ต้นฤดูใบไม้ผลิเจียงหนานยังคงมีอากาศหนาวเย็น ขณะที่กำลังมีฝนตกและหมอกหนาทึบ จั๋วเจาเจี๋ยสวมชุดตุ้ยจิน[1]แขนสั้นสีเหลืองเหมือนผลซิ่ง[2]้าเป็เสื้อคลุมสีขาวสาบเสื้อเฉียง แขนแคบ ด้านล่างคาดกระโปรงผ้าไหมสภาพใหม่อยู่เจ็ดส่วนแต่ดูแล้วไม่ค่อยเข้ากับเสื้อคลุมแขนสั้น้าสักเท่าใด หญิงสาวในวัยอย่างนางน้อยคนนักที่จะเลือกกระโปรงสีดำนางถือร่มเดินอยู่ตามลำพังผ่านสวนด้านหลังบ้านสกุลโหยวก่อนหน้านี้ไม่นานฮูหยินใหญ่ประมุขฝ่ายหญิงของบ้านได้ล้มป่วยจนสิ้นใจไปฮูหยินรองและฮูหยินสามเกิดการทะเลาะแย่งชิงอำนาจ ขัดแข้งขัดขากันตัดทอนอำนาจของกันและกันไม่จบสิ้น เกิดเื่ราวสับสนอลหม่านขึ้นมากมายอย่างเช่นสวนดอกไม้แห่งนี้ มีน้ำเจิ่งนองอยู่หลายแห่ง แต่ก็ไม่มีใครมาจัดการดูแล
เคราะห์ดีที่ใต้พื้นรองเท้าไม้ที่จั๋วเจาเจี๋ยสวมใส่อยู่นั้นไม่เตี้ยยังสูงกว่าน้ำที่นองพื้นเล็กน้อย แต่เมื่อเดินมาถึงระเบียงทางเดินของสวนนางรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นของถุงเท้าที่ถูกน้ำกระเซ็นใส่ยามเดินผ่านราวกับความหนาวเย็นของปลายฤดูไม้ใบร่วงแล่นเข้าสู่หัวใจตลอดเวลานางจึงต้องเร่งฝีเท้าเดินไปยังเรือนที่พักของตน
เรือนปินเว่ยที่นางพักอาศัยอยู่ก็สมดั่งชื่อของมันด้านในมีต้นไม้เก่าแก่อายุราวสองร้อยปีอยู่สองต้นคือต้นซิ่งและต้นท้อที่ยังคงแข็งแรง ออกดอกและกิ่งก้านทุกปีจวบจนวันนี้ยามดอกไม้บานช่างงดงามและมีสีสันสดใส ชูช่อแผ่กว้างราวกับปุยเมฆปกคลุมต้นไม้เก่าแก่ทั้งสองนี้เป็ที่รู้จักกันดีทั่วม่อหลิงและมีเพียงหนึ่งเดียวในบ้านสกุลโหยว ว่ากันว่าเคยเป็ที่อยู่ก่อนออกเรือนของมารดานางโหยวจี้ธิดาสายตรงคนโตของสกุลโหยว
หลายวันมานี้เป็่ที่ต้นซิ่งและต้นท้ออยู่ใน่พร้อมจะผลิบานแต่ก็ไม่ออกดอกบานสะพรั่งดังหวัง เนื่องจากเกิดฝนตกติดต่อกันมาถึงสองวันเวลานี้ดูเหมือนกำลังจะร่วงโรย
จั๋วเจาเจี๋ยมองกิ่งต้นซิ่งที่ยื่นออกมานอกกำแพงจากด้านนอกเรือนอยู่ครู่หนึ่งแล้วทันใดนั้นเองก็นึกถึงคำพูดทำนองว่า “ต้นกล้านับหมื่นงอกอยู่เหนือต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา”“ไม่ใช่ฤดูใบไม้ผลิที่เจียงหนานไม่ดี แต่เป็ร่างกายและจิตใจที่ทรุดโทรมลงทุกปี” อารมณ์ความรู้สึกยิ่งหนักอึ้งย่างก้าวที่เคยเบาสบายก็เหมือนยากที่จะเคลื่อนที่ไป
นางยืนนิ่งอยู่นอกเรือนครู่หนึ่งแล้วจึงผลักประตูเปิดออกอย่างเชื่องช้า สาวใช้ิอิ๋นกับิเยี่ยที่นั่งพิงราวระเบียงหันหน้าเข้าหากันเย็บปักไปพลางพูดคุยไปพลางเมื่อเห็นนางกลับมาก็รีบวางเข็มกับด้ายแล้วเข้ามาต้อนรับ ปากพร่ำบ่น “คุณหนูไปไหนมาอีกแล้วทำไมถึงไม่พาคนไปด้วยล่ะเ้าคะ”
“เอาถุงเท้ามาเปลี่ยนให้ข้า”จั๋วเจาเจี๋ยสีหน้าคลุมเครือ ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เหมือนนางอารมณ์ไม่ค่อยดีนักิอิ๋นกับิเยี่ยหุบปากอย่างรู้งาน เข้าไปหยิบถุงเท้ามาเปลี่ยนให้นางถอดรองเท้าไม้วางไว้บนระเบียง หลังจากเข้ามาในเรือนิเหอกับิจี๋ที่คอยรับใช้อยู่ด้านในก็ออกมาต้อนรับส่งสายตาให้ิอิ๋นกับิเยี่ย แล้วเข้าไปทักทาย “คุณหนู เมื่อครู่โจวหมอมอจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่ามาบอกว่ามีจดหมายมาจากเมืองหลวงถ้าคุณหนูกลับมาแล้วขอเชิญไปที่เรือนหลักเ้าค่ะ”
จั๋วเจาเจี๋ยตอบรับด้วยเสียงอันแ่เบาเหมือนไม่ได้รู้สึกยินดีอะไริเหอพูดขึ้นมาอย่างห้าวหาญ “บ่าวเห็นสีหน้าของโจวหมอมอแลดูเบิกบานเหมือนจะเป็ข่าวดีนะเ้าคะ!”
“ข้ารู้แล้ว”จั๋วเจาเจี๋ยตอบรับอย่างเฉื่อยชา ลุกขึ้นเอ่ยว่า “เดี๋ยวข้าจะไปเดี๋ยวนี้ละ”
ิอิ๋นรีบพูดขึ้นมา“ให้บ่าวกับิเยี่ยตามคุณหนูไปนะเ้าคะ”
จั๋วเจาเจี๋ยพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้เรือนปินเว่ยห่างจากเรือนหลักของบ้านสกุลโหยวที่ฮูหยินผู้เฒ่าปานซื่อพักอยู่ไม่ไกลนักิอิ๋นกางร่ม ิเยี่ยคอยประคองจั๋วเจาเจี๋ยเดินไประหว่างทางได้พบกับฮูหยินรองไป๋ซื่อผ่านมาพร้อมกับสาวใช้เมื่อเห็นจั๋วเจาเจี๋ยก็หยุดทักทายอย่างสนิทสนม “เจาเจี๋ย เ้ากำลังจะไปไหนหรือ บ้านของป้าเพิ่งจะส่งของมาให้มีผลไม้แช่อิ่มที่เ้าชอบกินที่สุดด้วย เอาไว้ข้าให้คนเอาไปให้เ้าดีไหม”
บ้านเดิมของไป๋ซื่ออยู่ในเมืองม่อหลิงเช่นกัน แม้จะเป็สกุลบัณฑิตแต่ก็มีสูตรลับผลไม้แช่อิ่มหลายอย่างที่ไม่ยอมให้ใครมาขโมยไปได้ ในทุกๆ ปีจะทำออกมาเป็จำนวนมากเพื่อแจกจ่ายให้กับญาติมิตรจั๋วเจาเจี๋ยชอบรับประทานลูกบ๊วยแช่อิ่มเป็ที่สุดทุกครั้งบ้านสกุลไป๋จะส่งมาให้จำนวนมากเป็พิเศษ เพื่อเตรียมไว้ให้นางโดยเฉพาะ
“ขอบคุณท่านป้า ที่ข้ายังเหลืออยู่บ้างเห็นิอิ๋นบอกว่าเมื่อครู่ท่านยายตามหาข้า ตอนนี้ข้ากำลังไปหาท่านยาย”จั๋วเจาเจี๋ยพูดอย่างช้าๆ และนุ่มนวล นางถูกส่งมาเลี้ยงดูที่บ้านสกุลโหยวั้แ่ยังแบเบาะแม้จะเป็คนนอกสกุล แต่บ้านสกุลโหยวก็ปฏิบัติต่อนางเป็อย่างดีแม้นางจะอารมณ์ไม่ดีในเวลานี้ แต่ก็ยังฝืนทำตัวเป็ปกติ
แต่ด้วยความที่ฮูหยินรองอายุมากกว่านางและเห็นจั๋วเจาเจี๋ยมาั้แ่เด็กเหตุใดจะดูไม่ออก จึงทักออกไป “วันนี้เป็อะไรไปหรือ ใครเป็คนทำให้เ้าโกรธรึ ไยสีหน้าไม่ยินดีแบบนี้”
เมื่อเห็นนางหยอกเย้าจั๋วเจาเจี๋ยกลับดวงตาแดงเรื่อจนเกือบน้ำตาคลอ ฮูหยินรองใหุบยิ้มทันทีปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ เ้าบอกป้าสิป้าจะจัดการให้เ้าเอง!”
ขณะที่พูดก็กวาดสายตาไปมาที่ิอิ๋นกับิเยี่ยพวกนางทั้งสองแม้จะรับใช้จั๋วเจาเจี๋ย แต่ก็ถือเป็คนรับใช้ของบ้านสกุลโหยวสัญญาซื้อขายทาสยังอยู่ในมือของปานซื่อ ตอนนี้ฮูหยินใหญ่ผู้ดูแลบ้านสกุลโหยวตายไปแล้วและยังไม่ได้ตัดสินว่าจะให้ฮูหยินรองหรือฮูหยินสามขึ้นมาเป็ผู้ดูแลบ้านอย่างไรฮูหยินรองก็เป็เ้าบ้านที่น่านับถือคนหนึ่งเช่นกัน ไป๋ซื่อท่านนี้มีชื่อเสียงในเื่ความเฉลียวฉลาดและอารมณ์ร้ายิอิ๋นกับิเยี่ยเห็นดังนั้นก็ลนลาน รีบอธิบายทันที “ฮูหยินรองเ้าคะ บ่าวจะกล้าละเลยคุณหนูได้อย่างไรเมื่อครู่คุณหนูออกไปข้างนอกตามลำพัง พอกลับเข้ามาก็อารมณ์ไม่ดีแล้ว”
ฮูหยินรองยังรอที่จะไต่ถามอีกแต่จั๋วเจาเจี๋ยกลับรีบเช็ดน้ำตาที่คลออย่างรวดเร็ว แล้วพูดด้วยความลำบากใจ “ท่านป้าข้าไม่เป็อะไร ขอตัวไปหาท่านยายก่อนนะเ้าค่ะ”พูดจบนางก็เดินหนีจากไปโดยที่ฮูหยินรองยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย
เมื่อเห็นดังนั้นฮูหยินรองก็หน้านิ่วออกคำสั่งกับสาวใช้ท่าทางฉลาดเฉลียวที่อยู่ข้างกายทันที “เ้ารีบหาทางลัดไปที่เรือนหลักบอกให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้แล้วลองถามดูซิว่าใครกันที่เป็คนทำให้เด็กคนนี้ไม่พอใจ!”
สาวใช้รับคำสั่งแล้วรวบกระโปรงวิ่งออกไป
ฮูหยินรองหรี่ตาลงในใจก็คิดไปว่าหลายวันมานี้ฮูหยินสามเป็ผู้ดูแลบ้าน แต่ไม่คิดว่าจะปล่อยปละละเลยให้หลานสาวผู้เป็ดั่งแก้วตาดวงใจของฮูหยินผู้เฒ่าต้องน้อยใจถ้าฮูหยินผู้เฒ่าทราบเื่จะต้องตำหนิฮูหยินสามอย่างแน่นอน...นางยิ้มออกมาแล้วเดินต่อไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/547b0d7f8436af8c93f4d81fb200dfad
[1] เสื้อจีนชนิดหนึ่ง ชายหน้าเสื้อผ่ากลาง
[2] ผลเอพริคอต