ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 140 หมาป่าเลี้ยงไม่เชื่องตัวจริง

            หลิวชุนฮวารู้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยกำลังสวมหมวกสองใบอย่างการไม่กตัญญูและพยายามฆ่าให้เธอ แต่เธอเองก็ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่สนใจเธออีกต่อไป เรียกชาวบ้านและอาหญิงเล็กมาช่วยกันประคองหยางหว่านซิ่วกลับเข้าห้อง ชาวบ้านที่อยู่ข้างนอกไม่มีใครสนใจหลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วแม้แต่คนเดียว

            ลุงคนหนึ่งของตระกูลจิ่งมองจิ่งเจี้ยนกั๋วด้วยความผิดหวังอย่างมาก “แม่แกถูกเมียแกทำร้าย แต่แกกลับไม่พูดอะไรเลย จิ่งเจี้ยนกั๋ว แกทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ!”

            “พวกแกบอกว่าจิ่งเยี่ยนกุยเป็นคนเนรคุณ แต่ฉันว่าคนที่เนรคุณตัวจริงก็คือพวกแกนั่นแหละ!”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองมือซ้ายที่ขาดถึงข้อมือ เขารู้สึกน้อยใจอยู่ในใจ เห็นได้ชัดว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บคือเขา คนที่ต้องใช้ชีวิตลำบากในภายหน้าก็คือเขา ทำไมคนพวกนี้ถึงยังมาตำหนิเขาอีก?

            ถ้าเป็นไปได้ เขาก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เหมือนกัน! พ่อแม่ของเขาให้กำเนิดเขามา แต่พอเขาตกอยู่ในความยากลำบาก พวกเขากลับไม่คิดจะช่วยแบ่งเบาภาระเขาเลยแม้แต่น้อย

            แล้วยังมีเด็กที่เก็บมาเลี้ยงคนนั้นอีก ช่างเป็นหมาป่าที่เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ เขาเลี้ยงเธอมาจนโต ตอนนี้เธอหาเงินได้แล้ว กลับไม่ยอมเอาเงินมาให้เขาใช้!

            เขาครุ่นคิดไปมา ก็รู้สึกว่าหลิวชุนฮวาพูดถูก บนโลกนี้มีแค่เมียของเขาที่ดีกับเขาที่สุด คอยเป็นห่วงเป็นใยเขา คอยแบ่งเบาภาระให้เขา เมื่อเมียของเขาดีกับเขาขนาดนี้ แน่นอนว่าเขาต้องดีกับเมียของเขาให้มากขึ้น

            จิ่งเจี้ยนกั๋วรู้ว่าวันนี้ถ้ายังทะเลาะกันต่อไปเขาคงไม่ได้อะไรกลับมา ก็เลยจำใจต้องกลับบ้านกับหลิวชุนฮวา

            หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลิวชุนฮวายังคงโกรธเคืองกับเรื่องที่เกิดขึ้น วันนี้เธอคิดทบทวนดูแล้วก็รู้สึกว่า ถ้าไม่มีจิ่งเยี่ยนกุยเข้ามาแทรก เธอต้องทำสำเร็จแน่นอน จิ่งเยี่ยนกุยคนนี้ น่ารำคาญจริงๆ!

            เธอหันไปถามจิ่งหลิวหยางและจิ่งชิวหง “หาเงินเจอไหม?”

            วันนี้พวกเขาแยกกันไปสองทาง เธอและจิ่งเจี้ยนกั๋วไปบังคับหยางหว่านซิ่วให้เลี้ยงดูพวกเขา ส่วนจิ่งหลิวหยางและจิ่งชิวหงใช้โอกาสในความโกลาหลนี้ไปค้นหาเงินที่บ้านเก่า

             ถึงแม้วันนี้จะไม่สามารถบังคับให้หยางหว่านซิ่วเลี้ยงดูพวกเขาได้ อย่างน้อยก็ยังมีเงินใช้

            จิ่งหลิวหยางยื่นห่อผ้าสีน้ำเงินออกมา ในนั้นมีเงินปึกใหญ่ หนาเป็นตั้ง มีถึงร้อยกว่าใบ เขาพูดอย่างภูมิใจ “แม่ ผมเก่งไหมล่ะ!”

            นอกจากจิ่งเจี้ยนกั๋วที่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้ตอนที่กลับมาจากทำงานในเมือง คนในตระกูลจิ่งก็ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน หลิวชุนฮวาตาโต นับเงินอย่างดีใจ รวมแล้วมีหนึ่งพันหนึ่งร้อยหกสิบสามหยวน กับอีกแปดสิบหกเฟิน

            พอนับเสร็จเธอก็เริ่มสบถด่าออกมา “ไอ้แก่สองคนนั้นปากบอกไม่มีเงิน แต่แอบเก็บไว้เยอะขนาดนี้!”

            เมื่อก่อนเธอจะไม่ด่าจิ่งจงอี้และหยางหว่านซิ่วต่อหน้าจิ่งเจี้ยนกั๋ว แต่ตอนนี้จิ่งเจี้ยนกั๋วเป็นคนพิการไปแล้ว แถมเมื่อคืนก็ยังทะเลาะกัน ทำให้เธอไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรต่อหน้าจิ่งเจี้ยนกั๋วอีกต่อไป

            จิ่งเจี้ยนกั๋วเองก็ไม่คิดว่าเธอจะให้จิ่งหลิวหยางและจิ่งชิวหงฉวยโอกาสไปขโมยเงินที่บ้านเก่า เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยถูกต้อง จึงพูดเบาๆ ว่า “ทำแบบนี้จะไม่ดีหรือเปล่า?”

            “มีอะไรไม่ดี?” น้ำเสียงของหลิวชุนฮวาเจือปนไปด้วยความสะอื้น “ตอนนี้มือแกพิการไปแล้ว ต่อไปก็ออกไปทำงานหาเลี้ยงพวกเราไม่ได้ อย่าว่าแต่หาเงินให้หลิวหยางใช้จ่ายเลย ต่อไปแค่ชีวิตความเป็นอยู่ก็คงจะเป็นปัญหาแล้ว”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วหดคอแล้วพูดว่า “ที่ผ่านมาพวกเราก็เก็บเงินได้บ้าง ยังพอใช้ได้อีกระยะหนึ่ง”

            “แกไม่เคยจัดการเรื่องในบ้านถึงไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายมันเยอะแค่ไหน!” หลิวชุนฮวาพูดเสียงดังขึ้น “เงินที่แกหามาได้ก่อนหน้านี้ พอหักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว มันแทบไม่เหลืออะไรเลย ปีนี้เสี่ยวเยวี่ยไปเรียนในเมือง ค่าใช้จ่ายก็สูงมาก!”

            “ชิวหงกับหลิวหยางก็ยังเรียนอยู่ นั่นก็เป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น! แถมตอนนี้แกก็มือบาดเจ็บ ยังต้องหาอะไรบำรุงให้แกอีก ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น!”

            เธอพูดถึงตรงนี้ก็ร้องไห้ออกมาอีก “ฉันมันน่าสงสารจริงๆ เมื่อก่อนฉันก็เป็นดอกไม้ประจำหมู่บ้าน หนุ่มๆ หลายคนอยากจะแต่งงานกับฉัน แต่ฉันกลับเลือกแกที่ไม่เอาไหนคนนี้! ที่ผ่านมาฉันต้องทนกับอะไรมาบ้าง!”

            พอเธอพูดแบบนี้ จิ่งเจี้ยนกั๋วก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ก้มหน้าเงียบ ถือว่ายอมรับเรื่องนี้โดยปริยาย

            หลิวชุนฮวาเห็นท่าทางแบบนั้นของเขาก็รู้สึกภูมิใจเล็กๆ แต่ก็พูดว่า “ที่ฉันทำทั้งหมดนี้ ก็เพื่อแก เพื่อครอบครัวนี้ทั้งนั้น!”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วพูดเบาๆ ว่า “ฉันรู้”

            หลิวชุนฮวามองกองเงินแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าพ่อกับแม่จะยังมีเงินเหลืออยู่อีกนิดหน่อยแต่ ยังไงก็ปล่อยให้พวกเขายกเงินให้จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้ ต้องหาทางเอาเงินมาให้ได้”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วอดไม่ได้ที่จะพูด “ฉันว่าท่าทีของพ่อกับแม่ในวันนี้แข็งกร้าวมาก พวกเขาคงไม่ยอมแน่”

            “เรื่องนี้พวกเขาจะยอมหรือไม่ยอมก็ไม่เกี่ยว” หลิวชุนฮวาพูดด้วยความโกรธแค้น “ถ้าพวกเขาไม่ยอม เราก็ไปก่อกวนทุกวัน”

            แล้วทำเหมือนกับวันนี้ ให้จิ่งหลิวหยางและจิ่งชิวหงไปขโมยเงินมาด้วย

            จิ่งเจี้ยนกั๋วอึ้งไป หลิวชุนฮวารู้สึกภูมิใจกับแผนการอันรอบคอบของตัวเอง แล้วก็ยังพูดเสริมว่า “เรื่องนี้พวกเขาจะยอมหรือไม่ยอมก็ไม่เกี่ยว ถ้าก่อกวนบ่อยๆ พวกเขาก็ต้องยอมเอง”

            ในความคิดของเธอ หลักการในการจัดการเรื่องต่างๆ คือ “คนเราถ้าไม่เห็นแก่ตัว ฟ้าดินจะลงโทษ” เมื่อก่อนเธอยังห่วงชื่อเสียงของตัวเอง ยังต้องแกล้งทำดีในหมู่บ้าน แต่ช่วงหลังมานี้ชื่อเสียงของเธอเสื่อมเสีย ถูกคนในหมู่บ้านพูดจาใส่ร้ายต่างๆ นานา ทำให้เธอขี้เกียจที่จะแกล้งทำดีอีกต่อไป

            ในดวงตาของจิ่งเจี้ยนกั๋วมีความสับสนเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะคิดว่าหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้ไม่ควรปล่อยปละละเลยเขา แต่เขาก็รู้สึกว่าการไปก่อกวนที่บ้านเก่าทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี

            หลิวชุนฮวาคิดเรื่องนี้ไว้หมดแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกหิวเล็กน้อย ก็เลยบอกจิ่งชิวหงว่า “ไปทำกับข้าวได้แล้ว! พ่อแกมีแผล ห้ามใส่พริกนะ ทำรสชาติจืดๆ หน่อย”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสบายใจ เมียของเขาดีกับเขาที่สุดในโลกแล้วจริงๆ เขาจึงพูดกับจิ่งชิวหงว่า “รีบไปทำกับข้าวเร็ว แม่แกหิวแล้ว”

            จิ่งชิวหงมองพ่อแม่ด้วยสีหน้าซับซ้อน แล้วเม้มริมฝีปากเบาๆ เธออายุยังน้อย แต่ที่ผ่านมาสถานการณ์ในบ้านเป็นอย่างไร เธอก็พอจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว

            เมื่อก่อนงานบ้านทั้งหมดเป็นหน้าที่รับผิดชอบของจิ่งเยี่ยนกุย แต่หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยออกจากบ้านไปแล้ว จิ่งชิวหงก็ยังขาเจ็บ งานทั้งหมดจึงตกเป็นหน้าที่ของจิ่งเสี่ยวเยวี่ย ตอนนี้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยไปเรียนหนังสือที่เมืองและพักอยู่ที่โรงเรียน ทำให้งานบ้านทั้งหมดตกเป็นหน้าที่ของเธอ

            ส่วนหลิวชุนฮวาแทบจะไม่ทำอะไรเลย หน้าร้อนก็จะระวังไม่ให้โดนแดด หน้าหนาวก็จะต้องทาครีมบำรุงผิวหน้าทุกวัน ผิวพรรณของเธอจึงดูดีกว่าผู้หญิงวัยเดียวกันในหมู่บ้านอย่างน้อยสิบปี

            จิ่งชิวหงรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้เมื่อไหร่จะจบเสียที เธอตั้งใจไว้ว่าครั้งนี้เธอจะต้องสอบเข้าโรงเรียนในเมืองให้ได้ แบบนั้นจะได้ไม่ต้องกลับมาทำงานบ้านทุกวัน

            หลิวชุนฮวาเห็นจิ่งชิวหงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน ก็ร้องด่า “ยืนเซ่ออะไรอยู่ รีบไปก่อไฟเร็ว”

            หลังจากพูดจบหลิวชุนฮวาก็อดไม่ได้ที่จะพูดเสริมว่า “ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง สู้จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่ได้!”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908