"ในที่สุดวันชี้ชะตาก็มาถึง! ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่าเฟยหลงที่หายหน้าไปเกือบเดือนจะเอาอะไรมาสู้กับศิษย์พี่เกาเฟิงที่ตอนนี้บรรลุถึงขั้นธาราไหลขั้นกลางแล้ว!"
"ข้าว่าเฟยหลงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่กล้ารับคำท้า! แม้เขาจะทำภารกิจสำเร็จ แต่มันก็เป็นเพียงภารกิจสอดแนม ไม่ใช่การต่อสู้จริงสักหน่อย!"
"อย่าเพิ่งด่วนสรุปไป! พวกเจ้าไม่ได้ยินข่าวลือหรือ? ว่ากันว่าคนที่กลับมาจากป่าหมอกอสูรนั้น...ไม่เหมือนคนเดิมอีกต่อไป"
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์นั้น ร่างของเกาเฟิงในอาภรณ์สีครามเข้มอันหรูหราก็ปรากฏขึ้นบนลานประลอง เขาเดินนำพรรคพวกจากฝ่ายยุทธศาสตร์มาด้วยท่าทีหยิ่งผยองและมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เขากวาดสายตามองฝูงชนด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ราวกับราชาที่กำลังจะลงมาเล่นสนุกกับมดปลวก เขามั่นใจว่าชัยชนะในวันนี้จะเป็นของเขาอย่างแน่นอน การประลองครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เขาได้คะแนนสมทบห้าร้อยคะแนน แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำชื่อเสียงของเฟยหลงให้จมดิน และประกาศศักดาของฝ่ายยุทธศาสตร์ให้ทุกคนได้เห็น
ผู้อาวุโสที่เป็นกรรมการประจำการประลองเดินขึ้นมาบนเวทีและประกาศก้อง "การประลองเดิมพันระหว่างศิษย์สายใน เกาเฟิง และศิษย์สายหลัก เฟยหลง ด้วยคะแนนสมทบห้าร้อยคะแนน จะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้! ขอให้ผู้ท้าประลองทั้งสองขึ้นมาบนเวที!"
เกาเฟิงเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่างาม เขายืนกอดอกมองไปยังทางเข้าอย่างไม่สบอารมณ์ "หึ! ป่านนี้แล้วยังไม่โผล่หัวมาอีก สงสัยจะกลัวจนหัวหดหนีกลับบ้านนอกไปแล้วกระมัง!"
แต่แล้ว...เสียงฮือฮาก็พลันเงียบลง ร่างของชายหนุ่มในชุดศิษย์ธรรมดาที่มอมแมมและขาดวิ่นเล็กน้อยค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากกลุ่มคน เขาไม่มีท่าทีโอ้อวด ไม่มีรัศมีพลังที่เปิดเผย มีเพียงความสงบนิ่งที่น่าประหลาด ราวกับทะเลสาบไร้คลื่นในคืนเดือนมืด...เฟยหลงมาถึงแล้ว
เขาก้าวขึ้นไปบนลานประลองอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายตานับพันคู่ที่จับจ้องมาที่เขา เขายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเกาเฟิงโดยไม่เอ่ยวาจาใดๆ ความแตกต่างระหว่างทั้งสองนั้นชัดเจนราวกับฟ้ากับดิน คนหนึ่งหรูหราหยิ่งผยอง อีกคนเรียบง่ายจนน่าดูแคลน แต่สำหรับผู้ที่มีสัมผัสเฉียบคม พวกเขากลับรู้สึกถึงแรงกดดันอันน่าขนลุกที่แผ่ออกมาจากร่างที่ดูธรรมดาสามัญของเฟยหลง
"ในที่สุดก็กล้าโผล่หัวออกมา!" เกาเฟิงแค่นเสียงหัวเราะ "วันนี้ข้าจะทำให้แกรู้สำนึกเองว่าการเป็นศัตรูกับข้ามันเป็นอย่างไร!"
"เริ่มการประลองได้!" เสียงของผู้อาวุโสกรรมการดังขึ้น
สิ้นเสียงประกาศ เกาเฟิงก็ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขาต้องการจะเผด็จศึกอย่างรวดเร็วและโหดเหี้ยมที่สุด!
"ออกมา! สหายข้า!" เขาสะบัดมือเรียกภูตคู่กาย พลังปราณสีเพลิงปะทุขึ้นข้างกายของเขา ก่อนจะรวมตัวกันเป็นร่างของหมาป่าขนาดใหญ่ที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ มันคือภูตหมาป่าเพลิงที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก!
"คำราม!" หมาป่าเพลิงส่งเสียงคำรามกึกก้อง มันแยกเขี้ยวที่ลุกเป็นไฟใส่เฟยหลง และเตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปฉีกกระชากเหยื่อตามคำสั่งของนายมัน
"ไป!" เกาเฟิงชี้ไปยังเฟยหลง "ขย้ำมัน!"
หมาป่าเพลิงกระทืบเท้าทั้งสี่และพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับลูกศรเพลิง มันรวดเร็วและดุร้ายจนศิษย์สายนอกหลายคนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว!
แต่แล้ว...เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ได้บังเกิดขึ้น
เฟยหลงที่ยืนนิ่งมาตลอดเพียงแค่ปรายตามองไปยังหมาป่าเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามา...เท่านั้นเอง
เขาไม่ได้เคลื่อนไหว ไม่ได้โคจรพลังปราณเพื่อตั้งรับ เขาเพียงแค่ปลดปล่อย "ตัวตน" ที่แท้จริงของเขาออกมาเพียงเศษเสี้ยว...
ครืนนนนนนน!
แรงกดดันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่หนักหน่วงราวกับภูเขาไท่ซานถล่มลงมา แผ่กระจายออกจากร่างของเฟยหลงในทันที! มันคือกลิ่นอายแห่งราชันย์! กลิ่นอายที่หลอมรวมกันระหว่างความเยียบเย็น ลึกล้ำ และโบราณของมังกรเงาบรรพกาลเฮยหลง และความหยิ่งทระนง ร้อนแรง และบ้าคลั่งของราชันย์วิหคเพลิงเฟิ่งหวง!
สำหรับมนุษย์ มันคือแรงกดดันที่ทำให้หายใจติดขัดและหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ แต่สำหรับภูตหมาป่าเพลิง...มันคือฝันร้ายที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด!
โลกในสายตาของมันพลันบิดเบี้ยว! ร่างของมนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าหายไป สิ่งที่มันเห็นคือความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด และในความมืดนั้น...มีดวงตาคู่หนึ่งที่เยือกเย็นราวกับห้วงอเวจีกำลังจ้องมองมาที่มัน...และอีกคู่หนึ่งคือดวงตาสีชาดที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างที่สามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งดวงดาว!
มันคือกลิ่นอายของ "ราชันย์"! ตัวตนที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารแห่งโลกภูติวิญญาณ! สัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดของมันกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง!
ภูตหมาป่าเพลิงที่เคยดุร้ายและหยิ่งผยอง บัดนี้กลับส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด! ร่างที่กำลังพุ่งไปข้างหน้าเบรกกะทันหันจนไถลไปกับพื้น มันหดตัวเล็กลง หางลู่ลงซ่อนระหว่างขา และหมอบลงกับพื้นอย่างน่าสมเพช! ร่างกายของมันสั่นเทาราวกับลูกนกที่เปียกฝน ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเฟยหลงอีกต่อไป!
"!!! "
ภาพที่เกิดขึ้นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในสนามประลอง! พวกเขาไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน! ภูตที่ดุร้ายกลับยอมสยบต่อหน้ามนุษย์โดยที่ยังไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้น!
"เกิดอะไรขึ้น! เจ้าหมาไร้ประโยชน์! ลุกขึ้นสู้สิ!" เกาเฟิงตะโกนอย่างเดือดดาลและสับสน เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับภูตคู่ใจของเขา
เฟยหลงมองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นชา "ตัวตนของเจ้ามันน่าสมเพชเสียจนแม้แต่ภูตของเจ้าเองก็ยังรังเกียจ"
"หนอยแน่ะแก!" คำพูดของเฟยหลงราวกับแทงใจดำของเกาเฟิงอย่างจัง เขาตัดสินใจที่จะลงมือด้วยตัวเอง
แต่เฟยหลงไม่คิดจะเสียเวลาเล่นละครกับเขาอีกต่อไป
"น่ารำคาญ" เขาพึมพำเสียงเบา ก่อนจะชักดาบสีนิลสนิทที่สะพายอยู่บนหลังออกมาเป็นครั้งแรก...ดาบราชันย์เพลิง!
"ในเมื่อมันไร้ประโยชน์...ก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไป"
เฟยหลงยกดาบขึ้นชี้ไปยังภูตหมาป่าเพลิงที่หมอบอยู่บนพื้น เขาหลับตาลง ระลึกถึงความแค้นและความเด็ดขาดที่ได้เรียนรู้มา...
"เพลิงแค้นแรกเผา!"
วูมมมม!
เปลวเพลิงสีดำอมแดงอันน่าขนลุกพลันลุกท่วมขึ้นบนใบดาบ! มันไม่ใช่เปลวไฟที่ร้อนแรง แต่กลับให้ความรู้สึกเยียบเย็นและมุ่งร้าย ราวกับเป็นเพลิงจากขุมนรก!
เฟยหลงตวัดดาบออกไปอย่างเชื่องช้า!
คลื่นเพลิงสีดำแดงพุ่งออกจากปลายดาบ มันไม่ได้ใหญ่โตหรือระเบิดเสียงดัง แต่กลับบีบอัดตัวแน่นจนกลายเป็นเส้นแสงสีทมิฬที่พุ่งเข้าใส่ร่างของภูตหมาป่าเพลิงอย่างรวดเร็ว!
"ไม่!" เกาเฟิงกรีดร้องออกมา เขารู้สึกถึงอันตรายถึงชีวิต!
แต่ก็สายไปแล้ว...
เส้นแสงสีทมิฬพุ่งผ่านร่างของภูตหมาป่าเพลิงไปอย่างเงียบเชียบ...
ไม่มีเสียงระเบิด...ไม่มีเสียงกรีดร้อง...
ร่างของภูตหมาป่าเพลิงแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะค่อยๆ...สลายกลายเป็นเถ้าธุลีสีดำ...แล้วปลิวหายไปกับสายลม...ต่อหน้าต่อตาศิษย์นับพันคน!
"อ๊ากกกกกก!"
เกาเฟิงกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดสุดขีด การที่ภูตคู่สัญญาถูกทำลายจนสลายไปนั้น ทำให้จิตวิญญาณของเขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง เขากระอักเลือดออกมาคำใหญ่และทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น
ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงัน! ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง!
ทำลายภูตขั้นธาราไหลให้สลายไปได้ในดาบเดียว! นี่มันพลังระดับไหนกันแน่!
แต่ฝันร้ายของเกาเฟิงยังไม่จบเพียงเท่านั้น...
ในขณะที่เขากำลังเจ็บปวดและสับสน ร่างของเฟยหลงก็พลันหายไปจากจุดที่เคยยืนอยู่!
วิชาก้าวเงา!
ก่อนที่เกาเฟิงจะทันได้เงยหน้าขึ้นมา ร่างของเฟยหลงก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว! ราวกับภูตผี!
เพี๊ยะ!
เฟยหลงไม่ได้ใช้คมดาบ เขาใช้ด้านเรียบของดาบราชันย์เพลิงฟาดเข้าไปที่ใบหน้าของเกาเฟิงอย่างเต็มแรง!
ร่างของเกาเฟิงลอยคว้างขึ้นไปในอากาศราวกับว่าวสายป่านขาด ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นเวทีอย่างแรง สลบไปในทันที สภาพของเขาน่าอนาถอย่างถึงที่สุด
เฟยหลงยืนสงบนิ่งอยู่กลางเวที เขาสะบัดดาบเบาๆ แล้วเก็บเข้าฝักราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่แม้แต่จะชายตามองร่างที่น่าสมเพชของเกาเฟิง
"การประลอง...สิ้นสุดลงแล้ว! ผู้ชนะ...เฟยหลง!" ผู้อาวุโสกรรมการประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นไม่หาย
เสียงฮือฮาที่ดังราวกับฟ้าถล่มระเบิดขึ้นมาในทันที!
ชัยชนะ...มันคือชัยชนะที่เด็ดขาด! ท่วมท้น! และน่าสะพรึงกลัว!
เฟยหลงไม่ได้เพียงแค่เอาชนะ...แต่เขาได้บดขยี้เกาเฟิงทั้งร่างกายและจิตใจ!
เขาเดินลงจากเวทีอย่างเงียบๆ ท่ามกลางฝูงชนที่แหวกทางให้โดยอัตโนมัติ วันนี้...ชื่อของเฟยหลงได้ถูกจารึกไว้ในใจของศิษย์ทุกคนแล้ว ไม่ใช่ในฐานะจ้าวยุทธภพผู้โชคช่วย...แต่ในฐานะอสูรร้ายในร่างมนุษย์ที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยอีกต่อไป!