๓
ศพนับสิบกลาดเกลื่อนอยู่รายรอบสนามหญ้าหน้าบ้านหลังใหญ่ซึ่งตอนนี้พระเพลิงได้เปล่งประกายโชติ่ทำลายความสวยงามของสถาปัตยกรรมโรมันประยุกต์ไปเกือบครึ่ง ทำให้คนที่เลี้ยวรถเข้ามาและเบรกอย่างจังถึงกับใจหายวูบด้วยกลัวมาไม่ทันช่วยเหลือเพื่อนรักซึ่งร่วมต่อสู้กันมาเป็เวลายาวนาน
“โรม!”เจอโรมีร้องเรียกหาพร้อมกวาดสายตาและใช้จมูกสูดหากลิ่นพร้อมเสียงสบถเป็ระยะด้วยตัวเขาเป็ผู้หาข่าวสารแท้ๆ แต่คราวนี้กลับพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยได้รับข่าวสารแล้วไม่ยอมพินิจพิเคราะห์ให้ดีเผลอวิ่งตามไปและปล่อยให้ศัตรูบุกเข้ามาถึงถิ่นทำร้ายคนที่คอยอารักขาโรมอยู่จนาเ็สาหัส ไม่ก็ถูกทำร้ายจนไม่เหลือชีวิต!แล้วตอนนี้เพื่อนรักเขาก็ไม่รู้หายไปไหนแม้มั่นใจฝีมือโรมคงไม่ถูกซิวไปง่ายๆ แต่ใครจะรู้ได้เล่าเมื่อถึงคราวเคราะห์ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ แม้กระทั่ง...ไม้จิ้มฟันยังหลุดเข้าไปติดค้างในคอตายได้เลย
แว่วเสียงบางอย่างดังมาทำให้เจอโรมีรีบกระโจนเข้าไปในบ้านอย่างเร็วทันได้เห็นชายชุดสีดำซึ่งนอนอยู่ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล อาวุธในมือเงื้อขึ้นบั่นคอโรมให้ขาด!
“โรม!”ร้องเรียกเตือนเพื่อนให้รับศึกจากด้านหลังแต่กลับยิ่งทำให้เสียอารมณ์พ่วงความเป็ห่วงเต็มพิกัดเมื่อผู้เป็เพื่อนนั่งนิ่งราวกับไม่ได้ยินเสียงร้องบอกแล้วยังนั่งตัวสั่นไหล่คู้อย่างกับคนไร้ความรู้สึกและไม่รักตัวเอง ทว่าเพียงแค่มีดถูกฟาดลงมาเท่านั้นคนที่นั่งเฉยอยู่กลับคว้าอาวุธที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาแทงสวนกลับไปตรงกึ่งกลางลำตัวอย่างแม่นยำจบชีวิตหนึ่งนักฆ่าเืเย็น
“แกเป็บ้าอะไรวะโรมถึงได้ปล่อยให้ไอ้เ้านั่นเข้าถึงตัวแบบนี้”ปรี่ไปหาเพื่อนด้วยเพลิงพิโรธจนใบหน้าเข้มแดงจัด พ่วงด้วยความเป็ห่วงคนตรงหน้าที่สนใจผู้หญิงในอ้อมแขนมากกว่าชีวิตตัวเอง
“แล้วนี่จะนั่งให้ไฟคลอกเอาหรือไงวะ”เจอโรมีรีบเดินไปดึงร่างโรมให้ลุกหนีไฟที่ลามมาใกล้จะถึงตัวในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าทว่าเพื่อนรักกลับปัดออกและวางมือแกร่งบนใบหน้าขาวซีดหญิงสาวในอ้อมแขนที่แค่ได้เห็นผนวกกับกลิ่นที่โชยมาแตะจมูกบอกให้รู้เธอคนนี้ไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว!
“แกไม่ต้องมายุ่ง...เสือกมาเอาทำไมป่านนี้”ความรู้สึกผิด บวกกับความช้ำชอกเสียใจที่ปกป้องคนรักไม่ได้เป็ดั่งมีดคมกริบปาดเฉือนไปทั่วทุกหนแห่งของเรือนกาย
“เป็อะไรไปวะโรมปกติฉันมาเร็วแกก็ด่า วันนี้มาช้าแกก็เสือกว่าอีกหรือเป็เพราะผู้หญิงที่แกเก็บตกมาจากข้างถนน หล่อนสำคัญแค่ไหนกันวะยังไงคนก็ตายไปแล้ว จะมามัวนั่งคร่ำครวญพิรี้พิไรอยู่ทำไม รีบไปดีกว่า”ไม่ได้ใจร้ายแค่ไม่อยากมาเสียเวลากับผู้หญิงที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิตเพียงไม่นานก็จากไปเหมือนสายลมพัดผ่านนั่นแหละ
“หุบปากตะไกรของแกเองหรือให้ฉันยัดด้วยเท้า”โรมเอ่ยอย่างไม่สนใจ เพื่อนโกรธหรือเปล่า ตอนนี้เขาหวังเพียงอย่างเดียวมีปาฏิหาริย์ทำให้แก้วดาริกาฟื้นขึ้นมา มือใหญ่ลูบไล้ไปบนใบหน้าขาวซีดใบหน้าเข้มโน้มไปจนคางสากแนบกับหน้าผากกว้าง แขนแกร่งกำยำสั่นเทาขณะโอบรัดรอบร่างไร้ลมหายใจ
“หนูแก้ว”เสียงที่ออกจากปากหนาราวสัตว์าเ็เจียนตายดังก้องกายแกร่งสั่นสะท้านราวกับถูกกระชากจากที่สูงลงสู่พื้นน้ำเย็นจัดด้วยธารน้ำแข็งที่เกาะอยู่
“เฮ้ย! อย่าบอกนะไอ้โรมนี่แก...”เจอโรมีถึงกับอึ้ง จากคำพูดที่บ่งบอกถึงความรักเต็มล้นอกและรัศมีแห่งความโกรธของเพื่อนแผ่มาครอบคลุมทั่วร่าง
“เป็ไปได้ไงวะแกเพิ่งเจอกับผู้หญิงคนนี้ไม่กี่วันเองนะโว้ย จะรักกันได้ยังไง” เป็ไปได้หรือคนเราเพิ่งเจอกันจะรักกันได้เห็นเขาผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำก็ยังรู้สึกสูงสุดแค่พึงพอใจเท่านั้นเอง แต่โรม...ศีรษะทุยสะบัดส่ายแรงๆ
“เอาไว้ให้เจอกับตัวแล้วแกก็จะรู้” โรมตอบกลับเสียงเย็น ทาบมือไล้ใบหน้าขาวซีดอย่างแ่เบาและอ่อนโยนแนบจุมพิตไปบนใบหน้าขาวซีดด้วยความหวัง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เื่จริงเธอยังมีชีวิตอยู่เคียงข้างเป็กำลังใจ ให้เขารักและรักเขา แต่ความเป็จริงปาฏิหาริย์ไม่มีจริงแก้วดาริกายังปราศจากลมหายใจเช่นเดิม
“เป็ไปได้ไงแกเพิ่งเจอกับผู้หญิงคนนี้ไม่กี่วันเองนะโว้ยโรม จะรักกันได้ยังไง”เจอโรมีงุนงงจนไปไม่ถูก ก่อนนึกขึ้นมาได้เออ...แล้วเขามานั่งซักไอ้เพื่อนบ้านี่อยู่ทำไม ไฟลามมาใกล้ถึงแล้วนี่หว่า
“ไอ้โรม...ฉันรู้แกคงอยากตายตามสุดดวงใจของแกไปแต่ฉันยังไม่อยากตายนะโว้ย รีบลุกได้แล้วถ้าไม่อยากให้ฉันเรียกให้เอมมี่มาฉีกอกแก” คนเดียวที่เอาโรมในตอนอารมณ์พาลพาโลเห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมดมิหนำซ้ำยังมิอาจทำอะไรคือ...อาเจ้ตัวเล็กผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องขี้งอนอ้อนเก่งอย่างสาวเอมมิเลียโฮเดการ์ด!
โรมเหลือบสายตาแดงก่ำไปมองเจอโรมีแวบหนึ่งก่อนสอดช้อนร่างกลมกลึงอย่างอ่อนโยนที่สุด ในสายตาคนอื่นแก้วดาริกาเป็ยังไงไม่รู้แต่ในสายตาและหัวใจเขา เธอยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ด้วยรักที่มีด้วยกันตลอดไป
“ไอ้โรม”เจอโรมีร้องเรียกผู้เป็เพื่อนอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะพาร่างหนาแกร่งไปนั่งบนเก้าอี้บุนวมข้างโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่ายระคนน้อยใจ“นี่แกยังโกรธฉันเื่นั้นอยู่อีกหรือวะ” ถามพร้อมเสียงสบถ
“เปล่า”
“ถ้าเปล่าแล้วไมแกถึงทำเ็ากับฉันอย่างนี้วะ”เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจเหตุการณ์ในครั้งนั้นเขายอมรับว่าตัวเองประมาทจนเป็เหตุให้เพื่อนเสียคนรักไปแต่เวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้ว โรมน่าจะทำใจกับการสูญเสียที่เจอะเจอแทบทุกวันได้แล้วสิ
“พูดไปแกก็ไม่เข้าใจเอาไว้ให้แกเจอกับตัวดีกว่าเจโร แล้วแกจะรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของฉัน” ตอบกลับเพื่อนเสียงเย็นไม่ได้โกรธแต่รู้สึกผิดบวกกับโกรธตัวเองมากกว่าที่ปกป้องคนที่รักเอาไว้ไม่ได้ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาที่ตกปากรับคำไปเขาคงปล่อยให้ศัตรูที่ไล่ล่าอยู่เอาชีวิตไปนานแล้ว
เจอคำพูดอย่างนี้เจอโรมีก็หงุดหงิดไม่ใช่น้อยซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ผู้หญิงคนนั้นมีอะไรดีกันถึงได้ทำให้เพื่อนเขาเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้
“แกมาหาฉันมีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า”เอ่ยถามพลางลุกจากเก้าอี้ไปยืนยังมุมหนึ่งของห้องปลายนิ้วเกี่ยวชายผ้าม่านมองออกไปด้านล่างของร้าน
เจอโรมีผ่อนลมหายใจออกจากปอดถามอย่างกับไล่ให้เขารีบกลับ “ไม่มีมาหาแกไม่ได้หรือไงวะ”เอ่ยถามน้ำเสียงกระเง้ากระงอดใบหน้าบูดบึ้งอย่างกับตูดไก่อย่างที่คนเห็นอยากถีบให้พลัดตกจากเก้าอี้
“โตเป็ควายแล้วยังเสือกงอน”โรมโต้กลับอย่างระอิดระอาใจในนิสัยไม่รู้จักโตพร้อมปรายสายตาไปมองเพื่อนหนุ่มก่อนเบือนกลับมาที่เดิมแม้เบื้องล่างลูกไฟกลมๆ จะหมุนวนพร้อมส่องประกายราวกับรุ้งชวนละลานตาก็จริงทว่าดวงตาเข้มสีอเมทิสต์กลับไปสะดุดอยู่กับร่างเล็กแบบบางในชุดสีดำสนิท
เสียงครางหลุดจากลำคอแกร่งอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็นอย่างที่คิดได้ว่าเขาอาจคิดถึงแก้วดาริกาจนตาฝาดไป จำต้องเพ่งมองซ้ำอีกครั้งให้ชัดๆขณะที่เธอคนนั้นก็เหมือนกับรู้ว่าถูกมองอยู่เลยแหงนหน้าขึ้นมา
เหมือนโลกหยุดเคลื่อนไหวเพื่อให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังกระจกบานใหญ่สีชาได้มองเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องล่างอย่างชัดเจนอย่างตะลึงงันราวกับถูกก้อนหินหล่นทับลงมาบนศีรษะ ราดด้วยน้ำเย็นซ้ำ
แม้รูปร่างของเธอจะเปลี่ยนแปลงจากอวบกลมกลึงเป็เพรียวบางผมดกดำยาวสลวยถูกผูกรัดไว้กึ่งกลางกระหม่อมที่เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ประกอบด้วยดวงตากลมโตใสแจ๋วราวกับแสงดวงตะวันยามสะท้อนพื้นน้ำจมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากรูปกระจับดั่งกับลูกศรตรงดิ่งเข้ากระแทกใจ
“หนูแก้ว” โรมร้องครางในลำคอ เขาไม่ได้ตาฝาดไปคนที่เฝ้ารอได้กลับคืนมาสู่อุ้งมือแล้วรอเพียงแค่เขาไปคว้ามาแนบกายพร้อมเปิดสวิตช์แห่งความทรงจำ...ให้เธอรับรู้ถึงความรักที่มีให้แก่กัน
“เฮ้ย! โรมแกจะไปไหนวะ” เจอโรมีร้องถามเมื่อแวบหนึ่งเพื่อนมีอาการใก่อนตื่นเต้นดีใจอย่างสุดประมาณได้รีบผละจากหน้าต่างบานใหญ่มุ่งเดินออกนอกห้องทำงานอย่างเร็วไว
“เฮ้ย!ฉันยังไม่ได้คุยธุระสำคัญกับแกเลยนะเว้ย...กลับมาก่อน”
“ธุระแกเอาไว้ก่อนฉันมีเื่สำคัญต้องไปทำ”
“ไม่ได้โว้ย! นี่มันเกี่ยวกับชีวิตของแกและเราทุกๆคน รวมถึงเอมมี่ด้วย”
ชื่อคนหลังสุดทำให้ร่างใหญ่หยุดชะงักในทันทีใบหน้าคร้ามแกร่งเหลียวกลับไปพร้อมคิ้วหนาเป็ปื้นเลิกขึ้น “ถ้าไม่สำคัญจริงๆฉันเตะแกให้เดินไม่ได้เชียว” เอ่ยพร้อมเดินกลับมายืนยังจุดเดิมเพื่อคอยจับตามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั้นเดินไปทรุดตัวลงนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์
เห็นเพื่อนจดจ่ออยู่กับอย่างอื่นมากกว่าฟังเขาพูดนอกจากหงุดหงิดแล้ว เจอโรมียังพ่วงด้วยความอยากรู้ ข้างล่างนั้นมีอะไรสำคัญโรมต้องเร่งรุดลงไปจัดการด้วยตัวเองทั้งที่ชายหนุ่มสามารถกดสวิตช์ใกล้กับโต๊ะทำงานเรียกพนักงานขึ้นมาสอบถามก็ได้แล้ว
“แกมองอะไรวะโรม”ลุกขึ้นเดินไปยืนใกล้ๆ พร้อมกวาดสายตามองไปรอบๆ มองหาสิ่งที่เพื่อนสนใจ
“แกมีธุระสำคัญอะไรก็รีบพูดมาดีกว่า”
เจอโรมีถอนหายใจไม่ใช่เพื่อนไม่รู้ แต่ไม่สนใจมากกว่าบางครั้งปล่อยให้ภัยมาถึงตัวก่อนคิดจัดการทำอะไรลงไป ทำเอาเขาและทุกๆคนเป็ห่วงจนนั่งไม่ติดที่
“แกสนใจตัวเองหน่อยได้ไหมวะโรมขนาดเ้าพวกนั้นอยู่ใกล้ตัว แกยังเสือกทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้อีกปล่อยให้มันเดินเข้าเดินออกร้านอยู่ได้ จะให้พวกเราทุกคนเป็ห่วงขนาดไหน”เอ่ยถามอย่างระอิดระอา เ้าพวกนั้นทุกคนมีกลิ่นเน่าเหม็นติดกายที่โรมเองก็แยกแยะได้ แต่กลับ...ศีรษะทุยส่ายไปมาอย่างระอิดระอาใจ
“นี่หรือเื่สำคัญของแกเจโร”โรมเลือกใช้ความเ็าห่อหุ้มกายาไม่ยอมรับรู้ความห่วงใยของคนใกล้ตัว
สองมือแกร่งสอดล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเหลียวใบหน้าเ็ามามองเจอโรมีแวบหนึ่งก่อนปรายสายตากลับไปยังจุดเดิม“ถ้าเสียเวลามาด้วยเื่แค่นี้ก็กลับไปเถอะ ฉันดูแลตัวเองได้”
“ไอ้โรม!” โว้ย!อยากซัดไอ้เพื่อนบ้าให้หมอบเสียจริงๆ“เออ...ฉันไม่เถียงเื่แกดูแลตัวเองได้ แต่แกช่วยดูแลดีๆ หน่อยได้ไหมไม่ใช่เอาตัวเองไปเสี่ยงจนทำให้เอมมี่ต้องาเ็”เจอโรมีเอ่ยอย่างพยายามข่มกลั้นไฟโทสะเอาไว้
“อะไรนะ!!” โรมหันมาแผดเสียงใส่เจอโรมี“แกพูดใหม่สิเจโร เกิดเื่อะไร แล้วทำไมเอมมี่ถึงาเ็ได้”
“ทีอย่างนี้ละก็ทำมาเป็ห่วงทีตอนทำให้เขาาเ็นะไม่คิด”
“เจโร!”
“ก็นั่งอยู่ตรงนี้จะเรียกให้ดังทำไมวะ”ตอบยียวนกลับ
“อย่าเล่นลิ้นนะเจโรเดี๋ยวอัดตับแตกเลยไอ้หมาบ้านี่”
“อ้าว...เฮ้ย! อย่าเลยเถิดถึงตัวตนกันสิโว้ยไอ้วอมแวมขี้โอ่”เจอโรมีโต้กลับ ก่อนใบหน้าคมคายจะจริงจังเครียดขรึม
“เอมมี่ได้ข่าวแกถูกดักทำร้ายเลยรีบไปช่วยโดยไม่ได้บอกใครเผอิญฉันได้ข่าวมาเลยไปช่วยทันแต่ก็เกือบพลาดถูกพวกนั้นจับเอาตัวไปกับาเ็พอสมควร”
“เื่ร้ายแรงขนาดนี้ทำไมแกถึงไม่บอกฉัน”
“เอมมี่ห้ามไว้ถึงบอกไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมา ยังไงเื่มันก็เกิดขึ้นแล้ว”
“แล้วไอ้พวกนั้น”
“คิดว่าจะเหลือหรือไง”เขากระหน่ำอัดจนกระดูกกระเดี้ยวอยู่ผิดที่ทั้งคีธและไลอ้อนยังพูดว่าทำน้อยไปเสียอีก ถ้าสองคนนั้นอยู่จะจับฉีกแขนขาให้อยู่คนละทิศละทาง
“ถ้าแกยังรักเอมมี่ก็ช่วยดูแลตัวเองหน่อยช่วยเก็บกวาดไอ้พวกเศษสวะที่อยู่รอบๆ ตัวด้วย”
“เออ...รู้แล้วตกลงแกมีเื่พูดกับฉันแค่นี้ใช่ไหม จะได้ไปให้พ้นๆ หน้าเสียที บ่นยังกับคนแก่น่าเบื่อชะมัดยาด”
“ใช่สิไอ้เรามันคนไม่สำคัญ เห็นหน้าทีไรเขาก็รำคาญ งั้นก็ดีแล้วมีเื่ไม่ต้องเรียกหานะโว้ย กูงอน”
คิ้วหนาเป็ปื้นเลิกขึ้นเล็กน้อยละสายตาจากภาพหญิงสาวในชุดดำเหลียวใบหน้ามามองเพื่อนที่เอ่ยเหมือนรู้อะไรแต่ไม่ยอมบอก
“ถึงแม้หน้าตาจะเหมือนแต่เขาอาจไม่ใช่คนนั้นก็ได้นะ ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” เอ่ยเตือนด้วยเวลานี้ไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น
โรมไม่ทันได้ถามด้วยเจอโรมีลุกขึ้น สอดสองมือเข้าในกระเป๋ากางเกงก่อนเดินจากไปพร้อมเสียงผิวปากศีรษะทุยส่ายอย่างอิดหนาระอาใจรีบหันกลับไปมองภาพเบื้องล่างที่ตอนนี้...เธอคนนั้นก็ได้หายจากไปแล้วเขาจึงได้ถึงบางอ้อในคำพูดของไอ้เพื่อนเวรตะไล เห็นทีถ้าอยากรู้เื่ให้ละเอียดคงต้องหาของกำนัลไปง้อไอ้หน้าหล่อขี้งอนชุดใหญ่เสียแล้วละ