“ทำไม ข้าถึงออกไปล่าสัตว์ด้วยไม่ได้ล่ะ”เดียนาตวัดเสียงอย่างฉุนเฉียว “วิคการ์โตกว่าข้าแค่สองปีเองอะไรที่วิคการ์ทำได้ ข้าก็จะทำให้ได้เช่นกัน”
แดเนียลโน้มตัวลงมาลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ขณะที่วิคการ์หัวเราะร่วนอย่างขำขัน
“เดียนา! ”แคทเทรียพูดเสียงดุใส่ลูกสาว “ก็เพราะว่าการล่าสัตว์ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงควรทำไง”
“แล้วใครกันที่เป็คนกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้หญิงควรทำ...ใช่ผู้ชายหรือเปล่า” เดียนาย้อน “บางทีข้าอาจจะล่าสัตว์ได้เยอะกว่าวิคการ์ก็ได้ถ้าพวกท่านยอมให้ข้าได้ลองทำดูบ้าง”
“พูดจาอย่างกับคนวิปลาส”แคทเทรียขมวดคิ้ว
“ก็จริงของนางนะแม่ บางทีข้าเองก็อาจจะทอผ้าได้สวยกว่าเดียนา” วิคการ์กระเซ้า “ไม่ก็ปรุงอาหารได้อร่อยกว่ามันแน่อยู่แล้วสิ” เขากลั้วหัวเราะ “เพราะใครๆ ก็ทำอาหารได้อร่อยกว่าเ้าทั้งนั้น น้องสาว อาหารฝีมือเ้าแม้แต่เ้าแซ็กก็ยังรีบแจ้นเลยตอนได้กลิ่นโชย”
“มีอะไรน่าตลกหรือ”เดียนาตวัดเสียง “พวกท่านหัวเราะอะไรกัน” เธอถามพ่อกับแม่อย่างขุ่นเคือง
“เปล่าจ้ะลูก”แดเนียลพูดพลางกลั้นหัวเราะ
“เ้าจะล่าสัตว์ได้เยอะกว่าข้า ก็แค่ตอนที่ข้าไม่มีอารมณ์จะล่าสัตว์เท่านั้นแหละเดียนา” วิคการ์ยิ้มเยาะ
“เอาน่า ลูกรัก”แดเนียลพูดเสียงอบอุ่นเหมือนเตาผิงในฤดูหนาว “วันนี้ลูกอยู่ช่วยแม่ทำงานบ้านไว้คราวหน้าพ่อจะพาเ้าไปด้วย เ้าต้องมีธนูเป็ของตัวเองก่อน แล้วพ่อจะสอนเ้ายิงธนูและวางกับดักพ่อสัญญา” แววตาของชายวัยสี่สิบสองปีฉายแววจริงใจ มันทำให้เดียนาจะพยักหน้ารับอย่างจำยอม“ลูกด้วยวิคการ์” เขาหันไปบอกเด็กชาย
“อะไรนะพ่อ” วิคการ์เปล่งเสียงอย่างงุนงง
“ก็ลูกบอกว่าลูกไม่มีอารมณ์จะล่าสัตว์ไม่ใช่หรือพ่อคิดว่าอากาศวันนี้ก็ดูเหมาะดีที่จะพักผ่อนอยู่บ้าน”แดเนียลพูดเสียงเฉียบขาด
“ข้าไม่ได้หมายถึงวันนี้”วิคการ์สวน
“อย่างนั้นหรือ”แดเนียลทำหน้าเฉไฉ “โอ พ่อว่าพ่ออยากลองชิมอาหารฝีมือลูกดูหลังจากกลับออกมาจากป่าเอาเป็สตูเนื้อแห้งดีไหม เราน่าจะยังมีเนื้อกวางตากแห้งเหลืออยู่ หวังว่ากลิ่นของมันจะไม่ทำให้เ้าแซ็กวิ่งหนีไปนะ...ทำตามที่แม่บอกแล้วทุกอย่างจะดีเองวิคการ์” แดเนียลหยิบคันธนูพาดบ่าแล้วเดินจากไปอย่างกระฉับกระเฉง
ทุกอย่างจะดีเองวิคการ์
เสียงของแดเนียลดังก้องอยู่ในหัววิคการ์หลายครั้งก่อนที่ร่างไร้ิญญาของเขาจะปรากฏขึ้นต่อหน้า เพื่อตอกย้ำว่าเด็กชายเพียงตกอยู่ในภวังค์
“พ่อ! ” วิคการ์สะดุ้งตื่นพลางถลึงตา และหายใจเหนื่อยหอบ
“ฝันถึงพ่อหรือ”เดียนาถามขณะยืนจ้องพี่ชายที่เอนกายพิงต้นโอ้ค เพื่อพักเหนื่อยใน่บ่ายคล้อยที่มีแดดจัด
“ฝันถึงเราทุกคน”วิคการ์ตอบเสียงชืด “ในเช้าที่เ้าโวยวายจะออกไปล่าสัตว์ด้วย”
“ข้าทำให้เ้าอดออกไปล่าสัตว์”เดียนากล่าว
“ข้าทำตัวเอง” วิคการ์ตระหนัก “ข้าไม่ควรเยาะเย้ยเ้าทั้ง ๆ ที่เ้าไม่เคยมีโอกาสได้เลือก...ข้าขอโทษเดียนา” น้ำเสียงแ่เบาในท้ายประโยค
“รองเท้านี่มันใหญ่เกินไป”เดียนาบ่น ขณะเปิดแผลที่ถูกรองเท้าบูทสีน้ำตาลเก่าเขรอะกัดเหนือส้นเท้า
“มันเป็รองเท้าของเด็กผู้ชาย”วิคการ์กล่าวเสียงเรียบ “เดี๋ยวมันจะค่อย ๆพอดีขึ้นสำหรับเ้า แต่อีกไม่นานข้าคงต้องหาคู่ใหม่”เขาถูรองเท้าบูทสีเดียวกันที่ได้มาจากกระท่อมของไลลากับริกเคอร์เมื่อหลายวันก่อน
“เ้าคิดว่าเราถูกทวยเทพลงโทษเพราะบาปของข้าในวันนั้นหรือเปล่า” เดียนาถามเสียงสลด “เราจึงต้องเสียทุกคนที่เรารักไปและไม่เหลือแม้แต่บ้านให้ซุกหัวนอน”
“มันเป็บาปของข้าด้วย”วิคการ์กล่าว “ใช่ เรากำลังชดใช้มันอยู่
“ข้ากลัวว่าข้ากำลังจะกลายเป็เหมือนคนพวกนั้น วิคการ์” เดียนาพูดไม่เต็มเสียง “เป็คนในแบบที่เราเกลียดคนที่ทำลายผู้อื่นอย่างไม่รู้สึกผิด แล้วใช้พวกเขาเป็สะพานทอดไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำแรก ๆ ข้าก็รู้สึกสลดกับสิ่งที่ทำลงไป แต่หลังจากนั้นไม่นานข้ากลับไม่รู้สึกอะไรเลยไม่รู้สึกผิด ไม่เศร้าเสียใจ ไม่สะอิดสะเอียน และที่เลวร้ายกว่านั้นคือการที่ข้าคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปมันถูกต้องแล้ว” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง เช่นเดียวกับวิคการ์ที่รับฟังอย่างครุ่นคิด “ใบหน้าของคนที่ถูกเราฆ่าล่องลอยหลอกหลอนข้าตลอดเลยวิคการ์ เ้าเห็นพวกเขาบ้างไหมพวกเขาทุกคนเลย”
“ใช่ บางครั้ง...ตอนที่ข้าหลับตา ไม่สิ ทุกครั้งต่างหาก” เขายอมรับ “เ้ากลัวหรือเปล่าเดียนา”
“ไม่! ” เดียนาตอบเสียงเย็น “ข้าไม่รู้สึกว่าข้ากลัวอะไรอีกแล้วนอกจากใจตัวเอง”
สายลมเย็นเยียบพัดหวิวผ่านหลังหูของวิคการ์ก่อนที่เด็กชายจะลุกพรวดจากโคนต้นโอ้คใหญ่ แล้วปามีดสั้นที่ถูกตีขึ้นจากรำริด ใส่หนูตัวเขื่องที่โผล่หัวขึ้นมาจากโพลงดินใกล้ๆ
“คืนนี้ข้าไม่ต้องทนนอนฟังเสียงท้องเ้าร้องแล้วทีนี้ก็เหลือแค่หาที่พัก”
วิคการ์ชูหนูนาขนสีน้ำตาลชุ่มเืให้เดียนาดูอย่างภาคภูมิใจ หน้าตาเ้าน่าเกลียดเ้าหนู หวังว่าเมื่อถูกชำระด้วยเปลวไฟ เ้าจะน่ารักขึ้นมาบ้าง เขาคิด
“แม่ ข้าขอไปเล่นกับเฟรย์นะ”เดียนาะโบอกขณะฝึกปาหอกไม้ใส่ดอกทานตะวัน
“ห้ามออกจากหมู่บ้านนะ เดียนา”แคทเทรียะโตอบออกมาจากเรือนไม้ แต่ไม่มีการตกปากรับคำใด ๆ จากเดียนา
“ตามไปดูน้องหน่อยวิคการ์”แคทเทรียออกคำสั่ง
“แต่ข้า...”
“ไปดูอย่าให้นางก่อเื่อะไรอีก มิเช่นนั้นความผิดทั้งหมดจะตกอยู่กับเ้า” เธอพูดเสียงเด็ดขาด
“ขอรับ”วิคการ์ตอบอย่างเสียอารมณ์
“เฟรย์” เดียนาะโเรียกเพื่อนสนิทของเธออย่างกระตือรือร้น“อยู่บ้านหรือเปล่า ไปล่าสัตว์กัน”
“เ้าจะไปล่าสัตว์จริงหรือ”เด็กชายผมดำผิวซีดคนหนึ่งโผล่หน้ามาทางช่องหน้าต่างเล็ก ๆ พลางทำตาโต
“ใช่” เดียนาไม่ปิดบัง “ข้าแอบได้ยินเจนพูดกับแม่ข้าว่ากอยเนอเจอหมูป่าตรงลำธารทางใต้แต่ยังไม่มีใครไปจัดการมัน เฟรย์อยู่ไหน เฟราน”
“นางไปช่วยพ่อกับแม่ข้าเตรียมดินในทุ่ง คงจะเย็น ๆ โน่นแหละถึงจะกลับ”
เดียนาฉายแววตาผิดหวัง “แล้วทำไมเ้าถึงอยู่นี่คนเดียว”
“ข้าไม่ได้อยู่คนเดียว ยายข้าไม่สบายนิดหน่อยน่ะ” เฟรานวัยเจ็ดขวบเหล่ตาไปยังหญิงชราผมหงอกที่นอนหลับอยู่ในเรือนไม้เก่าแก่“พวกเขาให้ข้าเฝ้านางไว้ เพราะข้าวิ่งเร็วเหมือนม้าถ้านางอาการแย่ลงข้าจะได้วิ่งไปตามผู้เยียวยาได้ทันการณ์”
“ขอให้สนุกกับการเฝ้าไข้คนแก่นะ เ้าม้า” เดียนายิ้มอย่างละเหี่ยใจ ก่อนยกเท้าขึ้นจากพื้น
“แม่สั่งห้ามเ้าออกจากหมู่บ้านนะ เดียนา” วิคการ์กระโจนออกมาจากหลังต้นแอปเปิลชรา
“นี่เ้าแอบตามข้ามาหรือ วิคการ์”เดียนาเป่าปากอย่างหมดอารมณ์
“ถ้าไม่แอบก็คงไม่รู้ว่าเ้าตั้งใจจะทำอะไร จริงไหมและเ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ แต่แม่สั่งให้ข้าตามมาดูเ้า ข้าไม่ได้อยากจะมาเอง”
“ก็เห็นแล้วนี่ ทีนี้ก็กลับไปได้แล้ว”
“ข้าจะกลับก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าเ้าจะไม่ทำให้ข้าเดือดร้อนน้องสาว”
“แล้วจะอย่างไร”เดียนาตวัดเสียงแหลม “เ้าจะใช้กำลังบังคับให้ข้ากลับบ้านหรือ”
สีหน้าของวิคการ์เริ่มแดงกล่ำ “ทำไมเ้าถึงพูดอย่างกับข้าเคยทำอย่างนั้น”
เดียนาเฉไฉไม่ตอบ “ข้าจะออกไปล่าหมูป่าและเ้าห้ามข้าไม่ได้”
“แค่หอกไม้ทำอะไรมันไม่ได้หรอกเดียนา” วิคการ์พูดกลั้วหัวเราะ
“ข้าเชื่อว่าเ้าทำไม่ได้”เดียนาพูดยียวนอย่างนิ่มนวล ก่อนเดินจากไปโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของวิคการ์
“เดี๋ยว! เดี๋ยว เดียนา” เฟรานะโลงมาจากหน้าต่างบานเล็ก “ข้าขอไปด้วย” เด็กชายตัวเล็กพูดอย่างเร่งร้อน
เดียนาหมุนตัวขวับกลับมาจนชายกระโปรงตีเป็วง “แล้วยายเ้าล่ะ”
“นางไม่เป็ไรหรอก”เด็กชายผิวซีดพูดด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ “ไม่มีไข้มาหลายชั่วโมงแล้วแค่ปล่อยให้นางนอนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็คงดีขึ้น อีกอย่างลำธารก็อยู่ใกล้แค่นี้เองเราคงไปไม่นานหรอก...ใช่ไหม ความเร็วของข้าไล่จัดการเ้าหมูป่านั่นได้ในพริบตาแน่” เขาคุยโว
“ก็ได้ เฟราน” เดียนาตกลง “บางทีเ้าอาจเป็อีกคนที่ล้มหมูป่าได้โดยไม่ต้องพึ่งหอกสำริดหรือธนูหิน” เดียนาเหน็บแนมวิคการ์อย่างแยบยลก่อนที่เธอจะจ้ำอ้าวจากไปโดยมีเฟรานวิ่งแจ้นตามไปติด ๆ
วิคการ์ไร้ทางเลือกใด ๆนอกเหนือจากการตามมาดูแลน้องสาวซึ่งเขามิได้เต็มใจมาั้แ่แรก หากแต่เพราะอาจไม่ทันการณ์หากเกิดอันตรายขึ้นกับเดียนาขณะที่เขามัวเสียเวลากลับบ้านไปแจ้งข่าวกับแม่ก่อน “ความหวังที่เ้าจะได้ไปล่าสัตว์กับพ่อจบสิ้นแล้วนางเด็กหญิง” เขาพึมพำ ก่อนไถลตัวลงจากเนินดินลาดชันซึ่งมีใบไม้แห้งที่ตกลงมาทับถมบนหน้าดินช่วยในการลื่นไถลเพื่อมุ่งลงไปสู่ลำธารน้ำใสเบื้องหน้าที่ประดับประดาด้วยโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายอยู่ใต้ตะใคร่น้ำสีเขียวเดียนากับเฟรานหัวเราะสลับะโโหวกเหวกอย่างสนุกสนานขณะที่วิคการ์ก็ยอมรับกับตัวเองว่านี่คือความตื่นเต้นจากการผจญภัยในแบบที่เขาไม่เคยได้ััเมื่อครั้งที่มีพ่อของเขาคอยเฝ้าระวังภัยให้
“นี่ใช่รอยเท้าพวกมันหรือเปล่า”เฟรานบอกอย่างตื่นตลึงเมื่อะโไปเจอรอยเท้าเล็ก ๆ บนปลักโคลน “มีหมูป่าอยู่ที่นี่จริง ๆ เดียนา”
วิคการ์สังเกตเห็นว่ามันคือรอยเท้าสดใหม่ของหมูป่าที่มีขนาดใหญ่มากตัวหนึ่งกับรอยเท้าเล็ก ๆ อีกสามรอยที่เดินเป๋ไปมาอยู่ใกล้ ๆ กัน “หมูป่าแม่ลูกอ่อน เราไม่ควรไปยุ่งกับพวกมัน” วิคการ์บอกอย่างกังวล
“เห็นไหม ข้าบอกเ้าแล้ว”เดียนาโว พลางพุ่งตัวออกจากปลักโคลนอย่างรวดเร็ว “มีอะไรก็ไม่รู้อยู่ตรงนั้น” เธอชี้ไปทางพงหญ้าเขียวชอุ่มรกทึบใกล้กับลำธารที่ยินเสียงสายน้ำไหลเอื่อยและคลื่นน้ำเป็ระรอก ๆ กระทบกับต้นมะเดื่อเน่าผุที่หักโค่นลงมาขวางกลางลำธาร
เด็กหญิงแหวกกอหญ้าออกช้า ๆ จนเผยให้เห็นสิ่งที่เธอกำลังตามหาแต่น่าเศร้าที่มันไม่ใช่หมูป่าโตเต็มวัย หากแต่เป็ ลูกหมูสามตัวที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าฟักทองสามลูก มันกำลังพยักพเยิดหัวที่อ่อนแรงจนใกล้สิ้นลมของพวกมันอย่างแ่ช้าเพื่อให้พ้นจากบ่อโคลนดูดที่กำลังสูบพวกมันทั้งสามลงไป
“พวกมันไม่รอดแล้ว กลับกันเถอะ”วิคการ์กล่าวเสียงเรียบ ก่อนถอยหลังกลับช้า ๆ หลังจากดึงลูกหมูสีน้ำตาลแถบดำสามตัวขึ้นมาจากโคลนดูดแล้วเห็นว่ามันนอนแน่นิ่ง ไม่ไหวติง และหายใจรวยริน
เสียงกรีดร้องแหลมแสบหูของลูกหมูตัวหนึ่งดังขึ้นฉับพลัน!