สิ่งที่อวี๋ฉิงเอ่ยนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และถือเป็นเรื่องใหญ่ด้วย
เมื่อเสร็จสิ้นการรับสมัครเข้าเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยหลังจากผ่านความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย และลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบรายชื่อนักเรียนชุดแรก 20 คนที่ได้รับทุนก็ถูกพิจารณาอย่างสมบูรณ์
“เธอต้องไปเซ็นชื่ออนุมัติ อ้อ ดูเหมือนต้องกล่าวอะไรสักหน่อยด้วยกองทุนช่วยเหลือการศึกษานี้เป็นโครงการค่อนข้างใหญ่ แม้แต่เบื้องบนเองก็ยังตกใจสถานีโทรทัศน์มีการพูดถึงที่นี่ด้วย”
ซูอิน : …
ฟังดูยิ่งใหญ่มากทีเดียว
“เรื่องนี้ครอบครัวของเธอเป็นคนดำเนินการให้คุณอาอวี๋หรือเธอออกหน้าก็น่าจะได้แล้วไม่ใช่หรือ”
อวี๋ฉิงมองเธออย่างจนใจ “พูดอะไรอย่างนั้น เธอเป็นคนบริจาคเงินไม่ใช่หรือ”
ซูอินชะงักเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “ฉันจ่ายเงินไปสองแสนหยวนเองนะจากนั้นก็แค่ช่วยเพื่อนร่วมบริจาคอีกห้าพันหยวนจำนวนเท่านี้ไม่พอตกแต่งสำนักงานด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเอาไปช่วยจ่ายค่าจ้างเลยคำนวณดูแล้วเป็นพวกเธอต่างหากที่จ่ายเงินเยอะกว่า”
อวี๋ฉิง : …
ที่เธอพูดก็มีเหตุผล
อวี๋ฉิงชอบอินอินในจุดนี้มากที่สุด ในใจคิดอะไรก็พูดออกมาตรงๆรวมกับหน้าตาที่สะสวย พูดจาอ่อนหวาน ทำให้เวลาอยู่กับเธอ อวี๋ฉิงรู้สึกสบายใจโดยยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด
อวี๋ฉิงเองรู้เรื่องนั้นดีอยู่แล้วเธอจึงพยักหน้าและพยายามเกลี้ยกล่อมซูอินต่อ “เรื่องสำนักงานล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว เงินที่จะนำมามอบเป็นทุนการศึกษาในครั้งนี้ก็มาจากเงินสองแสนกว่าหยวนของเธอนั่นแหละเธอไปเถอะ เรื่องนี้เดี๋ยวฉันทำเองได้ คงไม่ยุ่งยากหรอก”
เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ ซูอินทำได้แค่พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อรับปาก
“ต้องแบบนี้สิ”
คุณหนูอวี๋แสดงท่าทีพึงพอใจอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเปลี่ยนแผนในวันนี้ “เรื่องนี้คงใช้เวลาไม่นาน รับเอกสารตอบรับเข้าเรียนแล้วค่อยไปกันจัดการธุระนี้เสร็จ พวกเราก็กินข้าวเที่ยง ตอนบ่ายก็ไปสวนสัตว์”
เมื่อเอ่ยจบเธอไม่ลืมขอความคิดเห็นจากเด็กชายตัวน้อย “พี่มีธุระต้องทำอันอันไปทำธุระเป็นเพื่อนพี่ก่อนได้ไหม”
เด็กชายตัวน้อยสนใจคำบรรยายที่ได้ฟังจากพี่ฉิงฉิงว่าที่สวนสัตว์มีแพนด้ายีราฟ และสัตว์อื่นๆ ซึ่งเขารู้สึกสนใจมาก แต่ก็พยักหน้าอย่างว่าง่ายพี่สาวมีธุระต้องทำก่อน แน่นอนว่าเขาต้องไปเป็นเพื่อนพี่สาว
“เด็กดี”
อวี๋ฉิงอดไม่ได้ย่อตัวลงไปหาเด็กชายตัวน้อยก่อนจุ๊บที่ใบหน้าเล็กหนึ่งที
พี่สาวพิลึกคนนี้เอาอีกแล้ว…เด็กชายตัวน้อยยกมือปิดแก้มของตนเองอีกครั้ง
ภาพบรรยากาศอันคุ้นเคยนี้ทำให้ซูอินอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากหลังจากเจรจากันเสร็จเรียบร้อยเธอกับอวี๋ฉิงก็จูงมือเด็กชายตัวน้อยเข้าไปในโรงเรียน
การกลับมาที่โรงเรียนในครั้งนี้ของซูอิน เธอไม่ได้แต่งตัวมากคนสวยต่อให้ใส่ถุงกระสอบมาก็ดูเป็นแฟชั่นได้
การเปลี่ยนแปลงของน้ำพุแห่งจิตวิญญาณยังคงดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะนี้ทุกครั้งที่เธอดื่มน้ำพุแห่งจิตวิญญาณ ผมที่แห้งเสียก็เงางามมากขึ้นบวกกับการที่เธอออกกำลังกาย ในช่วงเวลาสั้นๆ มองไม่เห็นจากภายในแต่ร่างกายของเธอกลับสง่าผ่าเผยมากขึ้นเรื่อยๆ
ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยควบคู่กับเสื้อผ้าที่เธอซื้อมาจากห้างสรรพสินค้ามัดผมหางม้าแบบลวกๆเด็กสาวที่ดูอ่อนเยาว์และบริสุทธิ์ผุดผ่องทำให้ทิวทัศน์ในโรงเรียนสวยงามขึ้น
แต่ทันทีที่เธอก้าวผ่านประตูโรงเรียนก็ถูกนักเรียนร่างสูงคนหนึ่งที่สวมรองเท้ายี่ห้ออดิดาสรุ่นลิมิเต็ดขวางเอาไว้
ซูอิน : หน้าคุ้นๆ นะ
นักเรียนชายที่สวมรองเท้าบาสเกตบอลอดิดาสรุ่นลิมิเต็ดซึ่งคุณป้าของเขาซื้อมาฝากจากต่างประเทศ ทั่วโลกมีเพียงห้าสิบคู่สื่อเสียงที่คิดว่าวันนี้ตนเองแต่งตัวหล่อสุดๆ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เพื่อนนักเรียนคนสวย“ซูอินมาแล้วหรือ”
ซูอินนึกออกแล้วหมอนี่คือคนที่ขวางเธอตรงบันไดเมื่อตอนที่เธอมากรอกเอกสารยินยอมเข้าศึกษาต่อไม่ใช่หรือ
เธอจำได้ว่าครั้งก่อนเหมือนเขาจะสวมรองเท้าไนกี้รุ่นลิมิเต็ด
เข้าใจแล้ว นักเรียนคนนี้คงเป็นพวกนักสะสมรองเท้าสินะ
แต่ทำไมมาพูดจาดูสนิทสนมกันแบบนี้ พวกเราสนิทกันหรือ
ซูอินพยักหน้าก่อนจะกล่าวชื่นชมด้วยความจริงใจ “สื่อเสียง รองเท้านายสวยดีนะพวกเราต้องไปหาคุณครูที่ปรึกษา ไปก่อนนะ แล้วเจอกัน
เธอเอ่ยทิ้งไว้หนึ่งประโยคก่อนจูงมือเด็กชายตัวน้อยเดินไปยังอีกฝั่งหนึ่งของประตู
สื่อเสียงที่ถูกหมางเมินอีกครั้ง : …
ทว่าสาวสวยได้กล่าวชื่นชมรองเท้าของเขาไม่แปลกใจเลยที่เธอเป็นผู้หญิงที่เขาชอบ ตาถึงจริงๆ เมื่อคิดถึงจุดนี้ หัวใจที่หนาวเหน็บของสื่อเสียงก็รู้สึกดีขึ้น
เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมคุณชายสื่อคนเท่ในตอนแรกกลับเผยรอยยิ้มโง่เขลาออกมา
ไม่ไกลจากประตูโรงเรียนเท่าไรนักหลิงเมิ่งที่ใช้กล้องส่องทางไกลส่องเข้าไปสังเกตการณ์เต็มไปด้วยความโกรธจนกำชุดของเธอไว้แน่น
เมื่อหลายวันก่อน เธอกับแม่ไปเยี่ยมผู้นำระบบการศึกษาประจำเมืองในตอนที่เธอเข้าพบรองนายกเทศมนตรีที่รับผิดชอบด้านการศึกษาทำให้เธอได้พบกับสื่อเสียง คุณชายรูปหล่อทิ้งความทรงจำที่น่าประทับใจไว้ให้เธอ
ก่อนหน้านี้ก็เป็นอวี๋ฉิง ตอนนี้ก็เป็นทายาทรุ่นสองของรองนายกเทศมนตรีที่รุ่งเรืองทำไมรอบตัวซูอินถึงได้มีเพื่อนที่มีระดับแบบนี้ทั้งนั้นเลยนะ
ต้องเป็นเพราะตระกูลหลิงแน่ๆหากเธอได้ใช้ชีวิตอยู่กับตระกูลหลิงตั้งแต่เล็กเพื่อนร่ำรวยเหล่านี้จะต้องเป็นของเธออย่างแน่นอน
ในตอนแรกหลิงเมิ่งต้องการแค่ขู่ซูอินเธอมีประสบการณ์จากการเข้าสถานพินิจในครั้งก่อน จึงไม่คิดจะลงมืออีกแต่วันนี้ความโกรธแค้นและขุ่นเคืองก่อตัวขึ้นในใจเธอนึกถึงรถตู้คันนั้นที่มาส่งซูอินหลังจากนั้นแผนการอันตรายและอาจหาญก็ผุดขึ้นในหัวของเธอ
ซูอินที่จูงมือเด็กชายตัวน้อยอยู่ในโรงเรียนที่มีรั้วสูงกั้นไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังถูกจับจ้อง
เพราะความสวยและเป็นนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงเป็นอันดับหนึ่งของเมืองซูอินจึงตกเป็นจุดสนใจของผู้คนในโรงเรียนโดยปริยายอีกทั้งข้างกายเธอยังมีเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารัก สวมเสื้อผ้าเด็กมียี่ห้อยิ่งทำให้เธอตกเป็นจุดสนใจมากขึ้นกว่าเดิม
“ซูอิน นี่ลูกของญาติเธอหรือ”
“ไม่ใช่ นี่น้องชายฉันเอง น้องชายแท้ๆ”
คนที่เข้ามาทักชะงักเล็กน้อย เมื่อนึกถึงเรื่องวุ่นๆของซูอินที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ แววตาของเธอฉายความเข้าใจในทันทีแม้ทุกวันนี้การวางแผนครอบครัวของประเทศจะค่อนข้างเข้มงวดแต่นโยบายอนุญาตให้คนชนบทสามารถมีบุตรคนที่สองหากลูกคนแรกเป็นลูกสาวทำให้หลายครอบครัวในชนบทมีบุตรหลายคน
“น่ารักจัง”
ปฏิกิริยาของเธอคนนี้ไม่ต่างไปจากอวี๋ฉิงหญิงสาวก้มลงไปบีบแก้มเด็กชายตัวน้อยเมื่อเขายกมือปิดแก้มทั้งสองข้างก็ยิ่งดูน่ารักมากกว่าเดิม อีกฝ่ายถึงกับกรีดร้อง
“น่าสนใจมาก”
ท่าทีน่ารักน่าเอ็นดูและพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติทำให้เด็กชายตัวน้อยที่เดินอยู่ในโรงเรียนมีแฟนๆเอ็นดูเขาจนนับไม่ถ้วน
“พระเจ้าส่งน้องชายน่ารักแบบนี้มาให้ฉันบ้างเถอะ”
นั่นคือความในใจของเหล่านักเรียนหญิงที่มารับเอกสารตอบรับเข้าเรียน
ไม่ใช่แค่พวกนักเรียนหญิงแม้แต่ครูที่ปรึกษาอย่างหลินซิ่วก็กลายเป็นแฟนคลับของเจ้าตัวน้อยความชื่นชมที่เธอมีต่อซูอินยังคงอยู่และเนื่องจากเด็กชายตัวน้อยมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรสาวแท้ๆ ของหลินซิ่วเธอจึงเอ่ยปากให้คำแนะนำ “อายุเท่านี้ใกล้เข้าอนุบาลแล้วใช่ไหมโรงเรียนอนุบาลในเครือโรงเรียนของเรามักจะมีโควตาเกินทุกปี เข้าเรียนเร็วหน่อยหากสอบผ่านก็คงเข้าเรียนที่นี่ได้ แม้ว่าทะเบียนบ้านจะไม่ได้อยู่ในเมืองก็ตาม”
มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยหรือ
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูอินได้ยินเรื่องแบบนี้ หลังจากได้เอกสารตอบรับเข้าเรียนเธอถามรายละเอียดอีกครั้ง พบว่าเนื้อหาในการสอบจากทัศนคติของเด็กชายตัวน้อยที่ชื่นชอบการเรียนมีโอกาสสอบเข้าได้อย่างแน่นอน
“ขอบคุณครูหลินมากค่ะ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่รู้เรื่องนี้รอปีหน้าถ้าเปิดรับสมัครนักเรียน หนูจะบอกพ่อกับแม่ให้พาเขามาสอบนะคะ”
ซูอินสนทนาอยู่กับคุณครูหลินครู่หนึ่งเธอดีใจมากกับสิ่งที่ได้รู้ในวันนี้ทั้งสามคนร่ำลาคุณครูและออกจากโรงเรียนทดลองเพื่อเดินทางไปยังอวี๋หรงกรุ๊ป