แม่หนูน้อยฤดูกาล

    ตอนที่41 บึงดอกบัว

         สองสาวน้อยตอนนี้พากันนั่งเล่น นั่งคุยกันอยู่ในบ้านแล้ว และหมั่นโถวน้อยเองก็หากระจกพร้อมถอดหมวกไหมพรมบนหัวน้อยๆของเธอทันทีเลย และเมื่อเธอนำกระจกมาส่องดูสีผมของตัวเองอีกด้วยว่าสีน้ำตาลที่ว่านั้นมันจะดูเป็นแบบไหนกันนะ???

         “โอ้…..!!!น้ำตาลแบบที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นสีน้ำตาลแบบนี้เลย ให้ตายเถอะ!!สีผมแต่ละสีมันจะโดดเด่นเกินไปแล้วจริงๆนะเนี่ย!!!”หมั่นโถวน้อย 

         เจ้าตัวเล็กบ่นเสียยาวเลยเมื่อเห็นสีผมสีใหม่ของเธอแล้ว คิดว่าสีน้ำตาลไม่น่าจะดูไม่ดีกว่าสีอื่นๆที่ไหนได้พอกันเลย อย่าคิดว่าเป็นสีที่ดูเหมือนทึบๆแต่ไม่แน่นอนถ้ามันขึ้นมาอยู่ที่ผมของเธอน่ะ!!!!

         “พี่เปาจื่อเองก็พึ่งจะเคยเห็นสีผมน้ำตาลออกมาแบบนี้เหมือนกันล่ะน้องหมั่นโถวน้อย”พี่สาวเปาจื่อ

         “สีคนอื่นๆจากสิ่งอื่นๆน่าจะเป็นสีที่ดูปรกตินั่นแหละพี่สาว แต่พอมาอยู่บนเส้นผมของหมั่นโถวนี่น่ะสิ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้กันเนี่ย!!! เฮ้อ……”หมั่นโถวน้อย

         “ไม่เป็นไรนะน้องหมั่นโถวน้อย พี่เปาจื่อว่าสวยทุกสีเลยนะ”พี่สาวเปาจื่อ พยายามพูดปลอบใจน้องสาวคนเล็กของเธอไม่ให้รู้สึกไม่ดีกับสีผมหลากหลายสีบนผมของน้องสาว พี่สาวลูบหัวของน้องเพื่อปลอบใจอีกด้วย

         “พี่เปาจื่อ ดีที่สุดเลยไม่เหมือนพวกพี่ชายเลย”หมั่นโถวน้อย

         “แน่นอนอยู่แล้ว พี่สาวดีที่สุด”พี่สาวเปาจื่อ เองก็ไม่ถ่อมตนเลยเช่นกัน ยอมรับคำชื่นชมแบบเต็มที่เลย

         “แล้วน้องหมั่นโถวน้อยจะไม่ออกไปไหนแล้วจริงๆน่ะเหรอ??? เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งวันเลยนะ”พี่สาวเปาจื่อ มองน้องสาวของเธอด้วยแววตาแห่งความหวังเต็มเปี่ยมเลย หวังน้องหมั่นโถวน้อยจะพูดว่า ออกไปข้างนอกกันเถอะพี่สาว

         “เอิ่ม…..”

         “เอ่อ….”

         “อือ…..”หมั่นโถวน้อย แกล้งพี่สาวเปาจื่อของเธอโดยการอ้ำๆอึ้งๆกว่าจะพูดออกมาให้ช้ากว่าเดิม ส่วนพี่สาวเองก็ลุ้นแบบเต็มที่เลยว่าน้องสาวนั้นจะตอบพี่สาวว่าอย่างไรกัน

         “เอ่อ…??? เอิ่ม….??? อือ…???”พี่สาวเปาจื่อ เองก็เอ่อ อือ ตามน้องสาวไปด้วยแบบไม่รู้ตัว

         “อิ…อิ….พี่สาวไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก หมั่นโถวรู้ว่าพี่เปาจื่อน่าจะรู้นะว่าคำตอบของหมั่นโถวคืออะไรน่ะ…????”หมั่นโถวน้อย

         “ออกข้างนอก…..!!!”พี่สาวเปาจื่อ

         “อ่าฮะ…..ใช่แล้วออกข้างนอกกันเลย..”หมั่นโถวน้อย

         “เย้…เย้….”สองสาวน้อยส่งเสียงดังกันลั่นอีกแล้ว พวกพี่ชายที่อยู่บริเวณหน้าชานบ้านก็ได้ยินเช่นกัน จึงพากันหันมามองดูว่าพวกน้องสาวกำลังเล่นอะไรกันนะถึงได้ดูมีความสุขมากกันจริงๆ 

         แต่พอเห็นน้องสาวแต่งตัวพร้อมจะออกข้างนอกแบบนั้น ก็รับรู้เลยว่าเสียงเอะอะดีใจของน้องสาวนั่นหมายถึงอะไรกัน..

         “น้องสาวจะออกข้างนอกแล้ว…!!!”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “เร็วเข้าพวกเราเตรียมตัวให้พร้อมกัน…!!!”พี่รองเปาจี

         “ได้ๆ…!!!”พวกพี่ชาย

         “ชุดกันฝนล่ะ??….”

         “หมวกล่ะ??…..”

         “รองเท้าล่ะ???.....”

         “ตะกร้าสานล่ะ????....”

         “กระบอกน้ำล่ะ????....”

         พวกพี่ชายพากันส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายกัน หานู้นหานี่กลัวจะไม่ทันพวกน้องสาว ทั้งๆที่ของที่ต้องการก็อยู่ใกล้ๆกันนี่แหละ แต่ด้วยความเร่งรีบสมาธิหลุดกันไปพอสมควรเลยทำให้มองไม่เห็นของที่ต้องการกัน

         “...........?????”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พากันมองลูกชาย หลานชาย ที่พากันวิ่งวนไปวนมา ชนกันบ้างอีกต่างหากอย่างสงสัยกัน 

         แต่ว่าพอพวกท่านมองเห็นสองสาวน้อยก็เลยรู้ว่าเกิดอะไรกันขึ้นสำหรับลูกชายหลานชายของพวกท่าน

         “รู้แล้วล่ะค่ะว่าสาเหตุที่พวกพี่ชายทำไมถึงได้ทำแบบนี้กัน นู้นไงคะตัวต้นเหตุล่ะ”แม่

        “ถึงว่าสิ….!!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อ อาผู้ชาย อาสะใภ้

         “น้องสาวแต่งตัวเสียพร้อมขนาดนี้นี่คะ เลยทำให้พวกพี่ชายยิ่งว้าวุ่นกันเลย”อาสะใภ้เจียนตุย

         “สงสัยว่าคงจะไม่ใช่แค่พวกพี่ชายที่จะต้องเตรียมพร้อมแล้วล่ะครับ ผมว่าพวกเราก็ต้องเตรียมตัวด้วยเหมือนกัน คอยดูเถอะสองสาวน้อยอของพวกเราจะวิ่งตรงมาหาและก็พูดว่า “พวกเราออกข้างนอกกันเถอะค่ะ”พ่อ

         “จ……………”พวกผู้ใหญ่ยังไม่ทันพูดอะไรเลยก็มีเสียงแหลมๆเล็กๆขึ้นมาแซงก่อนเลยว่า…

         “ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อา อาสะใภ้ พวกเราออกข้างนอกกันเถอะค่ะ”สองสาวน้อย

        “นั่นไงล่ะ…..”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้

        “พูดจบปุ๊บมาเลยนะครับเนี่ย ไม่ต้องให้พวกเรารอกันนานเลย

    “พ่อ

        “จริง…!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้

        “ฮ่า….ฮ่า…..”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้

        สองสาวน้อย รีบวิ่งมาหาพวกผู้ใหญ่และเอ่ยปากขอให้พาออกไปข้างนอกกันอีกรอบหนึ่ง หลังจากได้กินอาหารกลางวันกันเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย

         “เอาล่ะ พวกเราพร้อมกันหมดแล้วนะ???”พ่อ

         “พร้อมค่ะ” “พร้อมครับ”พวกเด็กๆ

         “ออกเดินทางกันเลย….”อาผู้ชาย

         “เย้…เย้…..”พวกพี่ชาย

         “เดี๋ยวก่อนค่าาาาา…..”พี่สาวเปาจื่อ

         “เอ๋….???”พวกพี่ชาย 

         “ทำไมเหรอน้องสาว???”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “ถามน้องหมั่นโถวน้อยก่อนค่ะ ว่าจะไปทางไหนกัน”พี่สาวเปาจื่อ

          “โอ้…จริงด้วย!!!”พวกพี่ชาย

          “น้องหมั่นโถวน้อย นำทางไปเลยนะพวกพี่จะตามน้องไปติดๆเลย”พี่สาวเปาจื่อ

          “ได้เลย”หมั่นโถวน้อย

         “ทีนี้ก็เดินทางกันเลย”พี่สาวเปาจื่อ

         “เย้…เย้….”พวกพี่ชาย

         “เฮ้อ……..”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้

         “เอ่อ….เดี๋ยวก่อนพี่ชาย”หมั่นโถวน้อยดับฝันพี่ชายอีกรอบแล้ว

         “..........????”พวกพี่ชาย

         “พ่อคะ หมั่นโถวอยากไปสถานที่ที่เคยเล่าว่าเป็นบึงดอกบัวมาก่อนน่ะค่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “บึงดอกบัว…???!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พวกพี่ชาย

         “อย่าบอกนะคะว่าหมั่นโถวน้อยอยากจะไปเพราะว่าปลูกดอกบัวน่ะลูก???”แม่

         “ใช่ค่ะ….นำทางไปเลยค่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “ครับ…”พ่อ 

         “...........!!!”ทุกๆคน

         จากตอนแรกหัวขบวนนำหน้าคือหมั่นโถวน้อย กับพี่สาวเปาจื่อ แต่พอรู้ว่าจะไปทิศทางไหนแน่ชัดแล้วเลยจะต้องเปลี่ยนคนที่รู้จักเส้นทางนั้นเป็นอย่างดี ก็มีไม่กี่คนหรอก ก็ปู่ ตา พ่อ อาผู้ชาย นั่นแหละ

         แต่พอได้พ่อ และอาผู้ชายนำทางแทนเจ้าตัวเล็กสองคนก็ไม่ยอมเดินเลย วิ่งไปดักข้างหน้าและอ้าแขนกว้างๆทั้งสองข้างขึ้นมาทันที

         “โอ้….มีเด็กไม่ยอมเดิมแล้วนี่ยังไม่ออกนอกตัวบ้านเลยนะเนี่ย”อาล่าเถียว

         “ไม่ใช่สักหน่อยอาก็ เป็นเพราะว่าพึ่งกินอาหารกลางวันอิ่มเลยหนักพุงเดินไม่ไหวต่างหากล่ะคะ”หมั่นโถวน้อย

         “โอ้…น่าเห็นใจ..”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้

         “ใช่ค่ะ น้องหมั่นโถวน้อยพูดถูกเลย อาอย่าชวนคุยมากเลยค่ะรีบไปกันเถอะเร็วเข้า เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อนนะคะ”พี่สาวเปาจื่อ เองก็คอยสนับสนุนน้องสาวของเธอตลอดเวลาเช่นกัน 

         ไม่ว่าจะพูด จะทำอะไรก็ตามจะสอดคล้องกันไปตลอดทั้งๆที่ไม่ได้นัดแนะอะไร แต่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกัน

         “ฮึ่บ…..”

         “งั้นก็ไปกันเลย….”อาผู้ชาย ทั้งสองคนก็อาสาอุ้มหลานสาวไปคนละคนเหมือนเดิม 

         “ไปเลย!!!!….”พวกพี่ชาย

         ปู่ย่า ตายาย แม่ อาสะใภ้ที่เดินตามหลังมาก็อดที่จะพากันนินทาสองสาวน้อยตัวแสบของบ้านไม่ได้ว่า…..

         “อยากออกเที่ยวข้างนอก แต่ไม่ยอมเดินนะคะเนี่ย”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “เขากเรียกว่าฉลาดแบบเจ้าเล่ห์ค่ะ ดูทำหน้าตาเข้าสิคะหมั่นเขี้ยวจริงๆเลย”อาสะใภ้เจียนตุย

         “คงจะขี้เกียจเดินกันจริงๆนั่นแหละ ให้อุ้มตั้งแต่อยู่ในบ้านกันเลยนะ”แม่

         “แล้วผู้ชายบ้านนี้นะเจอลูกอ้อนแม่สาวน้อยทั้งสองคนนี้ทีไรปฎิเสธไม่เป็นกันเลยทุกที”ยาย

         “อย่าว่าแต่พวกอาอาเลย ขนาดพี่ชายก็เตรียมพร้อมจะอุ้มน้องสาวไปแล้วน่ะเมื่อตะกี้นี้น่ะ”ย่า

         “ตามใจกันเหลือเกินนะคะแต่ละคนเนี่ย ห้ามไม่ได้จริงๆ”แม่

         “ยากล่ะกุ้ยฮวา ตั้งแต่เจ้าสองตัวเล็กเกิดมาแม่ไม่เคยเห็นจะมีใครกล้าขัดใจสองแสบสักคนเดียวนะ มีแต่ให้พวกเรานี่แหละคอยปราบ และจัดการแทนน่ะ”ยาย

         “ก็เลยปล่อยให้พวกเราเป็นคนดุแทน พวกผู้ชายก็รับบทเป็นคนดีตลอดเลย”แม่

         “จริงค่ะ พี่กุ้ยฮวา.!!!!”อาสะใภ้ทั้งสองคน

         พากันพูดคุยสนุกสนานกันไปตลอดเส้นทางการเดินทางที่จะไปยังบึงดอกบัวเก่าแก่ ที่ตอนนี้ดูไม่ออกแล้วล่ะว่าจะเป็นบึงดอกบัวจริงๆ 

         เมื่อใช้เวลาเดินทางได้ประมาณ 30-40 นาทีก็มาถึงป่าที่อยู่ใกล้ติดกับที่ดินด้านหลังสุดของตระกูลสวี ตระกูลเซียว และป่าแถบนี้ไม่ค่อยจะมีคนเข้ามาเดินด้วย เพราะว่ามีหญ้าแห้งรกสูงชันมากๆ เรียกได้ว่าสูงเท่ากับผู้ใหญ่เลย

         “อากาศแห้งแล้งจริงแต่หญ้าพวกนี้ก็ขึ้นเยอะใช้ได้เลยนะเนี่ย สูงอีกต่างหาก”หมั่นโถวน้อย ที่มองดูบรรยากาศด้านบนไปรอบๆอย่างสบายอกสบายใจ

         “ถึงแล้วเด็กๆ….”พ่อ

         “ไม่มีสภาพให้ดูออกมาว่าบึงดอกบัวเลยค่ะพ่อ”หมั่นโถวน้อย

         “ครับลูกสาว ก็น้ำในบึงแห่งนี้แห้งคอดหมดแล้ว แถมดอกบัวก็ตายหมดจนไม่เหลือให้เห็นเลย”พ่อ

         “บึงดอกบัวแห่งนี้ใหญ่พอสมควรเลยใช่ไหมคะ ดูจากขนาดความลึกของพื้นดินที่ไม่เท่ากันเนี่ย”หมั่นโถวน้อย

         “ฉลาดมากเลยหลานสาวของตา ใช่แล้วที่เห็นเป็นรอยลึกลงไปก็ขนาดความลึกของบึงดอกบัวเมื่อก่อนนี้”ตา

         “เอาล่ะงั้นพวกเราก็มาฟื้นฟูบึงดอกบัวแห่งนี้กันเถอะค่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “ได้เลย…..”พี่สาว พี่ชาย

         “ก่อนอื่นก็ต้องเติมน้ำให้เต็มบึงก่อนนะ ฝนจ๋าขอตกตรงนี้แรงๆบวก10 ไปเลย..”หมั่นโถวน้อย

         “ห๊ะ……..!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พี่ชาย

         “ซู่…...ซู่……”เสียงฝน

         “.............!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พี่ชาย พี่สาว 

         แต่ละคนเห็นฝนที่ตกตามคำสั่งของหมั่นโถวน้อย เหมือนกับใครเอาถังมาเทลงทีเดียวอย่างนั้นแหละ เพราะปริมาณน้ำฝนที่ตกลงไปในบริเวณที่เคยเรียกว่าบึงดอกบัว ก็เห็นน้ำปริ่มๆขึ้นมาแล้ว แต่ยังไม่พอสำหรับหมั่นโถวน้อยเลย!!!

         “ฝนจ๋าขอตกแรงกว่านี้อีกสองเท่าสิ…”หมั่นโถวน้อย

         “ซู่…...ซู่……”เสียงฝน

         “..........!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พี่ชาย พี่สาว 

         “อ้า…แบบนี้ล่ะน้ำจะได้เต็มเร็วๆ เอ๋..?? หรือจะเร่งให้ตกหนักอีกนิดนะ”หมั่นโถวน้อย

         “............!!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พี่ชาย พี่สาว 

         เจ้าหมั่นโถวน้อยไม่ได้แค่บ่นเท่านั้นนะ แต่ก็เร่งฝนให้ตกลงมาแรงๆกว่าเดิมอีก ในทุกๆครั้งที่บ่นออกมา จนแม่จะต้องเอ่ยปากห้ามปรามไว้บ้าง

    ************

         รอบบ่ายหมั่นโถวน้อยกับพี่สาวเปาจื่อ พากันชวนทุกๆคนในตระกูลสวี ตระกูลเซียวออกไปผจญภัยในป่าด้านนอกท้ายที่ดินทำกินของตัวเองอีกครั้งหนึ่งแล้ว 

         และรอบนี้มีการวางแผนล่วงหน้าเอาไว้ด้วยก็คือว่า บึงดอกบัวนั่นเอง หมั่นโถวน้อยอยากจะพยายามสร้างธรรมชาติให้เหมือนเดิมที่สุดเท่าที่จะทำได้ และสภาพป่า ภูเขาเคยมีมาก่อน