เวลาที่ไหลผ่านไป3วัน จู่ๆ ภายในเหมืองร้าง ก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง สัมผัสได้ถึงปราณพลังของไฟเทพ ค่อยๆ หดหายถูกดูดเข้าไปภายในร่างกายจนหมดสิ้น กายาของ ซีเผิง จึงส่งแรงกดดันขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ออกมาไม่ขาด ส่งให้ทั่วทั้งเหมืองร้าง ที่กลุ่มของพวกอี้เฉินอยู่ สั่นไหวไม่หยุด
ซึ่งมันบ่งบอกว่า ยามนี้ ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ผู้หนึ่งได้ถือกำเนิดแล้วในยามนี้ ..เพียงเวลา ไล่ๆ ไม่ห่างกันมากนัก ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ คนอื่นๆ ก็ค่อยๆ เผยกายออกมา แม้พวกเขาเหล่านั้นจะบาดเจ็บจากการดูดซับไฟเทพกันไม่น้อย แต่เห็นได้ชัดถนัดตาว่า มุมปากของพวกเขายกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ไม่ว่าจะเป็น ซีเยว่ กงหนาน โม่กวาง หรือแม้กระทั่ง สัตว์วิเศษเยว่ เยว่ พวกเขาต่างก็เป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ สำเร็จแล้วในยามนี้
อี้เฉิน กับ เยว่ชิงเซียนที่หยั่งรู้ศิลาหยก พวกเขาต่างก็ได้ประสบการณ์ความรู้ กันมาไม่น้อย รอคอยให้เขาย่อยมันไปใช้เติมเต็มทะเลความรู้ ต่างก็ออกจากการปิดด่าน สืบเท้าเข้าไปแสดงความยินดีกับพวกซีเผิง "พวกเจ้าในที่สุดก็กลายเป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ แล้วสินะ"
"แสดงความยินดีกับพวกเจ้าด้วย ที่กลายเป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ได้อย่างราบรื่น"
ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน โม่กวาง แม้กระทั่ง สัตว์วิเศษเยว่ เยว่ ครั้นได้ยินพวกเขาถึงกับขำ แห้งๆ ออกมา "ฮ่าๆๆ พวกเจ้าอย่าพูดเช่นนั้น มันก็แค่เป็นก้าวเล็กๆ ...ยามนี้ก็เหลือเพียงเจ้าแล้วสินะ เยว่ชิงเซียน ที่ยังไม่ได้เป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์"
เยว่ชิงเซียนทำปากมุ่ยอยู่เล็กน้อย ครั้นได้ยินคำพูดโอหังของซีเผิง ทว่าเมื่อพวกเขาเห็น สตรีนามว่า หลินจีเดินสืบเท้า เตรียมที่จะจากไป พวกเขาต่างก็จ้องมอง นางเป็นตาเดียว ก่อนหญิงสาวจะยกยิ้มที่มุมปาก ราวกับเป็นการยิ้มเยาะ "ยินดีกับพวกเจ้าด้วย ที่เป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ได้ เช่นนั้นข้าขอตัว"
ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน โม่กวาง ต่างก็กำฝ่ามือไว้จนแน่น "เราจะปล่อยนางหลินจี ผู้นี้ไปจริงหรืออี้เฉิน?"
เยว่ชิงเซียน นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่นด่าผ่านไรฟันออกมาในทันที "นางช่างโอหัง เหมือนใครบางคนแถวนี้เสียไม่มี ข้าละอยากจะตบสังสอนนาง เสียจริง"
อี้เฉิน มองค้อนไปที่เยว่ชิงเซียนในทันใด "เจ้า! เจ้า! หมายถึงข้าอย่างนั้นหรือเยว่ชิงเซียน" เมื่อพวกเขาเห็นหลินจีจากไป ไม่ได้เก็บพวกเขามาใส่ใจอีกต่อไป อี้เฉินจึงผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย ครั้นนึกถึงช่วงเวลาที่เผชิญหน้ากับปราณจิตของ ผู้ไม่ดับสูญ มันก็ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้านเสียทุกครา ประหนึ่งว่าเขายืนอยู่ต่อหน้าผู้ยืนบนจุดสูงสุดของดินแดน ไม่ต่างอะไรไปจากอยู่ต่อหน้า จักรพรรดิอันหลาน
ก่อนเขาจะกล่าวพูดออกไปอีกครา "ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน โม่กวาง พวกเจ้าจะหยั่งรู้ มรดกของเซียนโบราณกันหรือไม่ พวกเรายังพอมีเวลาอยู่"
พวกเขาส่ายหัวกันอย่างพร้อมเพรียง "ไม่เป็นไรอี้เฉิน แค่นี้พวกเราก็เก็บเกี่ยว โชค วาสนา มาได้มากพอแล้ว ไม่คิดสถานที่แห่งนี้จะมีไฟเทพระดับสูง ที่พวกเราตามหาอยู่"
"ใช่ๆ อี้เฉิน ข้าโม่กวางนึกว่าจะได้ ดูดซับไฟเทพระดับกลางเสียแล้ว ยังดีได้มาเจอไฟเทพ ระดับสูง ยังสถานที่แห่งนี้ ช่างเป็นโชคก้อนใหญ่ของข้า ที่ได้เก็บเกี่ยวยิ่งนัก"
อี้เฉินยกยิ้มบาง กล่าวพูดราวกับเป็นการตัดสินใจ "เช่นนั้นเราออกเดินทาง จากมรดก ลับ สุสานเซียนโบราณเถอะ คนอื่นๆ ที่ออกไปก่อนหน้านี้ เกรงว่าพวกเขาคงนำหน้าพวกเราไปอยู่ก้าวหนึ่งแล้วล่ะ ไม่แน่ภายนอกสงคราม เทพพันปี อาจจะมีคนกลายเป็น เทพสวรรค์แท้จริงแล้วก็เป็นได้"
"อืมๆ ข้าเองก็คิดเช่นเจ้าอี้เฉิน ยามนี้พวกเราต้องรีบเปิดเส้นลมปราณเซียน ปราณพลังเซียนที่เราได้มา น่าจะช่วยพวกเราได้ไม่มากก็น้อย"
สิ้นคำพูดพวกเขา กลุ่มของอี้เฉินต่างก็เร่ง สืบฝีเท้าจากเหมืองร้างแห่งนี้ไปโดยพลัน กลับไปยังเส้นทางเขาวงกตที่พวกเขาจากมา แม้ว่าจะฝ่าคมเขี้ยวของสัตว์อสูรไปอยู่หลายครา แต่ยามนี้ไม่เหมือนยามก่อนอีกต่อไป เนื่องด้วยพวกเขาล้วนกลายเป็นเทพสวรรค์ครึ่งก้าวกันแทบหมดสิ้น หลงเหลือไว้เพียงเยว่ชิงเซียน การหลบเลี่ยงคมเขี้ยวของสัตว์อสูรเหล่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
เยว่ชิงเซียนที่ต้องตามติดอี้เฉินไม่ห่างกาย เคลื่อนที่ไปพร้อมกับปราณพลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ นางเม้มริมฝีปากแดงน้อยแน่น มีท่าทีไม่จำยอมเท่าใดนัก ก่อนจะถูกชายหนุ่มข้างกายนาง โอบกอดเอวคอดไว้แน่น หนักกว่าเก่า ทำให้นางหน้าบูดบึ้งอยู่ไม่น้อย
"เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป หากออกจากสถานที่แห่งนี้ไปได้ ข้าจะพาเจ้าไปสยบไฟเทพ ระดับตำนาน อย่างที่ข้ารับปากเจ้าเอง"
เยว่ชิงเซียนมองค้อนพร้อมกับขานรับอี้เฉิน แม้ว่านางอยากจะดันมือของ อี้เฉินออกมากถึงเพียงใดก็ตาม แต่ด้วยความเร็วของนาง ไม่อาจตามครึ่งก้าวเทพสวรรค์ทัน จึงจำใจต้องอยู่ภายในอ้อมแขนของบุรุษหนุ่ม ทว่านางสาบานอีกไม่ช้า ชายหนุ่มต้องสยบใต้แทบเท้านาง นางไม่ยินยอมให้ อี้เฉิน อยู่เหนือกว่านางได้
...เพียงเวลา หนึ่งวันเต็ม พวกอี้เฉินก็สามารถออกมาจาก มรดก ลับ สุสานเซียนโบราณ ได้อย่างราบรื่น ไม่มีกลุ่มคนคอยขัดขวาง ลอบฆ่าสังหาร แต่อย่างใด ทว่า หน้าผาหมื่นยอด ในยามนี้ กลับมีสายตาของกลุ่มคน เผ่าพันธุ์บรรพกาล ทั้ง4เผ่า ต่างก็ส่งเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ มาสอดส่องสถานการณ์
แม้แต่กลุ่มอนุชน ที่ยังไม่คิดจะจากสถานที่แห่งนี้ไป ก็ยังมีอยู่ด้วยกันไม่น้อย พวกเขา ต่างก็มายืนรอแลกเปลี่ยนซื้อขาย ซากของเซียนโบราณ กันอย่างโจ่งแจ้ง เสียงต่อสู้แย่งชิงยังมีดังออกมาไม่ขาด กลุ่มคนเผ่าพันธุ์บรรพกาล ทั้ง4ต่างก็หมายตา ซากของเซียนโบราณ ใช้เป็นสื่อกลางในการเปิดเส้นลมปราณเซียน จนเกิดจลาจลความวุ่นวายในยามนี้
แต่เมื่อพวกเขาเหล่านั้น เห็นกลุ่มของอี้เฉิน กลับออกมาจากมรดก ลับ สุสานเซียนโบราณต่างก็ต้องหรี่ตาจนเล็กแคบ เมื่อสัมผัสได้ถึง พลังของครึ่งก้าวเทพสวรรค์ แล้วยิ่งเห็นใบหน้าของสตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียน พวกเขายิ่งขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันเป็นปม เสียงซุบซิบไต่ถามจึงดังออกมาไม่ขาดสาย "กลุ่มคนพวกนั้น เขาเป็นใครกันแน่"
ทว่าก็มีอนุชน หลายคนที่จดจำใบหน้าอี้เฉินได้ ต่างก็หน้าบูดหน้าเบี้ยวไม่น่ามอง อายสังหารที่โหมซัด รีบเก็บกลับไปโดยพลัน เมื่อเคยเห็นพลัง ของอี้เฉินที่สำแดงในยามก่อน
อี้เฉินส่งคำพูดออกไปบอกกล่าว กลุ่มเพื่อนของพวกเขาในทันที "พวกเจ้าเกรงว่า เราคงต้องจากลากันแล้วในยามนี้ การปิดขั้นพลังที่ยาวนานร่วม10ปีเช่นนี้ ขอให้พวกเจ้าเปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานสำเร็จ"
"เจ้ากับเยว่ชิงเซียน จะไปแล้วหรือ อีกนานเลยสินะกว่าที่พวกเราจะได้พบเจอกัน" ครั้นหญิงสาวเอ่ยคำพูดเสร็จสิ้น นางก็เข้ามากอดไหล่อี้เฉินด้วยความเศร้าที่จะต้องจากลากัน ทว่าแววตาที่มองนั้นห่วงหาอาทร เหมือนน้องชายของนาง คนหนึ่ง
อี้เฉินพยักหน้ารับคำซีเยว่ "อืมๆ พวกเจ้าเองก็รักษาตัวด้วย แล้วเจอกันในศึกชี้ชะตา ในอีก13ปีข้างหน้า"
ซีเผิง กงหนาน ต่างก็เดินสืบเท้า ท่ามกลางอากาศ เข้ามาจับไหล่อี้เฉิน "อืมๆ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แล้วเราจะได้พบกันใหม่ในอีกสักวัน"
โม่กวาง กล่าวพูดไล่หลังอี้เฉินในยามที่จากไปในทันที "ศึกชี้ชะตา ในอีก13ปีข้างหน้า เจ้าคงไม่ได้เอาลูกอายุ8-9ขวบ ของพวกเจ้ามาด้วยหรอกกระมัง ฮ่าๆ"
อี้เฉินที่จากไปพร้อมกับเยว่ชิงเซียน เขาได้แต่ขำแห้งๆ ส่ายหัว ทว่าสตรีที่อยู่ด้านข้างเขายามนี้หน้าแดงน้อยพองลมตุ๊บป่อง ด้วยความโกรธเคืองหมดแล้ว ก่อนอี้เฉินจะกล่าวไต่ถามตัวนาง ด้วยความจริงใจ ในระหว่างที่เขาเดินทางไปยังเขต เผ่ามังกรทองบรรพกาล ไปยังเขตบึงน้ำมืด
"ไฟวิเศษระดับตำนาน อันตรายไม่น้อยเลยนะเยว่ชิงเซียน ดีไม่ดี เจ้าอาจจะตายตกเพราะมันก็เป็นได้ แม้แต่ข้าในยามที่เป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ยังรับรู้ได้ถึงอันตราย"
เยว่ชิงเซียนครั้นได้ยิน นางสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่าความยึดมั่นถือมั่นของนางก็ไม่มีเสื่อมคลาย ครั้นอี้เฉินเห็นเช่นนั้น เขาได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมายาว ส่งผลึกน้ำแข็ง ที่มีอยู่ภายในแหวนมิติออกไปให้ "เยว่ชิงเซียน หวังว่ามันจะช่วยเจ้าได้ แล้วก็หวังว่า เจ้าจะไม่ตายตก"
เยว่ชิงเซียน ที่เห็นว่าชายหนุ่ม ห่วงหาตัวนางอย่างจริงใจ นางจึงพยักหน้ารับคำ "อืม ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่ประมาทเด็ดขาด"
อี้เฉินครั้นได้ยินเขายิ่งเร่งฝีเท้าออกไป ทว่าเขาไม่ได้บอกเรื่องวิญญาณร้าย ที่สิงสู่ อยู่ในเขตบึงน้ำมืด ให้นางต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด เขาที่เป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ มั่นใจว่าจะรับมือได้