเลือดมังกรโบราณแล้วมีเกล็ดสีเขียวปกคลุมทั่วร่าง นัยน์ตาคู่นั้นกลายเป็นสีทองฉายความน่าเกรงขามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เขาใช้หอกชี้หน้าเซวียนหยวนเฉิงพูดเสียงเรียบว่า
“ข้าเอาชนะเจ้าได้ในหอกเดียว!”
หวังเสวียนจ้านขยับแล้ว ครั้งนี้เขาเคลื่อนไหวตามหอก รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด
เส้นทางที่เขาเคลื่อนผ่านทิ้งภาพมายาของมังกรเขียวไว้คมหอกเป็นเขี้ยวของมังกรเขียว
กรร!
เสียงมังกรเขียวคำรามสะเทือนท้องฟ้า อานุภาพของหอกไม่อาจต้านทานได้
เซวียนหยวนเฉิงรู้สึกเพียงว่าชั่วขณะที่หวังเสวียนจ้านจู่โจมคมหอกก็มาประชิดตัวแล้ว!
ในเสี้ยววินาทีนั้น เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังประจันหน้ากับมังกรโบราณตัวเขื่อง
แรงกดดันอันน่ากลัวแผ่กระจายม้วนตัวมาหาเขา
หากนักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณทั่วไปเผชิญหน้ากับฉากนี้คงไม่มีแม้แต่ความคิดจะตอบโต้เป็นแน่
แต่เซวียนหยวนเฉิงกลับใจเย็นเป็นอย่างยิ่ง
“พลิกจักรวาล”
ดวงตาคู่นั้นของเขาดูล่องลอยราวกับสูญเสียจุดรวมสายตาไปแล้ว
คมหอกมาประชิดตัวเขากระบี่ในมือของเขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว มองดูเชื่องช้าแต่กลับสัมผัสคมหอกได้ทันท่วงที...
ลวดลายของปลาคู่ขาวดำก่อตัวใต้ฝ่าเท้าของเขากระบี่ค่อยๆ บิดโค้งเป็นองศาที่แปลกพิสดาร
ครืน!
มังกรเขียวพุ่งตัวออกมา คมหอกอันหาญกล้าทำให้ผิวดินรัศมีสิบจั้งรอบตัวหวังเสวียนจ้านแตกระแหงกลายเป็นร่องลึกมืดสนิทเป็นทางยาว
เลือดค่อยๆหยดลงบนพื้นดินช้าๆ...
เซวียนหยวนเฉิงได้รับบาดเจ็บ
แต่กลับมีความตกตะลึงปรากฏบนใบหน้าของหวังเสวียนจ้าน“เจ้าหลบได้งั้นหรือ!”
ไหล่ของเซวียนหยวนเฉิงถูกหอกแทงเลือดย้อมไหล่ข้างซ้ายจนแดงฉาน
เขาไม่ตอบอาศัยโอกาสตอนที่หวังเสวียนจ้านตกใจ ถอยกรูดสร้างระยะห่าง
“รุ่นพี่เฉิน หากท่านยังไม่หนีอีกข้าจะต้านไม่ไหวแล้วอย่างมากข้าก็ต้านได้อีกแค่ห้ากระบวนท่า ท่านรีบหน่อยสิ!”
พูดจบเซวียนหยวนเฉินก็ตั้งท่าป้องกันต่อไป
หวังเสวียนจ้าน“…”
เฉินเฉิน “…”
บริเวณหนึ่งของจัตุรัสหยกขาวนักเรียนหลายคนพากันมองไปทางศิษย์พี่พานกันระนาว
พานปู้อวี่ปิดปากเงียบ ยังคงรักษามาดของบัณฑิต
น่าขัน เขาคือพานปู้อวี่อันดับที่ยี่สิบแห่งสำนักเชียวนะ ศิษย์น้องทั้งหญิงชายจ้องมองเขาด้วยสายตาเคารพเลื่อมใสมันเป็นเรื่องที่ปกติเสียเหลือเกิน!
แต่ว่า...
ตอนนี้ศิษย์พี่พานไม่ได้มีอาการเคลิบเคลิ้มมากเท่าใดนัก
ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อและมีความรู้สึกร้อนผ่าวเล็กน้อย...
ในป่าพันยอดเหนือบริเวณที่หวังเสวียนจ้านกับเซวียนหยวนเฉิงประลองกันเซียนพสุธาชางชิงกำลังเฝ้ามองการต่อสู้นี้อยู่
เมื่อเขาเห็นเซวียนหยวนเฉิงหลบการโจมตีของหวังเสวียนจ้านพ้นก็อดตกใจไม่ได้
“เซวียนหยวนเฉิงสมกับเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะพบสักครั้งของสำนักเซียนหมื่นชีวิตจริงๆรู้สภาวะดับของสรรพสิ่งตั้งแต่อายุยังน้อย! อืม...แค่กระบวนท่าเดียวพลังต่อสู้ของเขาเหนือกว่าพานปู้อวี่อะไรนั่นเยอะเลย...”