บทที่ 4 โปรดสำรวมด้วย (รีไรต์)
เมิ่งฝานชักกระบี่เฟยอวี่เล่มนี้ออกมา
เช่นเดียวกับตอนที่ชักกระบี่ชิงอวี่ มีแสงสายหนึ่งซึ่งยากจะสังเกตเห็นด้วยตาเปล่าพุ่งผ่านตัวกระบี่เข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝาน
ยามนี้เมิ่งฝานยังไร้ความสามารถในการสำรวจภายในร่างกาย ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าแสงสายนี้ได้โคจรไปรอบเส้นลมปราณของเขาก่อนจะมุดเข้าไปในจุดตันเถียน
เขาขมวดคิ้วสัญชาตญาณบอกเขาว่าการที่กลิ่นอายนี้เข้าสู่ร่างกายไม่น่าจะเป็เื่ร้าย
น่าจะเป็คุณประโยชน์อีกอย่างที่พร์ 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' มอบให้แก่เขา
ส่วนสิ่งนี้คืออะไรรอให้ระดับบำเพ็ญเพียรสูงขึ้นและมีหูตาที่กว้างไกลกว่านี้คงจะเข้าใจได้เอง
เมิ่งฝานเช็ดกระบี่เฟยอวี่หนึ่งรอบ จากนั้นจึงวางกลับคืนบนชั้นไม้
ศิษย์พี่หลัวเคยสั่งงานเขาไว้ว่าภายในหนึ่งปีจะต้องเช็ดกระบี่ที่เก็บไว้ในชั้นหนึ่งของหอคอยกระบี่ให้ครบทุกเล่ม
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เมิ่งฝานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น!
หากได้ัักระบี่ทั้งหมดในที่แห่งนี้ เขาจะได้เรียนรู้วิชากระบี่มากมายเพียงใด?
ถึงตอนนั้นหากหลอมรวมวิชากระบี่นับร้อยสำนักเข้าด้วยกัน เขาอาจจะสามารถสร้างวิถีกระบี่ของตนเองขึ้นมาได้!
เมิ่งฝานด้วยความกระตือรือร้น เตรียมจะหยิบกระบี่ธรรมดาเล่มที่สาม
ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่หลัวช่วยเขาประเมินแล้วว่า หาก้าเช็ดกระบี่ธรรมดาเหล่านี้ให้เสร็จภายในหนึ่งปี เขาต้องเช็ดวันละประมาณยี่สิบเล่ม
เมิ่งฝานรู้จักประมาณตน ดังนั้นเขาจึงเลือกแต่กระบี่ธรรมดาที่ดู 'ต่ำต้อย' และไม่สะดุดตา
ทว่าบางครั้งเขาก็ยังมองพลาด
อย่างเช่นกระบี่เฟยอวี่เมื่อครู่ที่ดูไม่สะดุดตา แต่ภายในกลับแฝงไปด้วยไอสังหารที่น่าสะพรึงกลัว
แต่ด้วยพร์วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ เขาก็ไม่หวั่นเกรงว่าเื่ไม่คาดฝันเล็กน้อยเหล่านี้จะเกิดขึ้น
ทว่าในขณะที่เตรียมจะเลือกกระบี่เล่มที่สามเื่ไม่คาดฝันครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น
มีกระบี่ธรรมดาเล่มหนึ่ง ทั้งที่เมิ่งฝานไม่ได้เลือกมัน แต่มันกลับบินขึ้นมาเองและมาหยุดอยู่ตรงหน้าเมิ่งฝาน
นี่คือ... กระบี่ิญญา!
มีเพียงกระบี่ิญญาเท่านั้นที่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง
สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไปทันที เขารู้ว่าตนเองกำลังเจอปัญหาเข้าให้แล้ว
จากการลองเลียบเคียงถามศิษย์พี่หลัวก่อนหน้านี้ เมิ่งฝานเข้าใจแล้วว่าภายในหอคอยกระบี่แห่งนี้มีอันตรายแฝงอยู่
และยามนี้อันตรายนั้นได้มาเยือนถึงตัวเขาแล้ว
ในขณะที่เมิ่งฝานเตรียมจะร้องขอความช่วยเหลือจากศิษย์พี่หลัว เขาก็พบว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไป
เขาไม่ได้อยู่ในหอคอยกระบี่อีกต่อไป แต่กลับปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่สลัวรางที่ดูเหมือนไร้ขอบเขต
โลกภาพลวงตาหรือ?
เมิ่งฝานขมวดคิ้ว
วินาทีต่อมา ตรงหน้าของเมิ่งฝานก็ปรากฏหญิงชุดแดงนางหนึ่ง
หญิงนางนั้นมีใบหน้าประณีต เส้นผมยาวสลวย ริมฝีปากแดงฉานดั่งเปลวเพลิงช่างงดงามยิ่งนัก
หญิงชุดแดงยืนอยู่ตรงหน้าเมิ่งฝาน พร้อมกับยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวน
แม้จะอยู่ในโลกภาพลวงตาและรู้สึกงุนงง แต่เมิ่งฝานก็ไม่ได้ลนลานจนเกินไป
เพราะจากการสนทนากับศิษย์พี่หลัวก่อนหน้านี้ เขาตัดสินใจได้ว่า ตนเองไม่น่าจะมาถึงที่นี่วันแรกแล้วต้องตายทันที
อันตรายของหอคอยกระบี่นั้นเป็แบบค่อยเป็ค่อยไปและซึมลึก ไม่ใช่ว่าทันทีที่ก้าวเข้ามาแล้วจะถูกฆ่าให้ตาย!
ดังนั้นแม้เมิ่งฝานจะประหม่าอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ เขาอยากจะดูว่าหญิงชุดแดงนางนี้คิดจะเล่นตลกอะไร
ภาพรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
ตรงหน้าเมิ่งฝานปรากฏเตียงนอนหลังหนึ่ง หญิงชุดแดงนอนอยู่บนเตียง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเผยให้เห็นไหล่เนียน
หญิงชุดแดงที่นอนอยู่บนเตียงกวักมือเรียกเมิ่งฝาน พร้อมกับบิดกายยั่วยวนอย่างมีจริตจะก้าน
หัวใจของเมิ่งฝานเต้นเร็วขึ้น ลำคออดไม่ได้ที่จะขยับ
นี่มัน...
กำลังยั่วยวนข้าหรือ?
พูดกันตามตรง เด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปี เืลมกำลังพลุ่งพล่าน
ใครจะทนไหว?
เมิ่งฝานทนไหว!
ถ้าเป็คนอื่นคงทนไม่ได้แน่ แต่ชาติก่อนของเมิ่งฝานบนโลกมนุษย์นั้นดูหนังมานับไม่ถ้วน
ฉากเล็กน้อยแบบนี้ พูดตามตรงมีคำนิยามเพียงสองคำคือ 'แค่นี้รึ?'
ยิ่งไปกว่านั้น เมิ่งฝานรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ลาภลอยทางกามารมณ์แต่เป็วิกฤตที่หมายเอาชีวิต
เมิ่งฝานสูดลมหายใจลึก มองไปยังหญิงชุดแดงแล้วกล่าวว่า "แม่นาง โปรดเก็บเล่ห์เหลี่ยมของเ้าเถิด แม้เ้าจะงดงามเพียงใด แต่ก็ไม่อาจยั่วยวนข้าได้"
"โอ้? เพราะเหตุใดกัน?"
หญิงชุดแดงลุกขึ้น เดินเท้าเปล่าลงจากเตียงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเมิ่งฝาน
นางใช้ปลายนิ้วเรียวงามเชยคางของเมิ่งฝานขึ้น พร้อมกับทำสีหน้ายั่วยวน
"พ่อหนุ่มคิดว่ารูปโฉมของข้านั้นด้อยเกินไป จนไม่เข้าตาเ้าหรือ?"
เมิ่งฝานส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "ไม่ใช่เช่นนั้น เ้าปีศาจตนนี้งดงามยิ่งนัก แต่เ้าคิดจะสูบพลังหยางของข้า ข้ายอมไม่ได้หรอก!"
หญิงชุดแดงมองเมิ่งฝานด้วยความประหลาดใจ
"นึกไม่ถึงว่าเ้าเด็กที่ไม่มีวรยุทธ์จะมีจิตใจที่มั่นคงเด็ดเดี่ยวเพียงนี้ ในเวลาเช่นนี้ยังสามารถรักษาความเยือกเย็นไว้ได้"
เมิ่งฝานรีบกล่าวว่า "ข้าไม่มีวรยุทธ์จริง ๆ ดังนั้นต่อให้เ้าสูบข้า เ้าก็คงสูบพลังหยางไปได้ไม่เท่าไหร่หรอก"
"ข้าไม่ใช่ปีศาจอะไรทั้งนั้นและข้าก็ไม่ได้จะสูบพลังหยางของเ้า แต่ข้าจะสูบพลังชีวิตของเ้าต่างหาก" หญิงชุดแดงหัวเราะเบา ๆ
นิ้วมือของนางลากผ่านแก้มและลำคอของเมิ่งฝาน พูดตามตรงมันทำให้เมิ่งฝานรู้สึกคันยุบยิบในใจจนยากจะทน
"แต่เ้าสบายใจได้ เพราะหากเ้าไม่ให้ความร่วมมือ ข้าก็สูบพลังชีวิตของเ้าไม่ได้เช่นกัน"
ในมุมมองของเมิ่งฝาน พลังหยางกับพลังชีวิตคือสิ่งเดียวกัน
ตามตำนาน หากบุรุษถูกปีศาจสาวสูบพลังหยางไปมากเกินไป ก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานเช่นกัน
"แม่นาง ในเมื่อเป็เช่นนี้ เ้าก็ปล่อยข้ากลับไปเถิด" เมิ่งฝานกล่าวกับหญิงชุดแดง
หญิงชุดแดงหัวเราะแล้วกล่าวว่า "เ้านี่เก่งกว่าเ้าเด็กคนก่อนมาก เขาอยู่ที่นี่ไม่ถึงสามเดือนก็ตายสนิท ดูท่าเ้าจะอายุยืนกว่าเขาได้อีกไม่กี่วัน!"
หัวใจของเมิ่งฝานกระตุก
เขาเคยได้ยินศิษย์พี่หลัวบอกว่า ศิษย์เฝ้ากระบี่คนก่อนทนได้สามเดือน และเพิ่งจากไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
ตอนนั้นเขานึกว่าหมอนั่นออกจากหอคอยกระบี่เพื่อไปทำงานอื่น
ที่แท้คำว่า 'จากไป' ในปากของศิษย์พี่หลัว หมายถึง 'ตาย'!
ทันใดนั้นเมิ่งฝานก็รู้สึกขนลุกซู่ ััได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของหอคอยกระบี่อย่างลึกซึ้ง
"กลัวแล้วหรือ?" หญิงชุดแดงถามเมิ่งฝานพร้อมรอยยิ้ม
นางยิ้มอย่างมีจริตจะก้าน
เมิ่งฝานกล่าวอย่างกระอักกระอ่วนว่า "แม่นาง ในเมื่อเ้ารู้แล้วว่าข้ามีความมั่นคงสูง ยั่วยวนข้าไม่ได้ ก็อย่าได้... ทำตัวยั่วยวนเช่นนี้เลย"
หญิงชุดแดงนั่งลงบนเตียงด้วยท่าทางเรียบร้อย แล้วกล่าวว่า "อะไรกันพ่อหนุ่มท่านชอบแนวนี้หรือ?"
เมิ่งฝานกระแอมเบา ๆ ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ ทิ้งคำถามนั้นไว้โดยไม่ตอบ
ั้แ่ต้นจนจบ หญิงนางนี้ไม่เคยเลิกหยอกล้อเขาเลย
"แม่นางโปรดสำรวมด้วย!" เมิ่งฝานทำสีหน้าเคร่งขรึม จริงจังเป็ที่สุด
แน่นอนว่า จริง ๆ แล้วเขาแกล้งทำ
เขาต้องแสดงให้เห็นว่าตนเองจะไม่ถูกความงามยั่วยวน เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ปล่อยเขาไป
ขอเพียงเขาแสดงความหื่นกระหายออกมาแม้เพียงนิด อีกฝ่ายต้องหาทางกดเขาลงกับเตียงเพื่อสูบพลังหยางแน่นอน!
ต้องอดทนไว้!
"นึกไม่ถึงว่าในสำนักกระบี่สู่ซาน จะมีเด็กหนุ่มที่เคร่งครัดเช่นเ้าด้วย"
"หึหึ น่าสนใจ"
"จำไว้ ต่อไปห้ามเรียกข้าว่าแม่นาง ให้เรียกข้าว่า หงฉี่"
เมิ่งฝานพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ตกลง แม่นางหงฉี่!"
หงฉี่ค้อนขวับให้เมิ่งฝานทีหนึ่ง จากนั้นจึงสะบัดมือเรียวงาม
แขนเสื้อสีแดงพาดผ่านหน้าของเมิ่งฝานและภาพตรงหน้าเขาก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
โลกภาพลวงตาถูกคลายออก เขากลับมาอยู่ที่ชั้นหนึ่งของหอคอยกระบี่ ยืนอยู่หน้าชั้นไม้
ตรงหน้าของเขา มีกระบี่ธรรมดาเล่มหนึ่งที่แผ่แสงสีแดงจาง ๆ ออกมา
ภายในห้องของศิษย์พี่หลัว ศิษย์พี่หลัวที่หลับตาบำเพ็ญเพียรอยู่ได้ลืมตาขึ้น พร้อมกับมีรอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก
"เ้าเด็กนี่"
"ไม่เลว!"
ส่วนเมิ่งฝานที่ได้รับคำชมจากศิษย์พี่หลัว ในขณะนี้กำลังจ้องมองกระบี่ธรรมดาที่แผ่แสงสีแดงจาง ๆ ตรงหน้า
ชั่วขณะหนึ่งเขาอดใจไม่ไหว จึงวางมือลงบนกระบี่เล่มนั้น!