
แรงแค้นหนังตะลุง
เื่ราวที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้เป็เื่ที่คุณปู่ของเพื่อนผมเล่าให้ฟังในตอนที่ผมเดินทางไปเที่ยวที่บ้านของเพื่อนคนนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชผมไม่ขอเอ่ยชื่อของเพื่อนผมก็แล้วกันนะครับ
ตอนนั้นคุณปู่ของเพื่อนผมเล่าว่าเื่มันเกิดขึ้นเมื่อ 60 ปีมาแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นในตำบลเล็กๆแห่งหนึ่งปัจจุบันอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สมัยนั้นตำบลนี้ยังเป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆมีอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน
ชาวบ้านต่างอาศัยอยู่กันอย่างเรียบง่ายมีอะไรก็คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้านท้ายหมู่บ้านแห่งนี้มีกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่โดดเดียวห่างไกลผู้คนกระท่อมนี้ดูซอมซ่อเงียบสงัดคล้ายกระท่อมร้าง แต่จริงๆแล้วมีชายคนหนึ่งอาศัยอยู่ตามลำพังไม่มีลูกไม่มีเมีย
คุณปู่เองก็ปลูกบ้านอยู่ที่หมู่บ้านนี้เหมือนกันซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็ญาติพี่น้องกันทั้งนั้นคุณปู่เล่าว่าท่านเองก็ยังเป็หนุ่มแน่นอายุ 22 ปีกำลังวัยคะนอง ท่านชอบไปที่กระท่อมซอมซ่อที่ท้ายหมู่บ้านเพื่อคุยกับชายคนหนึ่งเป็ประจำซึ่งชายคนนั้นมีชื่อว่าลุงทินทุกครั้งที่คุณปู่ไปที่กระท่อม ก็จะเจอลุงทินอยู่ในอาการมึนเมาและมักชอบพูดซ้ำซากถึงเื่ความหลังของแกให้คุณปู่ฟังแกบอกว่าตัวแกเองในสมัยหนุ่มๆแกนะหล่อมากเป็คนเชิดหนังตะลุง
คุณปู่ฟังแล้วก็บอกว่าแกเมาแล้วชอบขี้โม้แต่ลุงทินก็ยังยืนกรานว่าแกไม่ได้โม้ ลุงทินบอกอีกว่าตอนนั้นสาวๆติดแกกันใหญ่เวลาแกไปเล่นหนังตะลุงที่ไหนคนดูแน่นทุกรอบเสียงตบมือดังยิ่งกว่าเสียงฝนตกเสียอีกแล้วแกเองก็ไปเล่นหนังตะลุงมาหมดทั่วทั้งภาคใต้บางกอกแกก็เคยไปมาแล้วสมัยนั้นคนใต้คนไหนไม่รู้จักชื่อเสียงคณะหนังตะลุงครูเทียนแล้วถือว่าเชยมากลุงทินเองเป็ลุกชายของพ่อครูเทียนและเป็คนเชิดตัวพระเอกละครในคณะปู่ได้ฟังแบบนั้นจึงถามแกไปว่า
“ลุงทินมีชื่อเสียงขนาดนั้นทำไมถึงเลิกเล่นหนังตะลุงเสียละหรือตอนหลังมีคณะที่ดังกว่าคณะของลุงละ”
ลุงทินได้ยินดังนั้นจึงตอบไปว่า
"เฮ้ย..ไม่มีคณะไหนที่จะมาดังเกินคณะของข้าไปได้หรอกข้านะเล่นหนังตะลุงจนอายุจะครึ่งร้อยอยู่แล้ว และข้าเองก็รับ่ต่อมาจากพ่อของข้าทำให้ข้ามีงานอย่างอื่นต้องทำมากจะเชิดหนังเป็พระเอกตลอดไปได้ยังไงว่ะข้าก็เลยให้คนอื่นเป็คนเชิดแทน”
คุณปู่ได้ยินแบบนั้นจึงบอกออกไปอีกว่า
“คนอื่นก็เชิดไปซิลุงก็เชิดหุ่นตัวอื่นได้ไม่เห็นต้องเลิกคณะหนังตะลุงเลย”
คุยกันมาถึงตอนนี้สีหน้าลุงทินเองเหมือนไม่อยากเล่าต่อคุณปู่เห็นแบบนั้นจึงคะยั้นคะยอให้แกเล่าต่อเพราะกำลังสนุกและอยากรู้ว่าทำไมแกถึงเลิกเล่นหนังตะลุงอยู่ดีๆสองตาของลุงทินก็มีน้ำตาไหลออกมาก่อนที่ลุงทินจะเอ่ยขึ้นว่า
“ข้านะท้อแท้หมดสิ้นความหวังในที่สุดข้าก็เลิกคณะหนังตะลุงเพราะข้าอกหักจากผู้หญิงคนหนึ่ง”
สิ้นคำพูดลุงทินแกฟุบหน้าร้องไห้ฮือ ฮือๆ พอคุณปู่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ปลอบใจแกด้วยความสงสาร ก่อนที่จะออกมาโดยไม่เข้าใจว่าทำไมลุงทินต้องเศร้าขนาดนี้แค่อกหักจากผู้หญิงคนหนึ่งจากนั้นคุณปู่เองก็ไม่ได้เข้าไปหาลุงทินอีก 2-3 วันเพราะต้องไปทำธุระ
จนวันหนึ่งคุณปู่กลับมาจากทำธุระเดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านตอนกลางคืนซึ่งเวลาตอนกางคืนนั้นดูวังเวงพอสมควร คุณปู่เดินมาเพียงคนเดียวโดยเข้าทางท้ายหมู่บ้านเมื่อใกล้ถึงกระท่อมของลุงทินสายตาของคุณปู่มองเข้าไปก็มีแสงไฟจากตะเกียงและเห็นเงาของผู้หญิงอยู่ในกระท่อมของลุงทิน
คุณปู่เห็นแบบนั้นจึงคิดในใจว่ากระท่อมอยู่ที่เปลี่ยววังเวงขนาดนี้จะมีผู้หญิงที่ไหนเข้ามาได้อีกอย่างก็ไม่เคยเห็นลุงทินสนใจผู้หญิงคนไหนเลยแล้วผู้หญิงคนนั้นเป็ใครคุณปู่สงสัยมากแต่ก็คิดว่าช่างแกเถอะ พรุ่งนี้ค่อยถามลุงทินอีกอย่างไม่อยากไปขัดความสุขของแก
วันรุ่งขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นคุณปู่ก็รีบไปหาลุงทินที่ท้ายกระท่อมทันทีพอปู่เดินเข้าไปใกล้ก็เห็นแกนั่งสานกระบุงอยู่ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“แหมลุงวันนี้หน้าตาสดใสจริงนะ”
ลุงทินยิ้มสีหน้าอารมณ์ดีก่อนจะตอบกลับว่า
“ฮ่าๆข้านอนหลับทั้งคืนตื่นมาสบายตัวเลยว่ะว่าแต่เอ็งหายไปไหนมาหลายวัน”
คุณปู่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบออกไปว่า
“ไปทำธุระต่างตำบลมากว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกแล้วแต่ลุงไม่น่าจะเหงานะมีผู้หญิงมาคุยแทนฉันแล้วนิ”
ลุงทินได้ยินแบบนั้นก็ทำสีหน้างุนงงสงสัยและบอกออกไปว่า
“ผู้หญิง..ผู้ญิงที่ไหนจะมาคุยกับคนแก่ๆอย่างข้าว่ะอีกอย่างข้าเองก็ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนด้วยกลัวจะอกหักอีกว่ะ”
เมื่อคุณปู่ได้ยินแกพูดแบบนั้นก็เลยเล่าให้ลุงทินฟังว่าเมื่อคืนนี้ตอนกลับมาเดินผ่านบ้านลุงทินคุณปู่เห็นมีผู้หญิงอยู่ในกระท่อมของแกลุงทินได้ยินแบบนั้นก็มีสีหน้างุนงงแล้วบอกออกไปว่า
“เฮ้ยข้านอนอยู่ที่นี่คนเดียวตลอดั้แ่หัวค่ำเอ็งนะคงจะตาฝาดไปเองละมั้ง”
คุณปู่เองก็คิดในใจว่าไม่ได้ตาฝาดแน่ๆมีผู้หญิงอยู่ในกระท่อมนี้จริงๆและคุณปู่ก็คิดว่าลุงทินแกโกหกแต่อีกใจก็คิดว่าแกเองอาจจะตาฝาดก็ได้คุณปู่ก็เลยเก็บความสงสัยไว้และคุยกับลุงทินเื่อื่น
คืนหนึ่งหลังจากที่ปู่กลับจากการไปจีบสาวที่ชอบพอกันซึ่งอยู่ถัดจากหมู่บ้านนี้ไม่ไกลนักคุณปู่เดินกลับบ้านเพียงคนเดียวแกเองเดินมาตามเส้นทางด้านท้ายหมู่บ้านนี้จนชินแล้วแกเลยไม่กลัวอะไรถึงแม้มันจะเปลี่ยวและวังเวงเป็อย่างมาก
พอมาถึงทางเข้าท้ายหมู่บ้านก็ต้องผ่านกระท่อมของลุงทินคุณปู่มองเข้าไปในกระท่อมหลังนั้นก็พบกับแสงตะเกียงสลัวส่องออกมาทางหน้าต่างและเห็นเงาชายและหญิงอยู่ในกระท่อมกำลังคุยกันอยู่คุณปู่คิดว่าแกตาไม่ฝาดแน่ ๆครั้งนี้ ตอนนั้นคิดในใจว่าไหนลุงทินบอกว่าไม่สนใจผู้หญิงแล้วทำไมถึงมีผู้หญิงอยู่ในกระท่อมได้คุณปู่สงสัยมากจึงย่องเข้าไปแอบดูสิ่งที่คุณปู่เห็นคือมีผู้หญิงกับผู้ชายกำลังคุยกัน
คุณปู่เองก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของสองคนนี้มาก่อนและไม่รู้จักทั้งสองคนนั้นรู้แต่ว่าฝ่ายผู้ชายไม่ใช่ลุงทินแน่ๆ คุณปู่เองด้วยความอยากรู้ก็พยายามฟังว่าทั้งสองคนคุยอะไรกันแต่ก็ฟังไม่ได้ยินอะไรคืนนั้นคุณปู่ก็เลยกลับบ้านด้วยความสงสัย
วันต่อมาคุณปู่ได้ไปถามลุงทินที่กระท่อมและเล่าเื่ที่แกเห็นให้ลุงทินฟังลุงทินเองก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าแกเองอยู่ในกระท่อมเพียงคนเดียวไม่มีใครมานั่งคุยกันหรอกแต่คุณปู่เองก็รีบบอกว่าแกเห็นจริงๆไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้แน่ๆ
ลุงทินเองมีสีหน้าไม่สู้ดีนักได้แต่บอกปฏิเสธว่าไม่รู้ๆ วันนั้นคุณปู่ต้องกลับออกมาด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิมเพราะท่าทางของลุงทินที่ได้ฟังเื่นี้ดูโมโหมากด้วยความที่ต้องรู้ให้ได้คุณปู่กะว่าคืนนี้แกจะมาแอบดูที่กระท่อมของลุงทินอีก
พอตกกลางคืนคุณปู่ก็ออกมาแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆกับกระท่อมของลุงทินครู่ใหญ่คุณปู่มองเข้าไปในกระท่อมก็ต้องประหลาดใจเพราะเห็นเงาผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ในกระท่อมคุณปู่คิดในใจว่านั่งดูอยู่ตั้งนานนะไม่เห็นใครเดินเข้าไปในกระท่อมเลยสักคนแล้วทั้งสองคนนั้นเข้าไปได้ยังไงเร็วมากลุงทินละหายไปไหน
ทันทีนั้นคุณปู่ก็เห็นผู้หญิงซบลงบนอกของผู้ชายก่อนที่ทั้งคู่จะกอดจูบกันคุณปู่คิดว่าทั้งสองคนคงจะเป็คนรักกันแต่ทำไมต้องมาพรอดรักกันในกระท่อมของลุงทินด้วย เมื่อคิดได้แบบนั้นคุณปู่เองก็อยากรู้ว่าทั้งสองคนนั้นคุยอะไรกันจึงคลานเข้าไปให้ใกล้กระท่อมมากขึ้นอีก
พอเข้าไปใกล้แล้วแกก็เงี่ยหูฟังว่าทั้งสองคุยอะไรกันคุณปู่จับใจความได้ว่าฝ่ายผู้หญิงถามผู้ชายว่า
“ลุงทินเป็แกคนยังไงทำไมแกถึงทำตัวลึกลับชอบทำอะไรแปลกๆ”
ฝ่ายชายได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับไปว่า
“พี่เองรู้เื่ราวของลุงทินดีกว่าใครเพราะพี่เคยอยู่คณะหนังตะลุงของแกั้แ่เด็กๆ”
ผู้ชายคนนั้นกอดผู้หญิงไว้ในออมแขนก่อนจะเล่าต่อว่า
“ลุงทินแกไม่ได้เป็คนที่นี่โดยกำเนิดหรอกแกเป็คนสตูลโน่นสมัยหนุ่มๆแกหล่อมากเป็คนเชิดหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงมากๆ ตอนหลังพ่อครูตายลุงทินก็เลยเป็หัวหน้าคณะต่อส่วนพี่เองก็อยู่กับคณะมาตลอดตระเวนเล่นแทบไม่เว้นวันเพราะคณะหนังตะลุงของแกมีชื่อเสียงมาก
ลุงทินเองมีผู้หญิงมาชอบแกหลายคนแต่แกเองไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลยแกครองตัวโสดจนอายุ 40 ปี แล้วแกก็เลิกเชิดหนังตะลุงและให้พี่มาเชิดหนังตะลุงแทนแกต่อมาไม่นานทางคณะก็ได้คนเชิดตัวนางเอกคนใหม่มาคนหนึ่ง อายุ 18-19 ปี สวยมากผมยาวประบ่าผู้ชมต่างก็ชอบฝีมือการเชิดหุ่นและหน้าตาที่สะสวยของหญิงสาวคนนี้รวมทั้งลุงทินด้วย แกทั้งรักทั้งหลงเลยทีเดียว แต่หล่อนเองกับไม่ชอบลุงทิน และไปรักใคร่กับคนเชิดหนังตะลุงอีกคนหนึ่งที่เชิดคู่กัน
จนกระทั่งได้เสียกันเป็ผัวเมียพอลุงทินรู้เข้าก็เกิดความหึงหวงโมโหมากทั้งที่แกก็ดีกับผู้หญิงคนนี้สารพัดด้วยความโมโห แกบอกว่าถ้ากูไม่ได้ผู้หญิงคนนี้เป็เมียใครก็อย่าหวังได้แล้วแกก็เอามีดที่เตรียมมาฆ่าทั้งสองคนโดยการแทงไปหลายแผล แล้วก็ถลกหนังของทั้งสองคนนั้นมาทำตัวหนังตะลุงอย่างสยดสยองพร้อมทั้งสะกดิญญาไว้ที่ตัวหนังตะลุงไม่ให้ได้ไปผุดไปเกิดและเอามาเก็บไว้กับตัวลุงทินเอง ฮิ..ฮิ..ดูซิมันเชิดเองแล้ว ฮิฮิ.. ฮ่าๆๆ”