2
ตัดชอยซ์แก้โจทย์
เด็กเทพซ่งนั่งตัวตรงอยู่ในสนามสอบก้มหน้างุดด้วยความประหม่า หัวสมองว่างเปล่าไปหมด
โจทย์ของงานเลี้ยงบุปผาน่ากลัวกว่าข้อความคาดการณ์ของก็อลท์บัค[1]เสียอีก อย่างน้อยตอนอาจารย์สอบหัวข้อนั้นเขาก็ไม่ลนลานแบบนี้
หอมรกตแห่งเคหาสน์หงส์ทองคำเลิศหรูอลังการหนุ่มสาวรูปงามนับไม่ถ้วนร่ายระบำท่ามกลางกลีบเมฆแเื่ทยอยกันมาถึงพร้อมคนงามข้างกายทั่วบริเวณเต็มไปด้วยเสียงเฮฮาคึกคะนองและถ้อยคำหยาบโลนสารพัด
ซ่งชิงสือทบทวนบทเรียนเื่กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยาและการเพาะเลี้ยงหนูขาวอยู่เงียบ ๆ ในใจถึงสองรอบจนในที่สุดก็เรียกความสุขุมของนักศึกษาแพทย์เกียรตินิยมกลับคืนมาได้เมื่อนึกถึงสภาพหนูทดลองที่เฝ้าเลี้ยงดูมาสามปีตายเกลี้ยงอย่างน่าอนาถก็รู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้จิ๊บจ๊อยขึ้นมาทันตา
ภายในกายเ้าของร่างเดิมบำเพ็ญเพลิงปราณอยู่สองประเภทเพลิงกาฬปทุมชาดสำหรับหลอมแก่นปราณ กับเพลิงิญญาปรภพสำหรับสังหาร
ซ่งชิงสือปั้นสีหน้าเ็ากีดกันผู้คนออกห่างก่อนเสกเพลิงิญญาปรภพขึ้นบนฝ่ามือปล่อยให้เปลวเพลิงลุกโชนอย่างต่อเนื่องจากปลายนิ้ว สลับสับเปลี่ยนเป็รูปทรงต่าง ๆ
ปรมาจารย์ระดับแยกจิตผสานร่างต่างก็เป็ปูชนียบุคคลของทุกสำนักมักไม่ยุ่งเกี่ยวในโลกียวิสัยผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงถึงได้ตั้งตัวเป็ลูกพี่ใหญ่เที่ยวกร่างไปทั่วพิภพเซียนยิ่งกว่านั้นวิถีบำเพ็ญเพียรก็เสี่ยงอันตรายไม่มีผู้ใดกล้ารับประกันว่าตนไม่ต้องพึ่งหมอเทวดารักษาชีวิตผู้บำเพ็ญเพียรและผู้ฝึกวิชามารจึงไม่อยากล่วงเกินท่านปรมาจารย์แห่งหุบเขาเ้าโอสถสุ่มสี่สุ่มห้าทั้งยังมองข้ามนิสัยพิลึกพิสดารของเ้าตัว
เมื่อผู้ฝึกตนทั้งหลายเห็นเพลิงิญญาปรภพก็รู้ว่าเขาอารมณ์ไม่สู้ดีจึงพากันหลบลี้หนีห่าง แม้กระทั่งเหล่าบ่าวหญิงชายก็มิกล้าเข้าใกล้ด้วยเกรงจะยั่วโทสะท่านประมุขโดยไม่ทันระวัง จนถูกเพลิงสังหารลูกนั้นแผดเผา
ซ่งชิงสือเคลียร์พื้นที่โล่งกว้างขวางรอบตัวได้สำเร็จตัดความหวังผู้ฝึกตนที่หมายเข้ามาตีสนิทเ่าั้ตามด้วยปล่อยกระแสจิตอันแกร่งกล้าของผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงครอบคลุมคนงามทั้งหมดในงานเลี้ยงอย่างรวดเร็วพินิจพิเคราะห์เพื่อค้นหานายเอกจากในนั้น
ทว่างามแบบใดก็ล้วนงามเหมือนกันทุกคนย่อมมีมาตรฐานความงามแตกต่างกันออกไปซึ่งซ่งชิงสือจัดอยู่ในประเภทคนไม่ค่อยมีหลักการ ไม่นานเขาก็เกิดอาการตาลาย รู้สึกว่าคนไหนก็งามไปหมดขนาดสาวใช้ที่คอยรินน้ำยังดูอ้อนแอ้นอรชร น่ามองกว่าดาราในทีวีซะอีกแยกไม่ออกเลยว่าใครดีกว่าใคร
แต่เด็กเรียนเทพผู้มุ่งมั่นน่ะไม่มีวันยอมแพ้!
ซ่งชิงสือลองใช้วิธีตัดชอยซ์แก้โจทย์ปัญหาก่อนอื่นต้องกำหนดว่านายเอกเป็ผู้ชาย สาวสวยในงานเลี้ยงคัดออกให้หมดจากนั้นก็จัดเรียงลำดับข้อสังเกต หาข้อพิสูจน์อย่างอาจหาญ ตั้งสมมติฐานอย่างรอบคอบแล้วตัดคนงามที่ไม่เข้าเกณฑ์ทิ้งไปทีละคน
...
พี่น้องฝาแฝดที่มากับประมุขนิกายมารโลหิตงดงามมากดุจหยกอ่อนกรุ่นกำจาย ยามผลิยิ้มนุ่มนวลแช่มช้อยประหนึ่งดอกบัวแฝดที่เหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
นายเอกคงมีสองคนไม่ได้ ตัดทิ้ง
หนุ่มน้อยที่มากับผู้าุโสำนักพยัคฆ์ัก็น่ารักสุดๆ พูดจาเจื้อยแจ้วน่าเอ็นดู โอบกอดผู้าุโด้วยท่าทางออดอ้อนผู้าุโโปรดปรานอีกฝ่ายเป็อย่างยิ่ง ตามใจทุกสิ่งอย่างแถมยังคอยป้อนผลไม้ทิพย์อันล้ำค่าบนโต๊ะใส่ปากให้พลางเรียกเด็กหนุ่มว่า ‘ยอดรัก’ไม่หยุดหย่อน
นายเอกชะตาชีวิตอาภัพ ตัดทิ้ง
หลวงจีนจากทางเหนือใช้โซ่เหล็กทมิฬลากชายหนุ่มรูปโฉมหล่อเหลาแต่มีแผลเต็มตัวผู้หนึ่งเข้ามาชายผู้นั้นเดินโซซัดโซเซคล้ายยอมติดตามหลวงจีนแต่โดยดีทว่าเนื้อแท้กลับแผ่กลิ่นอายหยิ่งผยองไม่ยอมผู้ใดราวกับพญาอินทรีที่ถูกพันธนาการปีกทั้งคู่ แต่ยังหวังจะหลุดพ้นแล้วโบยบินจากไป
นายเอกเป็คนงาม คงไม่แข็งแกร่งขนาดนั้น ตัดทิ้ง
...
ยิ่งดึกดื่นเสียงดนตรีในงานเลี้ยงบุปผาก็แปรเปลี่ยนเป็ท่วงทำนองรัญจวนคนไม่น้อยต่างพาคนงามลุกจากที่นั่ง ภาพเบื้องหน้ายิ่งเหลือรับมากขึ้นทุกขณะ
ซ่งชิงสือไม่อยากแอบดูเื่ส่วนตัวของคนอื่นกลัวดูมากไปแล้วจะเป็ตากุ้งยิงเอาเขาเลยลดขอบเขตกระแสจิตมาล้อมไว้เฉพาะบริเวณที่นั่งก่อนจะได้ยินหลวงจีนคุยโวถึงชายหนุ่มที่ตนพามาด้วยกับประมุขน้อยสำนักเร้นจันทราว่า“ยามเขาอยู่บนโลกมนุษย์เคยเป็ถึงแม่ทัพ หลังรบแพ้ตกเป็เชลยถึงค่อยถูกขายต่อมาให้อาตมาหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี แม้นตัวตายก็ไม่ยอมสยบ เล่นแล้วช่างเร้าใจนัก”
ประมุขน้อยสำนักเร้นจันทราดันเด็กหนุ่มจิ้มลิ้มพริ้มเพราผู้หนึ่งออกมายิ้มกล่าว “ไว้ตัวได้รสชาติแบบหนึ่ง ว่าง่ายก็ได้รสชาติอีกแบบหนึ่งเรามาแลกกันเอาไหม”
หลวงจีนลังเลอยู่บ้าง ประมุขน้อยจึงส่งสายตาบอกเป็นัย
เด็กหนุ่มจิ้มลิ้มรีบเข้าไปซบอกหลวงจีนทันทีเว้าวอนอย่างฉอเลาะว่า “ข้าน้อยชมชอบร่างกายกำยำของนายท่านขอนายท่านโปรดเอ็นดูข้าน้อยด้วยเถิด”
หลวงจีนถูกวาจายั่วยวนของเด็กหนุ่มปลุกเร้าอารมณ์จึงโยนสายโซ่ในมือให้ประมุขน้อยสำนักเร้นจันทราอย่างพึงใจก่อนพาเด็กหนุ่มปลีกตัวออกไปยังห้องโถงข้าง ๆส่วนประมุขน้อยก็กระชากโซ่อย่างรุนแรงทีหนึ่งฉุดชายหนุ่มผู้หน้าซีดเป็เถ้าไปหาที่ลับตาในสวนดอกไม้
ภาพเช่นนี้พบเห็นได้มากมายในงานเลี้ยงไม่มีผู้ใดเวทนาคนงามที่ชะตาอาภัพเหล่านี้เลย
ซ่งชิงสือรับรู้จากความทรงจำเ้าของร่างแต่แรกแล้วว่าในโลกมนุษย์พลังปราณเบาบาง ปุถุชนธรรมดาจึงอายุขัยสั้นแม้มีรากปราณก็อ่อนแออย่างยิ่ง สำเร็จขั้นจู้จีก็นับว่าบรรลุขึ้น์แล้วบางครั้งผู้ฝึกตนที่จิตใจเมตตายังอาจรับปุถุชนเป็ศิษย์เพื่อให้โอกาสพวกเขาได้บรรลุเซียนหมื่นปีก่อนก็เคยมีปุถุชนผู้หนึ่งนามว่าม่อซี พร์ล้ำเลิศทั้งยังฝึกกระบี่สำเร็จถึงขั้นหยวนอิง คิดค้นยอดวิชากระบี่อันไร้เทียมทานสามารถต่อกรกับปรมาจารย์ขั้นเฟินเสิน[2] จนได้รับขนานนามเป็ปรมาจารย์กระบี่
ทว่าวิถีแห่งเซียนคือการเดิมพันชีวิตกับ์ทุกย่างก้าวล้วนยากเข็ญ ฝ่าด่านล้มเหลวหาใช่เื่แปลกฆ่าคนปล้นทรัพย์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ยากจะอ้างคุณธรรมหยุดยั้งการกระทำของพวกเขา
ความอ่อนแอเป็บาปแต่กำเนิดปุถุชนเปรียบเหมือนกับมดปลวก จำยอมให้ผู้บำเพ็ญเพียรลิขิตชีวิตเล่นสนุกกันตามอำเภอใจ
ถึงแม้ปรมาจารย์กระบี่ม่อซีจะมีจิตอนุเคราะห์แต่ก็ทำได้เพียงขอให้สำนักธรรมะเลื่องชื่อในพิภพเซียนตั้งกฎระเบียบนับรวมปุถุชนผู้สำเร็จขั้นจู้จีเป็ผู้ฝึกตน ไม่จับมาเป็ของเล่นเยี่ยงทาสอีกต่อไปแต่ผู้ฝึกตนนิกายมารนั้นไม่เคยรักษากฎ อย่าว่าแต่ปุถุชนเลย หากผู้บำเพ็ญเพียรตกอยู่ในมือพวกมันเองก็มีจุดจบไม่แตกต่างพวกมันก่อกรรมทำชั่วไว้หนักหนา เกินจะพรรณนาได้หมดสิ้น
เคหาสน์หงส์ทองคำนับเป็สำนักเลื่องชื่อในพิภพเซียนเตาหลอมในเคหาสน์ล้วนกำเนิดจากสามัญชนซึ่งได้มาจากการซื้อหา
ฉะนั้นเื่ราวที่เกิดขึ้นที่นี่ ต่อให้ซ่งชิงสือรับไม่ได้สักเพียงใดก็ไม่อาจก้าวก่ายเขาลอบดีใจที่ระบบไม่เลือกบทคนธรรมดาให้ตัวเอง ไม่งั้นเขาคงรอดได้ไม่เกินบทที่สองไม่ต้องพูดถึงเื่ช่วยชีวิตนายเอกเลย
โชคดีที่มันเป็แค่โลกเสมือนจริง...
นิยายล้วนแต่มอมเมาเพ้อฝันตำราต่างหากคือทางสว่างของโลกมนุษย์!อาจารย์ทำถูกแล้วที่ยึดนิยายของพวกรุ่นพี่ในคาบเรียน!ถ้ามีโอกาสได้เป็อาจารย์บ้าง เขาเองก็จะห้ามนักเรียนอ่านนิยายโดยเด็ดขาด!เพื่อไม่ให้ค่านิยมอันดีงามต้องแปดเปื้อน!
ซ่งชิงสือทอดถอนใจเงียบ ๆ
ทันใดนั้น เสียงสบถด่าก็ดังแว่วมาจากในสวนดอกไม้เป็ประมุขน้อยสำนักเร้นจันทราลากศพชายหัวรั้นผู้นั้นกลับมาด้วยสีหน้าหมดอารมณ์เสื้อตัวบนของศพถูกฉีกขาด เผยร่างที่มีรอยแผลเป็มากมายผู้ตายใช้ตะเกียบเงินที่แอบขโมยจากในงานเลี้ยง ปักทะลุลำคอเพื่อปลิดชีพตัวเอง
ตะเกียบเงินทื่อด้าน ปลิดชีพลำบากหากไม่ออกแรงอย่างสุดกำลังก็แทงไม่เข้า แสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยว
เมื่อผู้คนในงานเลี้ยงเห็นภาพนี้กลับพากันเย้าแหย่ยกใหญ่ล้อเลียนประมุขน้อยว่าแม้แต่คนธรรมดายังดูแลไม่ไหว
หลวงจีนได้ยินเสียงเอะอะก็ทิ้งเด็กหนุ่มจิ้มลิ้มเอาไว้เร่งรีบกลับเข้ามาจากห้องโถงข้างครั้นเห็นว่าคนที่มากับตนสิ้นใจตายแล้วก็ย่นคิ้วขมึงตา สีหน้าโกรธเกรี้ยวทว่านายน้อยสำนักเร้นจันทรากลับมีโทสะยิ่งกว่าเขาพลิกร่างชายหนุ่มที่ตายหันไปอีกด้าน เผยแผ่นหลังซึ่งเต็มไปด้วยรอยแส้ก่อนซักถามหลวงจีน“ทาสผู้นี้ของท่าน ไฉนจึงไม่ตีตราร่วมเริงรมย์ กลับปล่อยให้รนหาที่เสียเอง”
หลวงจีนตะลึงงันกับคำถามของเขา“ตราร่วมเริงรมย์คือสิ่งใด ของเล่นใหม่ในถิ่นกลางของพวกท่านหรือ”
บรรดาผู้ฝึกตนเห็นเขาไม่รู้เื่ก็อดนินทามิได้ว่าแดนเหนือเป็บ้านป่าเมืองเถื่อนโดยแท้กระทั่งของที่แพร่หลายกันทั่วเช่นตราร่วมเริงรมย์พรรค์นี้ยังไม่รู้จักทำเอาหลวงจีนงุนงงเป็ไก่ตาแตก ประมุขน้อยสำนักเร้นจันทรากลับละเหี่ยใจเต็มทนเขาดึงตัวหลวงจีนแล้วสาธยายคุณวิเศษของตราร่วมเริงรมย์อย่างเสียไม่ได้“ตราร่วมเริงรมย์เป็วิชาที่ท่านปรมาจารย์ฮวนสี่คิดค้นขึ้นเมื่อผู้เป็นายตีตรานี้บนหลังเตาหลอมร่างกายและิญญาของเตาหลอมก็จะตกอยู่ในกำมือผู้เป็นาย ยินยอมทุกสิ่งหากไร้ซึ่งคำสั่งนายก็ไม่มีสิทธิ์ตาย”
ซ่งชิงสือค้นพบข้อมูลสำคัญจึงรีบเพ่งกระแสจิตรับฟังอย่างตั้งใจ
ประมุขน้อยสำนักเร้นจันทราหยิบลูกประคำสีแดงเม็ดหนึ่งจากกระเป๋ามิติกระแสจิตพลันแล่นวาบ พอหมุนลูกประคำในมือเด็กหนุ่มจิ้มลิ้มที่เดิมยืนอยู่ข้างกายหลวงจีนก็คุกเข่าลงหมอบทันควันพร้อมเห่าหอนเลียนแบบสุนัข
หลวงจีนโบกมือปัด เอ่ยอย่างนึกรังเกียจ “ว่าง่ายปานนี้ลิ้มรสเป็ครั้งคราวก็พอแล้ว หากต้องเลี้ยงดูจริง ๆเล่นได้ไม่กี่วันคงเบื่อเสียก่อน”
“ตราผนึกนี้มีวิธีใช้หลากหลาย ต้องลองเองถึงจะรู้ตัวข้าก็ยังเคยลองมา ...ไม่ถ้วน”นายน้อยสำนักเร้นจันทราถอนกระแสจิตกลับจากลูกประคำเด็กหนุ่มที่หมอบคลานบนพื้นจึงลุกยืนขึ้นอีกฝ่ายเคยชินกับการถูกฝูงชนมุงดูสภาพอันน่าอดสูหน้าแดงก่ำอยู่สักครู่ก็ขจัดความอับอายทิ้งไป แล้วก้มหน้ายืนอยู่หลังเ้านายตน
ประมุขน้อยสำนักเร้นจันทราเห็นหลวงจีนยังไม่เข้าใจก็ชี้แนะอย่างอดทน “สำคัญอยู่ที่ว่าหากท่านไม่ยอมปล่อยให้เตาหลอมตายเตาหลอมก็ไม่มีวันฝืนความประสงค์ท่านเพื่อตายได้หากท่านตีตราร่วมเริงรมย์แก่ทาสผู้นี้สั่งมิให้เขาปลิดชีพตัวเองแล้วค่อยย่ำยีศักดิ์ศรีของเขาอย่างช้า ๆจะไม่สนุกกว่าหรือ”
หลวงจีนกระจ่างแจ้งในบัดดลจึงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแข็งขัน
ประมุขน้อยสำนักเร้นจันทราลบล้างกระแสจิตจากประคำในมือก่อนจะโยนไปให้หลวงจีนพร้อมกล่าวอย่างใจกว้าง“ในเมื่อข้าทำคนงามของท่านตายก็ขอชดใช้ให้ท่านคนหนึ่งท่านเอาไปศึกษาคุณวิเศษของตราร่วมเริงรมย์นี้เสียให้แตกฉาน รับรองว่าจะต้องติดใจ”
หลวงจีนยินดีเป็อย่างยิ่งจนชื่นชมไม่ขาดปาก“คนถิ่นกลางใจถึงจริง ๆ อาตมานักพรตเฮยจิ้วขอนับท่านเป็สหาย!”
สีหน้าของเด็กหนุ่มจิ้มลิ้มซีดเผือดลงทันทีเขาหันมองเ้านายเดิมอย่างสิ้นหวัง ทำท่าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ คล้ายอยากจะอ้อนวอนสุดท้ายก็ไม่ได้ปริปากพูดคำใด เพียงเดินตามหลวงจีนไปทั้งน้ำตา
มุกงามด่างพร้อย ปิ่นชาดแหลกลาญ
งานฉลองอันเอิกเกริกนี้กำลังครึกครื้นถึงขีดสุด
ศิษย์ของเคหาสน์หงส์ทองคำกำบังรัศมีของมุกราตรีในวิหารปล่อยให้ความมืดปกคลุมไปทั่วทั้งหอมรกต
บรรดาแเื่เงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจกลับเห็นดอกไม้ไฟที่จุดด้วยอาคมหลายสายพาดผ่านความมืดมิดแตกกระจายเป็หงส์ฟ้าทองคำอันสว่างไสวตนหนึ่งกลางอากาศ ผกผินเริงระบำป่าวประกาศว่าการแสดงที่แท้จริงของงานเลี้ยงบุปผากำลังจะเริ่มขึ้นจินเฝ่ยเริ่นชูจอกสุรา เชิญชวนแขกมาร่วมชมด้วยกันอีกครั้ง
ซ่งชิงสือตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของระบำหงส์ฟ้าจึงแหงนหน้ามองอยู่พักใหญ่จากนั้นถึงค่อยสังเกตเห็นว่ามีเด็กหนุ่มสวมชุดขาวปรากฏตัวอยู่ข้างกายจินเฝ่ยเริ่นเด็กหนุ่มรูปโฉมหมดจดงดงามยิ่ง ประดุจไผ่หยกกลางขุนเขา ดวงเดือนบนท้องนภาใบหน้าที่หลุบต่ำฉาบไว้ด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบเรือนผมดำสลวยดุจธารน้ำตกเพียงมัดรวบด้วยแถบผ้าเส้นหนึ่งตลอดทั้งตัวไม่มีเครื่องประดับอื่นใดอีก ทว่ากลับตรึงสายตาทุกคนเอาไว้อย่างง่ายดายยากจะหักใจถอนกลับ
ประมุขเคหาสน์ผู้หล่อเหลาสูงใหญ่ยิ้มพลางเขี่ยนิ้วบนฝ่ามือเด็กหนุ่มเบาๆ ชมเชยของรักของตนเสียงอ่อนเสียงหวาน เพื่อเกลี้ยกล่อมให้คนงามเผยรอยยิ้ม
เด็กหนุ่มกลับผินหน้าไปอีกทางถึงจะหยอกซ้ายปลอบขวาก็ไม่ยอมแม้แต่จะชายตามอง
จินเฝ่ยเริ่นบีบหน้าอีกฝ่ายให้หันกลับมา ใช้มือเดียวรวบสองมือของคนงามไพล่หลังพลางรั้งเข้าสู่อ้อมกอดบรรจงจุมพิตบนหน้าผากจมูก...แล้วจึงขบกัดกลีบปากอย่างดุดันราวกับจะกลืนกินลงไปทั้งตัวเด็กหนุ่มเจ็บจนดิ้นพล่าน จินเฝ่ยเริ่นจึงคลี่ยิ้มพร้อมคลายมือออกก่อนโน้มเข้าไปกระซิบถามที่ข้างหูคนในอ้อมแขน “เ้าอยากโดนสั่งสอนอีกรึ”
เด็กหนุ่มตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะเลิกดิ้นรนขัดขืนและนั่งลงในอ้อมกอดของจินเฝ่ยเริ่นอย่างสงบเสงี่ยม
หรือนั่นจะเป็นายเอก?
ซ่งชิงสือแอบเมียงมองอยู่เนิ่นนานในที่สุดก็สะกดกลั้นโรคกลัวสังคมเอาไว้ เตรียมจะเอ่ยปากหยั่งเชิงแต่แล้วปรมาจารย์หลิงเป่าที่สนิทสนมกับจินเฝ่ยเริ่นก็ชิงเดินตัดหน้าไปก่อนถามกลั้วหัวเราะว่า “ท่านประมุขเพิ่งได้ยอดรักคนใหม่หรือ กายหยินบริสุทธิ์รากปราณเดี่ยวธาตุน้ำ? คืนนี้ส่งมาให้ข้าลิ้มรสชาติหน่อยปะไร”
จินเฝ่ยเริ่นชำเลืองมองสีหน้าอับอายระคนคับแค้นของเด็กหนุ่มในอ้อมแขนก่อนจะหยิกไปทีหนึ่งพลางเอ่ยปฏิเสธยิ้ม ๆ “แม้จะเป็ของเล่น แต่ถูกใจข้ายิ่งนักไม่มอบให้ใครง่าย ๆ ประเดี๋ยวข้าจะส่งยอดโฉมงามที่เพิ่งประทับตราสักกลุ่มให้สหายคุณสมบัติร่างกายผุดผ่องทีเดียว”
ปรมาจารย์หลิงเป่ามองอย่างพินิจอีกสองที“เตาหลอมของท่านยังไม่เคยเสียพรหมจรรย์รึ”
จินเฝ่ยเริ่นกล่าว“ข้าไม่อยากปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงเตาหลอมทั่วไป”
คืนนี้ซ่งชิงสือได้ติวเข้มศัพท์ลามกเผื่อไปทั้งชีวิตอะไรควรหรือไม่ควรรู้ก็รู้หมดแล้ว เตาหลอมเป็อย่างไรก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
เขามองจินเฝ่ยเริ่นรินสุราให้เด็กหนุ่มเองกับมือชักไม่ค่อยแน่ใจว่านั่นคือนายเอกหรือเปล่าเพราะแม้เด็กหนุ่มชุดขาวจะดูน่าดึงดูดกว่าใคร ๆ ในหมู่คนงามที่นี่แต่ระบบมอบหมายว่าต้องช่วยเหลือนายเอกจากชะตากรรมอันอาภัพตอนนี้จินเฝ่ยเริ่นกลับประคบประหงมเด็กหนุ่มอย่างดีคนงามทุกคนในงานเลี้ยงยังอนาถากว่าอีกฝ่ายหลายเท่าตัว...
ซ่งชิงสือทำโจทย์จนหัวโต...
เวลานี้เอง ระบำหงส์ฟ้าบนอากาศสิ้นสุดลงประกายแสงร่วงโปรยปรายสู่บริเวณที่นั่ง
หลังประกายแสงมอดดับภายในหอมรกตจึงปรากฏคอนนกยืนขนาดั์ที่แกะสลักจากทองคำบนคอนนกมีโฉมงามล่มเมืองผู้หนึ่งนั่งอยู่
ตรวนทองคำฝังสัตตะมณีคล้องรอบข้อเท้าขาวผ่องโดยมีโซ่ทองเส้นเรียวยาวล่ามไว้กับคอนนกทั้งสองฝั่งร่างท่อนบนของชายผู้นั้นหุ้มด้วยแพรเมฆบางจนแทบจะโปร่งแสงแลเห็นเป็ภาพอันวาบหวิวซึ่งตกแต่งด้วยเพชรพลอยข้างในอยู่รำไรท่อนล่างเป็กระโปรงปักขนนกสีแดงทองรูปทรงคล้ายแพหางหงส์ฟ้า ผมยาวหยักศกปล่อยสยายประดับไข่มุกเม็ดเล็กสลับใหญ่จากหยดน้ำตานางเงือกตราร่วมเริงรมย์แสนยวนใจบนหลังซ่อนอยู่ในเรือนผมยาว โผล่วับแวมตามสายลมแ่อ่อนงดงามดั่งปักษา์วิจิตรตระการตา โบตั๋นล้ำค่าแห่งโลกมนุษย์
เขาถือขลุ่ยหยกเลายาวในมือ ริมฝีปากบางเผยอขึ้นแผ่มนตร์เสน่ห์ชวนหลงใหลตาหงส์สีทองหม่นคล้ายกำลังยิ้มแต่ไม่ได้ยิ้มกวาดมองโดยรอบขณะทักทายเหล่าบรรดาผู้ชมไฝแดงเม็ดเล็ก ๆ ใต้หางตาเย้ายวนจนทุกคนยากจะข่มใจไหว ซ่งชิงสือยืดหลังนั่งตัวตรงเขาจำได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็คนงามชุดแดงที่พบกันแถวริมแม่น้ำ
สายตาของคนงามชุดแดงกวาดผ่านซ่งชิงสือชะงักค้างชั่วครู่หนึ่งก่อนเบือนจากไปเสมือนไม่เคยรู้จักกัน
พอซ่งชิงสือเหลือบมองเด็กหนุ่มชุดขาวดุจแสงจันทร์กระจ่างทางซ้ายแล้วเหลือบมองคนงามชุดแดงดุจโบตั๋นบานสะพรั่งทางขวาก็ถึงกับตื่นตระหนกเขาแยกไม่ออกสักนิดว่าระหว่างทั้งคู่ใครงามกว่า ใครเหมือนนายเอกกว่ากัน!
ข้อสอบของอาจารย์ระบบยากเกินไปแล้ว...
เด็กเทพซ่งจะสอบตกจริงเหรอเนี่ย?
[1]ข้อความคาดการณ์ของก็อลท์บัค (Goldbach’sconjecture) คือข้อสันนิษฐานทางคณิตศาสตร์ว่าเลขคู่ใด ๆที่มากกว่า 2 เป็ผลบวกของจำนวนเฉพาะสองจำนวนซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเป็จริง
[2]ขั้นแยกจิต