เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงประตูห้องถูกเคาะโดยใครคนหนึ่ง ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัว แต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตูให้กับใครคนหนึ่งนั้น ประตูก็ถูกผลักเข้ามาภายในห้อง
“คุณหนูสาม ทำไมนอนไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะเ้าคะ?” คนใช้ส่วนตัวของหญิงสาวรีบเดินเข้ามาพร้อมกับถอดชุดให้หญิงสาวทันที
“นี่ๆ จะทำอะไรน่ะ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ”
“คุณหนูสามเปลี่ยนชุดก่อนเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าน้อยจะเอาชุดมาให้นะเ้าคะ” หญิงสาวได้ทำการสวมเสื้อผ้าชุดใหม่เธอรู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็แอบคิดอยู่ว่าขอให้มันเป็เพียงแค่ความฝันเท่านั้น
เสียงเอะอะโวยวายดังอยู่ภายในบริเวณบ้าน และเริ่มดังขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงห้องที่เธออยู่
“มานี่เลยองค์ชาย เ้าทำแบบนี้กับเ้าสาวของเ้าไม่ได้นะ”เสียงย่าดุหลานชายของตัวเอง
“โถท่านย่า ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ก็นางผลักข้าออกมาจากห้องเองนะ นางไม่เปิดประตูให้ข้า แล้วจะให้ข้านอนหน้าห้องหรือไงกัน” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับมองหน้าของหญิงสาว หญิงสาวคิดในใจ ขนาดชื่อก็ยังชื่อเฟยหลง ทั้งเสียงหน้าตากริยาคำพูดคำจาแล้วนิสัย อะไรจะคล้ายกันขนาดนี้ ถ้าฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยฉันคงอึดอัดแน่ คนยิ่งจะพยายามลืมอยู่ เธอได้แต่คิดในใจ
“ตกลงเ้าจำข้าได้หรือยัง" เขาถามแบบกวนประสาทของหญิงสาว แต่ด้วยหญิงสาวก่อนที่จะมาอยู่ในร่างของซิ่วอิงนั้น หญิงสาวเป็นักแสดงมาก่อน
“ท่านย่า องค์ชายใส่ร้ายข้า ท่านย่าอย่าไปเชื่อองค์ชายนะเ้าคะ องค์ชายออกไปจากห้องเอง ข้าไม่เห็นได้ทำอะไรเลย” เธอพูดพร้อมกับมองหน้าชายหนุ่มหวังจะให้ชายหนุ่มโดนตำหนิ แล้วก็จริงอย่างที่หญิงสาวได้คำนวณไว้
“เฟยหลงทำไมเ้าทำอย่างนี้? นางแต่งเข้ามาในตระกูลเราเป็ภรรยาของเ้า ทำไมคืนวันแต่งงานถึงปล่อยให้นางนอนหออยู่คนเดียว" หญิงชราตำหนิหลานชายของตนเอง
“คือว่า…ท่านย่าฟังข้าก่อน” ชายหนุ่มพยายามอธิบายให้ย่าของเขาฟัง
“เฮ้อ…..มีหลานชายก็เหมือนไม่มี ข้าคงไม่มีความหมายแล้วสินะ อุตส่าห์หาคู่ครองชีวิตให้ แต่เขากลับไม่ใยดีต่อคนที่ข้าหามาให้ สงสัยว่าคำพูดของข้าคงจะไม่มีความหมาย” หญิงชราพูดพร้อมกับแสดงความเสียใจที่ผิดหวังกับหลานชายคนนี้ สายตาของนางชำเลืองมองหลานชายว่ามีปฏิกิริยายังไง
“โห แสดงเก่งกว่าข้าอีกท่านย่า บีบน้ำตาได้ใจข้าจริงๆ สงสัยข้าจะต้องเอาเป็ตัวอย่างซะแล้ว” หญิงสาวมองดูการแสดงละครของท่านย่า เธอถึงกับยอมรับไปว่าท่านย่านั้นแสดงได้แเีเหลือเกิน
“ท่านย่าอภัยให้ข้าเถอะ ต่อไปข้าจะเชื่อฟังท่าน ข้าจะดูแลชายาของข้าให้ดี ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะเชื่อฟังท่านย่าทุกอย่าง หากท่านย่า้า” ชายหนุ่มรีบรับคำหญิงชรา สายตาของชายหนุ่มนั้นหันมามองที่ซิ่วอิง องค์ชายมีแผนที่จะแกล้งนาง
“เ้าก็เหมือนกันซิ่วอิง แต่งงานเป็ชายาขององค์ชาย เ้าก็ต้องเป็แม่บ้านแม่เรือน ย่ารู้ว่าเ้าอ่อนแอ ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แต่ก็ไม่ต้องห่วงนะ ย่าจะหายาบำรุงมาให้เ้ากินทุกวันเลย เ้าจะได้มีหลานให้ย่าอุ้มเร็วๆ" จบคำพูดของหญิงชรา ซิ่วอิง ก็มีอาการชะงักกับประโยคสุดท้ายที่ว่าอยากได้หลานอุ้มเร็วๆ เธอจะมีหลานให้นางได้อย่างไร ในเมื่อนางไม่ได้มีความรักต่อองค์ชายเลยแม้แต่น้อย เป็ไปไม่ได้ อีกอย่างนั้นหน้าตาขององค์ชายก็เหมือนกับ หวังเฟยหลงชายหนุ่มผู้กำกับฝีปากดีที่เธอได้ทะเลาะก่อนที่เธอจะตาย ทั้งหน้าตา นิสัย ชื่อ แม้แต่น้ำเสียงเองก็เหมือนเขาทุกอย่าง ตอนแรกหญิงสาวคิดว่าเฟยหลงนั้นกลั่นแกล้งเธอ แต่เมื่อคืนที่เธอลองทดสอบโดยการถีบเขาออกจากตัวเธอนั้นปฏิกิริยาของชายหนุ่มก็มีท่าทีใจริงๆ
“ซิ่วอิง เ้าได้ยินที่ย่าพูดไหม?” หญิงชราถามเธออีกครั้ง นางจับมือของซิ่วอิง และเฟยหลงเอามาประสานกัน
“พวกเ้าเป็สามีภรรยากันจงปรองดองกันไว้ อย่าทำให้ย่าเสียใจนะ ย่าไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่งเมื่อไหร่ อายุก็มากแล้ว แต่ถ้าหากวันหนึ่งข้าจะจากโลกนี้ไป ข้าก็อยากมีทายาทจะเป็หญิงหรือชายก็ได้ ข้าหวังว่าพวกเ้าทั้งสองจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข" หญิงชรามองหน้าของชายหญิงคู่นั้นดวงตาของนางดูมีความหวัง การจับคู่ของนางทำให้ใครหลายคนไม่พอใจ ที่จู่ๆองค์ชายคนโตของตระกูลหยาง กลับต้องมาแต่งงานกับลูกสาวคนเล็กของแม่ทัพลู่ ทั้งๆที่เขาสองคนไม่เคยเห็นหน้าตากันมาก่อน มีอะไรบางอย่างดลใจให้หญิงชราผู้นี้จับพวกเขาทั้งสองมาแต่งงานกันนะ
“เอาล่ะพวกเ้ากลับเข้าไปในห้องเถอะคุยกันดีๆ แล้วก็อย่าแยกห้องกันอีกนะ ข้าไม่กวนพวกเ้าทั้งสองแล้ว ข้าจะไปหาพ่อของเ้าก่อน" หญิงชราพูดจบเธอหันหลังเดินออกชายหญิงคู่นั้นทันที สองเท้าที่กำลังก้าวออกไปแล้ว ก็หันกลับมาหาคนทั้งสอง ทำเอาคนทั้งสองสะดุ้งใ
“มีอะไรหรอท่านย่า” ชายหนุ่มถามย่าของเขาด้วยความสงสัย
“อีกสักพักนึงพวกเ้าทั้งสอง ไปเจอข้าที่ศาลาริมน้ำ พ่อและแม่ของพวกเ้าทั้งสองมีเื่จะคุยกับพวกเ้า” นางพูดจบนางก็หันหลังเดินออกมาพร้อมกับมีรอยยิ้มอันมาจากความสุข ซิ่วอิงและเฟยหลง ทั้งสองหันหน้ามองกันอย่างงงๆ ทั้งสองคงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านย่าสบายใจ พวกเขาจึงเข้าไปปรึกษากันในห้องเพราะไม่อยากให้ใครรู้แผนการของพวกเขาทั้งคู่ในครั้งนี้
“นี่เ้า ข้าว่าเ้ากับข้ามาสงบศึกกันก่อน” เฟยหลงพูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ภายในห้อง
“สงบศึกอะไรข้าไม่ได้เป็ศัตรูกับท่าน” หญิงสาวยังรู้สึกงงๆกับชีวิตในปัจจุบัน เธอยังไม่รู้จักเลยว่าใครเป็ใคร แล้วไหนจะบอกว่าพ่อแม่ของนางจะมาอีก พ่อแม่ของนางหน้าตาเป็ยังไง แม่ทัพลู่ งั้นหรอนางยังไม่รู้จักเลย น่าจะมีวิธีอะไร เพื่อที่จะทำให้นางได้รู้เื่ราวของผู้หญิงที่นางอยู่ในร่างในตอนนี้ หญิงสาวเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งตรงหน้ากระจกเธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองอยู่
“ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่ นี่มันโลกของสมัยไหนกัน ฉันจะทำยังไง ฉันไม่รู้จักใครเลย มีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้ฉันรู้จักคนพวกนี้ โดยที่ฉันไม่แสดงพิรุธให้พวกเขาเห็น” หญิงสาวเธอคิดหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองสามารถรู้ได้ว่าคนที่อยู่รอบตัวนั้นมีใครบ้าง เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าที่แท้จริงนั้น เธอไม่ใช่ซิ่วอิงอย่างที่ทุกคนเข้าใจ
“นี่ ลู่ซิ่วอิง เ้าได้ยินที่ข้าพูดไหม?” ชายหนุ่มถามคำถามกับหญิงสาวพร้อมกับหันไปมองทางนาง ในขณะนั้นชายหนุ่มเห็นหญิงสาวลุกขึ้นออกจากโต๊ะเครื่องแป้งจู่ๆ หญิงสาวก็ล้มลงหัวฟาดพื้นหมดสติไปต่อหน้าต่อตาของเขา ชายหนุ่มใกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวนั้นเป็อะไร และเกิดอะไรขึ้นกับนาง ชายหนุ่มดึงสติกลับมา รีบวิ่งเข้าหานางและพยุงนางขึ้นอย่างช้าๆ เขาเขย่าหญิงสาวพร้อมกับเรียกชื่อของนาง
“ลู่ซิ่วอิง ลู่ซิ่วอิง เ้าเป็อะไร?" ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาข้างในหน่อย ไปตามท่านหมอมาที เสียงของชายหนุ่มะโร้องเรียกบ่าวใช้ที่อยู่ข้างนอก