บทที่ 23: ลูกสมุนแห่งนางเทวีอสูรฯ (The Minion of Evil Goddess)
ทางด้านนางเทวีอสูรฯ ก็ได้กลับมายังพระราชวังในแดนปรภพ พร้อมกับฮาชิฮิเมะที่อยู่ในร่างมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกสมุนของนาง และได้พบกับเหล่าลูกสมุนตนที่เหลือในร่างมนุษย์รอต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของนางเทวีอสูรฯ“ท่านอิซานามิ ข้ารอท่านมานานเหลือเกิน” ลูกสมุนตนแรกที่กล่าวต้อนรับนางเทวีอสูรฯ ก็คือชูเท็นโดจิ จอมทัพแห่งพญาอสูร“ในที่สุดท่านอิซานามิก็กลับมา พวกข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”คิโดวมารุ กระทิงแห่งไฟพยาบาทกล่าวต้อนรับเป็นตนที่สอง“จะกี่ร้อยกี่พันปี ข้าก็ต้องกลับมา” นางเทวีอสูรฯ กล่าวกับลูกสมุนของนางทุกตน“พวกข้าไม่เคยสิ้นหวังที่จะได้พบกับท่านอิซานามิ ดังนั้น พวกข้าถึงได้รอคอยท่านจนถึงทุกวันนี้ขอรับ”อุวาบามิ เพชฌฆาตแห่งอสรพิษเป็นลูกสมุนตนที่สามที่กล่าวต้อนรับนางเทวีอสูรฯ“พวกข้าขอต้อนรับการกลับมาอีกครั้ง ท่านอิซานามิ” เรียวเมน สุคุนะ อสูรปรปักษ์แห่งราชสำนัก เป็นลูกสมุนตนที่สี่ที่กล่าวต้อนรับการกลับสู่พระราชวังแดนปรโลกอีกครั้งของนางเทวีอสูรฯ หลังจากที่นางเทวีอสูรฯ ถูกพันธนาการโดยเจ้าหญิงฮิเมรากิมานานกว่าหลายร้อยปี“ในที่สุดเจ้าก็กลับมาอีกจนได้ นางเทวีอสูรฯ อิซานามิ” เสียงเดินรองเท้าคัทชูนั้นดังขึ้นชายปริศนาวัยกลางคนผู้หนึ่งค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาหานางเทวีอสูรฯ อย่างช้าๆ ชายผู้นั้นมีผมหยักโศกสีดำยาวสลวยที่ดูเซอร์ๆ ที่มีกลิ่นอายแบบชาวร็อคนิดๆ ไว้หนวดเคราหน่อยๆ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงสแล็คขายาวสีขาว และรองเท้าคัทชูสีน้ำตาลมันวาว ผูกด้วยเน็คไทสีฟ้า สวมทับอีกชั้นด้วยเสื้อสูทหนังสีดำ ตามด้วยหมวกฟีโดร่าสีขาวแถบดำ ซึ่งอาภรณ์ทุกชิ้นที่เขาสวมใส่นั้นล้วนมีราคาแพงทั้งหมด“เจ้ามาที่นี่ทำไม” อิคาซุชิ นางอสุนีเทพแห่งโยมิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว“ไม่ใช่ว่าสิ้นใจไปแล้วหรือ”ฮาชิฮิเมะเอ่ยถามด้วยความรู้สึกราวกับอยากให้ชายที่อยู่ตรง หน้าหายไปจากโลกนี้ไปตลอดกาล ซึ่งแต่ไหนแต่ไรนั้น อิคาซุชิกับฮาชิฮิเมะต่างก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าของชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างแรง“อิคาซุชิ ฮาชิฮิเมะ” นางเทวีอสูรฯ เอ่ยขานนามของทั้งสองในเชิงห้ามปราม จนทั้งสองต่างก็ต้องสงบลงแต่โดยดี“ยังไงข้าก็ต้องขอบใจเจ้ามากนะ ที่ช่วยอุตส่าห์ชิงดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพมาคืนให้กับข้า ศาสตราจารย์ฟูจิวาระ ไม่สิ อาชิยะ โดมัน” นางเทวีอสูรฯ กล่าวขอบคุณโดมัน“ด้วยความยินดี นางเทวีอสูรฯ ยังไงซะ พวกเราต่างก็มีศัตรูคนเดียวกัน”“แต่น่าเสียดายยิ่งนัก ที่ดาบเจ็ดเขี้ยวของข้าในตอนนี้ ดันถูกสะกดพลังไว้โดยเจ้าหญิงฮิเมรากิ ทำให้ข้าไม่สามารถใช้พลังจากดาบเล่มนี้ได้เหมือนอย่างเมื่อก่อน ข้าจะต้องทำพิธีกรรมปลดปล่อยดาบเจ็ดเขี้ยวของข้า”“แล้วเจ้าจะทำยังไงหล่ะ”นางเทวีอสูรฯ ถึงแม้ไม่ตอบ แต่ใบหน้าของนางที่แสยะยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้ายนั้น เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า นางเทวีอสูรฯ นั้นรู้วิธีการปลดปล่อยพลังของดาบเจ็ดเขี้ยวของนางท่ามกลางท้องฟ้าในยามค่ำคืน ณ บ้านคฤหาสน์ตระกูลมัทสึไดระ อันเป็นบ้านเกิดของยูกินะและสึบากิที่ทั้งสวยงามตระการตาและใหญ่โตมโหฬารราวกับยกพระราชวังอันหรูหราจากยุโรปมาตั้งไว้ ณ แดนอาทิตย์อุทัย‘ช่างน่าสมเพศยิ่งนัก...นังเจ้าหญิงโอริฮิเมะ’‘ด้วยคำสาปแห่งข้า ข้าขอให้นางผู้นี้ จงกลายร่างเป็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หางร่างแทนของข้าบัดเดี๋ยวนี้’สักพัก สึบากิก็สะดุ้งตื่นขึ้นในกลางดึกในห้องนอนอันหรูหราภายในบ้านคฤหาสน์ สึบากิที่อยู่ในชุดนอนรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน มือเรียวงามนั้นพลางลูบไล้ที่แขนเรียวงามของตัวเองทั้งสองข้างด้วยความหวาดกลัว“มีอะไรเหรอ สึบากิจัง”ยูกินะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พลางลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนเดียวกัน“พี่ หนูฝันร้าย ฝันเห็นตัวเองกลายเป็นจิ้งจอก 9 หาง”“สึบากิจังเป็นคนดี ไม่มีสิ่งอื่นใดทำร้ายน้องสาวของพี่ได้”ยูกินะพยายามปลอบประโลม พลางยืนมือเรียวงามขึ้นลูบไล้ที่หัวอย่างนุ่มนวลและแผ่วเบา“แต่ถ้านางเทวีอสูรฯ อิซานามิ อยากให้หนูไปเป็นจิ้งจอก 9 หางร่างแทนของนางเทวีอสูรฯ จริงๆ หนูจะทำยังไง หนูไม่อยากเป็นจิ้งจอก 9 หาง หนูกลัว” สึบากิรู้สึกหวาดกลัวจนแทบตัวสั่น ยูกินะกอดปลอบสึบากิด้วยความอ่อนโยนอยู่ภายในห้องนอนหรูอันเงียบสงัดเช้าวันต่อมา ข่าวการพบเห็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หางออกอาละวาดในเมืองนั้นก็ได้ถูกเผยแพร่ตามสื่อโทรทัศน์ และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ“เกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายต่างๆ ในเขตยามาชินะ เมืองเกียวโต พบศพผู้คนกระจัดกระจายอยู่ตามริมถนนที่เกิดเหตุ ซึ่งบนถนนนั้นล้วนมีสภาพถูกแรงระเบิดจนเกิดเพลิงไหม้ในหลายๆ จุด อาคารโดยรอบเกิดความเสียหายยับเยินจากแรงระเบิดตามจุดต่างๆ มีศพบางรายถูกย่างสดอยู่ภายในรถที่เกิดไฟไหม้พลิกคว่ำจากเหตุระเบิด ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่เมืองเกียวโตได้เร่งส่งเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงหลายสิบกว่าลำเข้ามาช่วยดับไฟบนถนนตามสายต่างๆ ในหลายๆ จุด ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า พบสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับปีศาจจิ้งจอก 9 หางขนาดใหญ่ออกมาอาละวาดในเมืองยามาชิโนะ”ณ พื้นที่ราบสูงนาสุอันกว้างใหญ่ไพศาลในเมืองโทชิกิ มีเหล่าบรรดาผู้คนในท้องถิ่นและนักข่าวจำนวนมากต่างก็พากันเข้ามามุงดูซากก้อนหินเซสโชเซกิที่แตกกระจากอยู่ทั่วบริเวณของมัน“เกิดเหตุประหลาดที่ไม่คาดฝัน ผู้คนในท้องถิ่นได้มาพบซากก้อนหินเซสโชเซกิจำนวนมากแตกกระจายทั่วบริเวณที่ราบสูงนาสุในเมืองโทชิกิ สร้างความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวให้กับผู้คนจำนวนมากที่ได้พบเห็น อันเนื่องมาจากก้อนหินเซสโชเซกินั้น เชื่อว่าเป็นก้อนหินที่พันธนาการร่างของพญาจิ้งจอก 9 หางไว้ โดยเจ้าหญิงฮิเมรากิเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อน”ไม่ใช่แค่ข่าวการอาละวาดของพญาจิ้งจอก 9 หางในเมืองเกียวโตเท่านั้นที่ถูกเผยแพร่ ข่าวการแตกกระจายของก้อนหินเซสโชเซกินั้นก็ถูกเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ด้วยเช่นกัน“งานเข้าแล้ว มันต้องใช่แน่ๆ เลย นางเทวีอสูรแห่งพญาจิ้งจอก 9 หางถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว คิวบิ โนะ โยโกะ อิซานามิถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว”“หรือว่าจะเป็นอาเพศ นางเทวีอสูรฯ ถึงได้ถูกปลดปล่อยออกมาแบบนี้ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้านเมืองเราหล่ะเนี่ย”หลังจากที่สื่อข่าวถูกเผยแพร่ออกไปนั้น เหล่าบรรดาผู้คนทั้งประเทศต่างก็พากันตื่นตระหนก และหวาดกลัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาวเมืองเกียวโตที่เป็นทายาทในบรรพบุรุษชนเผ่าวาภายในร้านกาแฟหรูที่บ้านทาวน์โฮมของยูโตะในใจกลางกรุงฯ ยูโตะเดินออกจากห้องลงไปที่ชั้นล่างด้วยความเร่งรีบ พลางคุยโทรศัพท์ผ่านเฟสคอล“รุ่นพี่เอย์จิช่วยประสานงานเรื่องรถไว้ให้แล้ว เดี๋ยวไปเจอกันที่สถานีรถไฟโตเกียวในเมืองชิโยดะเลยนะครับรุ่นพี่นัทสึมิ รุ่นพี่คาริน...”“ส่วนเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับก้อนหินเซสโชเซกิ และก็นางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่เป็นตำนานพื้นบ้านของชนเผ่าวาในเกียวโตนั่น สึคาสะกับวาตารุได้พยายามรวบรวมข้อมูลและก็ช่วยปริ้นท์ไว้ให้แล้วครับ...โอเคครับ ได้ครับ เดี๋ยวเจอกันครับ”ยูโตะรีบกดวางสาย ก่อนที่จะเปิดประตูชั้นล่างและเดินออกมา“ทำไมวันนี้ดูรีบจังเลยคะพี่” คานาเมะเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติตัวเขาเองก็ไม่เคยรีบร้อนอะไรมากมายนัก นอกจากจะมีเรื่องที่สำคัญมากจริงๆ ยูโตะรีบเดินออกจากบ้านไปยังพื้นที่ตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว“เรื่องด่วนหน่ะ ตอนนี้นักข่าวทุกสำนักกำลังมุ่งหน้าไปที่จังหวัดเกียวโตกับจังหวัดโทชิกิกันไปหมด พี่เลยต้องขึ้นรถไฟชินกันเซ็นเดินทางไปถึงที่นั่น เพื่อที่จะไปทำข่าวเกี่ยวกับก้อนหินเซสโชเซกิในบนราบสูงนาสุที่ได้แตกกระจายออกมา และก็ข่าวที่เมืองยามาชินะถูกสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับปีศาจจิ้งจอก 9 หางอาละวาดเมื่อคืน จนทำให้เมืองได้รับความเสียหาย และมีผู้คนในเมืองเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก”“โห อย่างนั้นเลยเหรอคะพี่ชาย นี่หนูไม่รู้เรื่องเลยนะเนี่ย ที่ผ่านมาหนูก็เอาแต่ให้บริการลูกค้า จนไม่ได้รับรู้ข่าวสารอะไรเลย”“อย่าคิดมากไปเลยน่า คานาเมะ” มือหนาของยูโตะนั้นพลางลูบหัวคานาเมะอย่างเอ็นดู“ต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ” ยูโตะกล่าวคำร่ำลา ก่อนที่จะรีบเดินออกมาที่หน้าร้านกาแฟในบ้านทาวน์โฮม เพื่อที่จะรอพวกสึคาสะขับรถมารับเขาที่หน้าบ้าน