ตอนที่24 อาณาจักรน้ำแข็ง
"องค์หญิงลงมาจากต้นไม้นั้นเถอะ ถึงเวลาที่ท่านต้องเข้าพิธีหมั้นแล้วนะเพคะ" เสียงของสตรีวัยกลางคนดังขึ้นด้วยความกังวลท่ามกลางส่วนดอกไม้และพื้นหญ้าอันกว้างใหญ่
พร้อมสายลมที่พัดผ่านผิวหน้าของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีซึ่งยืนอยู่บนต้นไม้ขนาดมหึมาจนไม่มีผู้ใดสามารถปีนตามนางขึ้นไปได้
"ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าจะไม่หมั้นกับคนที่ข้าไม่ได้รัก" เด็กสาวร้องะโขึ้นอย่างทุกข์ใจพร้อมเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา ก่อนนางจะนั่งก้มหน้าโดยใช้มือทั้งสองข้างคอยค้ำยันเพื่อมิให้ใครมาเห็นน้ำตาของตนเป็อันขาด
"ทำแบบนี้บ่าวจะถูกลงโทษเอานะเพคะ"
"มีอะไรกันรึ"
และน้ำเสียงอันนุ่มลึกดังขึ้นมาจากด้านหลังจนทำให้สตรีวัยกลางคนสะดุ้งโหยงด้วยความใ ก่อนนางจะรีบก้มหน้าให้กับนายเหนือหัวผู้ยิ่งใหญ่
"ฝ่าา"
"ข้าจะไม่หมั้นกับใครทั้งนั้นท่านพ่อ ข้าไม่ได้รักเขา" เด็กสาวผู้ยืนอยู่บนต้นไม้ขนาดใหญ่ได้ะโขึ้นทันทีที่เห็นชายผู้เป็พ่อกำลังเดินเข้ามาใกล้ จนเหล่าขุนนางและทหารโดยรอบต่างหันมาจ้องมองด้วยความสนใจ
"แล้วเ้าจะรักผู้ใด"
"ข้าจะรักคนที่คอยช่วยให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ข้าจะมีชีวิตเพื่อล้างแค้นให้ท่านแม่"
"พ่อขอโทษ ลีเดีย"
แววตาอันเศร้าหมองพร้อมคำกล่าวอันไร้หัวใจ ที่จะทำให้เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีต้องเ็ปกับสิ่งนี้ไปอีกแสนนาน
…………………………………………………
"เ้าเป็ตัวอะไร เทีย"
น้ำเสียงอันเยือกเย็นราวกับสายลมหนาว ดังออกมาจากด้านหลังขณะปลายดาบได้จ่อคอของชายผมขาวที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนดวงตาจะจับจ้องไปยังใบหน้าอันขาวผ่องอย่างมาดมั่น
"ระหว่างมนุษย์ ปีศาจ แล้วก็เ้า ตัวตนของข้าจะคล้ายคลึงกับเ้ามากกว่า"
"จะบอกว่าเ้าเป็มนุษย์งั้นรึ"
"อย่าพูดให้ข้าขำไปหน่อยเลย อย่างเ้าไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ " และคำกล่าวที่ฟังดูคล้ายจะเป็การเหยียดหยาม ได้ทำให้ดาบของลีเดียเริ่มบาดลึกเข้าไปในิัของเทียอย่างไม่ลังเล
"ถ้า้าชีวิตข้าเ้าก็เอามันไป แต่ก่อนหน้านั้นข้ามีเื่จะขอร้อง " ระหว่างที่เืกำลังไหลชายผมขาวก็เริ่มกล่าวพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ลีเดียโดยไม่หวั่นเกรงต่อดาบเล่มนั้น
"ช่วยคืนรอยยิ้มให้แก่เมืองที่ล่มสลายนี้ด้วยเถอะ ช่วยเด็กสาวที่ถูกจับตัวไปกลับมา ข้าขอร้องลีเดีย " แล้วเทียก็เอื้อนเอ่ยด้วยใบหน้าอันเศร้าหมองจนลีเดียต้องผ่อนดาบลง เพราะบัดนี้มีเพียงลมหายใจและดวงตาที่จ้องมองกันอย่างไม่ลดละ
"คุมตัวชายผู้นี้ไปยังปราสาท ข้ามีเื่หารือกับเ้าเมือง"
แล้วลีเดียก็ลดดาบในมือลงพร้อมกับเดินตรงไปยังเมืองทราซินเวียเช่นเดียวกับทหารผู้ทรยศซึ่งถูกคุมตัวอย่างแ่าเพื่อนำไปไตร่สวนหาความจริงในคุกใต้ดินของตัวปราสาท
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตัวข้านั้นตายได้เทีย ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าทำให้เ้ามองเห็นเส้นทางใหม่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า จดจำท่านผู้สร้างของเ้าให้แม่นยำนะพี่ชาย "
แต่เสียงหัวเราะอันไม่น่าพิสมัยก็ดังมาจากชายผู้ใกล้ตายเยี่ยงเอริคที่กำลังจ้องมองเทียด้วยรอยยิ้ม ก่อนเขาจะสิ้นลมไปพร้อมกับความสุขอันมากล้นจนมิอาจทำความเข้าใจ
…………………………………………………
ณ ตัวปราสาททราซินเวียขนาดใหญ่มีห้องโถงพร้อมโต๊ะกลมพอให้อีชิลเดอร์และกลุ่มทหารของลีเดียได้ใช้นั่งประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"ศึกนี้เราพ่ายแพ้แต่ยังรอดมาได้ นั่นคือนิมิตหมายอันดีที่เราจะทวงคืนทุกอย่างจากพวกมัน เพราะอย่างน้อยข้าก็ได้รู้ถึงความ้าที่แท้จริงของพวกปีศาจ นั่นคือเหล่าเด็กสาวที่จำเป็มากสำหรับพวกมันและคำถามคือทำไม" ลีเดียเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่พร้อมกับแลสายตาเพื่อหาคำตอบจากทุกคน แต่กลับพบเพียงความเหนื่อยล้าและนิ่งเงียบอย่างน่าผิดหวัง
"การดูดกลืนพลังิญญา"
แล้วเสียงของชายผมขาวก็ดังผ่านความเงียบงัน ก่อนใบหน้านั้นจะถูกกระแทกด้วยหอกจากเหล่าทหารที่กำลังคุมตัวเขาเข้ามาในห้องโถงแห่งนี้
"พูดต่อไป"
"การดูดกลืนพลังิญญาของหญิงสาวก่อนอายุสิบแปดจะได้พลังชีวิตที่เข้มข้นกว่าปกติ ถ้าจะให้ข้าคาดเดาอาจจะทำเพื่อคืนชีพจอมมารขึ้นมาอีกครั้ง "
"ข้าเสนอให้ปะามันทิ้งเสียเดี๋ยวนี้เลยหัวหน้า" ระหว่างที่เทียกำลังสาธยายชายร่างั์ก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยใบหน้าดุดันพร้อมความระแวดระวังจนไม่เหมือนกับเฟดดี้ในทุกสถานการณ์
"ข้าน้อยขอรับประกันว่าเขาเชื่อใจได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าา"
"ด้วยอะไรรึที่ใช้รับประกัน ชีวิตเ้ามันไม่เพียงพอหรอกนะท่านเ้าเมือง"
แม้อีชิลเดอร์จะกล่าวแย้งให้แก่เทียแต่ไนท์อายก็ยังแสดงความมาดร้ายด้วยการคัดค้านทุกคำพูดจนเกิดการโต้เถียงกันอย่างไม่จบสิ้น
ลีเดียจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปพร้อมกับดาบเล่มยาวก่อนจะพาดมันลงบนไหล่ซ้ายของเทียอย่างเบามือ
แล้วการโต้เถียงก็จบลงเพราะบัดนี้มีเพียงลีเดียเท่านั้นที่จะกำหนดชะตากรรมของชายผมขาวตรงหน้าว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อหรือตายลงในวันนี้
"ด้วยนามแห่ง คิง ลีเดีย ข้าขอแต่งตั้งให้เ้าเป็ทหารรักษาพระองค์แห่งหน่วยอัศวินดำ ลุกขึ้น"
แล้วคำตอบนั้นก็ทำให้เ้าเมืองถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกผิดกับเฟดดี้และไนท์อายที่ไม่ยินดียินร้ายต่อการตัดสินใจของลีเดีย เพราะมันคือคำสั่งที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งมันได้ในเร็ววัน ทั้งสองจึงเลือกสงบปากสงบคำไว้ให้มั่น ก่อนชายผู้นั้นจะพลาดพลั้งขึ้นมาอีกครั้ง
"หากจะหยุดแผนการของปีศาจ เราจำต้องช่วยเด็กสาวนั้นออกมาเสียก่อน ฉะนั้นการบุกอาณาจักรของพวกมันคือทางเดียวที่เราควรทำ"
"นั่นเป็ไปไม่ได้ การเดินทางข้ามทวีปเช่นนั้นทรัพยากรเราไม่เพียงพอ "
"ยังมีทางที่ใกล้กว่า จะมีอาคมมิติเชื่อมต่อกับทวีปปีศาจโดยตรงอยู่ใต้ตัวปราสาทของอาณาจักรน้ำแข็งห่างจากเมื่องนี้ไปเพียงร้อยกิโล " เทียกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังแผนที่ทางตอนเหนือของเมืองทราซินเวียก่อนสายตาลีเดียจะจดจ้องตามการบอกกล่าวอย่างมาดมั่น แล้วก็พบว่ามันยังคงเป็เื่อันตรายไม่แพ้กับการบุกรุกอาณาจักรของปีศาจร้าย
"อาณาจักรน้ำแข็งมิได้ขึ้นตรงต่อราชอาณาจักรแถมยังเป็ปรปักษ์กับตัวข้าไม่ขาดสายคงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะลักลอบเข้าไปได้ "
"มันคือทางเดียวที่เราจะเสี่ยงได้ลีเดีย "
"เ้าไปเอาข้อมูลเหล่านี้มาจากไหน "
"เพราะข้ารู้ว่าจอมมารมีลูกกับมนุษย์ที่อาณาจักรน้ำแข็ง เขาได้สร้างอาคมมิติไว้เพื่อเดินทางไปหาลูกสาวของตน และตอนนี้เราจะใช้มันเพื่อเดินทาง "
"เพ้อเจ้อกันไปใหญ่แล้ว ไอ้หมอนี่มันสติไม่ดีแน่ท่านหัวหน้า จอมมารน่ะรึจะมีลูกกับมนุษย์" และเฟดดี้ก็มิอาจทนฟังคำหลอกลวงของชายผมขาวได้อีกต่อไป เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับทุบโต๊ะแล้วตวาดเสียงใส่ลีเดียอย่างน่าใจหาย
แต่ชายผมขาวก็มิได้สนใจต่อท่าทีเ่าั้ เขาทำเพียงแค่จ้องมองลีเดียเพื่อให้นางตัดสินใจว่าจะเลือกเดินทางไปอาณาจักรน้ำแข็งหรือไม่
"อีกหนึ่งชั่วโมงเราจะออกเดินทาง จัดเตรียมม้าและเสบียงอาหารให้พวกเราทั้งสี่"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา แต่ข้าน้อยขอส่งทหารเอกของเราไปช่วยเหลือท่านด้วยพ่ะย่ะค่ะ……ลุกขึ้นมิแลนด้า" อีชิลเดอร์เอ่ยเรียกนางผู้นั่งพิงกำแพงด้วยความเหนื่อยล้าให้ลุกขึ้นมาด้วยความทะมัดทะแมง
"มิแลนด้าเป็ผู้มีพลังิญญาขั้นกลางระดับกลาง สามารถแปรธาตุไฟได้อย่างช่ำชอง ต้องเป็ประโยชน์ต่อตัวฝ่าาอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ" ลีเดียจ้องมองนางผู้นี้อย่างพินิจแล้วจึงคิดตอบรับคำขอของเ้าเมืองนั้นก่อนจะเดินหายลับไปจากห้องโถงขนาดใหญ่ จนเหลือเพียงชายสองคนที่นั่งถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"อีชิลเดอร์ เอ็มม่าอยู่ไหนรึ"
"ห้องรับแขกชั้นหนึ่ง เ้าไปพบนางก่อนออกเดินทางเถอะเทีย"
"ระหว่างข้าไม่อยู่ฝากดูแลคนนอกเมืองด้วยล่ะ"
เ้าเมืองพยักหน้าตอบรับโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใด เทียจึงเดินจากไปเพื่อมาเยี่ยมเอ็มม่าที่กำลังพักผ่อนอยู่ในห้องรับแขกชั้นหนึ่ง
แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเอ็มม่ากำลังนั่งเหม่อลอยอยู่หน้ากำแพงโดยไม่ยอมกินหรือนอนพักผ่อน
“ข้าจะไปช่วยนางกลับมา” แล้วเทียก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน จึงทำให้เอ็มม่าหันมาจ้องมองชายตรงหน้าด้วยแววตาอันว่างเปล่า
“ให้ข้าไปด้วยได้ไหม”
“เ้ารออยู่ที่นี่เอ็มม่า ข้าสัญญาว่าจะนำตัวเอนี่กลับมาให้ได้ ยังไงเ้าก็ดูแลสุขภาพด้วยนะ”
เทียกล่าวพร้อมกับคุกเข่าลงตรงหน้าเพื่อกุมมือนางไว้ให้มั่นแล้วลุกเดินออกไปโดยไม่มีการปลอบขวัญ เพราะมันถึงเวลาที่เขาต้องออกเดินทางเพื่อทำตามสัญญาให้สำเร็จ แม้จะต้องปล่อยให้เอ็มม่านั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพังก็ตาม
และทันทีที่เทียก้าวขาออกมาจากตัวปราสาท อีชิลเดอร์ก็นำชุดเกราะพร้อมดาบชั้นเลิศมามอบให้แก่เขาได้สวมใส่
"ม้าสีดำนั้นของเ้ารึ เห็นมันมายืนรออยู่หน้าปราสาทตั้งนานนม "
"บราโด้ให้ข้ามา "
เมื่อเทียสวมใส่ชุดเกราะเขาก็รีบเดินตรงมายังม้าตัวสีดำพร้อมกับลูบหัวของมันอย่างทะนุถนอม ก่อนชายผมขาวจะหันมาขอร้องให้อีชิลเดอร์นำอานม้ามาครอบไว้บนหลัง แล้วเขาก็เหยียบโกลนเพื่อผลักตัวเองขึ้นมานั่งได้อย่างพอดี
"ไปกันเถอะ"