ตอนที่ 2 เบาะแส
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เวทมนตร์เป็สิ่งต้องห้ามในดินแดนแห่งนี้ ผู้ที่ใช้เวทมนตร์จะถูกเรียกว่าพ่อมดหมอผีและจะปลูกฝังความเชื่อให้กับผู้คนว่าพวกเขานั้นเป็ต้นตอของความโชคร้ายที่มองไม่เห็น เช่นโรคภัยไข้เจ็บหรือภัยพิบัติต่างๆ ที่คาดไม่ถึง
เพราะเหตุนี้ที่พึ่งเดียวของผู้คนจึงเป็โบสถ์
ศาสนจักรแผ่ขยายไปทั่วทุกพื้นที่ แม้ว่าพื้นที่ต่างๆ จะถูกปกครองด้วยเหล่าขุนนาง แต่บรรดากษัตริย์หรือขุนนางในที่ต่างๆ ล้วนต้องรับฟังศาสนจักร ไม่ว่าอาณาจักรใดที่มีกษัตริย์ปกครองอยู่ก็ล้วนแต่มีอิทธิพลของศาสนจักรแผ่ออกไปทั่วทุกพื้นที่ ราวกับว่าพวกเขาเป็สิ่งเดียวกัน
ดินแดนในที่แห่งนี้กว้างใหญ่เป็อย่างมาก การมีอยู่ของหลายร้อยอาณาจักรทำให้คนคิดว่าศาสนจักรไม่สามารถแผ่ออกไปได้อย่างทั่วถึง แต่พวกเขานั้นคิดผิด
ศาสนจักรได้เข้าปกคลุมไปทั่วทุกที่ ในทุกๆ หมู่บ้านล้วนมีโบสถ์เป็ของตนเอง พวกเขาไม่ได้ขาดแคลนนักบวชหรือสานุศิษย์
ดังนั้นแล้วเมื่อหมู่บ้านปรากฏสิ่งที่ผิดจากหลักคำสอน พวกเขาล้วนทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย
ภายในโบสถ์หมู่บ้านไวท์ริเวอร์
นักบวชฝึกหัด “ปีเตอร์ เออร์แกน” กำลังฟังคำสารภาพบาปของหญิงชราคนหนึ่งที่ได้พบกับเื่เหนือธรรมชาติ
เธออ้างว่าไม่กี่วันก่อนเธอหกล้มและได้รับาเ็ที่ข้อเท้าระหว่างที่เธอเข้าไปเก็บเห็ดในป่า เธอรู้สึกสิ้นหวังเป็อย่างมากเพราะไม่สามารถนำตัวเองออกไปจากสถานที่แห่งนั้นได้ มิหนำซ้ำที่นั่นยังไม่ใช่ทางที่ผู้คนสัญจร ยิ่งเวลาผ่านไปเธอก็ยิ่งกังวลเพราะตะวันใกล้จะลับฟ้า
หากเธอยังอยู่ที่นั่นเกรงว่าในคืนนี้เธอจะต้องกลายเป็อาหารของสัตว์ป่า
เธอร้องไห้อย่างสิ้นหวังจนไม่รู้ว่าตนเองหมดสติไปั้แ่เมื่อไหร่ แต่เมื่อเธอได้สติคืนมาเธอก็พบกับ “เจน” ภรรยาของ “ทอม” ที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านกำลังพยุงตัวเธอเพื่อลุกขึ้นกลับบ้าน
ก่อนหน้านี้หญิงชราแน่ใจว่าตนเองขาหักอย่างแน่นอน เพราะกระดูกที่ผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด
แต่ในขณะที่เธอได้พบกับเจนภาพนั้นก็เปลี่ยนไป ราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น ขาของเธอเป็ปกติแต่มันยังมีอาการคล้ายกับเคล็ดขัดยอกเท่านั้น
หญิงชราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เธอพบเป็อาการเห็นภาพหลอนหรือว่าปาฏิหาริย์ของพระเ้า เพราะตลอดเวลาที่เธออยู่คนเดียวนั้นเธอได้สวดขอให้พระเ้าคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา
“ลูกแน่ใจหรือว่าไม่ได้ฝันไป?” นักบวชฝึกหัดปีเตอร์เอ่ยถามซ้ำด้วยดวงตาที่แววโร่
“ต่อหน้าพระผู้เป็เ้า ฉันย่อมไม่กล้าโกหกอย่างแน่นอน” หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธา
นักบวชฝึกหัดปีเตอร์รับรู้ความจริงใจของหญิงชราคนนี้ได้ แล้วความคิดบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา
แท้จริงแล้วนักบวชฝีกหัดปีเตอร์นั้นเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลขุนนางอย่างตระกูลเออร์แกน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ในสายของตระกูลหลักจึงต้องถูกส่งเข้าร่วมกับศาสนจักร
อย่างไรก็ตามมันปฏิเสธไม่ได้ว่าศาสนจักรกับการเมืองนั้นเป็สิ่งที่เชื่อมต่อกัน
แม้แต่ตระกูลใหญ่เองก็ยังส่งสายเืของพวกเขาให้เข้าร่วมกับศาสนจักร บุตรชายคนโตคือผู้ที่ได้รับสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งของตระกูล ส่วนบุตรสายเือื่นๆ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับตระกูลได้ด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งการเข้าร่วมกับศาสนจักรเป็หนึ่งในนั้น
เื่นี้กระทั่งตระกูลที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งของดินแดนก็ยังได้มีโอกาสพึ่งพาสายเืของพวกเขาที่ส่งเข้าไปในศาสนจักร พวกเขากระทั่งสามารถมีอำนาจเหนือกษัตริย์ในอาณาจักรของตนเองเลยด้วยซ้ำ
นี่คือหนึ่งในความยิ่งใหญ่ของศาสนจักร
ปีเตอร์เองก็เช่นกัน เขาเข้าร่วมกับศาสนจักรเพราะไม่ใช่บุตรคนโต อย่างไรก็ตามเขายังคาดหวังว่าการเป็นักบวชสามารถทำให้เขามีอำนาจเหนือผู้นำตระกูลเออร์แกนได้ แม้ว่าเขาในตอนนี้จะเป็นักบวชฝึกหัดที่ถูกส่งมายังโบสถ์หมู่บ้านในชนบทก็ตาม เขายินดีที่จะปฏิบัติหน้าที่นี้ เพื่อในอนาคตเขาจะสามารถไต่เต้าขึ้นเป็บาทหลวง บิชอป หรือพระคาดินัล
ปีเตอร์กำกางเขนสีเงินในมือแล้วเผยรอยยิ้มออกมา
กางเขนสีเงินชิ้นนี้เรืองแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างน่าประหลาด ราวกับว่ามันตอบสนองต่ออารมณ์ของเขา
ใช่แล้ว กางเขนสีเงินนี้เป็วัตถุศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักร ซึ่งมันจะถูกมอบให้กับนักบวชฝึกหัดทุกคนที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่
เพราะเหตุนี้เองโศกนาฏกรรมอันน่าหดหู่จึงเริ่มต้นขึ้น
ในวันหนึ่งนั้นเองปีเตอร์และชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้บุกไปยังบ้านของทอมที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน
พวกเขา้าจับภรรยาของทอมไปสอบสวน
กลุ่มคนถือคบเพลิงจำนวนหนึ่งมุ่งหน้าไปที่นั่นด้วยจิตใจที่ฮึกเหิม พวกเขาไม่ยินดีที่จะปรานีต่อสิ่งชั่วร้าย
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอคนนั้นจะเป็แม่มด”
“ฉันสงสัยอยู่แล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ค่อยเข้ามาในหมู่บ้าน แต่ชอบเก็บตัวอยู่ในบ้าน”
“แต่มีคนเห็นว่าเธอเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ไม่ใช่หรอ? ลูกชายของเธออยู่ในกลุ่มนักร้องประสานเสียงรุ่นเด็ก”
“นายไม่เคยได้ยินหรอว่าปีศาจนั้นชอบเสแสร้งเป็จอมโกหก บางทีเธออาจจะเข้าโบสถ์เพื่อให้พวกเราตายใจก็ได้ อยากลืมว่าเธอสามารถใช้เวทมนตร์ได้ มีแค่แม่มดที่ชั่วร้ายเท่านั้นที่ยุ่งเกี่ยวกับเวทมนตร์”
“บ้าจริง ฉันเกือบหลงเชื่อเธอแล้ว ... หากหลวงพ่อปีเตอร์ไม่พบเบาะแสเสียก่อน บางทีหมู่บ้านของพวกเราอาจจะต้องเผชิญกับโรคระบาดก็เป็ได้ ไม่รู้จะมีคนล้มตายมากเท่าไหร่”
เสียงพูดคุยของกลุ่มคนที่ถือคบเพลิงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พวกเขากำลังพูดถึงข่าวลือการมีอยู่ของแม่มด
เนื่องจากหลวงพ่อปีเตอร์ทราบถึงเบาะแสนี้ก่อน พวกเขาจึงเรียกรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แม่มดไม่ทันตั้งตัวและหลบหนีไป
เพียงเวลาไม่นานที่หนาบ้านไม้หลังหนึ่งก็ปรากฏแสงสว่างจากคบเพลิงนับสิบ
ผู้คนที่มาต่างรู้สึกตื่นเต้น เพราะบ้านที่อยู่ตรงหน้านี้คือที่อยู่ของแม่มด พวกเขาไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับเหตุการณ์แบบใด เวทมนตร์เป็สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัว แต่เมื่อสายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่หลวงพ่อปีเตอร์ที่ถือกางเขนสีเงินที่เรืองแสงดุจคบเพลิงในยามค่ำคืน
ภาพนี้ได้มอบความกล้าและความเชื่อมั่นให้กับพวกเขา
“ไปจับหญิงสาวที่ชื่อว่าเจนมาสืบสวนกันเถอะ”
ทันทีที่หลวงพ่อปีเตอร์กล่าวจบ ชายฉกรรจ์สองคนที่อยู่ตรงหน้าก็พยักหน้าให้กัน ก่อนที่พวกเขาจะทำการพังประตูไม้ที่อยู่ตรงหน้าเข้าไป
ปัง!