“ทำไมมาช้ากันจังเลยล่ะ?”
ร่างสูงในชุดทักซิโด้ราคาแพงระยับเดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาพร้อมยิงคำถามใส่สีหน้าคุณพ่อมีแววความหงุดหงิดไม่พอใจระบายให้เห็นตัวต้นเหตุของการมาสายก้มหน้างุดไม่กล้าสบสายตากับคุณพ่อไม่ต่างจากแม่ของเธอซึ่งเสมองไปทางอื่น ทำราวกับไม่ได้ยินคำถามเมื่อครู่
คุณพ่อส่งสายตาดุมองไล่มาเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดอยู่ที่ฉันซึ่งยืนสบสายตาท่านนิ่งไม่ได้หลบไปไหนในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิดจึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องหวั่นเกรง
แต่ในเมื่อไม่มีใครตอบ ฉันก็คงต้องสวมบทเป็ผู้กล้าออกหน้าให้สร้างภาพเสียหน่อย แม่เลี้ยงกับน้องสาวจะได้ประทับใจใน เวลาจูงจมูกให้ทำอะไรจะได้ง่ายขึ้น
“นิทานผิดเองค่ะจำไม่ได้ว่าเอาเครื่องเพชรที่จะใส่คืนนี้ไปวางไว้ตรงไหน เดินหาให้วุ่นดีที่คุณแม่กับน้องเอมมี่ยื่นมือช่วย”
ฉันแสร้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จขณะที่สองแม่ลูกแอบคลี่ยิ้มเล็กๆ พร้อมยกนิ้วโป้งให้อย่างชื่นชม
“ช่างมันเถอะรีบเข้าไปในงานกันได้แล้ว ควีนแคทเทอรีนรออยู่”
คุณพ่อดูเหมือนจะอยากดุฉันอยู่กลายๆแต่เวลาบีบคั้นให้เขาตัดใจไม่ถือสาหาความอะไรเพิ่ม รีบหันหลังเดินนำหน้าพวกเราไป
เราสามคนเดินตามแผ่นหลังกว้างไปติดๆจนกระทั่งคุณพ่อพามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง อายุอานามน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับท่านดูสง่าภูมิฐานและคล้ายมีชาติตระกูลสูงศักดิ์ ให้อารมณ์ราชนิกุลนางหนึ่ง
เยื้องไปทางด้านหลังเพียงนิดมีชายหนุ่มอายุไม่น่าจะเกินสามสิบ กำลังยืนดื่มด่ำกับแชมเปญในแก้วทรงสวยอยู่ เขาดูเพลิดเพลินและออกแนวพึงพอใจกับรสชาติที่ได้ลิ้มลองเพราะบริเวณมุมปากหยักยกยิ้มเล็กๆ อีกทั้งสายตาซึ่งทอดมองของเหลวภายในแก้วดูเป็ประกายวิบวับราวกับเด็กน้อยจ้องมองของเล่นชิ้นโปรด
“ฝ่าาครอบครัวกระหม่อมเดินทางมาถึงแล้ว”
ฉันละความสนใจจากหนุ่มหล่อคนนั้นกลับมาให้ความสนใจบุคคลที่คุณพ่อกำลังโค้งศีรษะให้ ไม่ต้องรอให้มีใครเอ่ยปากสั่งพวกเราสามคนรีบทำตามโดยอัตโนมัติ ออร่าเชื้อพระวงศ์เฉิดฉายขนาดนี้เดินอยู่แถวสลัมยังมองออกว่าไม่เป็เ้าหญิงก็ราชินีสักประเทศหนึ่ง
เธอคงเป็ควีนแคทเทอรีนที่ถูกพ่อเปรยถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้างานเลี้ยงคืนนี้คงถูกจัดขึ้นมาเพื่อเธอ ไม่น่าใช่งานการกุศลอย่างที่ได้รับรู้มา
“รูปร่างหน้าตาดีกันทั้งบ้านจริงๆสมกับที่คุณคุยโวเอาไว้”
สายตาคมกริบดั่งนางพญาไล่มองน้าเอมิเรียั้แ่ศีรษะจรดปลายรองเท้าค่อยๆ ไล่มายังเอมมี่และหยุดอยู่ที่ฉันเป็คนสุดท้ายคิ้วโก่งดั่งคันศรกระตุกยกขึ้นข้างหนึ่งคล้ายมีบางสิ่งเกิดขึ้นในใจ
“เด็กคนนี้... นอกจากหน้าตาสวยแล้วยังดูฉลาดไม่น่าใช่เด็กที่เกิดจากภรรยาคนปัจจุบันของคุณสินะ?”
คุณพ่ออึ้ง ทุกคนอึ้ง รวมถึงฉันด้วยเพราะเท่าที่ตีความหมายได้ควีนแคทเทอรีนเหมือนกำลังสื่อว่า ฉันดูฉลาดเกินกว่าจะถูกคลอดออกมาจากผู้หญิงที่ดูไร้สมอง
“สายตาของพระองค์เฉียบแหลมมาก นิทานคือลูกสาวคนโตของกระหม่อมซึ่งเกิดจากภรรยาคนแรก”
บรรยากาศรอบกายของน้าเอมิเรียดูกระอักกระอ่วนแค่มองก็รู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจ ทั้งควีนแคทเทอรีนซึ่งคล้ายด่าเธอทางอ้อมและคุณพ่อที่ไม่แม้แต่จะออกปากปกป้องเมียของตัวเอง ประหนึ่งเธอถูกลากมาตบต่อหน้าสาธารณชนแต่เพราะอีกฝ่ายสูงศักดิ์กว่า หล่อนจึงทำได้เพียงแค่กัดฟันข่มความรู้สึกและฉีกยิ้มแห้งๆ ให้ตามมารยาท
“ฉันรู้สึกถูกชะตากับแม่หนูคนนี้”
ฉันย่อกายถอนสายบัวอย่างนอบน้อมหลังควีนแคทเทอรีนเอ่ยชื่นชมเธอยิ้มละมุนอย่างเป็มิตร สายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู ก่อนปลดเข็มกลัดเพชรซึ่งติดเอาไว้ตรงหน้าอกด้านซ้ายยื่นมอบให้
ฉันมองของสิ่งนั้นสลับกับใบหน้าสวยอ่อนกว่าวัยด้วยความแปลกใจไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องมอบของล้ำค่าขนาดนี้ให้ หรือคนรวยเหลือกินเหลือใช้เขามักทำแบบนี้เวลาเจอคนที่ถูกใจกัน
คุณพ่อตกอยู่ในอาการเดียวกัน สีหน้าท่านดูตื่นตะลึงและเจือไปด้วยความปลื้มปีตินั่นทำให้ฉันยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจ เพราะเอาแต่ยืนมองไม่มีท่าทีว่าจะยื่นมือออกไปรับคนตรงหน้าจึงเอ่ยกระตุ้น
“รับไปสิ ผู้ใหญ่ให้ของ ไม่รับมันเป็การเสียมารยาทนะ”
“ขอบพระทัยเพคะ”
แม้ไม่รู้เหตุผลและยังรู้สึกสับสนกับสาเหตุของน้ำใจในครั้งนี้แต่ฉันไม่มีข้ออ้างอะไรไปเอ่ยปฏิเสธ จึงเลือกที่จะรับเอาไว้ตามความ้าของคนให้
หางตาดันเหลือบไปเห็นสายตาของเอมมี่เธอจ้องมองสิ่งของในมือฉันคล้ายกำลังรู้สึกเสียดายปนอิจฉาและเมื่อเลื่อนสายตาเลยไปอีกนิด ผู้ชายที่ตอนแรกกำลังเพลิดเพลินกับการจิบแชมเปญตอนนี้ความสนใจของเขากลับเป็เข็มกลัดในมือของฉันแทน
ใบหน้าหล่อละมุนราวกับเ้าชายในเทพนิยาย เจือไปด้วยแววความผิดหวังเมื่อประสานสายตาเข้ากับฉันเขาเบนมองไปยังเอมมี่คล้ายรู้สึกเสียดาย ที่คนที่ได้รับเข็มกลัดเพชรชิ้นนี้ไม่ใช่เธอ
จากอารมณ์กำลังดีเพราะได้หน้าที่ควีนแคทเทอรีนให้ความเอ็นดูความหงุดหงิดกลับเข้ามาแทนที่ เกิดความริษยาขึ้นอย่างเฉียบพลันผู้ชายที่ฉันรู้สึกถูกใจกลับให้ความสนใจผู้หญิงอื่น
ถ้าเป็คนอื่นยังไม่เท่าไหร่แต่ดันเป็เอมมี่มารผจญชีวิตที่ยากจะกำจัด นี่หล่อนเกิดมาเพื่อจะแย่งทุกอย่างไปจากฉันจริงๆงั้นเหรอ ทั้งคุณพ่อ มรดก ความสุข หรือแม้กระทั่งผู้ชายที่นานๆ ทีจะเข้าตาฉันสักคน
ไม่มีวันซะหรอก! ถ้าฉันไม่ได้หล่อนก็ไม่มีสิทธิ์!!
ฉันเริ่มดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้ หลุบสายตาเหลือบมองชายกระโปรงยาวระพื้นของเอมมี่ค่อยๆ ขยับวางเท้าให้เหยียบลงบริเวณปลายผ้าโดยไม่ให้เ้าของทันรู้ตัวและแสร้งเอ่ยปากชวนเธอไปเข้าห้องน้ำ
“เอมมี่ ไปเข้าห้องน้ำเป็เพื่อนพี่หน่อยสิ”
“แต่เอมมี่ไม่ปวดนี่คะ พี่นิทานไปคนเดียวไม่ได้เหรอ?”
ปกติเธอเป็คนว่านอนสอนง่ายบอกหรือให้ทำอะไรก็มักจะเชื่อฟัง จู่ๆ ตอนนี้กลับหัวแข็งขึ้นมาเสียดื้อๆสงสัยคงไม่พอใจที่ฉันได้รับความสนใจจากควีนแคทเทอรีน
‘จะมาพยศตอนนี้ไม่ได้นะแบบนี้แผนที่วางเอาไว้ก็ล่มหมดน่ะสิ’
ฉันนึกในใจด้วยความหัวเสีย คิดหากลอุบายอื่นมาหลอกล่อให้เธอยอมเดินตามเส้นทางที่ฉันกำหนด
ดวงตากลมสวยยังคงจับจ้องเข็มกลัดเพชรในมือฉันเป็ระยะสลับกับแก้มนิ่มป่องออกคล้ายกำลังไม่พอใจ นั่นจึงทำให้ฉันเกิดไอเดียดีๆ ขึ้น
ฉันขยับกายเข้าประชิดเอมมี่มากขึ้น ยกมือป้องหูยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบให้พอได้ยินกันแค่สองคนมืออีกข้างแบออกแสดงสิ่งของภายใน ทันทีที่เธอได้ฟังและเห็นสิ่งที่ฉันเสนอพลันแววตาลุกวาวด้วยอาการตื่นเต้นดีใจ
“ถ้าเป็เด็กดีพี่จะยกเข็มกลัดชิ้นนี้ให้”
“โอเคค่ะ เอมมี่ไปกับพี่นิทานก็ได้”
ไม่ต้องรอให้เอ่ยชักชวนเป็ครั้งที่สองเอมมี่คว้าเข็มกลัดในมือฉันไป ก่อนกลับหลังหันทำท่าจะเดินออกจากวงสนทนาที่พวกผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกัน
ทว่าสาวเท้าได้ไม่ถึงสองก้าวเกิดสะดุดจากการถูกฉุดรั้งไว้ด้วยอะไรบางอย่างทำท่าจะล้มหน้าทิ่มแต่ยังทรงตัวได้อยู่ แต่บางสิ่งที่เกินควบคุมกลับเกิดขึ้นแทน
เพราะขนาดที่ไม่พอดีกับร่างกายส่งผลให้ชุดราตรีที่ควรเกาะอยู่บนเนินอกอิ่ม เกิดการร่นหลุดลงมากองบริเวณเอวคอดอย่างง่ายดายเพียงแค่ถูกดึงรั้งเบาๆ
เอมมี่แผดเสียงกรีดร้องด้วยความใพร้อมกับเสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปของนักข่าวภายในงานลั่นดังประสานกันอย่างไม่ขาด่
เธอรีบยกมือปิดกุมทรวงอกที่ตอนนี้เหลือเพียงบราปีกนกปกปิดปานสีชมพูย่อกายนั่งยองโอบกอดตัวเองไว้ จากกรีดร้องเริ่มมีเสียงสะอื้นไห้ขณะที่ฉันยืนนิ่งชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตัวเอง ค่อยๆ แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ
และเมื่อรู้สึกว่าเป็เวลาอันสมควรแล้วจึงรีบปั้นหน้าตื่นตระหนกทำท่าจะเข้าไปปกป้องน้องสาวสุดที่รัก ทว่ากลับถูกใครบางคนชิงตัดหน้าทำหน้าที่อัศวินขี่ม้าขาวไปเสียก่อน
ร่างสูงตระหง่านพุ่งตรงเข้าหาเอมมี่พร้อมเสื้อสูทเนื้อดีที่ถูกถอดออกมาจากร่างกายสวมทับคลุมให้ มือซึ่งเคยจับแก้วแชมเปญทรงสวยประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืนใช้แผ่นหลังกว้างเป็กำแพงปกป้องคนในอ้อมกอดจากฝูงนักข่าว ที่พยายามรัวชัตเตอร์ถ่ายภาพเด็ดไปทำคลอลัมน์ข่าวกอสซิปในเช้าวันพรุ่งนี้
“เหอะ!”
ฉันสบถออกมาเบาๆ พยายามไม่แสดงออกถึงอาการไม่พอใจชักมือที่ตั้งใจจะยื่นเข้าไปจับเอมมี่กลับมากำจิกข้างลำตัวเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัว
ทั้งคู่พากันเดินฝ่าผู้คนเข้าไปด้านในโรงแรมคุณพ่อกับน้าเอมิเรียที่เพิ่งตั้งสติได้รีบเดินตามไปติดๆคงไปปลอบขวัญลูกสาวสุดที่รัก ปล่อยฉันทิ้งให้ยืนเดียวดายอยู่ที่เดิม
แผนการที่ตั้งใจจะดับแสงน้องสาวนอกไส้กลายเป็สร้างซีนให้หล่อนตกผู้ชายได้ไปคนหนึ่งแทนซะงั้น ครั้งนี้ถือว่าเธอโชคดีแต่ครั้งหน้าฉันรับประกันว่าจะไม่พลาดอีกแน่!