อนุหร่วน?
นางคืออนุเพียงคนเดียวของเขา
สวี่จิ้นตกตะลึงอยู่ในใจ ทว่าชั่วขณะนั้นกลับไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบสายตาของนายท่านผู้เฒ่า
ในฐานะบิดา ความรักใคร่ทะนุถนอมที่เขามีต่อบุตรสาวนั้นไม่เคยน้อยหน้าผู้ใด เพียงแต่เมื่อนำไปเทียบกับนายท่านผู้เฒ่าแล้ว ต่อให้มีความรักมากมายเพียงใดก็ยังดูจืดจางกว่ามากนัก... ความลำเอียงรักหลานมากกว่าลูกที่ปรากฏชัดในจวน มักจะทำให้เขาเกิดความสงสัยอยู่บ่อยครั้งว่าตนเองใช่สายเืแท้ ๆ ของบิดาหรือไม่
หญิงรับใช้ชราฝั่งนั้นพอได้ยินชื่อของอนุหร่วน ก็ร้องห่มร้องไห้ะโว่า "ใช่เ้าค่ะ ๆ เป็อนุที่มอบผลประโยชน์ให้บ่าว สั่งให้บ่าวทำเช่นนี้... บ่าวเพียงแค่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ! ขอนายท่านผู้เฒ่าโปรดไว้ชีวิตต่ำต้อยของบ่าวด้วยเถิดเ้าค่ะ!"
ชุยซื่อซักไซ้ไล่เลียง "หร่วนซื่อวางยาพิษคุณหนูได้อย่างไร!"
"วาง... วางยาพิษหรือ..."
เสียงร้องไห้ของหญิงรับใช้ชราชะงักไป บนใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เมื่อสบเข้ากับดวงตาอันดุดันของชุยซื่อ ก็ตัวสั่นเทาเป็เ้าเข้าพลางกล่าวว่า "บ่าวไม่รู้เื่วางยาพิษอะไรนั่นเลยเ้าค่ะ... อนุหร่วน... หร่วนซื่อเพียงแค่สั่งให้บ่าวหาจังหวะผลักแม่นางอาขุยตกน้ำ... บอกว่า... บอกว่าเป็ความแค้นส่วนตัว... บ่าวไม่รู้จริง ๆ ว่าหร่วนซื่อจะกล้าทำร้ายคุณหนูเ้าค่ะ!"
ไม่อย่างนั้น ต่อให้ขอยืมความกล้ามาอีกสิบเท่า นางก็ไม่มีทางกล้ารับเงินสิบตำลึงนั่นเด็ดขาด!
นั่นเห็นได้ชัดว่ามีชีวิตรับเงิน แต่ไม่มีชีวิตได้ใช้เงินไม่ใช่หรือ!
สวี่จิ้นสั่งการทันที "เด็ก ๆ ไปพาตัวหร่วนซื่อมา"
เขาจะไต่สวนให้กระจ่างด้วยตัวเอง!
ใบหน้าของสวี่ฉีเหวยเคร่งเครียด
ภายในโถงไม่มีผู้ใดเอ่ยปากพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง หญิงรับใช้ชราที่เอาแต่ร้องขอความเมตตาไม่หยุดหย่อนก็ถูกอาจูอุดปากเอาไว้แล้ว
ความเงียบสงัดอันน่าอึดอัดเช่นนี้ ดำเนินต่อไปจนกระทั่งหร่วนซื่อมาถึง
สวี่ิอี้มองไปยังหญิงสาวที่กำลังย่อกายคารวะ
นางไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับหร่วนซื่อมากนัก จำได้ลาง ๆ เพียงว่าอีกฝ่ายหน้าตาไม่เลว และปรากฏตัวให้ผู้คนเห็นน้อยมาก ในจิตใต้สำนึกจึงรู้สึกว่าคนผู้นี้น่าจะมีนิสัยเจียมเนื้อเจียมตัวเป็อย่างยิ่ง
เวลานี้หญิงสาวตรงหน้าดูอายุเพียงยี่สิบสามยี่สิบสี่ปี เสื้อผ้าเรียบง่ายทว่าพิถีพิถัน รูปร่างบอบบาง ดวงตาหงส์คู่นั้นดูมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย
"ไม่ทราบว่านายท่านกับฮูหยินเรียกอนุมา มีเื่อะไรจะสั่งการหรือเ้าคะ"
หลังจากหร่วนซื่อย่อกายคารวะทุกคนตามลำดับเสร็จสิ้น ก็เอ่ยถามด้วยท่าทีที่ดูกระวนกระวายใจเล็กน้อย
เพียงแค่มองดูท่าทางที่เก็บซ่อนความตื่นตระหนกไว้ไม่มิดนี้ ดูไม่เหมือนคนที่สามารถวางแผนลอบทำร้ายคุณหนูสายตรงในจวนอย่างแยบคายได้เลย
"นี่คือหญิงรับใช้ชราในเรือนของเ้า เมื่อครู่นี้นางรับสารภาพแล้ว" แววตาของชุยซื่อแฝงแววจับผิด "ดูท่าหลายปีมานี้ ซื่อจื่อกับข้าคงจะใจกว้างเกินไป ถึงได้ทำให้เ้ากล้าเกิดความคิดชั่วร้ายคิดปองร้ายคุณหนูขึ้นมาได้"
ถ้อยคำของนางตรงไปตรงมา บนใบหน้าของหร่วนซื่อปรากฏความงุนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบคุกเข่าลงด้วยความลนลาน
"เหตุใดฮูหยินจึงกล่าวเช่นนี้เ้าคะ! ข้อกล่าวหาเช่นนี้ อนุรับไว้ไม่ไหวเด็ดขาดเ้าค่ะ!"
"หากข้าจำไม่ผิด ่หลายปีมานี้ เ้าหลับยากจนต้องตระเวนหาหมอไปทั่ว เปลี่ยนหมอเปลี่ยนเทียบยาไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ก็ยังไม่ดีขึ้น ซ้ำยังหนักข้อขึ้นทุกวัน" ชุยซื่อคล้ายกับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิปีนี้ จู่ ๆ อาการก็ดีขึ้นมา ข้าเคยถามถึงเื่นี้ เ้าก็ตอบเพียงว่าอากาศเริ่มอบอุ่น อารมณ์ก็เบิกบานขึ้นตามไปด้วย นานวันเข้าจึงค่อย ๆ หลับสนิทได้เอง"
"มีเื่นี้จริงเ้าค่ะ..."
หร่วนซื่อคุกเข่าอยู่ตรงนั้น แววตาสั่นไหวเล็กน้อย คล้ายกับไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ ๆ ชุยซื่อถึงพูดเื่พวกนี้ขึ้นมา
"หากจะบอกว่าเป็เพราะสภาพจิตใจเพียงอย่างเดียว ก็ไม่เห็นมีเื่อะไรเกิดขึ้นจนทำให้เ้าเบิกบานใจได้กะทันหันเลยนี่นา ฤดูใบไม้ผลิก็มีอยู่ทุกปี ทำไมถึงเพิ่งจะมาหายดีเอาในฤดูใบไม้ผลิปีนี้เล่า" ชุยซื่อมองนางแล้วเอ่ยถาม "คิดดูแล้ว ส่วนใหญ่คงเป็เพราะเปลี่ยนเทียบยาเสียมากกว่ากระมัง"
'ยาวิเศษ' ที่สามารถรักษาโรคนอนไม่หลับหลายปีของหร่วนซื่อให้หายขาดได้
'ยาพิษ' ที่ทำให้เจาเจาหลับใหลไม่ได้สติในทุก ๆ วันและยากจะตื่นขึ้นมา
เมื่อครู่ในวินาทีที่เห็นหญิงรับใช้ชราผู้นั้น ในหัวของนางก็ปะติดปะต่อความเชื่อมโยงนี้ขึ้นมาได้ทันที
แน่นอนว่านี่เป็เพียงข้อสันนิษฐานของนางเท่านั้น ความจริงนางอาจจะคิดมากไปเอง แต่นั่นก็ไม่ได้เป็อุปสรรคต่อแววตาที่หนักแน่นและน้ำเสียงที่เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมตลอดการพูดของนางในเวลานี้... ถึงอย่างไรเอามาใช้หลอกล่อหร่วนซื่อสักหน่อยก็ยังดี
สวี่ิอี้กระจ่างแจ้งในใจ จึงเอ่ยขึ้นอย่างถูกจังหวะว่า "ท่านแม่ ข้าฟังอาขุยบอกว่ายาที่นำมารักษาโรคนอนไม่หลับนั้น ส่วนใหญ่มักจะหยุดกินไม่ได้ ดูจากสีหน้าของอนุในตอนนี้ที่ดูดีไม่น้อย คิดว่าคงจะนอนหลับได้ไม่เลว ส่งคนไปตรวจสอบยาที่นางกินใน่นี้ดู น่าจะไม่ใช่เื่ยากอะไร"
อาขุยงุนงง
...นางไปพูดเื่พวกนี้กับคุณหนูั้แ่เมื่อไหร่กัน?
ชุยซื่อพยักหน้ารับทันที จากนั้นก็สั่งให้ชิงอิงพาคนไปค้นหาหลักฐานที่เรือนของหร่วนซื่อ
สีหน้าของหร่วนซื่อซีดเผือด
"ฮูหยินยังไม่มีหลักฐาน ก็สงสัยอนุเช่นนี้แล้ว พูดไปก็ชวนให้รู้สึกประหลาดนัก!" ในดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตา ดูทั้งร้อนรนทั้งโกรธเกรี้ยว "ฮูหยินส่งคนข้างกายไปค้นที่พักของอนุ เช่นนั้นก็ย่อมเป็ฮูหยินว่าค้นเจออะไร ก็ต้องค้นเจอสิ่งนั้น... ถึงเวลานั้นต่อให้อนุมีปากงอกอยู่เต็มตัว เกรงว่าก็คงล้างมลทินข้อหานี้ไม่ได้แล้ว!"
ชุยซื่อแค่นเสียงหัวเราะเย็น
"การกระทำและคำสารภาพของหญิงรับใช้ชราผู้นี้ในคืนนี้ ก็คือหลักฐานชิ้นใหญ่แล้ว ต่อให้ไม่มีหลักฐานจริง ๆ คุณหนูในจวนเกิดเื่ ทุกคนล้วนตกเป็ผู้ต้องสงสัย ภายใต้สถานการณ์ที่ยังหาฆาตกรตัวจริงไม่พบ ต่อให้เป็เรือนซื่อจื่อของข้า ก็ย่อมต้องถูกค้นได้! หากเ้าสงสัยว่าคนของข้าจะเล่นตุกติก ก็เปลี่ยนเอาคนในเรือนของคุณหนูไปแทนก็ได้... การที่เ้าพูดจาบ่ายเบี่ยงเช่นนี้ ซ้ำยังเปลี่ยนท่าทีจากโอนอ่อนผ่อนตามที่เคยทำมาตลอด จะไม่เหมือนเป็การรับสารภาพโดยที่ยังไม่ทันได้ลงแส้ไปหน่อยหรือ"
"คำพูดของฮูหยินนี้..."
"พอได้แล้ว"
หร่วนซื่อเพิ่งจะอ้าปากเถียง กลับถูกสวี่จิ้นที่เงียบมาตลอดเอ่ยขัดขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงนี้ หร่วนซื่อที่คุกเข่าอยู่ตรงนั้นก็ร่างแข็งทื่อไปเล็กน้อย หันขวับไปมองเขา
"คนใต้บังคับบัญชาของฮูหยินไม่มีทางใส่ร้ายป้ายสีเ้า จวนเจิ้นกั๋วกงก็ไม่มีทางปรักปรำคนบริสุทธิ์" สวี่จิ้นมองนาง ในแววตาเต็มไปด้วยความเ็า "หากเป็ฝีมือของเ้าจริง ไม่มีทางที่คำพูดเพียงไม่กี่คำของเ้าจะปัดสวะให้พ้นตัวไปได้หรอก แทนที่จะมาโต้เถียงอย่างเปล่าประโยชน์ สู้ยอมรับสารภาพมาตรง ๆ ยังจะเหลือเกียรติให้ตัวเองเสียมากกว่า"
หากจะบอกว่าทีแรกหร่วนซื่อยังดูปกติดีอยู่ ทว่าปฏิกิริยาหลังจากได้ยินเื่โรคนอนไม่หลับของตนเอง ในสายตาเขาก็เริ่มเห็นพิรุธที่เผยออกมาทีละน้อยแล้ว
"..." มองดูสีหน้าอันเ็าไร้อุณหภูมิของเขา และได้ฟังถ้อยคำเหล่านี้ หร่วนซื่ออ้าปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
สบตากัน สวี่จิ้นขมวดคิ้วแน่น ทว่าร่างกายที่ตึงเครียดของนางกลับค่อย ๆ อ่อนฮวบลง ศีรษะก้มต่ำอย่างอ่อนแรง โน้มไปด้านหน้าเล็กน้อย สองมือยันไว้ข้างกาย จู่ ๆ ที่หางตาและมุมปากก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา
ใช่สิ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เมื่อครู่นางใจนขวัญหนีดีฝ่อ ถึงกับไม่สามารถลำดับจุดสำคัญในเื่นี้ได้ชัดเจน
นั่นคือคุณหนูของจวนเชียวนะ
ในจวนแห่งนี้ นางนับเป็ยอดดวงใจที่ประคองไว้ในมือก็กลัวตก อมไว้ในปากก็กลัวละลายอย่างแท้จริง
ขอเพียงแปดเปื้อนข้อหาสงสัยว่าปองร้ายคุณหนู ต่อให้เป็แค่ความสงสัย ก็เพียงพอจะทำให้นางอยู่ในจวนนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
ต่อให้นางโชคดีหลอกลวงจนผ่านพ้นไปได้จริง ๆ แล้วจะมีประโยชน์อะไรเล่า
หากสิ่งที่นางปรารถนามีเพียงการมีชีวิตอยู่ราวกับธาตุอากาศ นางก็คงไม่ยอมเสี่ยงอันตรายถึงเพียงนี้หรอก
เมื่อเห็นท่าทางครึ่งผีครึ่งคนของนาง ชุยซื่อก็ข่มความรังเกียจเอาไว้แล้วเอ่ยว่า "พูดมาเถอะ ทำไมถึงต้องทำร้ายคุณหนู มีใครคอยบงการอยู่หรือไม่"
นางล่ะอยากจะฟังจริง ๆ ว่านี่จะเป็บทพูดโง่ ๆ ของสตรีในเรือนหลังฉากไหน เมื่อนำไปเทียบกับเื่ราวที่นางเคยได้ยินจากปากคนอื่น จะสามารถโง่เง่าจนเกิดเป็ลูกเล่นใหม่ ๆ ได้หรือไม่...
สวี่ิอี้จิบชาคำหนึ่ง
นางก็อยากจะฟังเหมือนกัน ว่าเมื่อก่อนตนเองไปล่วงเกินอนุหร่วนที่ไม่ค่อยจะได้พบหน้ากันสักเท่าไหร่ผู้นี้ั้แ่เมื่อใดกัน