อคิราห์ยอดสืบหัตถ์อสูร
Series - มฤตยูเขียว
EP1
"จั๊กจั่น...! จั๊กจั่น...! ยายจั๊กจั่น !" เสียงเรียกที่ลงท้ายว่ายายจั๊กจั่นทำให้สาวลาววัยยี่สิบต้นๆถึงกับสะดุ้งและเงยหน้าขึ้นจากการเช็ดเฟอร์นิเจอร์ในห้องข้าง ที่อยู่ติดกับห้องรับแขกทันที
"นี่แกเป็อะไรเหรอยายจั๊กจั่น ฉันเรียกแกอยู่ตั้งหลายคำนะ กว่าแกจะรู้ตัวน่ะ" หญิงร่างท้วมที่ยืนเท้าสะเอวมองเธอจากด้านหลังทำตาเขียวเป็เชิงตำหนิ
"ขะ... ขอโทษค่ะคุณหัวหน้า" สาวลาวเ้าของชื่อจั๊กจั่นมีสีหน้าสำนึกผิดขณะยืนสำรวมต่อหน้าหญิงร่างท้วมที่เธอเรียกว่าคุณหัวหน้า
"ปกติแกก็ไม่เคยเป็อย่างนี้นะ ฉันเรียกแกทีไรก็เห็นแกได้ยินทุกที แกเป็อะไรไปล่ะ ไม่สบายหรือเปล่า หรือว่ามัวแต่ใจลอยคิดถึงผู้ชายอยู่ ?"
"ไม่... ไม่ใช่นะคะคุณหัวหน้า..." จั๊กจั่นรีบยกไม้ยกมือปฏิเสธเป็พัลวัน "คือหนู... หนู..."
สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถพูดอะไรเพื่อแก้ตัวให้กับตัวเองได้
หญิงร่างท้วมส่ายหัวไปมาทันที "ตะกุกตะกักติดอ่างแบบนี้ แสดงว่าใช่แน่ๆ นี่ ฉันจะบอกแกให้ ว่าแกน่ะเพิ่งมาทำงานอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึงปี จะคบค้าใครที่อยู่นอกคฤหาสน์นี่ก็ให้ระวังๆหน่อย ฉันน่ะอยู่ที่นี่มาก่อนแกนานมาก ตื้นลึกหนาบางของคนที่อยู่รอบๆแถวนี้ฉันก็รู้อยู่ไม่น้อย ไอ้ไม้คนที่ขับมอเตอร์ไซด์รับจ้างอยู่หน้าปากซอยนั่นใช่ไหมที่แกกำลังคิดถึงมัน ฉันจะบอกให้นะ ว่าพี่ชายของมันที่ขับมอเตอร์ไซด์อยู่ในวินเดียวกันน่ะ นิสัยไม่ค่อยดีเท่าไร ไอ้น้องชายของมันก็คงไม่ดีพอๆกันนั่นแหล่ะฉันว่านะ"
"โธ่คุณหัวหน้า..." จั๊กจั่นทำหน้าเหมือนจะร้องให้ "มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะคะ แต่มัน.. คือ... เอ่อคือ..."
แล้วคำต่อไปก็ไม่สามารถหลุดออกมาจากปากของเธอได้อีกครั้ง พราะสิ่งที่เธอกำลังจะบอกให้คุณหัวหน้าของเธอฟังนั้น มันคงจะฟังดูประหลาดจนน่าเหลือเชื่อ และเธอก็ไม่แน่ใจว่าควรจะเล่าให้หัวหน้าของเธอฟังหรือเปล่า ดีไม่ดีก็จะถูกตำหนิ หรืออาจจะโดนไล่ออกจากงานเอาง่ายๆเลยก็ได้
เฮ้อ... เื่ที่เธอกำลังถูกหัวหน้าตักเตือนนี้ มันช่างไม่เกี่ยวกับอาการเหมือนคนใจลอยอย่างที่หัวหน้าของเธอว่าแม้แต่น้อย
"เอาล่ะ พอเถอะ...! ฉันบอกแล้วว่ายิ่งปฏิเสธก็ยิ่งแปลว่าใช่" หัวหน้าของเธอตัดบทและทำหน้าดุขึ้นมาเล็กน้อย
"ตอนนี้ก็บ่ายสองโมงแล้ว อีกราวชั่วโมงนึงเตรียมตัวไปตลาดสดกับฉันได้ วันนี้ยายนวลไม่ว่าง เพราะคุณท่านสั่งให้คอยปรนนิบัติรับใช้แขกคนหนึ่งในห้องรับแขกอยู่ เพราะงั้นแกต้องไปกับฉันแทนยายนวลนะ !"
เมื่อหญิงร่างท่วมสั่งจั๊กจั่นแบบนี้แล้ว ก็สะบัดหน้าพาร่างท้วมๆของตัวเองเดินจากไปโดยไม่สนใจใยดีกับเื่อะไรของเธออีก
จั๊กจั่นยืนอึ้งอยู่ชั่วครู่ พลางหวนนึกถึงเื่ที่ทำให้เธอเสียสมาธิจนเหมือนคนใจลอยแบบนี้
แล้วทันใดเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงค่อยๆย่องเดินเข้าไปจนชิดบานประตูของห้องด้านหนึ่งที่สามารถจะเปิดเข้าไปสู่ห้องรับแขกแบบวีไอพีที่อยู่บนชั้นสองของตัวบ้านได้ และประตูนี้ก็กลับได้เปิดแง้มไว้อยู่เล็กน้อยแล้ว จึงทำให้เธอสามารถที่จะแอบดูเหตุการณ์ผ่านช่องที่เปิดแง้มนี้ได้โดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็น
ขณะนี้ภายในห้องรับแขกแบบวีไอพีได้มีแขกพิเศษที่เป็หญิงสาวในชุดสีดำคนหนึ่งกำลังนั่งสนทนากับท่านเ้าคุณเ้าของคฤหาสน์หลังนี้ โดยมีหญิงรับใช้ที่ชื่อนวลกำลังยืนอยู่ตรงมุมห้องเพื่อรอปรนนิบัติรับใช้
เหตุการณ์ภายในห้องรับแขกดูเป็ปกติดี แต่ก่อนหน้านี้ใครเล่าจะรู้บ้างว่า ภายในห้องนั้นได้มีสิ่งผิดปกติ หรือสิ่งประหลาดที่ทำให้เธอแทบเผ่นหนีออกไปจากที่บ้านหลังนี้เลยทีเดียว
และนั่นก็เป็เื่ที่แปลกประหลาดพันลึก จนเธออยากจะเล่าให้หัวหน้าของเธอฟัง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเล่าออกไปได้
แล้วเธอก็พยายามย้อนนึกถึงเหตุการณ์ ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อราวครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง
ในตอนนั้น ขณะที่จั๊กจั่นกำลังไล่เช็ดไล่ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์อยู่ในห้องด้านนี้อยู่เพลินๆ อยู่ๆนังนวลที่เป็หนึ่งในพนักงานแม่บ้านหรือคนรับใช้ในคฤหาสน์หลังนี้อีกคนหนึ่ง ก็เข้ามาบอกเธอว่า มีแขกของเ้าของบ้านคนหนึ่งกำลังนั่งรอท่านเ้าคุณอยู่ที่ห้องรับแขกแบบวีไอพีที่อยู่ติดกับห้องด้านนี้
นวลบอกว่า เธอเพิ่งเอาน้ำไปเสิร์ฟให้แขกพิเศษนี้ และกำลังจะไปทำงานอย่างอื่น ขณะที่แขกซึ่งเป็หญิงสาวคนนั้น จะต้องนั่งรอท่านเ้าคุณซึ่งกำลังเดินทางกลับมาบ้านหลังจากที่ท่านได้ออกไปทำธุระนอกบ้านั้แ่ตอนเช้า โดยได้นัดหมายกับแขกผู้นี้ไว้ในตอนบ่ายโมงครึ่ง
นวลมีความสนใจในแขกคนพิเศษที่ท่านเ้าคุณได้นัดหมายไว้ล่วงหน้านี้เป็อย่างมาก เธอเล่าให้ฟังว่า เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นใครที่ดูสวยอย่างประหลาดๆแบบนี้มาก่อนเลย เธอบอกว่า เมื่อเธอได้เอาน้ำไปเสิร์ฟเธอก็สังเกตุว่า หญิงสาวคนนี้มีผิวพรรณที่ขาวผ่องเป็อย่างมาก แต่เป็ผิวขาวที่บอกได้ยากว่าเป็ขาวแบบชาวเอเชียหรือฝรั่ง แล้วนวลก็บอกว่าบางทีแขกคนนี้อาจจะเป็ลูกครึ่ง แต่ว่าลักษณะใบหน้าของเธอก็ดูคล้ายกับคนไทยทั่วไป ทว่าสิ่งที่แปลกประหลาด ที่นวลอดจะเอามาเล่าไม่ได้เลยก็คือ
ในดวงตาของหญิงสาวผู้เป็แขกคนพิเศษนี้ กลับมีสีเหลืองเรื่อเรืองราวกับก้อนอำพันบริสุทธิแทนที่จะมีสีดำที่ในส่วนที่เป็นัยตาเหมือนคนทั่วไป
และที่สะดุดตาอีกอย่างหนึ่งก็คือ หญิงสาวผู้นี้กลับสวมถุงมือเพียงข้างเดียวที่มือข้างซ้าย โดยไม่ยอมถอด มันเป็ถุงมือที่มีสีเงิน และมีลายปักอันสวยงาม
จากคำเล่าของนวลก่อนที่จะรีบไปทำงานอื่นต่อ ทำให้จั๊กจั่นเกิดความสนใจในตัวแขกคนพิเศษนี้ขึ้นมาอย่างมาก และมีความรู้สึกว่า ถ้าได้ชมโฉมแขกคนนี้ได้สักเพียงชั่วครู่ ก็คงจะดี แต่แล้วเธอก็หักห้ามใจไม่ไปนึกถึงแขกคนนี้และคอยเตือนสติตัวเองว่า เป็ขี้ข้าก็ควรเจียมตัวอยู่ในมุมของขี้ข้า อย่าได้ไปสอดรู้สอดเห็นเื่อะไรๆของผู้เป็เ้านายเลยจะดีกว่า
ทว่าครู่ต่อมา ขณะที่จั๊กจั่นกำลังเช็ดโน่นเช็ดนี่อยู่เพลินๆ หูของเธอก็แว่วเสียงอะไรบางอย่างที่ดังเบาๆมาจากทางห้องรับแขกนั้น
เธอพยามเงี่ยหูฟัง ก็รู้สึกได้ว่าเสียงนั้นเหมือนเสียงของคนที่กำลังคุยกันเบาๆ และบางที เสียงเ่าั้ก็ดังขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่า ได้เกิดมีการโต้เถียงอะไรกันสักอย่างขึ้นมา
'เอ๊ะ... ในห้องนั้นมีแค่ผู้หญิงคนที่เป็แขกของท่านเ้าคุณที่นั่งรอท่านเ้าคุณอยู่เพียงคนเดียวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม... ?'
ในตอนนั้น เธอเองก็อดจะแปลกใจขึ้นมาไม่ได้ และสงสัยเป็อย่างมากว่า ทำไมเสียงนั้น ถึงฟังดูว่า มีทั้งเสียงของผู้หญิงและผู้ชายคุยกัน
ดังนั้น เธอจึงค่อยๆแอบเปิดประตูข้างเพื่อจะดูว่า มีใครทึ่ไหนเข้ามาในห้องนี้อีกคน โดยที่ไม่มีใครรู้ หรือไม่ได้สังเกตุเห็น...?
และเมื่อสายตาของเธอได้มองสำรวจดูเข้าไปในห้องแล้ว เธอก็ได้เห็นว่า หญิงสาวผู้เป็แขกของท่านเ้าคุณคนนี้ มีบุคคลิกที่แปลกประหลาดและสะดุดตาเหมือนอย่างที่นวลว่าจริงๆ
ส่วนผิวพรรณที่นวลบรรยายว่าขาวเหมือนลูกครึ่งฝรั่งนั้น ก็ช่างตัดกับชุดเดรสสั้นที่เป็สีดำทั้งชุดดีเหลือเกิน แถมดวงตาที่เป็สีอำพันคู่นั้น ก็สร้างความแตกต่างที่โดดเด่นให้กับหญิงสาวคนนี้เป็อย่างมาก
และนอกจากนี้ เธอยังสวมแว่นกรอบเหลี่ยมสีดำอันเล็กๆที่ครอบลงไปบนคู่ดวงตาที่เป็สีอำพันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
แต่ว่า... สิ่งหนึ่ง ที่ทำให้จั๊กจั่นใจนแทบลืมหายใจก็คือ...
จากที่เธอคาดว่า จะได้เห็นแขกอีกคนหนึ่งที่เป็คู่สนทนาของหญิงสาว เธอก็กลับ ไม่เห็นมีใครคนอื่น ที่น่าจะกำลังนั่งคุยกับเธออยู่ในห้องนี้เเม้แต่คนเดียว...?!
'อะไรกัน... แล้วเมื่อกี้ ผู้หญิงคนนี้คุยกับใครกันล่ะ ก็เรา... ก็เราได้ยินอย่างค่อนข้างชัดนี่ว่า... มีเสียงผู้ชายอยู่ในห้องนี้ อีกคนนี่นา...?!'
จักจั่นสงสัยเป็อย่างหนัก และเชื่อว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไปแน่ จะว่าเป็สียงคุยโทรศัพท์ เสียงนั้นก็ดูจะเป็เสียงสดๆแบบเสียงคนจริงๆคุยกันมากกว่า ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจว่า จะแอบสังเกตุดูต่อไป...
แต่แล้ว ่เวลาที่ทำให้เธอถึงกับแทบช็อก หรือเเทบจะเป็ลมล้มพับไปก็เกิดขึ้น เมื่ออยู่ๆเสียงพูดของผู้ชายก็ดังขึ้นมาจากความว่างเปล่าของห้องรับแขกนี้ ?!
และทันใดนั้น เธอก็มองเห็นแขกสาวผู้นี้ ใช้มือขวาตีลงไปที่มือช้างซ้ายที่สวมถุงมือสีเงินนั้นไว้อย่างค่อนข้างแรง ! พร้อมกับการสบถอะไรบางอย่างออกมาอย่างหัวเสีย
ในตอนนั้น จั๊กจั่นที่ยังคงแอบดูเหตุการณ์ ก็ถึงกับใจเต้นขึ้นมาถี่ๆ เมื่อมีเสียงห้าวๆของผู้ชาย เอ่ยพูดขึ้นมาอีก และคราวนี้ เธอก็เห็นสาวสวยคนนี้มีอาการหัวเสียอีกครั้ง และลงมือกัดไปที่มือข้างซ้ายทึ่ยังสวมถุงมืออยู่นั้น อย่างเต็มแรง...!
แล้วเสียงร้องเสียงหนึ่ง ก็ดังขึ้นทันที เป็เสียงของผู้ชาย เสียงของผู้ชายอย่างชัดเจน...!
'อะไรกัน... ? เสียงของผู้ชายนั่น ดังมาจากถุงมืออย่างนั้น...เหรอ ?!
บ้าไปแล้ว มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน...?!'
จากนั้น จั๊กจั่นก็ได้เห็นการโต้ตอบของเสียงหนึ่งหญิงหนึ่งชายที่เหมือนจะไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน เถียงกันไปมาอย่างไม่ให้เสียงดังเกินไปนัก
'อะไร... 'อะไรกันนี่ หรือว่า เธอคุยจะกับผี'
คิดแล้ว ขนที่แขนของจักจั่นก็แย่งกันลุกชันขึ้นมาโดยไม่ต้องสั่ง
เธอแอบมองเหตุการณ์ต่อไปด้วยใจที่ระทึกขึ้นเรื่อยๆ กระทั้ง...
อยู่ๆหญิงสาวผู้นั้ก็ลงมือกระชากถุงมือข้างซ้ายออกมาราวโมโห...!
และสิ่งที่จั๊กจั่นได้เห็น... ก็ทำให้เธอถึงกับแทบร้องอุทานออกมา แต่ยังดีที่รีบเอามือสองข้างปิดปากตัวเองไว้ได้ทันท่วงที...?!
จบ EP1
*โปรดติดตามในบทต่อไป*