ธามิณีมองตัวเองในกระจกพอเห็นว่าเรียบร้อยดีจึงหยิบกระเป๋าเป้มาสะพายแล้วเปิดประตูออกไปจากห้อง กัลยาออกมาจากห้องพอดีทั้งสองนั่งรถเมล์ไปมหา’ลัยด้วยกันชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป แม้ว่าบ่อยครั้งที่ธามิณีเหลียวมองหา พระเสาร์หายไปหลายเดือนแล้วนับจากวันนั้นซึ่งหมายความว่าธามิณีมีชีวิตปกติดีไม่มีคนหรือิญญามาทำอันตรายช่างเป็ข่าวดีสำหรับเธอแต่เขาก็หายไปราวกับว่าเราจะมาพบกันได้ก็ต่อเมื่อเธอตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น
วันนี้ธามิณีมีเรียนทั้งเช้าและบ่ายพอเธอออกมาจากห้องเรียนในตอนเย็นกับกัลยาก็ตรงดิ่งไปที่โรงอาหารเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปหาอะไรกินแถวหอพักรวิชญ์ตามมาสมทบพอดี พอได้โต๊ะสำหรับนั่งแล้วก็แยกย้ายกันไปซื้อของกินตามใจชอบก่อนมารวมกันที่โต๊ะตัวเดิม ธามิณีเลือกกินข้าวมันไก่ในขณะที่กัลยากับรวิชญ์พากันกินก๋วยเตี๋ยว
เสียงโทรศัพท์ของธามิณีดังขึ้นอีกแล้วแต่เธอกลับกดตัดสายไม่รับ ทำให้กัลยาชักสงสัยเพราะธามิณีทำแบบนี้มาหลายวันแล้ว
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ละธามเ้าของเบอร์นี้เป็ใครเหรอ” รวิชญ์ถามขึ้นกัลยาเลยพยักหน้ารอฟังเพราะจะถามเพื่อนอยู่เหมือนกัน
“ไม่รู้เหมือนกันว่าใครหลายวันมานี้ไม่รู้ทำไมมีแต่เบอร์แปลกๆ โทรมาหาธามน่ะวิชญ์ ธามเคยรับไปตอนแรกทางนั้นบอกว่าธามต้องจ่ายเงินมา ธามเลยไม่รับสายแปลกๆ อีก”
“พวกทวงหนี้งั้นเหรอ”กัลยาเดา แต่ธามิณีไม่ได้ไปยืมเงินใคร ทำงานอยู่ทุกวันหากเพื่อนขัดสนมายืมเงินเธอเสียยังง่ายกว่าไปหาพวกออกเงินกู้
“แต่ธามไม่เคยไปกู้เงินนอกระบบสักครั้ง”ธามิณีถอนใจอย่างเซ็งๆ “ถ้ายังโทรมาก่อกวนธามอาจจะต้องไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้วละมั้ง”
กัลยาพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเปลี่ยนเื่ ไม่อยากให้เพื่อนเครียดเพราะอีกไม่กี่วันก็สอบมิดเทอมอีกแล้ว
“พรุ่งนี้วันเกิดของธามไปเลี้ยงกันที่ไหนดี กัลกับวิชญ์จะเป็เ้ามือเอง ธามเลือกได้เลยนะ”
รวิชญ์เห็นดีด้วยเงยหน้ามาตั้งใจรอฟังคำตอบพรุ่งนี้เขาจะได้ขับรถพาสองสาวไปเลี้ยงวันเกิด ธามิณียิ้มกว้างดีใจที่เพื่อนๆจำวันเกิดได้ แต่ก็กังวลใจเพราะทุกครั้งในวันเกิดของเธอมักมีเงาสีดำรายล้อม แต่ก็ทำอะไรเธอไม่ได้เพราะมีกำไลที่พระเสาร์ให้เธอไว้ช่วยขับไล่สิ่งนั้นออกไปแม้จะพบเจอสิ่งเหล่านี้มาหลายปี แต่เธอไม่มีวันชินได้หรอก
“ธามทำอาหารให้ทั้งสองคนกินด้วยกันดีกว่าธามอยากทำแบบนี้ในวันเกิดตัวเองน่ะ”
กัลยาพยักหน้าตามใจเ้าของวันเกิดไม่ได้เป็เ้ามือเลี้ยงในร้านอาหารเปลี่ยนมาช่วยกันซื้อของให้ธามิณีได้ทำอาหารก็น่าสนุกดี
“ถ้างั้นไปบ้านวิชญ์ดีกว่าครัวพร้อม ลูกมืออย่างเราสองคนก็พร้อม”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วตอนเย็นไปซื้อของที่ซุปเปอร์หลังจากนั้นก็ไปที่บ้านของวิชญ์กัน” ธามิณีเห็นดีด้วยเพราะห้องของเธอมีอุปกรณ์ทำครัวแค่ที่จำเป็เท่านั้น
รวิชญ์ก้มหน้าแอบยิ้มเพราะเขาพูดถึงธามิณีให้แม่ฟังอยู่หลายครั้งคราวนี้แม่จะได้เห็นผู้หญิงที่เขาชอบเสียที เขาอยากสนิทกับเธอไปแบบนี้จนกว่าจะถึงวันที่พร้อมจะพูดออกมาตอนนี้เขายังไม่กล้าเพราะไม่แน่ใจเลยว่าเธอมีใจให้เขาบ้างหรือเปล่ากัลยามองรวิชญ์อย่างรู้ทัน แต่ไม่พูดอะไร ถ้าเพื่อนสองคนรักชอบกันก็คงจะดีธามิณีโดดเดี่ยวมานาน หากมีใครสักคนดูแลย่อมเป็เื่ดี
เงาสีดำของร่างที่ศนิติดตามหามาหลายเดือนกำลังหลบหนีจากเบาะแสที่ได้จากหนังสือนิทานของเวฬา เขานำหนังสือนิทานไปวางที่เดิมแล้ววางกับดักไว้ไม่ว่าิญญาหรือเทพกึ่งมนุษย์มาเปิดหนังสือเล่มนั้นเศษพลังของเขาจะติดตามใครผู้นั้นไปเขาจะได้ติดตามเพื่อให้รู้แน่ชัดว่ามันผู้นั้นที่อยู่เื้ัการ่ชิงผลึกกาลเป็ใครและมันเป็ผู้ที่ลอบทำร้ายเขาในคราวก่อนหรือไม่
ทว่าศัตรูที่หลบซ่อนช่างมีเล่ห์เหลี่ยมทำให้หลบหนีจากศนิมาได้หลายครั้งจนกระทั่งมาครั้งนี้ที่เขาต้อนไปยังวงแหวนิญญาซึ่งจะผนึกิญญาที่ยมโลก้าตัวได้แต่มันกลับพรางกายทำให้แม้ศนิใช้ตาทิพย์ก็ยังมองไม่เห็นเขาจึงมั่นใจว่ามันไม่ใช่ิญญาเพราะหากเป็แค่ิญญาคงถูกจับตรึงไว้ในที่แห่งนี้แล้ว
“แกเป็ใครกันแน่เทพหรือว่าเทพกึ่งมนุษย์”
“เก่งนี่ตามหาข้าจนเจอ” มีเสียงดังก้องในวงแหวนที่ไม่เห็นอาณาเขตแน่ชัดทว่าหมอกหนาช่วยทำให้ไม่รู้ว่ามีเส้นทางต่างๆ อยู่ภายใน“แต่แกไม่มีวันรู้หรอกว่าข้าเป็ใคร ยกเว้นเวลาที่แกต้องสลายไปในฐานะเทพกึ่งมนุษย์”
“ถ้าคิดว่าทำได้ก็ออกมา”ศนิท้าทาย แม้พลังของเขาจะไม่เท่ากับที่เคยมีแต่การกำจัดมารร้ายสักตนคงไม่ครณามือสักเท่าไหร่
“เวลานั้นยังไม่มาถึงหรอก”
เกิดลมหมุนรอบตัวของศนิซึ่งฟาดพลังออกไปทันทีแต่ก็ถูกพลังฟาดกลับมาเช่นกัน ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีลมวูบนั้นก็หายไป ศนิวาร์ปตามออกไปก็ไม่พบสิ่งใดนอกจากต้นไม้ล้อมรอบบริเวณสวนสาธารณะซึ่งวงแหวนิญญาซ่อนอยู่
ศนิครุ่นคิดก่อนหน้านี้มีเทพองค์ใดที่ถูกลงโทษแล้วยังไม่ได้รับการอภัยบ้างไหมถ้ามีเขาคิดว่านั่นล่ะเบาะแสที่น่าสนใจ แต่เขาไม่มีเื่แค้นเคืองกับเทพองค์ใดนอกจากพระยมทำไมเทพกึ่งมนุษย์คนนั้นถึงพุ่งเป้ามาที่เขา ช่างเป็คำถามที่กวนใจน่าหาคำตอบ
กัลยากับรวิชญ์กำลังช่วยธามิณีซื้อของสดตามลิสต์ที่เ้าของวันเกิดจดมาตามเมนูที่คิดว่าอยากทำให้เพื่อนๆได้กินด้วยกัน ธามิณีคิดเมนูอาหารมาเผื่อพ่อแม่ของรวิชญ์ด้วยแม้จะไปขอใช้สถานที่ทำอาหาร แต่เธอก็เกรงใจและอิจฉา หากพ่อกับแม่ไม่จากไปเร็วเธอคงมีโอกาสได้ทำอาหารให้พวกท่านทาน แต่ตอนนี้ไม่มีโอกาสได้ทำแบบนั้นอีกแล้ว
ธามิณีแวะซื้อผลไม้ส่วนกัลยากับรวิชญ์แยกไปซื้อเค้ก โดยบอกให้เธอรออยู่แถวๆ นี้ย้ำว่าเ้าของวันเกิดเตรียมตัวเข้าห้องครัวก็พอแล้วระหว่างที่รอโทรศัพท์ของธามิณีก็ดังอีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่จากเบอร์แปลกๆแต่คนโทรมาคือเตวิน เกือบ 1 ปีแล้วกระมังหลังจากป้ากับลุงเสียชีวิตเพราะเครื่องบินตกเธอไม่ได้ติดต่อกับเตวินและกาญเกล้าอีกเลย ธามิณีชั่งใจก่อนกดรับสายครู่ต่อมาเธอเดินไปหากัลยากับรวิชญ์เพื่อบอกว่าจะไปหาลูกพี่ลูกน้องที่ร้านกาแฟซึ่งอยู่ชั้น2 ของห้าง
วินาทีแรกที่เห็นเตวินธามิณีรู้สึกได้ว่าเขาไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่นักจากที่เธอรู้ตอนนี้เขาเป็ช่างภาพที่มีชื่อเสียงพอสมควร รายได้คงดีไม่น้อยเพราะเธอเคยอ่านสัมภาษณ์ของเขาซึ่งลงในสื่อออนไลน์เมื่อหลายวันก่อนเธอยิ้มให้เขาพลางยกมือไหว้ แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขาสั่งน้ำผลไม้เอาไว้ให้เธอพอดี ความที่กำลังกระหายน้ำเธอเลยดื่มไปหลายอึกก่อนจะเริ่มทักทายตามมารยาท
“พี่เตมีอะไรหรือเปล่าคะพอดีว่าธามนัดกับเพื่อนไว้ นี่ก็ปลีกตัวมา เดี๋ยวต้องกลับไปแล้ว”ธามิณีเอ่ยเพราะใจจริงไม่รู้ว่าเตวินกับเธอยังมีเื่อะไรต้องคุยกันอีกความเป็ญาติที่ห่างกันย่อมไม่ต่างจากคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่
“ผ่านมาจะเป็ปีแล้วแต่ธามไม่ได้ติดต่อพี่ ไม่ได้ติดต่อกาญ พี่ก็เลยเป็ห่วงนะแล้วอยากขอโทษเื่ที่วัดในตอนนั้นด้วย”เตวินเข้าเื่ทันทีเพราะเห็นท่าทีระวังตัวของธามิณี
“ธามไม่ได้โกรธอะไรหรอกค่ะผ่านแล้วก็ให้ผ่านไปเถอะค่ะ” ธามิณีหมายความตามที่พูดจริงๆไม่คิดว่าผ่านมานานป่านนี้แล้วเตวินจะมาขอโทษ ถ้าเื่แค่นี้เขาบอกเธอทางโทรศัพท์ก็น่าจะได้นี่นา“พี่เตสบายดีนะคะ”
“สบายดีแล้วธามล่ะ”
“ธามสบายดีค่ะถ้าไม่มีอะไรแล้ว ธามขอตัวก่อนนะคะ” การที่จู่ๆเตวินโทรหาเธอทั้งที่ไม่ได้สนใจติดต่อมานานแล้วอีกทั้งเื่ที่คุยก็ไม่ได้สำคัญอะไร คงต้องเรียกว่าแปลกจนเธอระแวง อดีตที่ผ่านมาเขาไม่ใช่คนที่ห่วงใยเธอสักหน่อย
“ถ้าอย่างนั้นพี่เดินไปส่งนะธาม”
เตวินลุกขึ้นแล้วเดินตามธามิณีไปทันทีธามิณีจะบอกว่าไม่ต้องก็ไม่ทันแล้ว เธอเดินไปเรื่อยๆรู้สึกว่ามึนเหมือนอาการเวลาที่นอนน้อย มันเบลอๆตาพร่าและเวียนหัวจนต้องยื่นมือไปจับราวกันตกไว้เธอพยายามเพ่งมองบันไดเลื่อนจนตาลายขาที่จะก้าวขึ้นบันไดก็เหมือนไม่มีแรงเอาเสียอย่างนั้น
“ธามเป็อะไรน่ะให้พี่ช่วยนะ”
ธามิณีได้ยินเสียงของเตวินเธอพยายามจะเปล่งเสียงออกไปแต่กลับเหมือนสมองถูกปิดสวิตช์ไม่รู้ตัวเสียแล้วว่าได้ตอบเตวินไปว่าอย่างไร
เตวินเข้ามาช่วยประคองธามิณีแต่แทนที่เขาจะพาเธอไปชั้น 4 เขากลับพาเธอเดินออกไปยังชั้นที่จอดรถเรียวปากหนายิ้มหยันเพราะไม่ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ธามิณีก็ไม่เคยรู้ทันเขาสักทีอย่างน้อยแม่ของเขาก็เคยเลี้ยงดูเธอ แม้จะแค่ปีกว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ธามิณีจะต้องตอบแทนบ้างแล้ว เขากำลังเดือดร้อน เธอช่วยเขาได้พอดีอย่างนี้ย่อมถือว่าไม่ติดค้างกัน
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี