ธรรทรพาเทียมหทัยมาส่งที่บ้านในตอนเช้า และก็พบว่าคุณพร้อม กรรชัย พรรณี ภัคคินี ภาวิณี และชุติมาเ้าสาวที่เขาหนีการส่งตัวเข้าห้องหอไปเมื่อคืนนี้ ก็รอเขาอยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว
เขาพาเธอเข้าไปกราบขอโทษคุณพร้อม กรรชัย และพรรณีต่อการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควร และมันก็ทำให้กรรชัยนั้นโกรธจัดเหลือเกินกับการกระทำของเขา
หากแต่คำพูดของลูกผู้ชายที่เขารับรองว่าไม่ได้เกินเลยเทียมหทัยนั้น มันพอทำให้กรรชัยและทุกคนคลายความโกรธลงมาได้บ้าง คงจะมีก็แต่เพียงอานอกไส้ของเธอเท่านั้นที่แสดงแววตาที่รังเกียจเดียดฉันท์ออกมาอย่างเห็นได้ชัด
และทั้งเธอและเขาก็ต้องเผชิญกับแววตาที่เฉื่อยชาของชุติมาที่นั่งรอเขาั้แ่เช้าตรู่
“ชุไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาของพี่ธรรหรอกนะคะ เพียงแต่ชุอยากจะบอกว่าคุณป้าท่านเสียใจจนช๊อกและตอนนี้ก็อยู่ที่โรงพยาบาล เอาแต่ร้องเรียกหาพี่ คุณกรณ์และคุณป้าสายชลกำลังเฝ้าอาการอยู่ค่ะ ชุจะไม่ขอเรียกร้องอะไรจากพี่ธรรหรอกนะคะ จนถึงเวลานี้ชุก็ยังไม่ได้เป็ภรรยาของพี่ธรร ชุจะให้เวลาพี่ธรรคิด และเป็คนเลือกค่ะ ชุจะไม่เสียใจหรือเรียกร้องอะไรทั้งนั้น เพราะชุรู้ดีว่า การที่ต้องอยู่กับคนที่เขาไม่รักเรานั้นมันเจ็บแค่ไหน”
ชุติมาพูดได้แค่นั้นก็ลาทุกคนกลับ
“ยัยขิมขึ้นไปข้างบนก่อนเถอะลูก คุณพ่อกำลังโกรธ แล้วค่อยมาคุยกันนะลูก”
พรรณีรีบบอก แล้วเธอก็มีอาการลังเล จนทั้งคุณพร้อมและธรรทรนั้นให้สัญญาณให้ทำตาม เธอก็เดินขึ้นชั้นบนไป โดยมีธรรทรมองตามด้วยความอาลัยยิ่งนัก
“ผมขอรับรองกับคุณย่า คุณลุง และคุณป้าอีกครั้งนะครับ ว่าระหว่างขิมกับผมไม่มีอะไรที่ไม่ดีงามเกิดขึ้น ผมรู้ดีว่าเราสองคนนั้นควรจะทำอะไร หากคุณลุงจะโกรธก็โกรธผมเถอะครับ แต่เราทั้งสองไม่ได้นัดหมายไปเจอกันเลย หากเป็เพียงแต่ใจของเราทั้งสองคนนั้นตรงกัน จึงทำให้เราทั้งสองไปเจอกันครับ แล้วเราก็เพียงแค่้าอยากจะใช้เวลาที่เหลืออันน้อยนิด อยู่ด้วยกันตามลำพัง เป็ครั้งสุดท้ายก็เท่านั้นครับ ขอคุณลุงได้โปรดจงเห็นใจผมกับขิมด้วยครับ”
เขาส่งน้ำเสียงอ่อนน้อมไปหาผู้ใหญ่ แววตาก็จริงจัง สีหน้าก็บอกว่าจริงใจอย่างล้นเหลือ
“คุณมาพูดเอาตอนนี้แล้วผมจะทำอะไรได้คุณธรรทร ความจริงผมน่าจะตัดขาดจากพวกคุณได้แล้วนะ เพราะผมก็คงจะทนทำธุรกิจร่วมกับคนที่รังเกียจชาติกำเนิดลูกสาวผมไม่ได้ เพราะมันก็เหมือนรังเกียจผมด้วย”
กรรชัยต่อว่าเขาด้วยความโกรธ
“ได้โปรดอย่าทำอย่างนั้นเลยนะครับคุณลุง หากคุณลุงจะโกรธก็โกรธผมคนเดียวเถอะนะครับ อย่าได้ไปลงที่คุณแม่เลย ท่านก็เพียงทำหน้าที่ของแม่ที่หวังดีกับลูกเท่านั้นเอง”
เขาอ้อนวอนกรรชัย
“แม่ว่าพอแค่นี้เถอะตากรร พ่อธรรก็ยืนยันด้วยเกียรติของเขาแล้ว ว่าไม่ได้มีอะไรเกินเลย ให้พ่อธรรเขากลับไปดูอาการแม่เขาเถอะ ผู้ชายที่หนีการส่งตัวมาหาคนรัก ในความรู้สึกของแกๆ คิดว่าเขาเป็คนยังไง แล้วรู้สึกกับยัยขิมยังไง! คิดเอาเองก็แล้วกันนะ”
คุณพร้อมรีบออกความเห็นเพื่อเตือนสติลูกชาย
“ณีเห็นด้วยกับคุณแม่ค่ะคุณ”
พรรณีสมทบด้วย
“ผมขอยืนยันอีกครั้งครับ ว่าขิมคือผู้หญิงที่ผมรัก และคิดจะเลือกมาเป็คู่ครอง แต่ในเมื่อเื่มันเป็แบบนี้ ทางเลือกของผมก็ไม่มีเลย ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ คุณย่า คุณลุง คุณป้า และคุณอาทั้งสอง”
เขายืนยันอีกครั้ง
“งั้นคุณก็ควรจะรีบกลับไปทำหน้าที่ลูกที่ดีเถอะ ขอบคุณที่ไม่ได้ทำให้ยัยขิมมัวหมอง”
กรรชัยบอกเขาในที่สุด แล้วก็ทำให้ทุกคนนั้นมีสีหน้าที่ดีขึ้น
เทียมหทัยยืนอยู่ที่ระเบียงห้องนอนมองลงมาหาร่างสูงใหญ่ ที่เพิ่งจะผละจากอ้อมกอดของเขาเมื่อรุ่งสาง สูทเ้าบ่าวถูกเขาถอดออกมาพาดไว้ที่แขน และเขาก็กำลังเดินตรงไปที่ประตูรั้ว เธออยากจะรู้เหลือเกินว่ากรรชัยนั้นพูดอะไรกับเข้าบ้าง
แต่ไม่ว่าจะเป็เื่อะไร สุดท้ายเขาก็คงจะต้องจากเธอไป เพื่อไปทำหน้าที่ของลูกที่ดี และสามีที่ดีต่อไป น้ำตาแห่งความเ็ปมันไหลรินออกมาอย่างช่วยไม่ได้เลย
และมันก็เหมือนเขาจะรู้ว่ากำลังมีสายตาของเธอยืนมองมาจาก้า เขาหยุดเดินและหันหลังกลับมามองเ้าของใบหน้ารูปไข่ ที่บัดนี้มันได้เปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความเ็ป กับการจากไปของเขา
และมันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากเขาเลย น้ำตาแห่งความเ็ปมันได้ไหลรินออกมาอย่างที่เขาไม่คิดจะอายต่อสายตาที่ทุกคนในบ้านจ้องมองออกมาอีกแล้ว คราบนักธุรกิจหนุ่มที่พกความมั่นใจ ทะมัดทะแมง และคล่องแคล่วที่หลายๆ คนเห็นมันแทบจะไม่เหลืออยู่ในตัวเขาในเวลานี้เลย ทั้งคู่ยืนจ้องมองกันและกันเนิ่นนาน
ขาของเขามันไม่อาจทำตามที่หัวใจสั่งให้หันหลังกลับและเดินจากไปเลย ตรงกันข้ามมันกลับเดินเข้ามาให้มองเธอใกล้ๆ อีกครั้ง และก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ที่อยู่้าที่รีบวิ่งออกจากห้องลงมาที่หน้าบ้าน และโผเข้าไปกอดกันและกันด้วยความเ็ปยิ่งนัก
ภาพของคนทั้งสอง มันช่างสร้างความเ็ป และเรียกน้ำตาจาก คุณพร้อม กรรชัย และพรรณี ที่ได้พบเห็นนัก จะมีก็เพียงภัคคินีและภาวิณีนี้เท่านั้นที่มีอาการสะใจที่ได้เห็นเทียมหทัยได้เ็ป
“พี่รักขิมนะจ๊ะ รักมาก รักจนไม่เหลือหัวใจที่จะรักใครอีกแล้ว” เขาบอกพร้อมทั้งโอบกอดเธอเอาไว้โดยไม่ได้สนใจสายตาใครเลย
“ขิมก็รักพี่ธรรค่ะ รักมาก ขิมจะไม่มีวันรักใครอีกในชีวิตนี้ นอกจากพี่ธรรคนเดียว”
เธอตอบกลับและกอดเขาไว้อย่างแแ่ ทั้งคู่กอดกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน และปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจของคนที่กำลังจะเสียของรักไปอย่างไม่มีวันได้กลับมาอีก
เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน มีพร้อมทุกๆ อย่าง ไม่ว่าอยากจะได้อะไรก็ได้ แต่พออยากจะได้สิ่งที่เขารักยิ่ง เขากลับเอามันมาไม่ได้ ทำไมนะแม่ของเขาช่างใจร้ายกับเขาเหลือเกิน
แม่จะรู้มั้ยว่าระหว่างชีวิตแม่กับความรักของเขานั้น มันทำให้เขาเจ็บมากมายขนาดไหน ในที่สุดเขาก็เป็ฝ่ายเรียกสติกลับมา เพื่อที่จะได้ไปพบกับความเป็จริง แล้วมือหนานุ่มก็ค่อยๆ คลายการโอบกอดเธอ
“ขิมกลับไปหาคุณลุงเถอะนะคนดีของพี่ เราจะเก็บความทรงจำดีๆ ที่เรามีต่อกันเอาไว้นานเท่านาน ถ้าหากชาติหน้ามีจริงเราจะเกิดมาเป็คู่กันนะคนดีของพี่ กลับไปเถอะ”
สิ้นเสียงของธรรทรเขาก็ปล่อยให้เธอเป็อิสระแล้วจูงมือน้อยๆ ของเธอเข้าไปส่งให้กับกรรชัย เธอวิ่งขึ้นไป้าโดยไม่ได้เหลียวหลังกลับมามองเขาอีกเลย แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างช้าๆ โดยไม่หันกลับมามองด้านหลังอีก
เพราะไม่อยากให้เธอต้องรับรู้และได้เห็นน้ำตาของลูกผู้ชายอย่างเขาที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่มีวันเหือดแห้ง เทียมหทัยยืนมองร่างที่เดินจากเธอไปอย่างช้าๆ อยู่ระเบียงที่เดิม
และมองร่างเขาเดินจากไปจนใกล้จะพ้นประตูบ้าน แล้วเขาก็หันกลับมามองเธออีกครั้งประหนึ่งจะจดจำภาพๆ นี้เอาไว้ในความทรงจำของเขาตลอดไป
“ลาก่อนนะ! คนดีของพี่”
ประโยคดังมาจากในใจเขา แล้วเขาก็หันกลับไปจนร่างลับประตูไปในที่สุด ทิ้งให้คนที่ยืนมองนั้นร้องไห้ฟูมฟายจนเหลือที่จะประมาณความเ็ปในครั้งนี้ได้ กรรชัยกับพรรณีเดินเข้ามาหาเธอที่ระเบียงและโอบกอดด้วยความสงสาร
“ร้องเถอะลูกพ่อ ถ้ามันจะทำให้ขิมลืมความเ็ปไปได้ ร้องให้มันพอวันนี้ แล้วขิมก็จะได้พบกับวันข้างหน้าที่สดใสกว่าเดิมนะลูกรักของพ่อ”
เขาพูดด้วยความสงสาร
“สักวันขิมคงจะได้พบคนที่ขิมรัก คนที่เขาเหมาะกับขิมนะลูกแม่” พรรณีเข้ามาปลอบและโอบกอดเธอไว้อีกข้างหนึ่ง
“ขิมไม่เหลือหัวใจให้ใครอีกแล้วค่ะคุณแม่ ขิมรักเขา รักมาก รักจนไม่มีหัวใจให้ใครได้อีกแล้ว”
เธอบอกและร้องไห้ในอ้อมกอดของพรรณีและกรรชัยอย่างไม่ปิดบังอะไรเลย
“ภาบอกแล้วว่าสักวันมันจะต้องทำเื่งามหน้า แล้วเป็ไงล่ะคะพี่ภัค เห็นกำพืดมันหรือยังคะ มันก็คงจะไม่ต่างอะไรไปจากแม่มันหรอกนะ ที่ถูกผู้ชายมาไข่ทิ้งเอาไว้แล้วก็ไม่รับผิดชอบ ถึงได้ไปคลอดมันแล้วทิ้งไว้ไงคะ”
ภาวิณีวิภาคเทียมหทัย หลังจากที่กลับจากบ้านพี่ชาย
“พี่สมน้ำหน้าพี่กรรกับพี่ณีเหลือเกิน คุณแม่ด้วย แหม! หลานในไส้ตัวเองแท้ๆ ยังรักน้อยกว่ามันอีก ทีนี้ก็คงจะได้ตาสว่างกันซักที”
ภัคคินีเห็นด้วยกับน้องสาว
“มีเื่อะไรคุณ ถ้าให้ผมเดาก็คงจะเป็เื่หนูขิมอีกล่ะสิ เมื่อไหร่จะเลิกว่าเขาสักทีนะคุณนี่ ยายภาด้วย! .พี่ล่ะไม่เข้าใจจริงๆ เลย”
สรรผู้เป็สามีภัคคินีที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ต้องละสายตามาหาภรรยาและภาวิณี
“ก็จะไม่ให้ว่าได้ยังไงคะ ก็มันทำงามหน้ามั้ยล่ะ! ที่ลากคุณธรรทรออกมาจากห้องส่งตัวเอาไปนอนกกทั้งคืน แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าไม่มีอะไรเกินเลย จ้างให้ภัคก็ไม่เชื่อ”
ภัคคินีบอกสามี
“หนูขิมน่ะเหรอที่ทำแบบนั้น เื่มันเป็ยังไงคุณช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยได้มั้ย”
สรรถามย้ำเพราะไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน และภัคคินีก็เล่าเื่ทั้งหมดให้สามีฟังโดยละเอียด
“อ้อ! อย่างนี้นี่เอง แล้วคุณกับยายภาก็เลยเหมาเอาตามความคิดของตัวเองสินะ”
เขาสรุปในที่สุด
“พี่สรรอย่ามาว่าภากับพี่ภัคนะคะ เื่นี้ไปบอกใครร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีใครเชื่อหรอกค่ะ จะมีก็แต่คุณแม่ พี่กรร และพี่ณีเท่านั้นล่ะที่เชื่อมัน” ภาวิณีบ่น
“ก็ในเมื่อคุณธรรทรเขาสัญญาด้วยเกียรติของเขาแล้ว จะให้คุณแม่ท่านไม่เชื่อหรือยังไงล่ะยายภา” สรรแย้ง
“ผู้ชายที่ไหนเขาจะมาบอกคะว่าทำอะไรบ้าง แล้วอีกอย่างเมียเขาที่เหมาะสมกับเขาก็มีอยู่ทนโท่ สงสัยคุณธรรทรคงจะปู้ยี่ปู้ยำมันจนหนำใจแล้วล่ะสิไม่ว่า นี่คอยดูนะถ้าท้องโย้มาแล้วหาใครรับผิดชอบไม่ได้ ภาจะสมน้ำหน้าคุณแม่ให้ดู” ภาวิณีไม่ยอมหยุด
“ใช่ทียายวิกับยายสุหลานในไส้แท้ๆ คุณแม่ยังไม่เคยจะรักเท่ามันเลย นี่ไปเรียนเมืองนอกตั้งนาน ก็ไม่ยอมจะไปเยี่ยมเลย แล้วทีนังขิมนะ มีอะไรก็ประเคนให้มันเข้าไป สงสัยพี่จะต้องรีบให้ยายวิกับยายสุรีบเรียนแล้วกลับมาดีกว่า ไม่อย่างนั้นสมบัติคุณแม่ได้ไปอยู่กับมันหมดแน่ๆ เลย ตาปลายก็อีกคนไม่รู้ทำไมไม่ยอมมาก็ไม่รู้”
ภัคคินีวิตกเสียยกใหญ่
“ตาปลายก็คงจะไม่อยากจะเห็นหน้ามันน่ะสิ นี่สงสัยถ้าตาปลายรู้เข้าคงจะเกลียดมันมากยิ่งกว่าเดิมอีกแน่ๆ เลย เดี๋ยวคืนนี้นะภาจะโทรไปเล่าให้ยายวิกับตาปลายฟัง”
“พอได้แล้วล่ะทั้งสองคนเลย สงสารหนูขิมเขาบ้าง ไม่รู้อะไรนักหนานะ ทำไมไม่ยอมญาติดีกับเขาเลย ผมก็เห็นว่าแกเป็เด็กดีจะตายไป ขยันทำงานช่วยพี่กรรออก ดูอย่างลูกเรากับยายวิสิ อายุก็ไม่ได้ห่างจากยัยขิมสักเท่าไหร่เลย ยังไม่เป็โล้เป็พายกับเขาเลย คุณน่ะจะต้องสอนลูกบ้างนะ อย่าว่าแต่คุณแม่ไม่รักเลย ผมเป็พ่อเองยังไม่สบายใจเลย ถ้าได้ครึ่งหนูขิมนะ คุณไม่ต้องไปอะไรหรอกแค่นี้คุณแม่ท่านก็รักตายแล้ว ก็รู้ๆ อยู่ว่าคุณแม่กับพี่กรรเขาชอบคนขยัน ยังไม่รู้จักจะสอนลูกอีก ยายภาด้วย ไม่เอาแล้วผมไปออกรอบดีกว่า”
เขาพูดและลุกเดินไปยังรถที่มีคนรถเตรียมอุปกรณ์ไว้รอแล้ว
“ดูคุณสรรสิยายภา พี่นี่หมั่นไส้จริงๆ เลย ไม่รู้ไปปกป้องอะไรมันนักหนา ถ้ายายสุได้ยินคงจะน้อยใจแน่ๆ เลย นี่อุตส่าห์ตั้งใจเรียนให้ได้เกรดดีๆ แล้วจะเอามาอวดพ่อ”
ภัคคินีบ่น
“อย่าไปสนใจพี่สรรเลยค่ะพี่ภัค แกก็เป็แบบนี้ตั้งนานแล้ว พี่ยังไม่ชินอีกหรือคะ”
ภาวิณีปลอบใจพี่สาว เพราะเห็นพฤติกรรมของพี่เขยแบบนี้มาโดยตลอด แต่ทั้งสองก็รักกันดีจึงไม่ได้สร้างปัญหาให้ครอบครัวแต่อย่างใด และมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเธอและพิชัยผู้เป็สามีสักเท่าไหร่เลย รายนั้นก็จะคอยห้ามเธอต่างๆ นานาไม่ให้ว่าร้ายเทียมหทัย แต่ภาวิณีก็ทำไม่ได้สักที ก็คงเป็เพราะคนมันไม่กินเส้นกันั้แ่แรกเห็นนั่นเอง
“ยัยขิม จะไปรับพี่ปลายกับแม่มั้ยลูก พรุ่งนี้เครื่องลงแต่เช้านะ”
พรรณีถามเทียมหทัยขณะนั่งรับประทานอาหารเย็นกันพร้อมหน้า และมีภาวิณีกับภัคคินี พร้อมครอบครัวมารวมตัวกันด้วย
“ขิมขอตัวนะคะคุณแม่ เพราะเดี๋ยวก็ต้องดูแลเื่การจัดงานต้อนรับอีกค่ะ เดี๋ยวถ้าไปกันหมดจะไม่มีใครดูแลค่ะ”
เทียมหทัยบอกเหตุผล ซึ่งพรรณีและทุกคนก็พอจะรู้เหตุผลที่แท้จริงของเธอ
“ไม่เป็อะไรก็ได้มั้งคุณ! ..ให้ยัยขิมดูแลงานก็ดีแล้ว เดี๋ยวพอถึงบ้านก็จะเจอกันอยู่ดีนะ” กรรชัยช่วยเสริม
“นั่นสิแม่ณีแห่กันไปหมดนี่เดี๋ยวสนามบินไม่มีที่พอดี” คุณพร้อมสมทบ
“ไม่ใช่กลัวว่าตัวจริงเขามาแล้วจะตกกระป๋องหรอกหรือจ๊ะแม่ขิม” ภาวิณีอดไม่ได้ที่จะกระแนะกระแหน
“พี่ก็ว่างั้นและภา”
เสริมอีกคน
“เอาล่ะๆ ถ้ายัยขิมจะอยู่เตรียมงานก็ไม่เป็ไรหรอกนะ”
คุณพร้อมสรุปในที่สุด เพราะไม่อยากให้ลูกสาวสองคนพูดกระทบกระทั่งจิตใจเทียมหทัยไปมากกว่านี้ เพราะั้แ่เกิดเื่ของธรรทรครั้งนั้นแล้ว
เทียมหทัยก็ดูไม่สดชื่นร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนเลย ทั้งๆ ที่เวลานั้นก็ผ่านมาสามปีแล้ว คุณพร้อมเองก็ยังเห็นเทียมหทัยนั้นมีอาการเงียบขรึมกว่าเมื่อก่อนมาก วันๆ เอาแต่ทำงานหนัก
วันหยุดก็จะไปขลุกอยู่ที่ไร่มากกว่า ยิ่งมีอาสองคนคอยพูดกระทบกระเทียบบ่อยๆ แล้ว เทียมหทัยก็ยิ่งเงียบลงๆ เข้าไปทุกวัน ซึ่งทำให้คุณพร้อมและกรรชัยและหลายๆ คนนั้นกังวลพอสมควร พรรณีเองก็พยายามที่จะหาโอกาสให้เทียมหทัยได้พบกับผู้ชายอื่น
เพื่อว่าจะได้ลืมธรรทรไปบ้าง แต่เทียมหทัยเองนั้นจะคอยเลี่ยงไม่ให้ความร่วมมือเลย หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็จะมีคำถามแรกมาให้พรรณีเสมอ! ว่าถ้ามีคนที่ไม่รังเกียจที่เธอเป็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า
แล้วถูกเก็บมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรมเอาไว้ เธอก็จะยอมคบหาด้วย แต่หลังจากที่คนเ่าั้ได้พบและพูดคุยกับเธอเพียงครั้งเดียวหลายๆ รายก็จะหนีหายไปกันหมด จนพรรณีสงสัยว่าเพราะอะไร
ในที่สุดเธอก็รู้ว่า เทียมหทัยนั้น ไปบอกหนุ่มๆ เ่าั้ว่าหัวใจเธอนั้นยังไม่ว่างที่จะคบใคร เพราะมีเ้าของแหวนที่สวมนิ้วไว้ตลอดเวลาหัวใจเอาไว้
ถ้าเขาเ่าั้รอได้ก็ให้รอแต่ก็อาจจะใช้เวลาเป็สิบๆ ปีกว่าที่เธอจะทำใจลองที่จะเปิดใจรักใครสักคนได้ และอีกอย่างเธอก็จะบอกว่าภูมิหลังเธอเป็ยังไง มีฐานันดรเป็ยังไง
ถ้าใครจะมาจีบเพราะคิดว่าเธอเป็ลูกเศรษฐีแล้วล่ะก็ เป็การเข้าใจผิดถนัด แต่ก็ยังมีอยู่รายหนึ่งที่ไม่ยอมลดราวาศอกให้เทียมหทัยนั่นก็คือ หมอปัญญาลูกชายภุชงค์กับคุณวิมลนั่นเอง
รายนี้จะมาแบบเรียบๆ ไม่ได้รุกและแสดงความจำนงที่แน่ชัด ซึ่งทำให้เทียมหทัยนั้นค่อนข้างที่จะให้เกียรติอยู่บ้าง หรืออาจจะเป็เพราะหมอปัญญานั้นเป็หมอประจำบ้านที่มารักษาคุณพร้อมและพรรณีด้วยกระมัง
แต่ทั้งคุณพร้อม กรรชัยและพรรณีเองก็ไม่ได้ตำหนิเทียมหทัยเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกคนเข้าใจถึงความรู้สึกของเธอดีว่ารู้สึกยังไงกับการที่ถูกคุณหญิงรสรินทร์ไม่ยอมรับเป็สะใภ้เพียงเพราะฐานันดรของเธอไม่มีเท่าเทียมกันนั่นเอง
“งั้นขิมขอตัวนะคะ! .พอดีมีงานต้องทำต่ออีกค่ะ”
เทียมหทัยมักจะเลี่ยงจากผู้คนด้วยวิธีนี้มาตลอดสามปี
“จองหอง! นี่พี่กรรและพี่ณีให้ท้ายมันมากล่ะสิท่า ถึงได้แสดงท่าทางออกมาอย่างนี้”
ภาวีณีพูดสาดใส่เทียมหทัยที่ยังคล้อยหลังไปไม่เท่าไหร่ซึ่งเธอเองก็ได้ยินแบบนี้จนชินชาไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรเหมือนเมื่อก่อน ได้แต่หลีกเลี่ยงไป
“ยายภาเอาอีกแล้วนะ อย่าเรียกลูกสาวพี่วันมันอีกนะ พี่ไม่ชอบ อะไรกัน ยัยขิมเขาอยู่ที่นี่จะยี่สิบปีแล้วนะ แกยังไม่เลิกตั้งแง่กับหลานอีกหรือ”
กรรชัยกำราบน้องสาวคนเล็กเพราะทนไม่ได้จริงๆ และก็ไม่อยากให้ภาวิณีพูดแบบนี้ต่อหน้าภรรยาด้วย เพราะั้แ่ที่เทียมหทัยมีอาการที่ไม่สดใสมานี้ พรรณีก็มีอาการแย่ลงไปด้วย
“นี่พี่กรรเห็นมันดีกว่าน้องแท้ๆ ของตัวเองหรือคะ พี่กรรจะหลงมันไปถึงไหน มันทำอะไรกับพี่คะ ถึงได้มาลงที่น้องตัวเองได้”
ภัคคินีทนไม่ได้ก็เลยช่วยปรามพี่ชาย
“แกก็อีกคนนะยายภัค แก่แล้วนะเราลูกก็โตเป็สาวแล้วยังไม่รู้จักจะสอนน้องอีก”
“พอเถอะแม่ไม่อยากฟังแล้ว! กินข้าวกันได้แล้วอะไรกันทะเลาะกันอยู่ได้ั้แ่เล็กจนโต”
คุณพร้อมต้องห้ามทัพเหมือนเคย เพราะรู้ดีว่าจะไปเปลี่ยนความคิดของลูกสาวและลูกชายที่มีต่อเทียมหทัยนั้นคงจะยากเต็มที
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
