“อ๊าาากกก!”
ภายในชั้นเรียนมัธยมปลายปี 2 ที่คุณครูอันกำลังสอนอย่างออกรสออกชาติ แต่อย่างใดก็ดีด้วยเสียงะโดังลั่นของเย่หยาง เ้าอ้วนตัวโตกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากหลังห้อง ทำให้นักเรียนในห้องพากันหันไปมองที่นั่งด้านหลังเป็ตาเดียวกัน รวมถึงครูอัน เ้าของแว่นตากรอบหนาจอมเฮี้ยบ
“เย่หยาง เป็อะไรของเธอถึงได้ะโเสียงดังโหวกเหวก” ครูอันถาม พร้อมกับส่งสายตาพิฆาต ทำเอาเพื่อนในห้องเสียวสันหลังวูบวาบ กลัวจะโดนไม้เรียวหวดอย่างที่เคยโดน
แต่อย่างใดก็ดี เย่หยางยังคงยืนโง่เหมือนหมีควายอยู่ตรงนั้น กระทั่งถูกหนึ่งในเพื่อนสนิทสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ สะกิดจึงค่อยรู้สึกตัว
“เย่หยาง ครูอันกำลังถามน่ะ” อู๋เฟยปั้นหน้ายิ้ม พลางมองไปที่คุณครูจอมเฮี้ยบ เ้าของฉายาเ้าแม่เื่เยอะ
“เย่หยาง ครูอันกำลังรอคำตอบอยู่นะ รีบตอบไปสิเพื่อน” หวงหลง ชายผู้ไว้ผมสีชมพูหวาน เจาะหูทั้งสองข้าง กระซิบบอกเพื่อนสนิทเช่นกัน
หากเทียบกับทั้งคู่ที่ดูดี หล่อเหลา เย่หยางดูจะต่างไปมากทีเดียว โดยเฉพาะเื่น้ำหนัก
“เอ่อ...ไม่มีอะไรครับครูอัน ผมแค่...เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมทำการบ้านวิชาของครูเถาถิง...” เย่หยางตอบตะกุกตะกัก ค่อยนั่งลงบนเก้าอี้เหมือนตัวโง่งม
ส่วนคำตอบที่เพิ่งพ่นออกไป แน่นอนว่ามันได้รับเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน
โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบในตัวเขา ถึงกับเริ่มด่าทอลับๆ
“แย่! เด็กอย่างเธอน่ะมันแย่ พ่อแม่ส่งให้มาเรียนแต่กลับลืมทำการบ้านเนี่ยนะ ่เวลาที่ผ่านมาทำอะไรอยู่ หรือจะบอกว่าเข้าแต่ร้านเกมจนลืมทำการบ้าน ก็นั่นสินะ นี่คือโรงเรียนฮัวหลัน เป็โรงเรียนอันดับสามของเมืองฉางหลง แหล่งรวมนักเรียนหัวรั้นไม่เอาไหน!” ครูอันไม่แปลกใจกับคำตอบ ออกจะยิ้มเยาะชอบใจและดูถูกนักเรียนที่นี่ด้วยซ้ำ
คราวนี้ไม่มีใครหัวเราะเยาะเย่หยาง เพราะสิ่งที่ครูอันพูดน่ะถูกต้องแล้ว
ที่นี่เป็แหล่งรวมของนักเรียนไม่เอาไหน พวกขี้แพ้ อันธพาล ดังนั้นจะโดนดูถูกก็คงไม่แปลก
เย่หยางที่นั่งลงบนเก้าอี้ ไม่แม้แต่มองหน้าครูอันเป็ครั้งที่สอง แต่กำลังทบทวนถึงเื่ที่ผ่านมา
ครั้งสุดท้ายที่จำได้ เขากำลังต่อสู้กับเทวทูตตก์ระดับสูง ผู้มีปีกสีดำท่วมท้นด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ จอมบงการแห่งห้วง์ และนั่นคือจุดจบของมนุษยชาติ
เย่หยางคิดว่าตัวเองตายแน่แล้ว ในฐานะคนที่ต่อสู้มานับ 5 ปี เป็เพียงเบี้ยตัวเล็กๆ ในสนามรบ แต่ใครละจะคิดว่าเขาได้ย้อนอดีตกลับมาเริ่มต้นใหม่
“ยังเหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงก่อนมันจะเริ่มขึ้น...” เย่หยางมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ต้องลอบปาดเหงื่อบนหน้าผากเมื่อเห็นเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามา
หลายคนที่กำลังหัวเราะ มีความสุขกับชีวิตประจำวันคงไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่ง เปลี่ยนไปราวกับนรกบนดิน
แหล่งทรัพยากรหลายแห่งถูก่ชิง ดินแห้งกรัง
ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยซากศพและกองกระดูก รวมถึงแสงสว่าง และชีวิต...
“เย่หยาง นายเป็อะไรน่ะ ดูแปลกไปนะ หรือว่ากลัวครูเถาถิงขนาดเปลี่ยนเป็คนละคน” อู๋เฟยถาม ท่าทางดูเป็ห่วง ไม่เข้ากับบุคลิกภายนอกแม้แต่น้อย
“นายกลัวเกินไปแล้วเย่หยาง ครูเถาถิงโหดก็จริง แต่อย่าลืมสิว่าที่นี่คือโรงเรียนฮัวหลัน ต่อให้จะถูกดุด่าไปบ้าง แต่ไม่มีครูคนไหนมาใส่ใจเราหรอก” หวงหลงเสริม ในมุมมองของเขามองว่า ด้วยความที่เป็เด็กเกเร เป็พวกนอกคอกโดยสมบูรณ์ ไม่แปลกหากครูอาจารย์จะไม่อยากเข้ามาข้องเกี่ยว ที่สอนเนี่ยเป็เพราะเงินเท่านั้นแหละ
เย่หยางที่กำลังคิดอะไรบางอย่าง หันมาถามทั้งคู่พลางหัวเราะ “มันก็จริงของพวกนาย พวกเรามันเป็พวกนอกคอกนี่นะ งั้นเอางี้ไหม คาบถัดไป่ของครูเถา เราไปร้านเกมกันเถอะ”
“ร้านเกม...”
หวงหลงและอู๋เฟยมองหน้ากัน
พวกเขาไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ เพราะยังไงก็ถูกมองว่าเป็พวกนอกคอกอยู่แล้ว โดดเรียนไปเล่นเกมจะเป็ไรไป อีกอย่างคือคาบเรียนครูเถาน่าเบื่อจะตาย
......
ทั้งสามออกจากโรงเรียน่สิบเอ็ดโมงเช้า
ขึ้นรถโดยสารผ่านถนนสี่่ตึกจึงถึงร้านเกมออนไลน์
ครั้นลงมาจากรถ อู๋เฟยดูค่อนข้างผิดหวัง
“ที่นี่เก่าจัง ข้างในจะมีเกมเจ๋งๆ แน่เหรอเย่หยาง”
“นั่นสิเย่หยาง โคตรเก่าเลยว่ะ” หวงหลงเห็นด้วย
ที่นี่คือจุดหมายปลายทางที่เย่หยางบอก
พวกเขาเพิ่งเคยมาครั้งแรก มองจากภายนอกมามันเป็ร้านสะดวกซื้อโทรมๆ ข้างในคงมีป้าวัยกลางคนคอยบริการ
“ไม่ต้องพูดมาก เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงพวกนายเอง” เย่หยางไม่รอฟังคำตอบ สาวเท้าเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อทันที
“เฮ้ยจริงดิ พูดแล้วนะเย่หยาง” อู๋เฟยค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย
ด้วยฐานะทางบ้านที่ค่อนข้างแย่ไม่แปลกหากเขาต้องประหยัด ผิดกับเย่หยางบ้านรวย จึงไม่จำเป็ต้องใส่ใจเมื่อใช้จ่าย
เปิดประตูเข้ามาในร้านจะพบพนักงานสาวคนหนึ่ง ดูจากร่องรอยบนใบหน้า เธอคงมีอายุราว 30 ปี
อู๋เฟยและหวงหลงค่อนข้างประทับใจ ถึงข้างนอกร้านจะดูเก่าไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องพบป้าแก่ๆ แหละนะ
ภายในร้านสะดวกซื้อแบ่งโซนชัดเจน โซนด้านหน้ามีไว้ขายสินค้าบนชั้น ส่วนอีกโซน้าจะไว้สำหรับเล่นเกมออนไลน์โดยเฉพาะ
เย่หยางจ่ายค่าชั่วโมง พร้อมกับเลือกซื้อขนมคบเคี้ยวขึ้นไปชั้นบน
สำหรับผู้หญิงตรงหน้าเขารู้จักดี แต่อย่างใดก็ตามไม่มีเหตุผลต้องทักทายหรือทำตัวสนิทสนมเวลานี้
พอขึ้นไปชั้นบนจะพบเครื่องคอมพิวเตอร์มากถึง 10 เครื่อง
โต๊ะและเก้าอี้สีดำค่อนข้างเก่าจนซีด แต่ประสิทธิภาพของคอมไม่ได้แย่จนเกินไป บวกกับมีขนมและน้ำดื่มฟรี แถมยังไม่ต้องออกเงินเลยสักแดง ทั้งคู่จึงเลือกที่จะไม่คิดอะไรมาก นั่งเล่นเกมแล้วสนุกไปกับมัน
“พวกนายสองคนเริ่มกันไปก่อนนะ ดูเหมือนว่าที่บ้านโทรมา ขอออกไปคุยแปบนึง” เย่หยางมองดูเวลา จากนั้นหยิบขวดแก้วขึ้นมาถือ
“รีบไปรีบมาล่ะ ไม่งั้นนายถูกทิ้งไว้ข้างหลังแน่”
“อย่าไปนานนะเย่หยาง”
“เออๆ ไม่นานหรอกน่า”
หวงหลงและอู๋เฟยกำลังสนุกกับเกม จนลืมเลยว่าในขณะที่เย่หยางขอตัว เขาไม่ได้รับสายจากใครเลยสักคน
นักเรียนชั้นมัธยมปลายปี 2 ลุกขึ้นยืน
ด้วยความสูง 1.80 เมตร บวกกับร่างกายใหญ่โตแต่เต็มไปด้วยชั้นไขมัน จึงไม่แปลกหากจะทำให้เด็กในร้านหลายคนกลัว
เย่หยางนับจำนวนคนคร่าวๆ รวมกับพวกเขาก็มีราว 6 คน จากนั้นชายหนุ่มเดินเลี้ยวขึ้นบันได จุดหมายคือดาดฟ้าชั้น 3 ของอาคารแห่งนี้
......
บนดาดฟ้ามีใครบางคนยืนอยู่ก่อน ดูจากสภาพปล่อยควันจากปาก คงกำลังดื่มด่ำกับบุหรี่และคลิปโป๊ในโทรศัพท์
เย่หยางไม่เข้าไปทักทาย เพียงแอบมองอยู่ห่างๆ ในสภาพถือขวดแก้วเตรียมพร้อม
“เฉินคุน...”
ชื่อนี้นอกจากจะคุ้นเคยสำหรับเย่หยาง ยังเป็นายเหนือหัว ผู้ทุกสิ่งอย่าง มีพลังราชัน เข้าต่อกรกับเทวทูต
นั่นคืออนาคตที่เขาจากมา แต่วันนี้ด้วยการย้อนกลับคืนอดีต เย่หยางคิดจะคว้าอนาคตทุกอย่างของเฉินคุนมาเป็ของตัวเอง!
แม้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตนถึงได้ย้อนกลับมา แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะเมื่อมีโอกาส ก็มีแต่ต้องคว้ามันไว้
เวลาเดินผ่านไปอย่างช้าๆ กระทั่งถึงเที่ยงวัน ทุกอย่างราวกับหยุดนิ่ง ไม่มีการเตือนไม่มีอะไร มีเพียงขนนกสีดำชวนน่าขนลุกถูกโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า
ฉากดังกล่าวดูน่าอัศจรรย์ใจ
เวลานี้คงมีใครหลายคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้อัปลงในเวยป๋อ แต่สำหรับเย่หยางนี่คือจุดจบของโลก
เป็การเสด็จเยือนของเทวทูตตก์ที่จะมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่โลก
ขนนกสีดำร่วงหล่นจากท้องฟ้า เข้าปกคลุมเมืองฉางหลงและทั่วทุกมุมโลก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ขนบ้านี่มันมาจากไหน ทำไมถึงได้เยอะแยะแบบนี้?” เฉินคุนทิ้งก้นบุหรี่ หันมาสนใจกับปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า ในขณะอีกมือถือโทรศัพท์ที่กำลังเล่นคลิปวิดีโอโป๊
เย่หยางลมสูดหายใจเข้าลึก มองท้องฟ้าที่ถูกยึดครองโดยขนนกสีดำสลับกับเฉินคุนหลายครั้ง กระทั่งเป็จังหวะที่เฉินคุนกำลังเอื้อมมือไปััหนึ่งในขนนก เย่หยางจึงออกมาจากที่ซ่อน
สำหรับชายหนุ่มมัธยมปลายปี 2 ใช้ชีวิตบนโลกอันน่าสะพรึงถึงห้าปี ไม่มีคำว่าปรานี บทจะโหดก็โหด
พอออกจากที่ซ่อนก็วิ่งด้วยแรงทั้งหมด ต่อให้ร่างกายจะหนักมากกว่าร้อยกิโลกรัมทว่ามันไม่นับเป็ปัญหา
เขาใช้ขวดแก้วฟาดเข้าศีรษะเฉินคุนเต็มแรง จากนั้นเอื้อมมือไป่ชิงขนนกสีดำในขณะกำลังร่วงหล่นมาได้สำเร็จ
เฉินคุนล้มลงกับพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว ศีรษะแตก เือาบใบหน้าเป็สีแดง แต่ทั้งนี้เย่หยางกลับไม่สนใจ หลังจากที่่ชิงขนนกสีดำมาได้เขาหลับตาลง ปล่อยให้ขนนกอันน่าขนลุกผสานเข้ากับร่างกายโดยไม่ต่อต้าน
“ไอ้เด็กเปรตเอ้ย มาจากที่ไหนวะ ใครสั่งใครสอนให้ใช้กำลังกับผู้ใหญ่!” เฉินคุนเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ ใช้สองมือพยุงตัวเองลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยความยากลำบาก
ต่อให้เจ็บมากแค่ไหนด้วยฐานะหนึ่งในนักเลงเก่า แถมยังถูกเล่นงานโดยนักเรียน เฉินคุนไม่สามารถปล่อยผ่านเื่นี้ได้ โดยไม่สนหากจะต้องใช้มีดพก เข้าไปทำร้ายร่างกายให้รู้สำนึก
จังหวะที่เฉินคุนกำลังจะแทงมีดเข้าช่องท้องเด็กหนุ่ม บนศีรษะของเย่หยางพลันปรากฏมงกุฎสีดำ