เจียงอีเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง พลันนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวเพิ่งเกิด ยังพูดไม่ได้ ดูท่าคงไม่ใช่ว่าลูกสาวรังเกียจเขา หัวใจที่าเ็ของบิดามือใหม่ได้รับการเยียวยาจนหายดีในทันที เขากลับมามีความสุขและอยากจะคลอเคลียกับลูกสาวอีกครั้ง ทว่าพอใบหน้าของเขาขยับเข้าไปใกล้ ก็ถูกมือน้อย ๆ นุ่มนิ่มของลูกสาวดันเอาไว้
[หนวดทิ่ม เจ็บ ๆ ต่อให้ท่านพ่อหล่อแค่ไหนก็ไม่ให้คลอเคลีย]
เจียงอีเฉินอึ้งไป พอก้มลงมองก็เห็นลูกสาวกำลังถลึงตาใส่เขาอย่างขัดใจ ช่างน่ารักเหลือเกิน ฉีหลานชิงได้ยินความไม่พอใจของลูกสาว จึงยิ้มแล้วตบมือสามีเบา ๆ "หนวดท่านทิ่มลูกรักแล้ว ไปจัดการให้สะอาดก่อนค่อยมาเ้าค่ะ"
[ท่านแม่ดีที่สุด ท่านแม่กอดกอด]
เจียงซินส่งเสียงอ้อนฮือ ๆ พร้อมชูมือน้อย ๆ อยากให้ฉีหลานชิงอุ้ม ฉีหลานชิงอุ้มลูกสาวขึ้นมาด้วยความพึงพอใจและคลอเคลียกับลูก หางตาของนางเหลือบไปเห็นสัตว์ประหลาดสามตัวที่อยู่ไม่ไกลมีทีท่าจะฝ่าวงล้อมออกมาได้ นางจึงซัดยันต์อีกปึกใหญ่เข้าไป
เมื่อได้ยินเสียงเล็ก ๆ นุ่มนิ่มนั้นอีกครั้ง เจียงอีเฉินมั่นใจว่าไม่ใช่ภาพหลอนของตนเอง "ลูกรัก มองท่านพ่อสิ"
เขาค่อย ๆ ดึงมือน้อย ๆ ของเจียงซิน เจียงซินเอียงคอมองเขา ในใจมีเสียงเล็ก ๆ ที่กำลังลังเล
[ท่านพ่อหล่อมาก ถ้าหนวดไม่ทิ่มข้า จะยิ่งหล่อกว่านี้อีก]
เจียงอีเฉินรูปลักษณ์หล่อเหลา แต่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง และไม่ค่อยใส่ใจภาพลักษณ์ภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากต่อสู้เืสาดกับเหล่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้มาหนึ่งวันหนึ่งคืน หนวดสั้น ๆ ที่เพิ่งขึ้นมาจึงยังไม่ได้จัดการ ทำให้เขามีความหล่อแบบกร้านโลกที่แตกต่างออกไป
ในฐานะผู้บำเพ็ญกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตผสานกายา เื่โกนหนวดสำหรับเจียงอีเฉินแล้วเป็เื่ง่ายนิดเดียว เขาใช้นิ้ววาดเคล็ดวิชา ใช้เจตจำนงกระบี่ที่แม่นยำโกนไรหนวดออกไปจนเกลี้ยง เจียงซินมองดูจนตาเป็ประกาย
[ว้าว ๆ ๆ ท่านพ่อหล่อขึ้นแล้ว! ดูเหมาะสมกับท่านแม่ที่สุด!]
เสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วทำให้เจียงอีเฉินยิ้มจนตาหยี "มาให้ท่านพ่ออุ้มมา"
เขารับลูกสาวมาอุ้มและคลอเคลียกับเจียงซิน ในที่สุดก็ไม่ถูกลูกสาวรังเกียจเสียที เด็กคนนี้มีความพิเศษติดตัว ถึงขั้นทำให้ผู้อื่นได้ยินเสียงในใจของนางได้ เจียงอีเฉินสะกดความประหลาดใจในใจไว้ แล้วนำสร้อยคออิงลั่วที่เตรียมไว้มาสวมให้ลูกสาว พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
ฉีหลานชิงกำลังจัดวางค่ายกลเพื่อพยายามกำจัดสัตว์ประหลาดสามตัวที่คิดจะโจมตีพวกเขา ส่วนผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ รอบข้างมีสีหน้าปกติ ไม่ได้ใที่มีเสียงเด็กดังขึ้นกลางสนามรบโดยไม่มีสาเหตุ ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเขาที่เป็พ่อแท้ ๆ เท่านั้นที่ได้ยินเสียงในใจของลูกสาว
เจียงอีเฉินเคลื่อนกายวูบหนึ่ง เมื่อเห็นฉีหลานชิงจัดการเสร็จ จึงส่งลูกสาวคืนให้นาง "เ้าพาลูกหนีไปก่อน ข้าจัดการเสร็จแล้วจะตามไป"
ฉีหลานชิงเคยเฝ้ารักษาแดนิญญาปีศาจและผ่านการต่อสู้ทั้งเล็กและใหญ่มาหลายครั้ง นางมองออกว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าเดิมและมีจำนวนมากขึ้น "ในเมื่อข้ามาแล้ว ข้าจะทิ้งพวกท่านแล้วจากไปคนเดียวไม่ได้เ้าค่ะ"
เจียงอีเฉินขมวดคิ้ว มองไปยังลูกสาวในอ้อมกอดของนาง ฉีหลานชิงรู้ถึงความกังวลของเขา "ข้าเตรียมการป้องกันให้ลูกเรียบร้อยแล้ว หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ข้าจะส่งนางออกไปทันทีเ้าค่ะ บนตัวนางมีตราประทับที่ข้าทิ้งไว้ สำนักเทียนสุ่ยจะหานางพบ"
หลายปีมานี้มีผู้บำเพ็ญขอบเขตผสานกายาตกตายในแดนิญญาปีศาจ ฉีหลานชิงจึงต้องเตรียมแผนการสำหรับกรณีที่เลวร้ายที่สุดไว้ เจียงอีเฉินเข้าใจนิสัยของนาง รู้ว่าหากฉีหลานชิงตัดสินใจแล้วจะไม่เปลี่ยนใจ จึงไม่ได้พูดอะไรมาก "ถ้าอย่างนั้นเ้าอยู่ข้างกายข้า อย่าไปไกล"
"รับทราบเ้าค่ะ" ฉีหลานชิงยิ้มและกอดลูกสาวให้แน่นขึ้น
เ้าตัวเล็กในอ้อมกอดขยับตัว มือน้อย ๆ แหวกผ้าอ้อมที่บังสายตาออก เพื่อมองดูสถานการณ์รอบตัวให้ชัดเจน
[ว้าว คนตีกันเยอะจัง]
ฉีหลานชิงไม่้าให้นางเห็นภาพความรุนแรงเ่าั้ จึงดันมือน้อย ๆ ที่แหวกผ้าอ้อมของเจียงซินกลับเข้าไป "ลูกรักคนดี พวกเราไม่มองนะ"
[งั้นข้ามองท่านพ่อ]
เจียงอีเฉินที่กำลังจะชักกระบี่ออกไปสังหารศัตรู รู้สึกอิ่มเอมใจเป็ที่สุด สมกับเป็ลูกรักของเขาจริง ๆ ! มองท่านพ่อให้มาก ๆ นะ! ดูท่านพ่อแสดงวิชากระบี่และกายรวมเป็หนึ่งให้เ้าดู! ทว่าพอเจียงอีเฉินกำลังจะแสดงฝีมือต่อหน้าลูกสาว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวของลูก
[เฮ้อ หลังจากศึกนี้ท่านพ่อจะพิการ จนแม้แต่กระบี่ก็ถือไม่ได้]
เจียงอีเฉินที่กำลังจะพุ่งออกไปสังหารศัตรู เกือบจะร่วงลงมาจากกลางอากาศ เขายอมรับว่าสัตว์ประหลาดครั้งนี้สู้ยาก แต่ในฐานะผู้บำเพ็ญกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตผสานกายา เขาจะแพ้ยับเยินขนาดนั้นได้อย่างไร?
[สัตว์ประหลาดสามตัวนั้นจะรวมร่างเป็สัตว์ประหลาดตัวใหญ่ และสัตว์ประหลาดตัวใหญ่สามารถสำแดงพลังระดับครึ่งก้าวสู่ข้ามทัณฑ์ได้ใน่เวลาสั้น ๆ ท่านพ่อถูกสัตว์ประหลาดลอบโจมตี ิญญาได้รับาเ็ เส้นชีพจรกระบี่เสียหาย ชั่วชีวิตนี้จะไม่สามารถถือกระบี่ได้อีก]
[ทั้งที่ได้รับาเ็สาหัสเพื่อช่วยสรรพชีวิต แต่กลับถูกผู้คนหัวเราะเยาะว่าเป็เ้าสำนักสำนักเทียนสุ่ยที่ไร้ค่าที่สุด ท่านพ่อช่างน่าสงสารเหลือเกิน ฮือ ๆ ...]
เจียงซินยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ขอบตาเริ่มแดง และร้องไห้ออกมา "แง ๆ " ฉีหลานชิงปลอบลูกสาวไปพลาง พร้อมกับมองไปยังสัตว์ประหลาดสามตัวที่ถูกกักไว้ในค่ายกลด้วยความระแวดระวัง
สัตว์ประหลาดเหล่านี้ก่อตัวขึ้นจากปราณมารและหมอก ร่างกายจึงมีความเลือนลาง ราวกับมีหมอกปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง หมอกเหล่านี้ลอยไปมาไม่แน่นอน ปกติจะไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ในขณะนี้ หลังจากได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน สองสามีภรรยาเจียงอีเฉินและฉีหลานชิงก็สังเกตเห็นว่าหมอกรอบตัวสัตว์ประหลาดทั้งสามตัวกำลังถักทอเข้าด้วยกัน เชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งมีวี่แววของการรวมร่างจริง ๆ
ฉีหลานชิงกำลังจะเตือนสามี แต่ได้ยินเจียงอีเฉินพูดว่า "สัตว์ประหลาดสามตัวนี้กำลังจะผสานกายาแล้ว หลานชิง ะเิพวกมันก่อนเลย"
ฉีหลานชิงเข้าใจทันที จึงเร่งพลังโจมตีในค่ายกล การะเิอย่างรุนแรงปะทุขึ้นจากภายในค่ายกล กระแทกร่างของสัตว์ประหลาดทั้งสามตัวที่เชื่อมต่อกันจนกระจัดกระจาย เจียงอีเฉินพุ่งกระบี่ออกไป หนึ่งกระบี่แปรเป็หมื่นกระบี่ กระบี่ยาวตกลงมาดั่งสายฝน ทำลายร่างของสัตว์ประหลาดทั้งสามตัวจนแตกสลายพร้อมกัน เจียงซินมองดูแล้วตบมือน้อย ๆ รัว ๆ
[ท่านพ่อหล่อมาก!]
เจียงอีเฉินมีสีหน้าภาคภูมิใจ
[แต่ทำแบบนี้ฆ่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ไม่ได้หรอก ต้องไปทำลายปราณมารที่ไหลออกมาไม่หยุดจากผนึกถึงจะใช้ได้ ครั้งนี้ปัญหาอยู่ที่แกนกลางค่ายกล]
เจียงอีเฉินที่ได้รับคำใบ้ พุ่งตรงไปยังส่วนลึกของแดนิญญาปีศาจทันที "ข้าจะไปตรวจสอบผนึก!"
ฉีหลานชิงแจ้งข่าวเื่ที่สัตว์ประหลาดสามารถผสานร่างให้ผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ ทราบสั้น ๆ แล้วรีบตามเจียงอีเฉินไปทันที
ค่ายกลผนึกมารที่ใช้สำหรับผนึกแดนมารมีพื้นที่กว้างขวางมาก ครอบคลุมเกือบทั้งหมดของแดนิญญาปีศาจ สถานการณ์ภายในแดนิญญาปีศาจซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มักจะมีเศษเสี้ยวิญญาของผู้บำเพ็ญที่หลงเหลือจากการศึกในอดีตปรากฏตัวขึ้น
เศษเสี้ยวิญญาเหล่านี้ไม่สามารถออกจากแดนิญญาปีศาจได้ และเต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายต่อสิ่งมีชีวิต พวกเขาไม่เพียงแต่โจมตีคนเป็ แต่ครั้งหนึ่งเคยเกิดเหตุการณ์ที่เศษเสี้ยวิญญาเข้ายึดร่างคนเป็ เพื่อพยายามกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บำเพ็ญผู้บริสุทธิ์ต้องประสบเคราะห์กรรม หกสำนักเซียนจึงสั่งห้ามผู้บำเพ็ญที่ต่ำกว่าขอบเขตผสานกายาเข้าใกล้ส่วนลึกของแดนิญญาปีศาจ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้บำเพ็ญที่เฝ้ารักษาผนึกจึงประจำการได้เพียงบริเวณรอบนอกของผนึก ซึ่งก็คือทางเข้าของแดนิญญาปีศาจ
เจียงอีเฉินอยู่ในขอบเขตผสานกายา หน้าที่หลักในการเฝ้ารักษาที่นี่คือการร่วมกับผู้บำเพ็ญขอบเขตผสานกายาคนอื่น ๆ เข้าไปยังส่วนลึกของแดนิญญาปีศาจเพื่อตรวจสอบสภาพโดยรวมของผนึก เขาต้องเข้าไปตรวจตราในแดนิญญาปีศาจทุกวัน แม้ในหมอกหนาจะมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า แต่เขาก็สามารถเดินตามจุดแสงของค่ายกลที่ปรากฏลาง ๆ บนพื้นเพื่อไปยังจุดศูนย์กลางค่ายกลได้
ทว่าจุดศูนย์กลางค่ายกลที่ยังทำงานปกติเมื่อวานนี้ ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ถึงได้มีปราณมารที่เข้มข้นราวกับน้ำหมึกไหลซึมออกมาไม่หยุด
ฉีหลานชิงสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก "เมื่อก่อนปราณมารจะซึมออกมาจากรอบนอกของค่ายกล จุดศูนย์กลางไม่เคยมีปัญหา วันนี้ทำไมถึงรุนแรงเช่นนี้เ้าคะ?"
"ข้าไม่รู้ เ้าไปแจ้งสำนักเถอะ ข้าจะเฝ้าค่ายกลก่อน" เจียงอีเฉินพูดจบ โดยไม่รอให้ฉีหลานชิงได้พูดอะไรต่อ ก็ทะยานร่างลงไป
เขายืนตัวตรงอยู่เหนือจุดศูนย์กลางค่ายกล โคจรพลังิญญาทั่วร่างเพื่อต้านทานปราณมารที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ปราณมารที่เย็นะเืเสียดกระดูกห่อหุ้มร่างกายเขาไว้ และสูบพลังิญญาของเขาอย่างบ้าคลั่ง เจียงอีเฉินไม่ถอยหนี เร่งโคจรเคล็ดวิชาในร่างกายให้เร็วขึ้น
เขารู้ว่าปราณมารเหล่านี้จะสูบพลังิญญาจนแห้งเหือดและกัดกร่อนรากฐานร่างกายของเขา แต่เขาถอยไม่ได้ หากเขาลังเลเพียงชั่วอึดใจ ศิษย์ที่ต่อสู้อยู่รอบนอกก็จะตกอยู่ในอันตรายเพิ่มขึ้น
ฉีหลานชิงใจหายวาบ กังวลถึงสภาพของสามีเป็อย่างยิ่ง แต่ไม่กล้าพูดอะไรมาก นางทำตามคำกำชับของเจียงอีเฉินรีบแจ้งสถานการณ์ที่นี่ให้สำนักทราบโดยเร็ว เมื่อเห็นนางจัดการทุกอย่างเสร็จและพยายามจะเข้ามาหา เจียงอีเฉินก็เอ่ยเสียงเข้มห้ามไว้ "หลานชิง ที่นี่มีข้าคนเดียวก็เพียงพอแล้ว เ้าพาลูกหนีไป"
"นี่คือค่ายกลที่ท่านเซียนขอบเขตมหายานเป็ผู้ตั้งขึ้น ปราณมารเ่าั้ใช้เวลาไม่นานก็จะสูบพลังิญญาของท่านจนหมด และทำลายรากฐานทั่วร่างเ้าค่ะ ต่อให้เป็กรณีที่ดีที่สุด ท่านก็จะกลายเป็คนพิการ แล้วท่านจะให้ข้าจากไปได้อย่างไรเ้าคะ?"
ฉีหลานชิงทั้งร้อนใจและโกรธ ขอบตาแดงก่ำ รีบจัดวางค่ายกลรวบรวมิญญารอบ ๆ อย่างบ้าคลั่ง เพื่อส่งพลังิญญาให้เจียงอีเฉิน ป้องกันไม่ให้เขาถูกปราณมารกัดกร่อนเร็วเกินไปจนต้องตกตายก่อนเวลา
ปราณมารสีดำสนิทห่อหุ้มเจียงอีเฉินไว้ บดบังร่างกายเขาไปกว่าครึ่ง แต่ไม่อาจกั้นเสียงที่ใสกระจ่างของเขาได้
"ข้าตรวจสอบดูอย่างละเอียดแล้ว จุดศูนย์กลางค่ายกลยังสมบูรณ์ไร้ที่ติ เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีปราณมารไหลออกมา ที่นี่ต้องมีคนต้านไว้ ใช้พลังิญญาต้านทานปราณมารที่พุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง ในเมื่อข้ามาพบเข้า ก็ไม่อาจปล่อยปละละเลยได้ ขอเพียงแก้เื่นี้ได้ เชื่อว่าแดนิญญาปีศาจจะกลับมาสงบสุขได้อีกยาวนาน"
เขาตั้งใจจะเสียสละตัวเอง น้ำตาของฉีหลานชิงไหลรินลงมาทันที และหยดลงบนใบหน้าของเจียงซิน ส่วนเจียงซินมองเหตุการณ์นี้ด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจอะไรเลย
[ค่ายกลง่าย ๆ แค่นี้ แค่เติมเส้นอีกสองสามเส้นก็มั่นคงแล้ว ท่านพ่อมัวยุ่งวุ่นวายอะไรอยู่? ทำไมต้องทำให้มันดูโศกเศร้าะเืใจขนาดนี้ด้วย?]
เจียงอีเฉินถึงกับตะลึงงัน
'ลูกรักช่วยพ่อด้วย!!!'