กิจธรใช้เวลาทั้งหมดดูแลพิมพ์วลัญช์ เพราะอยากไถ่บาปที่ตนเองได้กระทำไว้หากหล่อนฟื้นขึ้นมา เขามีถ้อยคำมากมายอยากบอก อยากให้หล่อนอภัยอีกครั้งที่เขามายืนในห้องนี้มองดูคนป่วย เฝ้ารอเวลาแห่งปาฏิหาริย์ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นคนป่วยเริ่มตอบสนองด้วยการขยับนิ้วเขาตามหมอเจ้าของไข้แล้วติดต่อถึงธานต์เมธาในทันที
หมอเข้ามาทำการตรวจ ไม่นานคนป่วยลืมตาขึ้นมาแล้วกวาดตามองรอบๆ อาการปวดร้าวตามร่างกายยังมากอยู่หล่อนร้องขอน้ำกิจธรจัดการให้เรียบร้อย แล้วกดปุ่มยกเตียงให้อยู่ในท่านั่งพิมพ์วลัญช์ผ่อนลมหายใจเบ้หน้าในบางครั้ง แล้วสบตากับหมอซึ่งยืนมองอยู่
“คุณพิมพ์ คุณเป็นยังไงบ้าง”
หล่อนเงียบไม่ตอบ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรสมองมันยังสับสน
“คุณคงโกรธผมมาก ผมขอโทษ” แววตาเขาหม่นลง
“เปล่า” หล่อนตอบแค่นั้น แล้วเมินมองทางอื่น
กิจธรระบายลมหายใจ หันหลังกลับออกมาจากห้องเวลานี้หล่อนคงไม่อยากพูดอะไรกับเขา ยกโทรศัพท์ติดต่อหาคนที่หล่อนอยากเจอ
“คุณธานต์ ภรรยาคุณฟื้นแล้ว”หมอหนุ่มบอก
“จริงเหรอ เดี๋ยวผมไป ละ..แล้วผมต้องเตรียมอะไรไปบ้าง!”เขาถามเสียงสั่น
“คุณมาดูภรรยาคุณก่อนดีกว่า ขับรถมาดีๆ นะครับไม่ต้องตื่นเต้นมาก”
“ครับๆ”
ชายหนุ่มรีบทะยานรถออกไปทันทีหัวใจเขากำลังเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อได้รับข่าวดี ถึงหน้าโรงพยาบาลสองเท้ารีบวิ่งเข้ามาเขาหยุดเท้า จ้องมองร่างบางที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
“พิมพ์...”เรียกชื่อหญิงสาวเบาๆ
พิมพ์วลัญช์หันมาจ้องมองเขานิ่ง น้ำใสๆเอ่อล้นออกมาจากดวงตา หล่อนไม่คิดว่าตนเองจะฟื้นขึ้นมาพบเขาอีกแล้วร่างสูงรีบเดินเข้าไปโอบกอดภรรยาไว้แน่น
“ผมขอโทษพิมพ์”
หล่อนสะอื้นออกมาด้วยความรู้สึกหลากหลายกิจธรมองภาพนั้นถอนหายใจออกมาและเดินเลี่ยงออกมาจากห้องหมอหนุ่มหยุดยืนเมื่อเห็นน้องสาวกำลังยืนนิ่งอยู่ด้านนอกห้อง
“นภา...”กิจธรเรียกชื่อน้องสาวเสียงเบา
นภาลักษณ์กลืนก้อนสะอื้นยิ้มออกมาให้กับพี่ชายที่เหตุการณ์ทุกอย่างจบลงด้วยดี หล่อนรักเขาและที่ทำไปทุกอย่างก็เพราะว่าหล่อนถูกเขาปล่อยให้เหงาชีวิตของหล่อนถูกคนหมางเมินและต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด จนกระทั่งได้พบกับเขาแม้ว่าในตอนแรกหล่อนตั้งใจจะกอบโกยเงินจากเขาและต้องการควงเขาออกหน้าออกตาแต่สุดท้ายแล้วหล่อนก็รักเขาจนได้ และเมื่อมาถึงจุดสิ้นสุดหล่อนก็คิดว่าจะทำใจได้แต่ไม่ใช่เลย ทุกครั้งที่ได้เห็นได้ยินข่าวของเขามันก็มักจะทำให้ใจเต้นระรัวด้วยความอิจฉาผู้หญิงคนนั้น
แต่เวลานี้หล่อนคงไม่เหงาอีกแล้วเพราะตอนนี้มีพี่ชายที่อยู่เคียงข้างและลูกน้อยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อแต่หล่อนจะเลี้ยงเขาให้ดี เพื่อที่เขาจะได้ไม่ผิดพลาดในชีวิตเช่นเดียวกับหล่อน
“ไปกันเถอะค่ะพี่กิจ เราทำสำเร็จแล้ว!”นภาลักษณ์บอกพี่ชายเสียงเบา
กิจธรรั้งน้องสาวเข้ามากอดก่อนจะลูบแผ่นหลังเบาๆเพื่อปลอบประโลมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังไงเขาก็จะไม่มีวันทิ้งน้องสาวของเขาไปอีกแล้ว
ธานต์เมธาคลายอ้อมกอดจากหญิงสาวกุมมือพร้อมกับสอบถามอาการ
“พิมพ์คุณเป็นยังไงบ้างยังปวดหัวไหม?”ถามเสียงสั่น
“ไม่ค่ะ พิมพ์สบายดี”
“ผมขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากนะรู้ไหม”
“รู้ค่ะเพราะในความฝันพิมพ์มักจะได้ยินเสียงคุณเสมอ....”หญิงสาวบอกเขาเสียงเครือ
พิมพ์วลัญช์กลืนก้อนสะอื้นกลั้นใจถามเขาหล่อนเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาและหวังว่ามันคงจะเป็นไปในทางที่ดี
“ลูกของเรายังอยู่ใช่ไหมคะ?”ถามเขาเสียงเครือ
“ลูกของเรา ยังอยู่กับเรานะพิมพ์....”
ยกมือลูบท้องเบาๆหล่อนเฝ้าคิดและถามตัวเองขณะที่ฟื้นมาว่าลูกยังอยู่ไหมแต่เวลานี้หล่อนดีใจเหลือเกินที่ลูกยังมีชีวิตอยู่
กัลญณัฐวิ่งกระหืดกระหอบพร้อมกับนายตำรวจหนุ่มเข้ามาภายในห้องรีบวิ่งตรงไปหาพิมพ์วลัญช์พร้อมกับกุมมือบางไว้แน่นและสะอื้นออกมา
“พิมพ์เป็นยังไงบ้างเราเป็นห่วงพิมพ์มากรู้ไหม?”กัลญณัฐเอ่ยพลางสะอื้น
“เราไม่เป็นอะไรแล้วล่ะกัล”
“ไม่เป็นอะไรเราก็เบาใจแล้วต่อไปนี้ต้องรู้จักระวังตัวบ้างรู้ไหมพิมพ์ก็รู้ว่าตัวเองเป็นภรรยาผู้ชายเจ้าชู้แบบนี้พิมพ์ต้องระวังตัวให้มากไม่รู้ว่าจะมีนางมารร้ายที่ไหนก่อเรื่องให้เดือดร้อนอีก!”กัลญณัฐบ่น
คนฟังเช่นธานต์เมธาถึงกับสะดุ้งจักรไกรได้แต่ยักไหล่ไม่รู้ไม่ชี้เมื่อเห็นสีหน้าเพื่อน
“รู้แล้วจ้า...เราจะระวังตัวไว้ให้มากเลยล่ะกัล”
“วันนี้เรามีเรื่องจะบอกอีกเรื่องด้วย!”
“อะไรเหรอ?”ร่างบางถามด้วยความสงสัย
กัลญณัฐหยิบการ์ดออกมาจากกระเป๋าส่งให้หญิงสาวหล่อนรับมาอ่านมันพร้อมกับยิ้มกว้างออกมาแล้วกอดเพื่อนสาวด้วยความยินดี
“ยินดีด้วยนะกัล”
“อืม..”
ธานต์เมธาหันไปมองเพื่อนชายขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่ามีเรื่องดีๆ อะไรเกิดขึ้นกันแน่
“ฉันกับกัลกำลังจะหมั้นกัน!”
“จริงเหรอ!”ชายหนุ่มงุนงง
“ก็จริงนะสิ ทำไมมีอะไรแปลกเหรอ?”จักรไกรถาม
“หมั้นทำไมทำไมไม่แต่งเลยแล้วจะมีลูกทันใช้เหรอ?”ธานต์เมธาถามก่อนจะยิ้มออกมา
“ฉันก็บอกกัลแบบนั้นเหมือนกันแต่เค้าไม่ยอมบอกว่าจะหมั้นก่อนยังไม่อยากแต่งตอนนี้เพราะไม่เชื่อใจฉันนะสิ!”
“อ๋อ!”
จักรไกรหันหน้าไปทางแฟนสาว ส่งสายตาให้กัลญณัฐเบ้ปากก่อนจะหันไปสนใจพิมพ์วลัญช์ต่อ
“ทำไมไม่แต่งงานเลยล่ะกัล?”พิมพ์วลัญช์ถามด้วยความสงสัย
“เรายังไม่ไว้ใจคุณจักรน่พิมพ์!”
“โถ่... กัลป์ทำไมพูดแบบนี้ล่ะผมดีกว่าไอ้ธานต์มันตั้งเยอะ”จักรไกรบ่น
“เฮ้ย! แล้วเอาฉันไปเกี่ยวด้วยทำไมว่ะเนี่ย!”ธานต์เมธาต่อว่าเพื่อนชายทันที
“แล้วผู้หญิงที่ชื่อมนทิราล่ะจะว่ายังไงยังไม่เคลียร์ให้เข้าใจกัลไม่แต่งด้วยหรอกนะ!”
“ก็ได้ผมจะเคลียร์ตัวเองแล้วคุณห้ามเบี้ยวผมนะ”จักรไกรบอกก่อนจะยิ้มพรายออกมา