ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 98 วางแผนไปเสียเปล่า

            งานเลี้ยงชมบุปผาของจวนเว่ยหย่วนโหวสร้างความฮือฮาเล็กๆน้อยๆ ในหมู่ตระกูลสูงศักดิ์ในเซิ่งจิง

            เพราะช่วงหลายปีมานี้จวนเว่ยหย่วนโหวเงียบจนเกินไป...

            ในขณะที่ชื่อเสียงของฟู่ถิงเย่เกรียงไกรขึ้นเรื่อยๆทุกปี แต่เขากลับแยกตัวออกจากจวนโหวไปนานแล้ว อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องดินแดนทางเหนือไม่ว่าจะได้รับเกียรติยศมากเพียงใดก็ไม่เกี่ยวข้องกับจวนโหวในอดีตอีกต่อไป

            นี่มันเรื่องอะไรกัน?เหตุใดจู่ๆ ถึงได้จัดงานเลี้ยงชมบุปผาขึ้นมา?

            เป็นความคิดของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่หรือเป็นความคิดของฟู่ถิงเย่กันแน่? เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ในข้อหลังเหล่าขุนนางผู้ทรงอำนาจในเมืองหลวงก็ไม่อาจไม่ใส่ใจงานเลี้ยงชมบุปผางานนี้

            ท้ายที่สุด...ใครกล้าไม่ให้เกียรติฟู่ถิงเย่กัน?

            ดังนั้น ในวันงาน จวนเว่ยหย่วนโหวจึงเต็มไปด้วยแขกเหรื่อรถเทียมม้าหรูหราหลากหลายแบบทยอยกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย จนทำให้ตาลายไปหมด

            ...

            เฉิงหว่านเมี่ยว นั่งแต่งหน้าอยู่ในห้องส่วนตัวในใจของนางคิดถึงแผนการในวันนี้ จึงแสดงความประหม่าออกมาโดยไม่รู้ตัว

            เสียงร้องอุทานที่ดังมาจากสาวใช้ข้างนอกทำให้นางหงุดหงิด

            “ซิ่วจือ ไปดูข้างนอกทีพวกนางกำลังโหวกเหวกเรื่องอะไรกัน” เฉิงหว่านเมี่ยวขมวดคิ้วพลางกล่าว

            สาวใช้นามว่าซิ่วจือรับคำแล้วก็ออกไปเพียงครู่เดียวเสียงเอะอะโวยวายก็เงียบลง

            สาวใช้กลับเข้ามาในห้องแล้วกล่าวกับเฉิงหว่านเมี่ยวว่า“ฮูหยินอัครมหาเสนาบดีกับฮูหยินเสนาบดีกรมคลังมาถึงแล้วเจ้าค่ะ จวนโหวไม่ได้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติเช่นนี้มานานหลายปีทุกคนจึงดีใจจนลืมเก็บอาการ ตอนนี้กำลังพูดถึงของขวัญที่ท่านทั้งสองนำมาว่ามีค่ามากเพียงใด...”

            เฉิงหว่านเมี่ยวได้ยินดังนั้นก็ตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ

            อัครมหาเสนาบดีจั่วเป็นผู้สูงศักดิ์ชื่อเสียงบริสุทธิ์ มีศิษย์ในสังกัดมากมาย มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมในหมู่นักปราชญ์และบัณฑิตทั่วไปปกติแทบจะไม่เคยไปร่วมงานเลี้ยงของเหล่าขุนนาง หากมีคนเชิญไปงานเลี้ยง ก็มักจะปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าแก่ชราและสุขภาพไม่ดีแม้แต่ฮูหยินท่านอัครมหาเสนาบดีเองก็มีน้อยครั้งนักที่จะปรากฏตัว

            คิดไม่ถึงว่า งานเลี้ยงชมบุปผาเล็กๆงานหนึ่ง กลับทำให้ฮูหยินอัครมหาเสนาบดีมาเข้าร่วมด้วย...

            แม้เฉิงหว่านเมี่ยวจะรู้ดีว่าจวนเว่ยหย่วนโหวมีฐานะสูงส่ง แต่เนื่องจากฮูหยินผู้เฒ่าฟู่เก็บตัวเงียบหลังจากที่สูญเสียสามีและบุตรชายจวนโหวจึงไม่เคยจัดงานเลี้ยง และเฉิงหว่านเมี่ยวก็ไม่ค่อยได้พบเจอแขกเหรื่อผู้มีเกียรติสักเท่าใด

            ในความเป็นจริงแล้วแม้จะได้เจอคนที่มีสถานะสูงส่ง คนเหล่านั้นก็คงไม่สนใจคบค้ากับนาง สุดท้ายนางจึงทำได้แค่ไปมาหาสู่กับตระกูลที่มีฐานะกลางๆอย่างตระกูลสวีเท่านั้น

            ในใจของเฉิงหว่านเมี่ยวจึงเกิดความคิดขึ้นมา

            หากงานเลี้ยงชมบุปผางานนี้ตระกูลสวีเป็นผู้จัดขึ้น ฮูหยินอัครมหาเสนาบดีจะมาหรือไม่?

            ...แน่นอนว่าไม่มา

            คำตอบนี้อยู่ในใจ แต่มันกลับทำให้นางรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก

            เฉิงหว่านเมี่ยวรู้ดีว่าแม้ตระกูลสวีจะดูดี แต่ก็ไม่อาจเทียบกับความมั่งคั่งของจวนโหว ฟู่ถิงเย่อยู่ใต้คนเพียงผู้เดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น เป็นสิ่งที่สวีชิ่งหรานเทียบไม่ได้เลย...

            นางจะต้องทิ้งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าแล้วเลือกสวีชิ่งหรานจริงๆ หรือ?

            แก๊ง!

            ปิ่นปักผมประดับมุกในมือตกกระทบพื้นเกิดเป็นเสียงดัง ปลุกให้เฉิงหว่านเมี่ยวได้สติ

            นางได้สติกลับคืนมาทันทีรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง!

            ในใจได้แต่ด่าว่าตนที่โง่เขลา!

            ฟู่ถิงเย่เป็นใครกัน?!ก็แค่คนหยาบกระด้าง! ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะตายในสนามรบ! ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้ร่ำรวยเพียงใดก็ไม่อาจเทียบได้กับชีวิตคู่ที่สงบสุข เข้าอกเข้าใจกัน!

            เพียงแค่คิดว่าต้องร่วมเตียงนอนกับคนหยาบคายป่าเถื่อนเช่นนั้นนางก็รู้สึกขยะแขยงแล้ว!

            สวีชิ่งหรานนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเขาเป็นสุภาพบุรุษอ่อนโยน เป็นบัณฑิตผู้สูงส่ง เข้าใจเรื่องดนตรี หมากรุก อักษร และภาพวาดหากแต่งงานกันแล้วจะต้องเป็นคู่ที่เข้ากันได้อย่างแน่นอน รอจนถึงปีหน้าที่มีการสอบจอหงวนสวีชิ่งหรานจะต้องเป็นผู้ที่คว้าตำแหน่งสูงสุดมาได้แน่นอน แล้วถึงตอนนั้นนางก็จะเป็นฮูหยินจอหงวนความสง่างามนั้นยังไม่เพียงพออีกหรือ?

            เฉิงหว่านเมี่ยวเอ๋ยเฉิงหว่านเมี่ยว อย่าได้หลงไปกับความร่ำรวยที่เห็นอยู่ตรงหน้าเลย!

            หญิงสาววัยสิบหกสิบเจ็ดปีมักจะมีความเพ้อฝันถึงความรักอันสวยงามเสมอ สวีชิ่งหรานที่อ่อนโยนเช่นนี้สิจึงจะเป็นคู่ครองที่ดีสำหรับนาง

            สาวใช้ตัวเล็กวิ่งมาจากด้านนอก“…คุณหนู คุณหนู! ฮูหยินสวีพาคุณหนูและคุณชายของตระกูลสวีมาแล้วเจ้าค่ะ”

            ในใจของเฉิงหว่านเมี่ยวรู้สึกยินดีจึงมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า “พวกเขามาถึงไหนแล้ว?”

            “ไปยังโถงด้านหน้าแล้วเจ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่ากำลังต้อนรับอยู่” สาวใช้กล่าว พร้อมกับหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อด้วยท่าทางแปลกๆ“นี่เป็นของขวัญที่คุณหนูสวีมอบให้ท่านเจ้าค่ะ...”

            มันคือถุงหอมที่ปักอย่างประณีตเมื่อเฉิงหว่านเมี่ยวเปิดออกดู เห็นเพียงว่าด้านในมีดอกไม้ประดับที่ทำจากไข่มุกสีน้ำเงินครามกับกระดาษแผ่นหนึ่ง

            บนกระดาษมีตัวอักษรเล็กๆสองบรรทัด ‘ห่านป่าอยู่ในเมฆ ปลานั้นอยู่ในน้ำ โศกเศร้าที่รักนี้ยากที่จะส่งไปให้’(ยืมมาจากบทกวีชิงผิงเยว่สองบทที่สอง ของเยี่ยนซู)

            แก้มของเฉิงหว่านเมี่ยวแดงเรื่อเม้มปากเผยรอยยิ้มหวานที่เต็มไปด้วยความเขินอาย

            นางเก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้แล้วสวมดอกไม้ประดับบนศีรษะหน้ากระจก

            หญิงสาวในกระจกมีผิวขาวผ่องเหมือนหิมะสดใสน่ารัก ในขณะที่กวาดสายตาไปมาก็ดูมีเสน่ห์

            เฉิงหว่านเมี่ยวรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่งจึงยกมุมปากขึ้นแล้วกล่าวว่า “ไปกันเถอะ ไปช่วยฮูหยินผู้เฒ่าต้อนรับแขกที่ด้านหน้ากัน”

            ...

            งานเลี้ยงชมบุปผาไม่ได้มีเวลาที่แน่นอนบางคนมาถึงตั้งแต่เช้า บางคนก็เกือบเที่ยง

            ฟู่ถิงเย่เป็นประเภทหลัง

            เขานั่งอยู่ริมระเบียงมองสี่เอ๋อร์ที่กำลังเตะลูกขนไก่ในสวนอย่างใจเย็น รอให้หวาชิงเสวี่ยแต่งหน้าให้เสร็จ

            อย่างไรเสียงานเลี้ยงชมบุปผางานนี้ก็เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของหวาชิงเสวี่ยการแต่งหน้าจึงไม่อาจทำไปอย่างลวกๆ ได้ แม้ว่าฮวนเอ๋อร์จะทำผมเป็น แต่ก็ไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ได้

            ฟู่ถิงเย่จึงได้ส่งคนไปหาหญิงชราที่เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้ามาเพื่อมาแต่งหน้าให้กับหวาชิงเสวี่ย

            เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดจากด้านหลังฟู่ถิงเย่ที่หันกลับไปมอง ก็รู้สึกตาพร่าไปในทันที

            สี่เอ๋อร์ที่กำลังเตะลูกขนไก่ยกมือรับลูกขนไก่ แล้ววิ่งมาหาอย่างร่าเริงพลางตะโกนว่า “ว้าว! คุณหนูสวยมากเลยเจ้าค่ะ!”

            สวยจริงๆ นั่นแหละ

            หวาชิงเสวี่ยที่มักจะแต่งตัวสบายๆพอแต่งหน้าแต่งตัวอย่างจริงจัง กลับมีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง! ผิวขาวผ่องเกลี้ยงเกลาศีรษะเล็ก คิ้วโก่งดั่งผีเสื้อ ดวงตานั้นราวกับมีคลื่นน้ำเคลื่อนไหวอยู่ภายใน ช่างงดงามบริสุทธิ์

            หญิงชราที่ถูกเชิญมานั้นมีประสบการณ์สูงจับจุดบุคลิกอ่อนหวานของหวาชิงเสวี่ยได้ พอแต่งหน้าแต่งตัวออกมาก็ขับเน้นให้นางดูอ่อนหวานสง่างามน่าทะนุถนอม แต่ก็ไม่ได้ดูฉูดฉาดหรือยั่วยวน

            ฟู่ถิงเย่จ้องมองนางไม่วางตารู้สึกว่าทุกส่วนในร่างกายของนางดูดีไปหมด มองอย่างไรก็พอใจไปหมด

            หญิงชราพูดจาเอาใจเก่งกล่าวว่า “คุณหนูมีพื้นฐานดีอยู่แล้ว เพียงแค่แต่งหน้าเล็กน้อยก็สวยราวกับนางฟ้าแล้วเจ้าค่ะ”

            มือใหญ่ของฟู่ถิงเย่โบกเบาๆ“ลงไปรับรางวัลได้เลย!”

            “ขอบพระคุณท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ!”หญิงชรากล่าวด้วยความยินดีแล้วเดินตามทหารองครักษ์ออกไป

            หวาชิงเสวี่ยยืนแข็งทื่ออยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าอึดอัด“ข้ารู้สึกว่าหัวมันหนักมาก!”

            นางส่องกระจกก็รู้ว่าสวยใช้ได้แต่สิ่งที่ต้องแลกมาช่างน่ากลัว! การทำผมนี้ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยามเต็มเชียวนะ!

            เท่ากับสองชั่วโมง!น่ากลัวเกินไปแล้ว!

            เพื่อที่จะรัดผมให้เป็นทรง‘หมอกเมฆ’ อย่างที่ว่ากันนั้น มันจึงเปลืองแรงเป็นอย่างยิ่ง และย่อมไม่อาจขาดน้ำมันใส่ผมกลิ่นดอกกุ้ยฮวาไปได้รวมถึงปิ่นปักผมและเครื่องประดับต่างๆ นานาอีกมากมาย

            หวาชิงเสวี่ยขยับเท้าไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วพูดอย่างยากลำบาก “ข้าไม่กล้าขยับหัวเลย”

            รู้สึกว่าเพียงแค่ขยับเบาๆเครื่องทองเงินหรือไข่มุกที่อยู่บนหัวก็จะร่วงลงมา

            ฟู่ถิงเย่เดินเข้าไปหาแล้วจับมือนาง“เจ้าจะขยับหัวไปทำไมกัน”

            หวาชิงเสวี่ย: “…”

            อืม เขาก็พูดมีเหตุผล

            ฮวนเอ๋อร์ที่เดินตามอยู่ด้านหลังตรวจดูนางอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วปลอบใจว่า “คุณหนูอย่ากลัวไปนะเจ้าคะ มันแน่นหนามาก”

            หวาชิงเสวี่ยถอนหายใจเบาๆพยายามไม่ทำให้ตัวเองตื่นเต้น

            “ไปเอาของขวัญกัน พวกเราไปกันเถอะ”

            ฟู่ถิงเย่เห็นท่าทางระมัดระวังของนางก็รู้สึกสงสารนางดูสวยงามก็จริง แต่กลับดูเกร็งมากกว่าปกติ

            ฟู่ถิงเย่กล่าวกับนางว่า“ไปพบหน้าแล้วก็จะกลับ ไม่ได้อยู่นานนักหรอก”

            หวาชิงเสวี่ยยิ้ม “ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะเพียงแต่แต่งตัวแบบนี้แล้วรู้สึกไม่ชิน”

            นางพูดจบ ก็หรี่ตาขึ้นลงเพื่อสำรวจฟู่ถิงเย่แล้วก็ยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “ท่านวันนี้แม่ทัพก็ดูหล่อเหลามากเหมือนกันนะเจ้าคะ!”

            ฟู่ถิงเย่ “หล่อเหลา?”

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะพลางเอามือปิดปาก“ก็คือ…ดูสง่างาม มีความเป็นชายชาตรีมากเลยเจ้าค่ะ”

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกพอใจยกยิ้มมุมปากแล้วจูงมือนางเดินออกไปข้างนอกอย่างมีความสุข

            ...

            การที่แม่ทัพฟู่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังพาสาวงามไปร่วมงานเลี้ยงกลายเป็นจุดสนใจในทันที

            ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าฟู่ถิงเย่อายุย่างยี่สิบแปดปีแล้ว แต่กลับยังไม่เคยแต่งงานมาก่อน ตอนนี้จู่ๆ ก็มีหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นข้างกายนั่นก็แสดงว่า...แม่ทัพใหญ่กำลังจะมีข่าวดี?

            ทุกคนต่างพากันเหลียวมองคาดเดาถึงสถานะของหวาชิงเสวี่ย และคาดเดากันว่าเป็นตระกูลใดที่โชคดีได้เกาะขาของอ๋องเจิ้นเป่ยเช่นนี้

            พวกเขาเห็นว่าหวาชิงเสวี่ยอ่อนหวานงดงามท่วงท่าอ่อนช้อย คงจะเป็นคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ หากเป็นคุณหนูในเซิ่งจิง เหตุใดถึงไม่มีผู้ใดรู้จักนาง?

            “มีคนมองพวกเราเยอะมากเลยเจ้าค่ะ”หวาชิงเสวี่ยกระซิบบอกฟู่ถิงเย่

            นางรู้สึกประหม่า หลังของนางจึงตั้งตรงตลอดเวลาไม่กล้าแม้แต่จะหันหน้า พยายามมองตรงไปข้างหน้า ทำให้คนภายนอกเห็นว่านางสง่างามและมีมาด

            ฟู่ถิงเย่ตอบกลับว่า“พวกเขาเห็นว่าเจ้าสวย ก็เลยมองให้เต็มสองตา”

            “พูดเหลวไหล” หวาชิงเสวี่ยหน้าแดงแล้วค้อนเขาในขณะที่เข้ามาในจวนก็ได้เห็นเหล่าฮูหยินและคุณหนูตั้งหลายคนที่ดูดีกว่านางมาก

            ฟู่ถิงเย่ถูกสายตาที่แสดงความขัดเขินเล็กๆนั้นทำเอาใจเต้นแรง กระดูกอ่อนยวบลงไปหลายส่วน

            “อย่าขยับ ปิ่นปักผมหลวม”เขาพูดพลางยกมือขึ้นไปลูบผมของนาง “ปิ่นไข่มุกอันนี้จะหลุดแล้ว”

            หวาชิงเสวี่ยไม่กล้าขยับจริงๆแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ท่านช่วยทำให้มันแน่นๆ หน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ?”

            ฟู่ถิงเย่กดลงไปสองทีตอนที่เอามือลงก็แอบแตะแก้มของนางเบาๆ แค่นี้ก็พอใจมากแล้ว

            หวาชิงเสวี่ยไม่รู้ตัวว่าถูกลวนลามเพราะปกติแล้วฟู่ถิงเย่เป็นคนจริงจังมาก นางจึงไม่ได้คิดไปในทางนั้น

            “เสร็จหรือยังเจ้าคะ?”นางถาม โดยที่ยังคงไม่กล้าขยับศีรษะ

            ฟู่ถิงเย่พยักหน้าเล็กน้อย“อืม ไม่หลุดแล้ว”

            บรรดาคนที่แอบสังเกตการณ์อยู่รอบข้างต่างตกใจจนต้องสูดหายใจเข้า

            แม่ทัพใหญ่ที่ไม่เคยเข้าใกล้สตรีกลับเป็นฝ่ายช่วยหญิงสาวติดปิ่นให้แน่นเสียเอง นี่มันเรื่องหายากขนาดไหนกันนะ?!งานเลี้ยงชมบุปผาวันนี้ ไม่ได้มาเสียเที่ยวจริงๆ! ได้เห็นฉากนี้เป็นบุญตา!

            ฟู่ถิงเย่พาหวาชิงเสวี่ยไปที่โถงด้านหน้าบรรดาแขกที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มส่งเสียงดัง พากันสืบถามว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างกายแม่ทัพนั้นเป็นใครกันแน่!

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่กำลังพูดคุยกับฮูหยินหลายท่านอยู่ในห้องโถงด้านหน้าสาวใช้ที่เข้ามาส่งข่าวบอกว่าฟู่ถิงเย่มาถึงแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จึงยิ้มกว้างขึ้นอีก

            “ไปตามหว่านเมี่ยวมาบอกให้มาพบญาติผู้พี่ของนางหน่อย”

            สาวใช้รับคำแล้วเดินออกไป

            สีหน้าของฮูหยินสวีดูแปลกไปเล็กน้อย

            มีฮูหยินท่านหนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“ดูเหมือนว่าหว่านเมี่ยวจะอายุสิบหกแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?หลังจากแต่งออกไปแล้ว ไม่รู้ว่าท่านจะเสียดายแค่ไหนนะเจ้าคะ?”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่มีรอยยิ้มเต็มใบหน้ากล่าวว่า “ตอนที่รับมายังเป็นเพียงเด็กตัวเล็กนิดเดียว ข้าแก่จนจะลงโลงอยู่แล้ว เลี้ยงดูนางจนเติบใหญ่ตอนนี้นางกำลังจะแต่งงาน ไม่ว่าจะแต่งไปบ้านใดก็รู้สึกเสียดาย”

            ฮูหยินหลายท่านต่างก็ยิ้มออกมามีเพียงฮูหยินสวีที่รอยยิ้มดูแข็งทื่อ

            ในใจของนางยังลังเลและคิดขึ้นมาอย่าบอกนะว่า…ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่มีแผนการอื่นกับเฉิงหว่านเมี่ยว?

            หากเป็นเช่นนั้นจริงบุตรชายของนางจะไม่กลายเป็นคนที่วางแผนไปเสียเปล่าหรือ?

            ในใจของฮูหยินสวีเกิดความร้อนรนรู้สึกสับสนอยู่ชั่วขณะ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก

            สาวใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกร้องว่า “แย่แล้วเจ้าค่ะ! ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูตกน้ำแล้วเจ้าค่ะ!”

            “อะไรนะ?!”ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ลุกขึ้นพรวดพราด ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืด!

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730