หยดเืสีดำค่อยๆลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเหยียนชิง ถึงแม้ว่าชายหนุ่มไม่อาจบอกได้ว่ามันเข้มข้นถึงขนาดไหน แต่จากที่ผู้าุโพูดว่ามันคือแก่นโลหิต ไม่ใช่หยดเืธรรมดา นั่นก็เท่ากับว่าค่าของมันไม่ด้อยไปกว่าหยดโลหิตห้าหยดแม้แต่น้อย
ย้อนกลับไปใน่ที่เขาศึกษาตำราที่ได้มาจากเถ้าแก่เนี้ย ในหนังสือว่าด้วยพื้นฐานการฝึกยุทธ์เบื้องต้นมีการกล่าวถึงการจำแนกประเภทของหยดโลหิตไว้สองประเภทใหญ่ๆ คือหยดโลหิตธรรมดากับแก่นโลหิต ซึ่งแก่นโลหิตนั้นถือว่าเป็โลหิตที่ตกผนึกมาจากพลังปราณภายในร่างที่สะสมกันนานปีจนไม่อาจนับ พูดได้ว่าถือเป็ของสำคัญสำหรับการฝึกยุทธ์อย่างยิ่ง หากสูญเสียไปก็เท่ากับเสียพลังปราณในร่างไปมากกว่าครึ่งหรืออาจจะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์พิกลกิการไปได้เลยทีเดียว กลับกันในส่วนของโลหิตธรรมดานั้นมีความเข้มข้นของพลังปราณอยู่ประมาณหนึ่งถึงสองส่วนของแก่นโลหิตเท่านั้น ไม่ว่าจะเสียไปมากเท่าไรก็สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ แตกต่างจากแก่นโลหิตที่ไม่สามารถฟื้นฟูอย่างสิ้นเชิง
หลังจากที่แก่นโลหิตสีดำหยุดอยู่ตรงหน้าเขา มันก็ค่อยๆลอยเข้าหาชายหนุ่มช้าๆ จนในที่สุด มันก็จมหายเข้าไปในหน้าผากเขาที่กำลังนั่งขัดสมาธิอย่างเงียบเชียบ
เหยียนชิงััได้ถึงพลังปราณสายหนึ่งจากแก่นโลหิตบนหน้าผากของเขาทันที มันดำมืดจนไม่อาจจะบรรยายออกมาเป็คำพูด ราวกับว่าต่อให้แสงจากดวงอาทิตย์ที่สว่างจ้าก็ไม่อาจจะหลุดรอดไปจากความมืดมิดอันรุนแรงนี้ได้ ในตอนนั้นเองแก่นโลหิตก็แตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆกลายเป็สายพลังปราณพุ่งเข้าไปหลอมรวมกับจุดชีพจรบนร่างกายของเขาทุกจุด โดยเฉพาะกับจุดตันเถียนที่พลังปราณนับสิบสายกำลังพุ่งเข้าไปหลอมรวมอย่างบ้าคลั่ง
ความเ็ปกัดกินจิตใจของเหยียนชิงอย่างรุนแรง ชายหนุ่มกัดฟันแน่นด้วยความทรมานแต่ก็ไม่วายจะส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาคราหนึ่งโดยไม่อาจต้าน แก่นโลหิตที่กำลังหลอมรวมกับร่างกายของเขากำลังกัดกินเส้นลมปราณดั้งเดิมแล้วค่อยๆแทนที่ราวกับว่าเมื่อมันผ่านไปจุดใดจุดนั้นก็จะสลายหายไปราวกับผ่านยุคผ่านสมัยจนสึกกร่อนสุดท้ายก็ถูกแทนที่โดยพลังปราณอันมืดมิดแทน
ราวกับว่าความมืดมิดนี้คือห้วงเวลา เป็ห้วงเวลาที่เก่าแก่จนไม่อาจนับที่สามารถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายไปด้วยกระแสแห่งยุคสมัยที่เก่าแก่โบราณจนไม่อาจนับวันได้
ห้วงกระแสอันมืดมิดจากแก่นโลหิตเข้าฉีกกระชากเส้นปราณในร่างกายเขาเส้นแล้วเส้นเล่า หลักจากที่ฉีกมันออก มันก็เข้าแทนที่ในทันที เหยียนชิงงอตัวด้วยความเ็ป เขากู่ร้องออกมาด้วยเสียงดังก้อง เส้นเอ็น กระดูก ิัต่างถูกแทนที่จนในที่สุด พลังปราณก็ะเิออกมาจากจุดชีพจรทั่วร่างกาย
ตูมม!
เสื้อผ้าของเขาถูกพลังปราณที่พวยพุ่งขึ้นะเิออกจนไม่เหลือชิ้นดี เผยให้เห็นร่างเปลือยอันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ไม่มากจนเกินงามนัก เม็ดเหงื่อนับไม่ถ้วนไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ในที่สุดชายหนุ่มก็ค่อยๆประคองตัวเองขึ้นมานั่งหลังตรงอีกคราอย่างยากเย็น
“โอ้..... ตาข้าพังหมดแล้ว.....” ผู้าุโที่กำลังเฝ้ามองอยู่ยกมือขึ้นปิดตาทั้งสองข้างด้วยความเหนื่อยใจ
ตามธรรมชาติของผู้ฝึกยุทธ์แล้ว จุดตันเถียนถือว่าเป็จุดที่ก่อกำเนิดพลังปราณและเป็จุดกักเก็บเช่นเดียวกัน หากปราศจากจุดตันเถียนก็ไม่อาจจะมีพลังปราณไปหล่อเลี้ยงจุดชีพจรอื่นๆบนร่างกายได้ เหยียนชิงก็เป็เช่นเดียวกับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปที่ว่าพลังในร่างล้วนแล้วแต่มาจากจุดตันเถียน เพียงแต่ยามนี้มันกลับดูแปลกไปอย่างสิ้นเชิง
“เกิดอะไรขึ้น? ข้าััถึงพลังที่ได้รับมาไม่ได้แม้แต่น้อย?” เหยียนชิงลืมตาขึ้นมาด้วยความประหลาดใจหลังจากพบว่าพลังปราณจากแก่นโลหิตที่ะเิออกมาเมื่อครู่หายเข้าไปในจุดตันเถียนแทบทั้งหมดราวกับว่ามันไม่เคยมีมาก่อนแม้แต่นิดเดียว
ผู้าุโยังคงจับจ้องกระบวนการดูดซับอย่างตั้งใจ ทันทีที่พลังของแก่นโลหิตหายเข้าไปในจุดตันเถียนของเหยียนชิงโดยไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของพลัง ท่านก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงราวกับว่าเื่ที่เกิดขึ้นเป็เื่ที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้
แม้ชายหนุ่มจะดูดซับแก่นโลหิตเข้าไปแล้วเพียงหนึ่งส่วนสิบ แต่พลังหนึ่งส่วนนั้นก็ถือว่ามหาศาลหากจะเทียบกับบุคคลฝึกยุทธ์ทั่วไป แล้วมันหายไปที่ใดกัน?
“ไม่ต้องสนใจพลังจากแก่นโลหิตแล้ว จงรีบทำความเข้าใจเวทเต๋าราตรีผนึกซะ!” เสียงผู้าุโที่มองอยู่เอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็วจนเหยียนชิงได้สติกลับมา ชายหนุ่มเพ่งสมาธิกลับไปที่แก่นโลหิตอีกครั้งก่อนจะจมจ่อมเข้าสู่ห้วงภวังค์ทันที
เหยียนชิงหยุดคิดถึงเื่พลังที่หายไปโดยสิ้นเชิง เขากลับมามีสมาธิกับการรับรู้เวทเต๋าราตรีผนึกสามบทที่ผู้าุโมอบให้พร้อมกับแก่นโลหิต เมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาในโลกภายในใจ เขาก็เห็นกลุ่มแสงสีดำสามกลุ่มกำลังวนรอยเขาอยู่
เหยียนชิงเพ่งสมาธิไปยังกลุ่มก้อนทั้งสามอีกครั้ง ในที่สุดความรู้ของเวทเต๋าราตรีผนึกทั้งสามบทก็หลั่งไหลเข้ามาภายในจิตใจของเขาราวกับกระแสน้ำ ในตอนนี้เขารับรู้ถึงชื่อของเวทเต๋าราตรีผนึกทั้งสามอย่างขึ้นใจ
บทที่หนึ่ง ฟากฟ้านิรันดร์
บทที่สาม ซากทัพิญญาเทียม
บทที่สี่ เก้าทิวาโดดเดี่ยว
ชื่อทั้งสามปรากฏขึ้นมาในหัวของเหยียนชิงก่อนจะประทับเข้าไปในจิติญญาของเขาราวกับว่าไม่อาจแยกออกจากกันตลอดกาล ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะรู้ชื่อของเวทเต๋าราตรีผนึกทั้งสามและวิธีฝึกมัน แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทั้งสามทำงานแตกต่างกันอย่างไร
บทที่หนึ่งว่าด้วยการควบแน่นบรรยากาศบนผืนฟ้าไว้ในฝ่ามือเดียว
บทที่สามว่าด้วยการเชิดศพและบังคับตามใจชอบ ราวกับเป็ทาสรับใช้ของตน
บทที่สี่ว่าด้วยการรวบรวมพลังปราณจนกลายเป็เกราะขึ้นมารอบตัว
เวทเต๋าทั้งสามบทดูเหมือนจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจนเหยียนชิงรู้สึกสงสัยขึ้นมา เหตุใดผู้าุโจึงมอบสามบทนี้ให้เขาแทนที่จะเป็เวทที่ใช้โจมตีตรงๆแทน
ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยปากถาม ผู้าุโก็พูดขึ้นก่อนอย่างรวดเร็ว
“ข้ารู้ว่าเ้าคิดอะไรอยู่ แต่ละบทที่ข้ามอบให้เ้าล้วนแล้วแต่จำเป็ทั้งสิ้น” ผู้าุโพูดขึ้นประหนึ่งล่วงรู้ความคิดของชายหนุ่ม
“ดูจากท่าทางและนิสัยของเ้าแล้ว ถึงแม้ว่าเ้าจะไม่ใช่คนเืร้อนหรือเป็พวกหาเื่ผู้อื่นก่อน แต่ข้าเดาได้เลยว่าผู้อื่นก็จะมาหาเื่เ้าอยู่ดี” ท่าทนอธิบายด้วยสีหน้าเ็าก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
เหยียนชิงแทบจะกระอักเืออกมาด้วยความช้ำใจกับการเยาะเย้ยของผู้าุโตรงหน้า ชายหนุ่มกัดฟันแน่นด้วยความขุ่นเคืองปนหงุดหงิด หากไม่ใช่เพราะว่าเขายังห่างชั้นกับคนผู้นี้อยู่ไกลโขแล้วล่ะก็ เหยียนชิงก็คงะโเข้าไปทุบตีคนตรงหน้าให้หายเครียดซักสองสามที
“ท่านจะบอกว่าข้าจะได้ใช้มัน? ไม่ใช่ว่าท่านอยากจะให้อะไรข้าก็ให้รึ?” เหยียนชิงเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจก่อนจะเสมองไปด้านข้างพลางผิวปากเล่นเมื่อผู้าุโในร่างเขาถลึงตากลับมาอย่างอาฆาต
“ใส่นี่ซะ อุจาดตาข้าเสียจริง” ผู้าุโพูดขึ้นพลางโยนเสื้อคลุมให้กับเขา เหยียนชิงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังล่อนจ้อน แต่เ้าตัวก็ดูไม่สะทกสะท้านอะไร มิหนำซ้ำยังเดินโทงๆเข้าไปรับชุดจากผู้าุโหน้าตาเฉย
“…..ช่างหน้าด้านยิ่งกว่ากำแพงเมือง”
เหยียนชิงรับชุดมาก่อนจะใส่มันด้วยความรวดเร็ว ก่อนหน้านี้เสื้อผ้าของเขาเคยเป็ชุดฝึกยุทธ์ที่ใส่มาจากบ้าน หลี่ฟางเป็คนเย็บให้เขาเองกลับมือ แต่ตอนนี้มันกลับกระจุยกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพราะพลังปราณที่ะเิออกมา ทำให้เหยียนชิงรู้สึกเสียใจอยู่นิดๆที่ทำเสื้อที่ป้าให้มาขาดจนไม่เหลือชิ้นดี
หลังจากที่เหยียนชิงใส่ชุดที่ผู้าุโให้มาเรียบร้อย ชายหนุ่มก็ดูดีขึ้นมาเล็กน้อย ชุดที่เขาใส่เป็ชุดจอมยุทธ์สีดำเกือบสนิท มีลายสีขาวพาดตรงไหล่ซ้ายและคอปก เป็ลวดลายดอกไม้ที่ดูงดงาม เขาสามารถบอกได้ว่ามันสบายขนาดไหนยามที่ใส่ชุดนี้ ราวกับว่าชุดสามารถปรับเปลี่ยนขนาดให้พอดีกับเ้าของได้อย่างลงตัว
“โฮ่? ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย เท่านี้เ้าก็สามารถหลอกลวงสตรีทั้งหลายได้อีกโขแล้ว” ผู้าุโพูดขึ้นโดยไม่วายเหน็บแนมเขาไปในตัว
เหยียนชิงได้ฟังดังนั้นแทนที่จะโกรธชายหนุ่มกับเชิดหน้ารับด้วยความภาคภูมิใจราวกับว่าความหล่อเหลาของเขาเป็สมบัติที่สำคัญที่สุดั้แ่เกิดมา
“อย่าว่าแต่สตรีเลยผู้าุโ ต่อให้บุรุษเมื่อเห็นข้ายามนี้ล้วนแล้วแต่ต้องอกแตกตายด้วยความอิจฉาแน่ ฮ่าฮ่าฮ่า!” เหยียนชิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความมั่นใจ
“หยุดไร้สาระได้แล้ว! รีบๆทำให้แมวน้อยนั่นกลายเป็ผู้พิทักษ์ของเ้าซะที!” ผู้าุโเอ่ยขัดเขาด้วยอารมณ์คุกรุ่นจนแทบอยากจะตบให้ชายหนุ่มรู้สึกตัวสักครา
“โอ...จริงด้วย ผู้าุโได้โปรดชี้แนะ” เหยียนชิงนึกขึ้นได้หันมาพูดกับผู้าุโอย่างเร่งรีบ
“วิธีง่ายๆ เ้าก็แค่ให้นางดื่มเืของเ้า ส่วนจะให้มากน้อยก็แล้วแต่ว่าเ้าอยากจะได้อสูรพิทักษ์แบบไหน”ผู้าุโตอบเสียงเรียบ
“หนึ่งคือแบบนายกับบ่าว หรือเ้านายกับข้าทาส สองคือแบบคู่หูที่พร้อมต่อสู้ไปด้วยกัน ส่วนสาม....เอ่อ....แบบคู่รัก…”
“แบบคู่รัก?!”
เหยียนชิงตกตะลึง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนกับสัตว์อสูรสามารถจะมีความรักได้ นั่นไม่เท่ากับว่าเป็ความรักระหว่างเผ่าพันธุ์เลยหรือ?
“เ้าจะใอะไรกัน ถึงทวีปนี้จะไม่มีพวกครึ่งมนุษย์อยู่ แต่ทวีปอื่นนั้นพวกนี้ก็เดินกันขวักไขว่เป็เื่ธรรมดา กับอีแค่คนกับสัตว์อสูรรักกันมันแปลกตรงไหน?” ผู้าุโแค่นเสียงออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย คล้ายกับว่าท่านคร้านจะเสวนากับเหยียนชิงเต็มทน
“เอ่อ....ข้าว่าแปลก...ช่างมันละกัน...” เหยียนชิงพึมพำกับตนเองเบาๆก่อนจะเดินไปหาแมวน้อยเย่ว์ซือที่กำลังหลับใหลไม่รู้เื่อยู่
เหยียนชิงใช้มีดสั้นที่หยิบมาจากย่ามเขากรีดข้อมือจนเป็ทางยาว หยดโลหิตค่อยๆไหลรินออกมาไม่ขาดสาย ชายหนุ่มเข้าไปหาเย่ว์ซือที่กำลังนอนหลับอยู่พลางอุ้มนางขึ้นมาวางบนตักก่อนจะหยดเืลงไปในปากของนางอย่างระมัดระวัง
หยดโลหิตแล้วหยดเล่าไหลซึมเข้าไปอย่างรวดเร็วจนเหยียนชิงเริ่มรู้สึกเบลอขึ้นมาเล็กน้อย
“ต้องใช้มากเท่าใดกัน?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
ทันทีที่ผู้าุโได้ยินชายหนุ่มพูด ดวงตาของท่านก็สาดประกายแปลกๆออกมาราวกับสุนัขจิ้งจอกที่กำลังเห็นของเล่นใหม่ก็ไม่ปาน ท่านกระแอมไออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะปรับกริยาท่าทางให้ดูสูงส่งน่าเชื่อถือมากขึ้น
“ปกติแล้วก็ประมาณสิบถึงสิบสองหยดสำหรับการทำสัญญาในรูปแบบคู่หู” ท่านตอบชายหนุ่ม
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็เอาเป็แบบคู่หูก็แล้วกัน” เหยียนชิงพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะก้มหน้าก้มตาหยดโลหิตลงปากนางต่อไป
“แต่สำหรับเ้า ข้าว่าเอาแบบคู่รักจะดีกว่า!!” ผู้าุโโพล่งขึ้นอย่างนึกสนุกก่อนจะขยับมือร่างวงเวทไปที่ตัวเหยียนชิงจนเขาขยับไม่ได้
“ท่านจะทำอะไร?!” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความใ
ผู้าุโไม่ได้ตอบเขาแต่อย่างใด ท่านเดินเข้ามาก่อนจะขยับมือร่ายเวทอีกครั้ง หยดโลหิตหยดเล็กค่อยๆไหลซึมออกมาจากหน้าผากชายหนุ่มทีละน้อย แต่ถึงแม้จะเป็หยดที่เล็กเท่าลูกปัด แต่เหยียนชิงกลับรู้สึกว่าพลังในร่างเหือดหายไปมากกว่าหนึ่งส่วนจนเขาแทบจะหน้ามืดด้วยความอ่อนเพลีย
หยดโลหิตเม็ดเล็กไหลเข้าปากของเย่ว์ซืออย่างแม่นยำ เมื่อเห็นว่าสำเร็จแล้วผู้าุโจึงคลายพนัธนาการชายหนุ่มออก
สัญลักษณ์เวทที่แสดงถึงการเชื่อมโยงของทั้งคู่ปรากฏขึ้นบนหลังมือของเหยียนชิงกับที่ศีรษะของเยว์ซือ เป็สัญญาณบ่งบอกว่าการทำสัญญาลุล่วงไปได้ด้วยดี
“สัญญาแบบคู่รักต้องใช้หยดเืสิบหยดและแก่นโลหิตอีกหนึ่งหยด นี่เป็ของขวัญชั้นดีที่ข้ามอบให้เ้าเลยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า!!” เมื่อแก่นโลหิตหยดลงปากของเย่ซ์ซือ ผู้าุโก็เงยหน้าหัวเราะร่วนด้วยความสนุกสนาน ผิดกับเหยียนชิงที่กำลังหน้าซีดทั้งจากเสียเืมากไปและกำลังใกับสถานการณ์ตรงหน้า
“ท่าน....แก่นโลหิตมันฟื้นฟูไม่ได้ไม่ใช่รึไง? นี่ท่านจะฆ่าข้าตอนนี้เลยเหรอ?!” เหยียนชิงเอ่ยถามด้วยความอ่อนเพลีย
“สำหรับคนอื่นนั้นใช่ แต่เ้านั้นไม่ใช่”ท่านตอบเขา
เหยียนชิงเงยหน้ามองผู้าุโด้วยความงุนงงทันที “หมายความว่าอย่างไร?”
“เ้าคิดว่าพลังปราณของแก่นโลหิตที่เ้าดูดซึมมันหายไปที่ใดกัน ไม่รู้เรอะ? งั้นข้าเฉลยเลยก็แล้วกัน ก็ที่จุดตันเถียนของเ้าไงเล่า! มันเล่นดูดไปซะหมดเกลี้ยงไม่เหลือหรอแม้แต่น้อยนั่นไง!!” ผู้าุโตอบเขาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“จุดตันเถียนของข้า? จุดตันเถียนที่ไหนดูดกลืนปราณได้กัน อ๊ะ....” เมื่อเหยียนชิงพูดถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็จำเื่ราวก่อนหน้าได้ทันที เขาจำได้ว่าที่หอคอยลิขิตฟ้า นักพรตเต๋าชราเคยบอกว่าในร่างกายของเขามีอสรพิษกลืนปราณอยู่ทำให้ไม่อาจฝึกยุทธ์ได้เนื่องจากพลังปราณถูกดูดกลืน หรือมันจะเกี่ยวข้องกับเื่นี้?
“ดูเหมือนว่าวาสนาของเ้าจะไม่ได้ดีและก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ” ท่านเอ่ยขึ้นช้าๆ
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด ก่อนหน้านี้เ้าน่าจะถูกอสรพิษกลืนปราณดูดพลังจนไม่อาจฝึกยุทธ์ได้ แล้วก็คงโชคดีได้รับความช่วยเหลือจากใครซักคนช่วยเอามันออกมาอีกทั้งในขั้นตอนการเอาออก เ้ายังขโมยพลังอันเป็ความสามารถของอสรพิษกลืนปราณมาด้วย หึ ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไม์ถึงเมตตาคนอย่างเ้านัก” ผู้าุโพูดต่ออย่างหงุดหงิด
“ร่างของเ้าก็เหมือนภาชนะ พลังปราณก็เหมือนกับน้ำที่รินลงแก้ว ยิ่งภาชนะใหญ่มากเท่าใดพลังปราณก็จะมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วหลังจากที่แก่นโลหิตที่ข้ามอบให้เ้าไปกระตุ้นความสามารถดูดกลืนพลังปราณทำงาน พลังยุทธ์ของเ้าจะลดลงไปหลายขั้นใหญ่ทีเดียว”
“หมายความว่าข้าต้องเริ่มฝึกพลังใหม่ทั้งหมดเลย?!” เหยียนชิงตกตะลึง
“เ้าทึ่ม! แล้วเ้าคิดว่าพลังที่หายไปมันจะหายไปไหนได้ มันอยู่ในตัวเ้ายังไงเล่า ที่ข้าบอกว่าลดมันก็แค่ระดับปราณ แต่พลังปราณในเ้าก็ยังเท่าเดิม ก็เหมือนกับว่าเ้ามีพลังปราณระดับฝึกหัด แต่สามารถต่อสู้กับศัตรูระดับก่อร่างได้นั่นแหละ” ท่านอธิบายให้ชายหนุ่มฟังด้วยความเหนื่อยใจ ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าท่านค่อนข้างจะหัวช้าไปหน่อย
“โอ้........งั้นก็ดีน่ะสิผู้าุโ นั่นเท่ากับว่าข้าเติบโตได้มากกว่าคนอื่นๆใช่รึไม่?” เหยียนชิงพูดขึ้นพลางยกยิ้มด้วยความดีใจ เขาไม่ได้ใส่ใจว่าพลังปราณจะอยู่ในระดับไหนอีกต่อไป
“จริงอย่างที่เ้าว่า แต่พลังของเ้าจะเติบโตช้ากว่าผู้อื่นอยู่บ้าง ลองเทียบดูว่าระหว่างแก้วน้ำกับทะเลสาบสักแห่ง หากเติมน้ำลงไปที่ใดจะเต็มก่อนกัน? แน่นอนว่าย่อมต้องเป็แก้ว เ้าจะเพิ่มพลังได้ช้ากว่าผู้อื่นอยู่ประมานหนึ่งถึงสอง่ใหญ่ แต่พลังปราณสามารถเทียบเท่าพวกมันได้ เ้าไม่คิดว่ามันคุ้มบ้างรึไง?”
เหยียนชิงนิ่งไปอยู่ชั่วครู่ ชายหนุ่มกำลังวิเคราะห์ถึงผลต่างๆที่จะตามมาหากเขาสามารถเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่สูงกว่าเขาถึงสอง่ชั้น อีกทั้งยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก ดูเหมือนว่าอย่างน้อย์ก็อวยพรให้เขาหลังจากที่เริ่มฝึกยุทธ์
“ขอบคุณผู้าุโที่ช่วยชี้แนะ ผู้เยาว์จะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้แน่นอน” เหยียนชิงเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งก้มหัวลงขอบคุณ
ผู้าุโเหลือตามองชายหนุ่มก่อนจะหันหน้าไปอีกทาง ท่านจ้องมองกำแพงของห้องโถงทีมีพระราชวังอันงดงามตั้งเรียงรายอยู่ราวกับว่ากำลังคิดถึงเื่ราวในอดีต
“เมื่อเ้ามาที่นี่และสามารถผ่านการทดสอบของข้าได้ ก็นับว่าเ้ามีชะตาต้องกับเต๋าแห่งราตรี ข้าย่อมต้องช่วยเหลือผู้สืบทอดของข้าอย่างสุดความสามารถอยู่แล้ว” ท่านถอนหายใจออกมา
“ข้าแนะนำว่าหลังจากออกไปจากที่นี่ เ้าควรเข้าเมืองหลวงเทพสุริยันและเข้าสังกัดวังยุทธ์เทพเมฆาซะ เริ่มไต่เต้าและสร้างชื่อเสียงจากที่นั่น สร้างความสัมพันธ์กับราชวงศ์เข้าไว้ อันที่จริงราชวงศ์เทพเมฆาก็ไม่ได้แย่เสียเท่าไร อย่างน้อยก็ยังอยู่ในอันดับสามของสี่จักรวรรดิ เ้าสามารถสร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือได้ง่ายหากเ้ามีความสามารถเหนือผู้อื่น”
“หลังจากที่เ้าสามารถดูดซับแก่นโลหิตจนครบสิบส่วนเต็มแล้ว ถ้าเ้าอยากจะได้รางวัลที่เหลือก็จงกลับมาต่อสู้กับร่างเทียมของข้าที่นี่ ถ้าชนะก็เอารางวัลที่เหลือไปได้ ส่วนตอนนี้.......ไสหัวไปได้แล้ว!! ข้าจะได้นอนซักที!” ผู้าุโะโก้องอย่างไม่สบอารมณ์นักก่อนจะผลักวงแหวนมิติไปที่เหยียนชิงที่กำลังกอดเย่ว์ซือเอาไว้
“เดี๋ยว! แล้วเื่บิดามารดาข้าล่ะ?!”เหยียนชิงเอ่ยถามอย่างร้อนรนในขณะที่วงเวทเคลื่อนย้ายกำลังจะเริ่มทำงาน
“ข้าจะไปรู้เรอะ! นั่นพ่อแม่เ้าไม่ใช่พ่อแม่ข้า ถ้าอยากรู้ก็ไปหาเอาเอง ข้าไม่ยุ่ง!” เมื่อพูดจบท่านก็ค่อยๆสลายตัวตนที่เคยเป็ชายหนุ่มกลับมาเป็ลูกั์ตาขนาดใหญ่อีกครั้ง
วงเวทเคลื่อนย้ายเริ่มทำงานขึ้น แสงจ้าสาดกระจายไปทั่วห้องโถงจนเหยียนชิงต้องยกมือข้างที่ไม่ได้อุ้มเยว์ซือมาปิดตาเอาไว้ ก่อนที่ทั้งสองจะแวบหายเข้าไปในวงเวทราวกับไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน
หลังจากทีทั้งคู่จากไป ผู้าุโในร่างดวงตามหึมาก็เปิดเปลือกตาขึ้นพลางจ้องมองรูปสลักบนเพดานอย่างเหม่อลอย
“กาลเวลากำลังบิดเบี้ยว ทางผ่านโบราณที่เชื่อมสามทวีปเข้าด้วยกันกำลังจะเปิดออกอีกครั้ง บางทีนี่อาจเป็ลิขิตฟ้าที่ส่งมันมาก็ได้......”