เป็การยากที่จะเชื่อว่า ทนายความธรรมดา ๆ อย่างผม จะมีโอกาสได้เหยียบย่างเข้ามาในบริษัทั์ใหญ่อย่าง เซียคอเปอเรชั่น 1 ใน 5 บริษัทที่กุมอำนาจเศรษฐกิจโลก แถมผมยังมาในฐานะผู้ช่วยเหลือหรือย่างน้อยก็แบบนั้น และผมก็ไม่ได้คิดว่ากฎหมายที่อัดแน่นในหัวผมตอนนี้จะช่วยอะไรพวกเขาได้ ในเมื่อบริษัทเซียมีฝ่ายกฎหมายที่มีความรู้ความสามารถมากกว่าผมที่เป็ทนายความธรรมดาๆ ตั้งเยอะ
สายตาของผมเหม่อมองออกไปดูความวุ่นวายของรันเวย์อากาศนอกยานพาหนะZeroFP009 ซึ่งเป็พาหนะขับเคลื่อนรุ่นล่าสุดของยุคนี้ ลักษณะยานไม่ต่างจากหัวจรวดติดปีกค้างคาว ดีไซน์โฉบเฉี่ยวด้วยสีดำตัดกับโทนแดงทำให้ดูเท่ห์และสมาร์ทในเวลาเดียวกัน ในยุคที่น้ำมันเหลือน้อยแบบนี้ยานพาหนะบินได้ที่อาศัยแรงขับเคลื่อนด้วยประจุแม่เหล็กไฟฟ้า ดูเหมือนจะเป็ที่นิยมมากว่ารถยนต์ที่ขับคลานกันอยู่บนถนนเบื้องล่าง
ถึงปัจจุบันมันจะยังหลงเหลือคนใช้รถอยู่บ้าง แต่ก็น้อยเต็มที...
“ถึงแล้วครับ”
เวคินบอกซึ่งเป็ขณะเดียวกับยานพาหนะรุ่นล่าสุด ร่อนออกจากรันเวย์อากาศแล้วถลาไปตามทางพื้นลอดเสาประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่เป็เหมือนทางเข้าบริษัท ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าตึกที่สูงเสียดฟ้า ผมประมาณเอาว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 80 ชั้น เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป
“ตามมานะครับ” เวคินบอกอีก
ผมเดินตามพวกเขาเข้าไปในตัวตึก ภายในนั้นดูสว่างไสวและสะอาดตาไปหมด ผมสังเกตเห็นว่าพนักงานของที่นี่แทบจะแต่งตัวคล้าย ๆ กัน คือใส่สูทสีดำผูกเน็กไทด์สีน้ำตาลเข้ม และห้อยบัตรประจำตัว จะมีแตกต่างกันบ้างก็ตรงที่สีของบัตรก็เท่านั้น ซึ่งผมเดาว่าคงเป็สิ่งที่แยกสายงานของแต่ละคน
“เราจะขึ้นไปชั้น53 เหรอ” ผมถามเมื่อเราทั้งสามหยุดยืนอยู่หน้าลิฟต์แก้วกลางตึก ซึ่งเป็ลิฟต์ขนส่งหลักของบริษัทที่นี่ ผม เอดิสันและเวคินเดินเข้าไปในลิฟต์พร้อม ๆ กัน แล้วก็เป็เวคินเองที่กดปิดประตูลิฟต์
“เปล่า...เราจะไปชั้นใต้ดินครับ” สิ้นคำพูดของเอดิสันลิฟต์แก้วก็หล่นวูบลงสู่เบื้องล่าง
ผมรู้สึกเหมือนเครื่องในของตัวเองจะออกมากองข้างนอกก็ไม่ปาน สายตาของผมตอนนี้จับจ้องอยู่แต่ตัวเลขลิฟต์ ที่มันค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อผ่านแต่ละชั้นลงไป ภาวนาอยู่ในใจว่าอย่าให้มันมีปัญหาอะไรเลย
ติ้ง!
ลิฟต์หยุดอยู่ชั้น N53 แล้วประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินหินอ่อนเรียบๆ พวกเขาเดินนำหน้าผมไปตามทางเดินโล่ง ๆ ที่ทอดยาวไปข้างหน้า ผมเดินตามพวกเขาจนไปหยุดอยู่หน้าประตูเรียบบานหนึ่งทางซ้ายมือ พลันประตูบานที่ว่าก็เลื่อนขึ้นเปิดอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นห้องขนาดใหญ่ ซึ่งมีแท่งผลึกทรงลูกบาศก์สีเขียวมรกตอยู่กลางห้องเป็จุดเด่น
สิ่งนั้นดึงความสนใจของผมไปทั้งหมด ขนาดความวุ่นวายภายในห้องที่เกิดจากการวิ่งพล่านทำงานของพนักงาน ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ต่างอะไรกับการวิ่งสวนสนาม ก็ยังถูกเ้าสิ่งนั้นดึงดูดสายตาของผมไป จนผมละสายตาไม่ได้
“ดร.เนวันครับ เขามาแล้วครับ”
ผมได้ยินเสียงเอดิสันพูดอยู่ใกล้ๆ ซึ่งนั่นดึงสติที่เตลิดไปเพราะเ้าลูกบาศก์นั่นกลับมาอีกครั้ง เอดิสันคว้ามือผมแล้วพาฝ่าพนักงานที่วิ่งวุ่นเ่าั้ไปอย่างชำนาญ คงเป็เพราะเขาทำงานอยู่ที่แห่งนี้เป็ประจำ ทำให้สามารถหลบหลีกการจราจรของพนักงานคนอื่น ๆ ได้
เอดิสันหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ชายคนนั้นใส่เสื้อกาวน์สีครีมอ่อน ๆ เหมือนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอะไรสักอย่าง ผมสีดำที่แซมขาวของเขานั้น บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าผ่านประสบการณ์ชีวิตมานานแค่ไหน เขาดันแว่นตารูปสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ตกลงบนจมูกขึ้นก่อนจะเงยหน้ามองเอดิสัน
“ไปทำงานต่อเถอะเดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง” ผมได้ยินชายวัยกลางคนใส่เสื้อกาวน์ของคุณหมอกล่าวแบบนั้น
“ครับ” เอดิสันและเวคินรับคำพร้อมกันแล้วเดินแยกไปอีกทาง ปล่อยให้ผมกับคนที่เอดิสันเรียกว่าดร.เนวัน ยืนจ้องหน้ากันอยู่ครู่ใหญ่ ๆ
“โตขึ้นเยอะเลยนะ เป็ทนายความล่ะสิ” อีกฝ่ายเริ่มทักทายก่อน
ผมกำลังพิจารณาคำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็ด็อกเตอร์อยู่ จึงไม่ได้ตอบออกไปในทันที แต่กระนั้นสายตาของผมก็อดที่จะเหลือบมองเ้าลูกบาศก์ที่อยู่เลยด้านหลังของชายที่ถูกเรียกว่าดร.เนวันไปไม่ได้ และการกระทำนั้นชายตรงหน้าคงจะเข้าใจเป็อย่างดี
“มันคือศูนย์กลางของเกมส์ สมองกลคอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่มีระบบประมวลผลได้เองในตัว หรือก็คือหัวใจหลักของเกมส์เซียออนไลน์ หากไม่มีเ้านี่เกมส์นี้คงเป็ไปอย่างสมจริงไม่ได้แน่ๆ ”
ดร.เนวันอธิบายกับผม ซึ่งนั้นทำให้สายตาของผมกลับมามองเขาอีกครั้ง
“คงจะงง ๆ อยู่สินะ ว่าทำไมฉัน้าพบเธอ เอาเป็ว่าจะพยายามรวบรัดเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ก็แล้วกันคุณพสิฐ” ดร.เนวันกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็กันเองก่อนจะยิ้มละไมให้
“ก็ดีครับ” ผมบอกแล้วพยักหน้ารับสองสามครั้ง
“อ่า...ฉันนี้แย่จริงๆ ลืมแนะนำตัวเองซะได้ ฉันชื่อดร.เนวัน เวนเดอร์ ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมยื่นมือไปจับมือกับดร.เนวัน
“เช่นกันครับ...ผม พสิฐ ไมค์เทสัน”
“เข้าเื่ละกันเธอรู้จักเอไอไหม” ผมนิ่งก่อนจะยกมือเกาคางตัวเองนิด ๆ มันเป็นิสัยที่ติดตัวของผมั้แ่เด็ก ๆ เวลาคิดหาคำตอบ และถึงจะโตแล้วนิสัยนี้ก็ยังไม่หายไปไหน
“คุณหมายถึง สมองประดิษฐ์ ใช่ไหมครับ”
“ถูกต้อง...มันคือสมองประดิษฐ์ที่สามารถประมวลผลเองตามชุดคำสั่งที่เราป้อนเข้าไป และเราก็ใช้ให้มันเป็ NPC หรือมอนสเตอร์บางตัวที่พูดได้ในเกมส์เซียออนไลน์...แล้วถ้ามันคิดเองได้โดยที่ไม่ต้องป้อนคำสั่งล่ะ”
“เป็ไปได้เหรอครับ” ดร.เนวันฉีกยิ้ม
“เป็ไปแล้วเมื่อสองเดือนที่แล้ว ก่อนดร.เมลวันผู้ก่อตั้งระบบดรีมเน็ตเวิร์คจะตาย เขาได้ทำให้เอไอคิดได้เองจริง ๆ จนมันดูเหมือนกับว่าเป็คนจริง ๆ พวกมันมีอารมณ์มีความรู้สึก โกรธได้ รักได้และโกหกเป็ มันเป็ความล้ำหน้าแห่งยุคที่เอไอไม่ต้องเป็เหมือนหุ่นยนต์อีกต่อไป พวกมันสามารถคิดภารกิจได้เอง และตัดสินใจให้รางวัลแก่ผู้เล่นเองซึ่งมันสะดวกสบายแก่พวก GM เป็อย่างมาก ที่ไม่ต้องคอยกำหนดลักษณะของภารกิจ...”
ดร.เนวันเว้น่พูดและเปลี่ยนน้ำเสียงเป็จริงจังขึ้นมา
“แต่เมื่อ10 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ หรือ 2-3 วันในเกมส์พวกมันหักหลังเรา” ผู้เป็ด็อกเตอร์หยุดพูดเมื่อถึงตอนนี้ จนผมต้องถามย้ำอย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน
“หักหลัง”
“ใช่...พวกมันไม่ฟังคำสั่งของเราที่ขอให้ทำ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรแต่ที่แน่ ๆ พวกมันไล่ฆ่าผู้เล่นเกมส์เป็ว่าเล่น จนผู้เล่นบางคนไม่กล้าออนไลน์ในเกมส์ แน่นอนว่าเราไม่ได้บอกความจริงกับพวกเขา แค่บอกว่าเป็กิจกรรมพิเศษ”
“ทำไมล่ะครับ เื่ใหญ่ขนาดนี้น่าจะแจ้งให้คนอื่นทราบนะครับ” ผมซักต่อ
“ขืนบอกความจริงไป บริษัทคงขาดทุนยับแน่”
ถึงตอนนี้ผมพอรู้เื่ราวคร่าวๆ แล้ว และก็เข้าใจดีถึงปัญหาในระบบดรีมเน็ตเวิร์คที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่ส่งผลกับคนที่เล่นเกมส์แต่รวมไปถึงผลประโยชน์ที่จะเสียไปของบริษัทด้วย แต่ว่า...
“ถ้าอย่างนั้นข่าวลือที่ว่ากัน ก็เป็ความจริงสินะ” ดร.เนวันยิ้มให้แทนคำตอบ
“แล้วปัญหาที่ทำให้ผมยืนอยู่ตรงนี้คืออะไรล่ะครับ”
“ก่อนจะถึงตรงนั้น...ฉันจะให้เธอดูอะไรบางอย่าง”
ดร.เนวันก็โบกมือตรงหน้า พลันปรากฏหน้าจอโปร่งแสงขนาดยี่สิบนิ้วที่มีรูปของใครบางคนอยู่ มันเป็รูปชายหนุ่มผมสีทองซอยสั้นระต้นคอ ดวงตาของเขาเป็สีฟ้าประกายสดใสใบหน้าเรียวได้รูป ในหน้าจอโฮโลแกรมเขากำลังยืนยิ้มร่าอย่างมีความสุข ดู ๆ ไปเหมือนจะเป็แค่ภาพธรรมดา ๆ ไม่มีความหมายอะไร
“นี่คือ เอไอ อเล็กซ์เป็มอนสเตอร์เผ่าพันธุ์เทวดา” ดร.เนวันบอก
“เป็เอไอคิดได้เองรุ่นแรก ๆ ที่ดร.เมลวันเป็คนสร้าง มันเกิดรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองว่า มันไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง ๆ แต่เป็อะไรก็ตามที่ผู้เล่นสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความบันเทิง มันรับไม่ได้ที่ถูกความจริงทับถมจิตใจแบบนั้น เพราะเอไอเหล่านี้เชื่อเสมอมาว่าโลกของเซียมีอยู่จริง เนื่องจากเราเป็คนป้อนข้อมูลแบบนั้นให้มัน แต่พอมีเอไอที่คิดได้เองแบบนี้ เธอก็เดาได้ใช้ไหม”
ดร.เนวันหยุดพูดอีกครั้งก่อนจะกล่าวต่อไปอีก
“เอไออเล็กซ์ เริ่มชักชวน มอนสเตอร์ที่คิดได้เองเหมือนตัวเองให้รู้ความจริงในข้อนี้ และเริ่มไล่เข่นฆ่าผู้เล่นไปทั่วเซียออนไลน์อย่างที่บอกตอนแรก เราพยายามพูดคุยกับมันแล้วแต่มันไม่ฟัง แถมยังประกาศจะล้างบางผู้เล่นให้หมดจากโลกเซียด้วย ล่าสุดมันจับตัว GM ที่เป็พนักงานฝ่ายพัฒนาและผลิตไอเทมไป อเล็กซ์ดูดเอาข้อมูลการสร้างไอเทมไปทั้งหมด แล้วสร้างไอเทมที่อยู่เหนือกฎของบริษัทขึ้นมา มันเป็ไอเทมที่ทำให้ผู้เล่นออฟไลน์ไม่ได้ อเล็กซ์เรียกมันว่า ‘ศิลาแดง’และใครก็ตามที่อาบแสงของศิลาแดงเข้าไป จะไม่สามารถใช้คำสั่งออฟไลน์ได้ พอนึกออกใช้ไหมว่าถ้าหากออฟไลน์ไม่ได้หมายความว่าไง”
“คุณก็จะติดอยู่ในโลกคลื่นสมอง โดยที่ร่างกายที่แท้จริงค่อย ๆ เน่าตายในแคปซูลแชร์ความคิด”
“ถูกต้อง”
“เยี่ยม...นี่แหละวิกฤตของจริง แล้วถ้ามันเป็ปัญหามากทำไมไม่ลบมันทิ้งเสียละ ไม่งั้นก็สร้างไอเทมที่ทำให้คนออฟไลน์ได้ขึ้นมาก็ได้นี่...พวกคุณทำได้อยู่แล้ว”
“ถ้าเราทำได้อย่างที่คุณพูดก็คงไม่ขอร้องให้คุณมาที่นี่หรอก”
“หมายความว่ายังไง”
“การที่จะลบมอนสเตอร์NPC หรือแม้แต่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมไอเทมนั้น จำเป็ต้องเข้าไปทำที่เมนเฟรมหลัก ซึ่งต้องมีรหัสในการเข้าไป และรหัสก็อยู่ที่ดร.เมลวัน ซึ่งเขาได้ตายไปแล้ว”
“เดาว่าเขาคงไม่ทิ้งรหัสไว้ให้”
“ประมาณนั้น” ดร.เนวันแบะมือให้และกล่าวต่อไป “เขาบอกแค่ว่าอยู่กับเอไอคนหนึ่ง ซึ่งเราก็กำลังตามหาเอไอตัวนั้นอยู่...ส่วนไอเทมที่ทำให้คนออฟไลน์ได้นั้นเรากำลังพยายามทำ ใกล้จะเสร็จแล้ว”
การสนทนาเหมือนจะหยุดไปชั่วครู่ ทั้งผมและดร.เนวันต่างเงียบกันไปพักใหญ่ ท่ามกลางความวุ่นวายของพนักงานในห้องที่ยังคงทำงานของตัวเองอย่างแข็งขัน
“แต่ผมยังมองไม่เห็นว่าจะต้องช่วยพวกคุณยังไง” ในที่สุดผมก็พูดออกมา
“มันไม่ใช่ภารกิจยากอะไร...เราแค่้าให้คุณช่วยสู้กับกองทัพเอไอคิดได้เอง จนกว่าจะหมดเวลากิจกรรมพิเศษที่เราได้แจ้งไว้ ซึ่งก็คือ 6 ชั่วโมง หรือ 3 เดือนในเกมส์ ซึ่งระหว่างนั้นหากทางเราพบรหัสเข้าเมนเฟรมก่อน ก็ถือว่าภารกิจเสร็จสิ้น...”
“เดี๋ยวนะครับ...” ผมพูดขัดขึ้นมา จนดร.เนวันต้องนิ่งไปชั่วครู่ “6 ชั่วโมงเท่ากับ 3 เดือนในเกมส์มันไม่เยอะไปเหรอครับถ้าผมจำไม่ผิดเมื่อก่อนเวลามันไม่ห่างกันขนาดนี้นี่”
“อ่อ...พอดีทางเราปรับเวลาฉุกเฉินเพื่อจะยืดเวลาน่ะโดยรวมแล้วก็คือ้าจัดการเื่นี้ให้เร็วที่สุด”
“แบบนี้นี่เอง” ผมพยักหน้าเข้าใจ
“อ้อ!อีกอย่างนะ...” ดร.เนวันโพล่งขึ้นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“ถ้าเป็ไปได้ก็ช่วยฆ่าเ้าอเล็กซ์นี่ให้ที ทางเราไม่้าให้มันไล่ฆ่าผู้เล่นคนอื่นๆ ที่อ่อนแอจนมากไปน่ะ มันจะกลายเป็ข้อสงสัยเอา”
“ฆ่าไอ้ตัวนี้น่ะเหรอ” ผมชี้มือไปที่หน้าจอโปร่งแสงที่มีรูปเอไอที่ว่าอยู่
“ใช่...เอไอคิดได้เองพวกนี้ถูกตั้งมาให้ไม่สามารถเกิดใหม่ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกฆ่าแล้วฆ่าเลย”
“แล้วคุณมั่นใจได้ไงว่าผมจะสามารถสู้กับเอไอคิดได้เองพวกนี้ได้ ทั้งที่...” ผมเว้นวรรคหายใจ “มีคนเก่งกว่าผมตั้งเยอะ..อย่างอันดับหนึ่งในเกมส์ของปัจจุบันหรือไม่ก็...ดราก้อนฟิช...ใช่เขาไง เขาเก่งกว่าผมอีก”
“เมื่อ 20 นาทีก่อนเขาเพิ่งถูกมอนสเตอร์ฝ่ายของอเล็กซ์จับตัวไปแล้ว...รวมถึงอันดับหนึ่งในเกมส์ของปัจจุบันด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังอาบแสงจากศิลาแดงอีกซึ่งไม่สามารถออฟไลน์ได้ ตอนนี้เรากำลังหาทางช่วยพวกเขาอยู่”
“เยี่ยม...งั้นผมคงช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้หรอก เพราะขนาดพวกเขายังสู้ไม่ได้ แล้วคนที่เคยเป็อันดับ 2 อย่างผมจะทำอะไรได้ อีกอย่างนะผมก็ไม่ได้เล่นเกมส์นี้นานแล้ว ไม่รู้ว่าฝีมือจะเหมือนเมื่อ 12 ปีก่อนหรือเปล่า”
“เรารู้ข้อนั้นดี...แต่ทางเราก็ยังอยากให้คุณช่วย เรียกว่าขอร้องเลยก็ได้”
เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ผมกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ในเื่ที่ว่าคนระดับด็อกเตอร์กำลังของร้องผม ใจหนึ่งก็อยากตอบตกลง แต่อีกใจหนึ่งก็กลับลังเลเพราะไม่แน่ใจ
“ทางเราจะรับประกันความปลอดภัยให้คุณด้วยและเราก็ไม่ได้ขอร้องเฉยๆ เราจะให้ค่าตอบแทนคุณ 5เท่าของรายรับคุณ ไม่ว่าภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม” ผมเงยหน้ามองดู ดร.เนวันทันที เมื่อเขาพูดถึงค่าตอบแทน
“5 เท่าเลยเหรอ”
ดร.เนวันพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วผมก็ก้มหน้าใช้ความคิดอีกครั้ง ใช่ว่าผมจะหน้าเงินหรอกนะ แต่ปัจจุบันนี้อะไร ๆ มันก็แพง และเงินมันก็ไม่เข้าใครออกใครเสียด้วย ส่วนภารกิจนั้นมันก็แค่สู้กับมอนสเตอร์เ้าปัญหาเท่านั้น ซึ่งถ้าดูระดับตัวละครในเกมส์ของผมตอนนี้ก็พอใช้ได้อยู่ ผมอาจจะต้องศึกษาระบบใหม่ ๆ ในเกมส์ปัจจุบันบ้าง ซึ่งก็คงจะไม่มากมายอะไร
อีกอย่าง...กลับไปรื้อฟื้นความหลังเก่าๆ ก็คงดีไม่น้อย...
“ว่าไง...คุณจะตกลงไหมผมมีเวลาไม่มากแล้ว”
“ก็ได้...ผมตกลง” ในที่สุดผมก็ตัดสินใจ
“วิเศษ” ดร.เนวันอุทานแล้วฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อได้ยินคำขอถัดมาของผม
“เอ่อ...ผมมีเื่ขอให้คุณช่วยอีกอย่าง”
“ว่ามาสิ ถ้าช่วยได้นะ”
“ดอกเตอร์ทำได้อยู่แล้วล่ะ มันเป็เื่ง่าย ๆ น่ะแค่ให้ทางพวกคุณช่วยติดต่ออันดับ3 4 และ 5 สมัยที่ผมเล่นเกมส์ให้หน่อยสิครับ ผมไม่แน่ใจว่าตัวผมคนเดียวจะสามารถทำงานนี้ได้ อีกอย่างผมคิดว่ามันอาจจะต้องใช้คนมากกว่านี้”
“ฮะ ฮะ ฮะ...” ดร.เนวันหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ
“ถ้าเป็เื่นั้นละก็ ผมจัดการเรียบร้อยแล้วละ...ตามผมมาสิ” กล่าวจบดร.เนวันก็เดินนำผมไปที่ประตูบานหนึ่ง ซึ่งมันอยู่ตรงข้ามกับประตูทางเข้าที่ผมเข้ามา
บานประตูที่ว่าเป็กระจกสีดำสนิท ผมเห็นดร.เนวันทำอะไรบางอย่างกับบานประตูนั้นเป็เชิงว่ากดรหัส แล้วเดินทะลุผ่านเข้าไป ผมมองตามอย่างตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินทะลุตามเข้าไปบ้าง...
ภายในห้องทรงกระบอกไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากเครื่องแชร์ความคิดที่เรียงกันเป็ตับอยู่รอบห้อง และโซฟา 2-3 ตัวที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง ซึ่งมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว 3 คน
ผมเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ ดร.เนวัน
“นี่คือคุณพสิฐ ไมค์เทสัน หรือ จอมดาบสยบศาสตรา” ดร.เนวันเริ่มแนะนำผมกับทั้ง 3คนที่นั่งอยู่บนโซฟา
พวกเขาทั้งหมดหันมามองผมเป็ตาเดียว ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ผมสังเกตเห็นว่ามีผู้หญิง 1 คนและชาย 2 คน
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะดิฉันวรรณภา ดัสแตรงเป็เลขาบริษัทเครื่องเรือนค่ะ” เธอแนะนำตัวเป็คนแรกแล้วยื่นมือมาจับมือผม
“ครับยินดีที่ได้รู้จัก ผมเป็ทนายครับ”
“หวังว่าคุณคงจำฉันได้นะคะ ฉันใช้ชื่อในเกมส์ว่า ไมร่า และเมื่อก่อนก็ถูกจัดเป็ผู้เล่นเกมส์ที่แข็งแกร่งเป็อันดับที่5” ผมขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะคลายออกเมื่อนึกขึ้นได้
“อ่อครับ...จำได้แล้วคุณนั่นเองที่เป็หัวหน้ากิลด์นักแสวงบุญ ฉายานักบวชลึกลับ” ผมเริ่มรื้อฟื้นความทรงจำของตัวเองทีละนิด
“ค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ”
“เช่นกันค่ะ” แล้วผมก็ปล่อยมือที่จับของเธออยู่ พร้อมกับหันไปทางชายที่อยู่ถัดจากเธอ เขาดูมีภูมิฐานนิด ๆ ใบหน้าที่สะอาดสะอ้านของเขา ก็รับกับผมที่ตัดซอยสั้นในแบบของนักธุรกิจได้เป็อย่างดี ดูแล้วเหมือนลูกคุณหนูก็ไม่ปาน
“ผมเอกอน เมสัน เป็ผู้บริหารบริษัทยูเวลเซนตี้ จำกัดเป็บริษัทอาหารสดน่ะครับ...ผมใช้ชื่อจริงในเกมส์ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณพสิฐ”
“เช่นกันครับ อาหารสดยี่ห้อของคุณอร่อยมากที่บ้านผมกินอยู่ประจำเลย” ผมออกตัวชม
“ขอบคุณมากครับ”
“คุณคงจะเป็...” ผมพยายามนึกรู้สึกคุ้น ๆ หน้า แต่ก็นึกไม่ออก
“ผู้เล่นที่แข็งแกร่งเป็อันดับ3 จอมเวทย์ดวงดาว”
“ใช่...ผมว่าแล้วเชียวว่าทำไมคุ้นๆ เมื่อก่อนถ้าไม่ได้มหาเวทย์ดูดดาวของคุณ ช่วยในภารกิจกำจัดกิเลนร้ายล่ะก็ผมคงตายครั้งแรกในเกมส์แน่ๆ ”
“ชมผมเกินไปแล้ว คุณเองก็ใช่ย่อยไม่เก่งจริงคงไม่ชนะผม ในการประลองจัดอันดับผู้เล่นที่แข็งแกร่งประจำเมืองเกรย์หรอกนะ” แล้วเรา 2 คนก็หัวเราะกันน้อย ๆในลำคอ จากนั้นผมก็เห็นดร.เนวันเดินผ่านด้านหลังผมไป เขาหยุดอยู่ข้างชายคนสุดท้าย ที่มีหน้าตาออกไปทางเชื้อสายคนเกาหลี แถมยังมีมุมปากที่ยิ้มอย่างทะเล้นอีกด้วย ผมว่าผมคุ้นหน้าเขามากเหมือนจะเคยเห็นในทีวีบ่อย ๆ นะ
“คุณต้องล้อผมเล่นแน่ๆ ” ผมอุทานเป็ประโยคเมื่อรู้ว่าชายเกาหลีคนนั้นเป็ใคร
“เปล่า...คงไม่ต้องบอกสินะว่าอันดับ4 ฉายาเงามืดสังหารคือใคร”
“ให้ตายเถอะ...นักร้องดังของเกาหลีแห่งยุคนี้” ว่าแล้วผมก็รีบยื่นมือเข้าไปทักทายทันที
“ผมคิมแทซอน เรียกแทซอนเฉย ๆ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“เช่นกัน...ว่าแต่คุณพูดไทยได้” ผมทำสีหน้าแปลกใจ
“นิดหน่อยน่ะครับ ไม่มาก”
“งั้นเหรอครับ เพลง I am Hero ของคุณเพราะมาก ถ้าไม่นับว่าเมื่อก่อนคุณชอบป่วนภารกิจผมตลอดนะ”
“ฮะ...ฮะ...เหรอครับ” แทซอนหัวเราะเขิน ๆ พร้อมกับลูบศีรษะตัวเองเบาๆ
“รู้ไหม...ตอนนั้นผมอยากกำจัดคุณเป็อันดับต้นๆ รองจากดราก้อนฟิชเลยล่ะ”
“แล้วตอนนี้ละครับ”
“ผมว่าผมอยากขอลายเซ็นคุณนะ” แล้วพวกเราทั้ง 4 คนก็หัวเราะครืนขึ้นมาทั้งห้องไม่น่าเชื่อว่า 12 ปีก่อน พวกเราทั้ง 4 จะเคยเป็ศัตรูกัน เวลาเจอหน้ากันก็มักจะท้าสู้กันอยู่เสมอ หรือไม่ก็กลั่นแกล้งกันตลอด แต่ดูตอนนี้สิพวกเรากำลังหัวเราะด้วยกัน
“เอาล่ะ...เอาล่ะ...ผมคิดว่าพวกคุณคงรู้จักกันแล้ว” จู่ ๆ ดร.เนวันก็พูดแทรกขึ้น ทำให้พวกเราเงียบเสียงหัวเราะลง
“และสถานการณ์ส่วนใหญ่พวกคุณก็ได้ทราบไปบ้างแล้ว...ที่เหลือยังไงผมจะแจ้งให้ได้รู้เมื่อเข้าเกมส์อีกที ว่าแต่พวกคุณพร้อมแล้วนะ” พวกเราหันหน้ามามองกัน ก่อนจะหันกลับไปแล้วตอบเป็เสียงเดียว
“พร้อม” ดร.เนวันยิ้มเป็ประกาย แล้วผายมือไปทางเครื่องแชร์ความคิดที่เรียงรายอยู่รอบห้อง
“เครื่องแชร์ความคิดนี้เป็เครื่องที่GM เอาไว้ใช้ออนไลน์พวกคุณเลือกได้เลยเดี๋ยวผมต้องออกไปเปิดระบบที่ห้องควบคุมข้างนอก” กล่าวจบดร.เนวันก็เดินออกจากห้องไปทัน ปล่อยให้พวกเราแยกกันเดินดูเครื่องแชร์ความคิดที่จะนอนออนไลน์กัน ซึ่งมันมีมากกว่า 10เครื่องกระจายอยู่รอบห้อง
“คน คนนี้” ผมหยุดอยู่ที่เครื่องแคปซูลแชร์ความคิดเครื่องหนึ่ง ในนั้นมีใครบางคนนอนออนไลน์อยู่ อายุก็คงประมาณ 50 กว่าเห็นจะได้ถ้าดูจากสีผมที่เริ่มหงอกนะ
“ดราก้อนฟิชไง” วรรณภาตอบผม แล้วเธอก็ลงไปนอนในเครื่องแคปซูลแชร์ความคิดที่ห่างจากผมไป2 เครื่อง
“งั้นเหรอ” ผมพูดได้แค่นั้นก็ละสายตาจากร่างของดราก้อนฟิช แล้วเลือกนอนในเครื่องแคปซูลแชร์ความคิดข้าง ๆ เขา
ผมแทบไม่อย่ากจะเชื่อเลยว่า12 ปีก่อนผมจะสู้แพ้คนแก่ บางทีเขาอาจจะเป็ครูสอนดาบในโลกจริงด้วยก็ได้ ถึงได้เก่งดาบในโลกแห่งเกมส์ใครจะไปรู้
“ทุกคนโอเคไหม” เสียงดร.เนวันถามดังก้องไปทั่วห้อง ตอนนี้ผมกำลังจัดการตัวเองให้นอนในท่าที่สบายที่สุดอยู่ ก่อนจะทำการเปิดระบบเครื่องให้ทำงาน จากนั้นตัวเครื่องก็สั่นเล็กน้อย พลันหมวกครอบศีรษะก็เลื่อนลงมาปิดหน้าผมจนเห็นเพียงแค่จมูกและปาก
“โอเค” ผมตอบกลับไปซึ่งก็คิดว่าคนอื่นๆ ก็คงจะพร้อมเหมือนกัน
ณ ด้านหนึ่งที่ห้องควบคุมระบบ ดร.เนวันและบรรดาลูกทีมก็เร่งเช็คระบบในการออนไลน์ให้พร้อม ทุกคนวิ่งวุ่นตรวจเช็คกันพัลวัน จนกระทั่งทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง
“ผมจะย้ำอีกครั้ง ภายใน 6 ชม. หรือ 3 เดือนในเกมส์ไม่ว่าภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ พวกคุณจะได้รับการคุ้มครอง ส่วนพิกัดที่มีการโจมตีจากมอนสเตอร์ ผมจะให้ GM ส่งให้พวกคุณเป็ระยะๆ ที่สำคัญ...” ดร.เนวันเน้นประโยคสุดท้ายแล้วหยุดหายใจครู่หนึ่ง
“อย่าบอกเื่เวลาในเกมส์ที่เปลี่ยนไปให้แก่ผู้เล่นคนอื่นเป็อันขาด ถึงพวกเขาจะรู้หรือระแคะระคายอย่างไรก็อย่าบอก ทาง GM จะเป็คนจัดการแก้ข่าวเื่นี้เอง”
“เข้าใจแล้ว” แทซอนตอบแทนพวกเรา แล้วดร.เนวันก็ผละสายตาจากหน้าจอโปร่งแสงขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังฉายรูปพวกเรา 4 คนนอนในเครื่องแคปซูลแชร์ความคิดอยู่ เขาวุ่นอยู่กับการกดอะไรบางอย่างบนแป้นพิมพ์โปร่งแสง ที่ฉายออกมาเป็ภาพโฮโลแกรมอยู่กลางอากาศ ซึ่งน่าจะเป็รหัส
“ยินดีต้องรับกลับบ้าน เหล่าอดีตผู้แข็งแกร่ง”
ดร.เนวันเงยหน้ามองดูพวกเรา4 คนจากจอโปร่งแสงแล้วพูด ก่อนจะใช้มือััปุ่ม Enter บนแป้นพิมพ์อย่างแ่เบา
ออนไลน์ !