การพานพบที่ไม่เหมาะสมในเวลานี้...สายตาของเย่ฉีปรากฏเป็ภาพวันวานหวนย้อนไปยังอดีตอันแสนไกลในเวลาเดียวกันร่างของเสี่ยวเฮยที่เดินตามมาด้านหลังก็สั่นเทิ้มขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ในระหว่างนั้นเย่ฉียังคงเดินไปพลางดูของไปพลางเป็ปกติจนสุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่ปลายสุดของถนน...
บุคคลลึกลับยังคงจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างไม่ละสายตาเช่นเดิม...ความจริงต้องบอกว่าในสายตาของคนลึกลับผู้นี้ปรากฏเป็ภาพของชายชุดดำอยู่ตลอดเสียมากกว่าในสายตาของเขาเย่ฉีที่เป็เพียงเด็กธรรมดานั้นไม่ได้มีค่าราคาใดเลยแม้แต่น้อย!จวบจนเมื่อเผชิญหน้ากันเสียงที่ฟังดูหวานใสไพเราะก็ดังออกมาจากภายใต้ผ้าคลุมสีดำนั้น
“ด้วงตาทอง...หลังจากหลบหนีข้าไปนานนับหมื่นปีไม่ว่าอย่างไรวันนี้เ้าก็มิอาจหลุดมือข้าไปได้อย่างแน่นอน!แต่สิ่งที่ข้าสงสัยคือเหตุใดเ้าจึงเปิดเผยตัวออกมาในเวลานี้และยังกล้ามายืนอยู่ต่อหน้าข้า?”
ด้วยบรรยากาศที่ขมุกขมัวรอบตัวของนางทำให้คำพูดของนั้นแม้กลายเป็เลือนรางและดูลึกลับอย่างมากเสี่ยวเฮยมองไปยังผู้เป็นายครั้งหนึ่งแต่เมื่อเห็นว่าเขามิได้กล่าวสิ่งใดออกมาจึงขบกรามแน่นเชื่อมั่นในความยิ่งใหญ่ของเย่ฉีที่เคยประสบในครั้งแรกและกล่าวตอบสตรีลึกลับออกไปอย่างไม่เกรงกลัว
“หลี่หลินหง...นับหมื่นปีที่ผ่านมาข้าต้องหลบหนีเ้าเพื่อเอาชีวิตรอดโดยที่ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิดและไม่มีเคยมีความแค้นกับเ้า!เ้ามันคือสตรีบัดซบ! ข้า ข้า....”
ราวกับได้รับความไม่เป็ธรรมน้ำเสียงของเสี่ยวเฮยสั่นขึ้นและเต็มไปด้วยความหดหู่...ย้อนกลับไปในอดีตเขาซึ่งเป็ดวงตาทองที่โดดเดี่ยวและออกบินท่องเที่ยวไปทั่วด้วยปีก์อันภาคภูมิใจของเผ่าพันธุ์...แต่แล้ววันหนึ่งสตรีผู้เลอโฉมในชุดเกราะสีทองอันเป็สัญลักษณ์ของขุนพล์ก็ได้ปรากฏที่เบื้องหน้าและ...เริ่มไล่ล่าเขาโดยไม่มีสาเหตุ!
ถึงแม้ว่าในใจเสี่ยวเฮยจะยังมีคำด่าทออีกมากมายนับถ้วนที่้าจะกล่าวออกไปแต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้...ครั้งนี้เสี่ยวเฮยเองก็ไม่รู้ว่าเย่ฉีจะจัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างไรและเขาเองก็ไม่้าทำให้หลี่หลินหงเกิดโทสะจนพาให้สถานการณ์ยากที่จะควบคุม
“ด้วงตาทองเผ่าพันธุ์อันต้อยต่ำเช่นเ้ากล้าจะล่วงเกินข้าเช่นนี้?”
ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมสีดำนั้นเริ่มจะหมองคล้ำลงเมื่อถูกอีกฝ่ายด่าทอแม้ว่าจะเล็กน้อยก็ตาม...นางคือขุนพล์ผู้เต็มไปด้วยเกียรติยศ!การถูกล่วงเกินเช่นนี้ทำให้นางได้รับความอับอาย!ในเวลานั้นกฎธรรมชาติที่กระจายอยู่รอบด้านของเขตพิเศษก็เริ่มปั่นป่วน...รอยปริแตกของอากาศเกิดขึ้นเป็จุดเล็กๆอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่แห่งนี้จนทำให้หลายคนเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ
ทว่าก่อนที่จะรุนแรงมากไปกว่านี้ทุกอย่างก็ได้สงบลง...หลี่หลินหงมองไปยังเสี่ยวเฮยและสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาถึงแม้ว่านางจะเป็คนที่เอาแต่ใจอย่างมากก็ตามแต่ด้วยเกียรติของธิดาแห่งเทียนจุนและตำแหน่งขุนพล์นางก็มิเคยกระทำสิ่งใดที่ผิดต่อศีลธรรม!ทุกอย่างที่นาง้านางจะไขว่คว้ามาด้วยพลังของตัวเอง!
“ด้วงตาทองในปีนั้นข้าได้กล่าวไปแล้วว่าหากเ้าชนะข้าได้ข้าจะให้ทุกสิ่งที่เ้า้าภายใต้ขอบเขตความสามารถของข้า!แต่หากเ้าแพ้ข้าเพียง้าปีก์ของเ้า!แต่สุดท้ายแล้วเ้ากลับหลบหนีไปจึงเป็เหตุให้ข้าต้องไล่ล่าเ้ามาจนถึงตอนนี้...”
“หากเ้าถามว่าเป็เพราะเหตุใด...คำตอบก็มีเพียงข้อเดียวคือข้า้าปีกของเ้า!และข้าก็ได้ยื่นข้อเสนออันชอบธรรมไปแล้วดังนั้นเ้าจึงไม่สามารถปฏิเสธมันได้!”
ในเวลานี้ดวงตาของนางที่จ้องมองมายังเสี่ยวเฮยนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้น...นางไม่สนใจว่าใครจะมองนางเช่นไรแต่เพื่อสิ่งที่นาง้าแล้วนางจะไขว่คว้ามาให้ได้ด้วยพลังของตัวนางเอง!อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเสียงของเด็กมนุษย์ตัวน้อยที่ไม่แม้จะอยู่ในสายตาของนางก็ดังขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด
“แท้จริงแล้วสิ่งที่ทำให้นางไล่ล่าเ้าก็เพราะปีก์ของเ้า?”
เย่ฉีมองไปยังเสี่ยวเฮยด้วยใบหน้าแปลกๆและถามออกมา...ซึ่งเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าเขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนก่อนจะมองตรงไปยังหลี่หลินหงที่มองมาทางเขาเช่นเดียวกัน...
“หลินหง...”
เสียงของเย่ฉีแ่เบาเป็อย่างมากแต่มันก็ยังมากพอที่จะทำให้หลี่หลินหงได้ยินอย่างชัดเจนการเอ่ยนามของนางเช่นนี้มีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถทำได้!และสำหรับมนุษย์ตัวจ้อยที่เบื้องหน้าแล้วแม้ว่านางจะไม่ได้้าสร้างความลำบากให้กับผู้บริสุทธิ์แต่สำหรับคนที่ล่วงเกินนางไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือต่ำต้อยมากแค่ไหนนางก็จะไม่เว้น!
“สามหาว! เ้ากล้าดีอย่างไรที่เอ่ยนามของข้า!?”
ในเวลานั้นดวงตาของนางเต็มไปด้วยประกายสังหารที่มากพอจะสั่นสะท้านไปทั้งโลก!ไม่ต้องสงสัยเลยว่าขุนพล์ทุกคนนั้นล้วนผ่านการศึกและเข่นฆ่ามานับไม่ถ้วน!ต่อให้เป็ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกมนุษย์แต่เพียงแค่การจ้องมองจากขุนพล์ก็ยังสามารถทำให้พวกเขาต้องสั่นไปถึงจิติญญา!
อย่างไรก็ตาม...ภายใต้ดวงตาสีฟ้าครามที่สงบราวกับส่วนลึกของมหาสมุทรนั้นกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันที่นางแผ่พุ่งออกมายังเย่ฉีล้วนไม่มีผลเลย!
การกระทำนี้ก็ทำให้นางต้องชะงักไป!โดยไม่มีเวลาให้ขบคิดเย่ฉีจ้องมองนางด้วยดวงตาคู่นั้นพร้อมกับเื้ัของเขาที่เกิดเป็ภาพเงาของัขนาดใหญ่เฉกเช่นครั้งเดียวกับที่สยบด้วงตาทองลง...แต่ทว่าในครั้งนี้ภาพเงานั้นดูเลือนรางเป็อย่างมาก!ซึ่งความจริงแล้วเย่ฉีในร่างของมนุษย์นั้นมีไพ่ตายซ่อนอยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้นที่จะทำให้เขารอดจาก่เวลาวิกฤต!
ความจริงแล้วเย่ฉีไม่คิดจะใช้ไพ่ตายใดๆของเขาก็ตามก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่เส้นทางการฝึกตนเสียด้วยซ้ำ! เพราะในจำนวนไพ่ตายที่เขามีนั้นบางอย่างสามารถเปิดเผยตัวตนของเขาได้และยังทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายด้วยเช่นเดียวกันและสำหรับกลิ่นอายของราชันันั้นเย่ฉีก็ปลดปล่อยมันออกมาได้อย่างมากก็สามครั้งและนี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่เขาปลดปล่อยมันออกมา...ทว่าสำหรับเย่ฉีการเดิมพันครั้งนี้นับว่าคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงดู!
เป็เวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจที่ภาพเงามายานั้นปรากฏขึ้นและด้วยความ้าของเย่ฉีภายในภาพเงานั้นดวงตาคี่หนึ่งที่ดูรางเลือนได้จ้องมองไปยังหลี่หลินหงชั่วขณะหนึ่ง...แต่ถึงแม้จะเป็เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นก็ตามประกายสังหารที่มากล้นยิ่งกว่านางนับพันเท่าได้ปรากฏขึ้นและพุ่งมายังนางด้วยการจ้องมองนั้น!มันเป็ความ้าฆ่าที่สามารถเขย่าคลอนไปได้ทั้งเก้าโลก!
ราวถูกรัดพันด้วยอสรพิษร่างกายของหลี่หลินหงในชุดคลุมสีดำเกิดการสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงและความหวาดกลัวสายหนึ่งได้ปะทุขึ้นในดวงตาของนางก่อนที่ในมือที่ขาวราวกับหยกนั้นจะปรากฏขึ้นเป็กระบี่หยกเล่มหนึ่งฟาดฟันเป็คลื่นพลังพุ่งออกไปทางเย่ฉี!
คลื่นพลังสายนี้ราวกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากไปได้ทุกสิ่ง!ทันทีที่มันปรากฏขึ้นเป็เพราะหลี่หลินหงใช้พลังออกไปทั้งหมดโดยไม่รู้ตัวจึงทำให้ทั่วฟ้าเหนือเขตพิเศษนี้เกิดเป็ความปั่นป่วนในชั่วพริบตา...มันราวกับว่าท้องฟ้าจะถล่มลงมาเพียงการปลดปล่อยพลังของหลี่หลินหง!
อย่างไรก็ตามมันเป็เพียงชั่ววูบเดียวเท่านั้นที่นางััได้ถึงอันตรายและตอบโต้ออกไปด้วยสัญชาตญาณ....เมื่อภาพเงามายานั้นจางหายไปและดวงตาของนางกลับคืนสติขึ้นมาอีกครั้งหัวใจของนางก็เต้นสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้!โดยไม่สามารถกระทำสิ่งใดๆได้สายตาของนางทำได้เพียงมองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกอันยุ่งเหยิง…
ในเวลาเดียวกันทางด้านเย่ฉีดวงตาของเขายังคงสงบเช่นเดิมแม้ว่าพลังอันน่าหวาดกลัวจะปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้วก็ตาม!ด้วยการโจมตีที่ไม่ได้ตั้งใจของหลี่หลินหงทำให้ด้วงตาของเสี่ยวเฮยเบิกกว้างขึ้นมาอย่างใและเหนือขึ้นไปบนหมู่เมฆก็ปรากฏเป็ประตูโบราณทั้งเก้าที่เปิดออกทั้งหมดทุกบาน!ด้วยการโจมตีนี้แม้แต่ปีก์ของด้วงตาทองก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถรับมือได้!และนี่ก็เป็ครั้งแรกเช่นเดียวกันที่เสี่ยวเฮยได้ััถึงพลังอำนาจที่แท้จริงของธิดาจักรพรรดิ์นางนี้!
แม้ว่าต้องใช้เวลาในการบรรยายแต่ความจริงแล้วทั้งเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆเท่านั้น ด้วยความรุนแรงของคลื่นพลังทำให้สายลมกลายเป็ใบมีดฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า!เย่ฉียังคงยืนอย่างสงบด้วยการคุ้มกันจากเสี่ยวเฮยก่อนที่คลื่นคมเขี้ยวนั้นจะมาถึงตัว!ในสายตาของเย่ฉีนั้นคลื่นพลังรูปแบบคมเขี้ยวที่พุ่งเข้ามานั้นช่างดูเชื่องช้าเป็อย่างมาก...ราวกับเวลาที่ถูกหยุดลงในดวงตาของเย่ฉีเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนโดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนี้...
“ไม่คิดว่าด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัวเองของเ้า...จะมีคมเขี้ยวัครามเป็จุดยึดเหนี่ยวและเ้าก็ยังสามารถทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ...”
เสียงของเย่ฉีแ่เบาเป็อย่างมากซึ่งมันทำให้ผู้ที่ได้นั้นรู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบรัดในเวลานั้นมือขวาของเย่ฉีได้ยกขึ้นมาพร้อมกับกระดูกสีขาวชิ้นหนึ่งที่ดูเหมือนกับกรงเล็บ...เขามองไปยังคลื่นสีครามที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยรอยยิ้มเล็กๆที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะใช้กรงเล็บที่เขานำติดตัวมาจากสุสานโบราณฟาดไปยังคลื่นพลังนั้นอย่างแม่นยำ!
“คมเขี้ยวัครามนั้นเกิดขึ้นโดยข้า...การที่ข้าจะทำลายมันก็เป็เื่ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ!”
อย่างน่าตกตะลึงทันทีที่กรงเล็บนั้นกระทบกับคลื่นพลังสีครามร่างของเย่ฉีก็ถอยกลับไปหลายก้าวพร้อมกับใบหน้าของเขาที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด!โชคดีที่มีเสี่ยวเฮยคว้าจับเอาไว้ก่อนจะรีบนำเม็ดยาฟื้นฟูตบเข้าปากไปเย่ฉีมองไปยังคลื่นพลังสีครามที่เริ่มเกิดเป็ความบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มจนกระทั่งสุดท้ายมันก็แตกกระจายไปในที่สุดกลายเป็ละอองแสงสีครามโปรยปรายกั้นขวางระหว่างทั้งสองฝ่าย...
สายตาของเย่ฉีและหลี่หลินหงจ้องมองกันผ่านประกายแสงเ่าั้ก่อนที่แก้มอันขาวนวลภายใต้หน้าผ้าคลุมนั้นก็ปรากฏเป็หยดน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตกกระทบลงพื้น...
“ตอนนี้เ้าจำข้าได้หรือยัง...หลินหง!”
//ยังมีคนอ่านอยู่ไหมน๊อ...ขอเสียงหน่อยเดี๋ยวคืนนี้ชดเชยที่หยุดวันแม่ให้5 ตอน