EP 1 ชีวิตที่ดิ้นรน
ความสุขที่แท้จริงคืออะไร มีใครตอบฉันได้บ้าง
ก็รู้อยู่นะว่าคนที่มีความสุข ต้องยิ้มต้องหัวเราะ บางทีการที่ฉันได้เห็นใครยิ้ม
เห็นใครหัวเราะ ฉันอยากมีโอกาสแบบนั้น แต่มันคงไม่มีโอกาสนั้น ฉันชื่อ หลิน
(ภาษาจีนแปลว่าหยก ) อายุ 24 ปี ทำงานเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง
ชีวิตของฉันเคยเกิดบนกองเงินกองทองสุขสบาย พ่อแม่ของฉันท่านเปิดร้านเครื่องประดับ ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี ต่างๆ ทุกคนต่างนับหน้าถือตา ตระกูลของเราในนามร้านเครื่องประดับที่มีชื่อว่า “เหลาหู่”
( ในภาษาจีนแปลว่าเสือ ) ที่พ่อตั้งชื่อร้านว่าเหลาหู่เพราะพ่อบอกว่าแสดงถึงความมีอำนาจ และความสิริมงคล ซึ่งพ่อเคยบอกฉันไว้ตอนฉันยังเด็ก
ตอนนี้พ่อแม่ฉันต้องเสียชีวิตเพราะมีคนลอบสังหารซึ่งเป็ฝีมือของพวกมาเฟีย แต่ฉันไม่รู้ว่าเป็ใคร
พ่อและแม่ เสียไปตอนฉันอายุ 18 ปี ฉันต้องอยู่คนเดียวปากกัดตีนถีบั้แ่ตอนนั้น จนถึงตอนนี้
ฉันอาศัยอยู่ที่หอพักเล็กๆ ซึ่งมันมีราคาค่าเช่าต่อเดือนที่ถูก
ตอนนี้ก็ 6 โมงเย็นแล้วถึงเวลาที่ฉันต้องไปทำงานแล้ว ฉันเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบชุดกี่เพ้าสีแดงสดที่ยาวแต่แหวกลึกจนเผยให้เห็นขาอ่อน เพื่อใส่ไปทำงาน เ้าของร้านกำชับไว้ว่าต้องแต่งแบบนี้เท่านั้น
ณ ร้านอาหารจีน ห่าวชือ
ขณะที่ฉันกำลังเดินเข้าร้านเพื่อจะทำงานตามปกติ ก็มีลูกค้าแก่ ๆ คนหนึ่งเป็ผู้ชายใส่ทองหยองเต็มตัว ดูท่าทางจะมีเงิน กวักมือเรียกฉัน เขาคงจะสั่งอาหารมั้ง
“นี่ๆ ลื้อมาหาเสี่ยหน่อย เสี่ยอยากกินหูฉลาม กับเหล้าโสม ลื้อไปเอามาให้เสี่ยหน่อยไป คนสวย”
เสี่ยนี่สายตาลามกชะมัด ฉันทำได้เพียงแค่ฝืนยิ้ม
“รอสักครู่นะคะเสี่ย”
ฉันเดินตรงไปในห้องครัวและสั่งอาหารที่เสี่ยคนนั้น้าให้กับพ่อครัว เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย
ฉันจึงเดินเอาอาหารไปเสริฟที่โต๊ะเสี่ยพวกนั้น การทำงานแบบนี้เสี่ยงสุดๆเลย
"อาหารได้แล้วค่ะเสี่ย"
ฉันพูดพลางหยิบจานอาหารวางไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ และขณะที่ฉันกำลังจะหันหลังเดินไปนั้น
เสี่ยก็ได้จับแขนฉันและพูดว่า
"มานั่งกับเสี่ยก่อนสิ"
ไม่พอเท่านั้น เสี่ยลามกยังเอามืออันสาก ๆ ลูบไล้ต้นขาของฉันไปมา
"เอ่อ เสี่ยคะ ปล่อยฉันเถอะค่ะมันดูไม่ดีนะคะ"
ฉันต้องพยายามควบสติและคุมอารมณ์เพราะมันเสี่ยงที่ฉันจะโดนไล่ออกได้ นาทีนี้เหมือนฉันตกนรก
ทั้งเป็ จู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียง ทุ้ม ใหญ่ จากผู้ชายปริศนาคนหนึ่งดังมาจากด้านหลังฉัน พูดขึ้นมาว่า
"หยุดเดี๋ยวนี้จะทำอะไรผู้หญิงน่ะ แกเห็นผู้หญิงเป็ของเล่นหรือไง ไอ้แก่ ไปซะถ้าไม่อยากตาย"
ด้วยความที่ฉันอยากรู้ว่าเ้าของเสียงเป็ใคร ฉันจึงหันไปมองทันที เขาคือ ผู้ชายที่รูปร่างสูง เพียว
ผิวขาว ดั่งโด่ง ใส่เสื้อเชิตสีดำ เขาคนนั้นชี้ไปที่หน้าของเสี่ยลามก ด้วยสายตาเขม็ง ที่ดูดุดัน
เสี่ยลามกดูท่าทางกลัว ผู้ชายคนนี้มากรีบวิ่งออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว ผู้ชายคนนั้นมองหน้าฉัน
ด้วยสายตาที่เรียบเฉย
"ข่ะ. ขอบ"
พูดขอบคุณอย่างไม่ทันจบ เขาก็เดินจากไป โดยทิ้งความ งง ให้กับฉัน
เจ๊ จู เ้าของร้านวิ่งหน้าตาตื่นและ ถามว่า
"เกิดอะไรขึ้น"
ฉันไม่อยากเล่าอะไรมากนัก จึงตอบเจ๊แกไปว่า
"ลูกค้าแค่เมาเลยคุยกันเสียงดังค่ะ หนูขอกลับบ้านเร็ววันนึงนะคะเจ๊ "
เจ๊จูพยักหน้ารับทันที
ขณะที่ฉันกำลังเดินกลับหอพัก ก็อดคิดถึงพ่อแม่ไม่ได้จริง ๆ ใครจะรู้ไหมว่าชีวิตฉันต้องเจออะไรมาบ้าง ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างฉันต้องแบกรับอะไรขนาดนี้เลยหรือ
เมื่อฉันถึงหอพักแล้ว ก็อาบน้ำนอนตามปกติ วันนี้เจออะไรแย่ ๆ มาทั้งวันแล้ว ขอให้วันรุ่งขึ้นเป็วันที่ดี
เช้าวันถัดมา เวลา 08.00 น.
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง ~ ~ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
“ฮ้าวว เช้าเร็วจัง”
ฉันลุกจากเตียง และคว้าผ้าขนหนูสีขาวอันโปรดเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน จัดการตัวเองให้เรียบร้อย หลังจากที่อาบน้ำเสร็จก็ได้มีการแต่งหน้าแต่งตัวเล็กน้อย เพราะวันนี้ตั้งใจจะไปไหว้พ่อแม่ที่สุสาน เมื่อฉันแต่งตัวเสร็จก็ได้เดินออกจากหอพักทันที
ระหว่างทางที่จะเดินไปสุสานฉันก็ได้แวะเข้าไปไหว้พระที่ศาลเ้าแห่งหนึ่ง เมื่อฉันเดินเข้าไปในวัดได้ไม่นาน ก็มีซินแสแก่ ๆ สวมเสื้อคอจีนสีขาว ค่อย ๆ เดินมาจับแขนฉัน และทักฉันว่า
“ลื้อเป็อะไรหรือเปล่า อั๊ว ดูหน้ารู้เลยว่าลื้อลำบากใจอยู่”
“ใช่ค่ะ”
ฉันตอบพลางกับส่งยิ้มให้ซินแส
“ลื้อเคยมีชีวิตที่ดีใช่ไหม แต่มันมีเื่ทำให้ตกอับ และญาติมิตรก็หวังแต่สมบัติพึ่งไม่ได้!”
ฉันอึ้งคำที่ซินแสทักมาเหมือนกัน มันช่างตรงกับชีวิตฉันมาก อะไรมันจะเหมาะเจาะไปหมด
“แต่อีกไม่นานลื้อจะมีเนื้อคู่นะ”
ซินแสยิ้มพลางกับตบบ่าฉันเบา ๆ เื่อื่นที่ทักก็พอตรงอยู่แต่เื่เนื้อคู่ดูท่าแล้ว ไม่ใช่แน่นอน
“เดี๋ยวหนูขอตัวก่อนนะ ขอบคุณที่ดูให้นะคะ”
ฉันขอตัวกับซินแสคนนั้น ก่อนที่จะหันหลังเดินออกมาจากศาลเ้าแห่งนั้น
ระหว่างทางที่จะไปสุสาน จู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงคนเสียงดังโวยวายมาจากทางด้านขวามือซึ่งเป็ห้องเช่าแถวเล็ก ๆ ฉันหันมองไป ก็ต้องใ เพราะ มีคนกลุ่มหนึ่ง สวมชุดสีดำทะมึน กำลังกระทืบ และทุบตีลุงแก่ ๆ
และมีภรรยาและลูกสาวของแกถูกมัดติดกับเก้าอี้ และทั้งคู่กำลังร้องไห้ออกมา
ถึงแม้ว่าการกระทำสุดโหดของคนกลุ่มนี้จะโหดมากเพียงใด แค่ชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา ก็ไม่มีใครสนใจช่วยลุงเลยสักคน ลุงคนนั้นนอนกับพื้นจนเืท่วมปาก สายตาของเขามองมาที่ฉันพอดี
ฉันทนกับความรุนแรงนี้ไม่ไหว จึงเดินตรงดิ่งเข้าไปหากลุ่มพวกนั้น เพื่อหวังจะช่วยลุง
“หยุด! เดี๋ยวนี้นะ ทำไมไม่ค่อย ๆ คุยกัน”
ฉันวิ่งพลางกับเข้าไปผลักผู้ชายทั้งสามคนที่รุมทำร้ายลุง จนพวกเขาพลาดท่าเซไปทางด้านหลัง
“มึงเป็ใคร เสือกทำไม ไอ่แก่นี่มันค้างหนี้เ้านายกูมาหลายงวดแล้ว”
ผู้ชายคนหนึ่งลูกขึ้นพลางกับชี้หน้าด่าฉัน
“อ้าว...สาวน้อยไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่”
จู่ ๆ เสียงปริศนาก็ดังขึ้น เสียงคุ้น ๆ นะ เมื่อฉันจ้องมองไป ก็พบว่า เป็ผู้ชายคนเดียวกันกับเมื่อวานที่เขาช่วยฉันจากเสี่ยลามก และทำไมวันนี้ฉันถึงเจอเขาที่นี่อีก
“มาได้จังหวะพอดีเลยนะ”
เขาเดินเข้ามาพลางกับจับคางของฉันและยื่นหน้ามาใกล้ ๆ มองจ้องฉันอย่างไม่กระพริบตา
“เอาไงต่อดีครับนาย”
เสียงลูกน้องคนหนึ่งดังขึ้น
“ตอนนี้มีอะไรที่สนุกกว่าแล้วล่ะ”
เขาคนนั้นเดินถอยห่างจากฉัน ก่อนที่จะ ชูนิ้วมือสองนิ้วชี้มาทางฉัน จู่ ๆ ลูกน้องของนายนั่นก็พุ่งเข้ามาล็อกแขนฉัน ฉันพยายามจะดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด
“โอ๊ย ปล่อยเดี๋ยวนี้ มีสิทธิอะไรมาจับฉัน”
ฉันโวยวายไปอย่างสุดฤทธิ์ พลางกับดิ้นไปมา แต่ก็สู้แรงของลูกน้องของเขาทั้งสองคนไม่ไหว
เพราะลูกน้องของเขาหุ่นล่ำทุกคน
เขาค่อย ๆ เดินไปหาลุงแก่ ๆ ที่นั่งกุมท้องอยู่บนพื้น ก่อนที่จะนั่งยอง ๆ และแสยะยิ้มให้กับุลงคนนั้น
“ลุงครับ ผมให้เวลาลุงอีก 1 อาทิตย์นะ ถ้ายังไม่ได้ ลุงจะโดนหนักนะครับ”
เขาพูดกับลุงคนนั้นด้วยคำที่สุภาพ แต่ทว่าน้ำเสียงและท่าทางของเขาดูยียวนมาก ๆ
“โถ่นึกว่าจะคนดี ที่แท้ก็เลว!!”
ฉันะโใส่เขาไปอย่างสุดเสียง เพราะคนอะไรใจอำมหิตถึงขึ้น ทำร้ายคนได้ เขาคงทรงอิทธิพลสินะ
หรือไม่ก็อาจจะเป็ มาเฟีย!!
“ฉันไม่เคยบอกว่าฉันเป็คนดี”
เขาตอบฉันมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
“เอาตัวไปขึ้นรถ”
เมื่อลูกน้องที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็ฉุด กระชาก ลากฉันขึ้นรถอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยเว้ย จะมาลักพาตัวทำไม ปล่อย กรี๊ด!!”
