การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 76 เทพธิดานักสู้แห่งมิติแดนอสูร

           เวลาผ่านไปหกชั่วโมง
            “นายท่าน พวกเรามาถึงอาณาจักรเทพมังกรแล้วเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวเสียงดังด้วยความตื่นเต้นในทันทีที่นางได้พบเห็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ และเกาะกลางน้ำหลายแห่งที่อยู่ห่างไกลออกไป รวมไปถึงเหล่าสัตว์อสูรวิหกสีขาวจำนวนมากมายที่กำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้า
           อาณาจักรเทพมังกรถูกสร้างขึ้นท่ามกลางทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า "มอร์แกน" ซึ่งเผ่าพันธุ์มังกรได้อาศัยอยู่บนเกาะน้อยใหญ่ ที่มีอยู่หลายสิบเกาะภายในทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ โดยพวกเขาได้ใช้สัตว์อสูรวิหกสีขาวเป็นพาหนะในการเดินทางไปยังเกาะต่างๆ ซึ่งแต่ละเกาะจะมีสถานีวิหกโดยสารคอยให้บริการชาวเกาะรวมไปถึงนักท่องเที่ยว
           หวังเหว่ยสะลึมสะลือตื่นขึ้นมานั่งมองเกาะกลางน้ำรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรวิหคสีขาว “โอ้! เราอยู่ห่างจากทะเลสาบมอร์แกนเพียงไม่กี่กิโลเมตรแล้ว แสดงว่าในตอนนี้พวกเราได้เข้าสู่อาณาเขตของอาณาจักรเทพมังกรแล้ว !” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันไปมองเหล่าสัตว์อสูรวิหคสีขาวที่กำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้า “วิหคพวกนั้นดูน่ารักดีนะ ในอนาคตพวกเราน่าจะลองเปิดสถานีโดยสารสัตว์อสูรดูบ้าง”
           ฉิงเหม่ยได้หันไปยิ้มให้กับหวังเหว่ยหลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา “นายท่านอยากเปิดสถานีโดยสารสัตว์อสูรประเภทใดเจ้า ?”
           “ฮ่าๆ นั่นสินะ เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคิดทีหลังแล้วกัน เอาล่ะ นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้วพวกเรากลับเข้าไปพักผ่อนภายในมิติแดนอสูรกันก่อน”“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน วิหคน้อยพวกเราลงไปข้างล่างกัน”
           “ได้เลยม่าม๊า” วิหคน้อยร่อนลงสู่พื้นดินท่ามกลางป่าเขาที่เขียวขจี สีสันสดใสของดอกไม้ป่านานาพรรณ ต้นไม้ใหญ่ รวมไปถึงลำธารน้ำใสที่ไหลลงมาจากน้ำตกที่ดูสวยงาม ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น น่าพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมาก
           หลังจากวิหคน้อยร่อนลงบนพื้นดินเรียบร้อยแล้ว หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยได้ลงจากหลังของวิหคน้อย จากนั้นวิหคน้อยได้แปลงร่างกลับไปเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักเช่นเดิม ฉิงเหม่ยได้อุ้มนางขึ้นมาอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “พวกเราพร้อมแล้วเจ้าค่ะนายท่าน”
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับ จากนั้นเขาได้พาฉิงเหม่ยและวิหคน้อยเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเอง
           วูบ

    มิติแดนอสูร

           “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับขณะมองไปทางเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่ในตอนนี้เริ่มมีกลิ่นอายของนักรบที่แข็งแกร่งแผ่ออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดแล้ว
           “พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนกันดีมาก อีกไม่นานก็คงถึงเวลาที่ข้าจะเริ่มสอนทักษะบินให้กับพวกเจ้าแล้ว !” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
           “พวกเราจะตั้งใจฝึกฝนให้ถึงระดับเลเวล50 โดยเร็วขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์ร่างมนุษย์กล่าวพร้อมกันเสียงดัง
           “ฮ่าๆ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ในอนาคตเมื่อพวกเจ้าได้มีประสบการณ์ในการต่อสู้บ่อยครั้งมากขึ้นพวกเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆเอง เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาทำงานของพวกเจ้าแล้ว ฉิงเหม่ย วิหคน้อย พวกเราไปหาคาเรนกัน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เดินไปทางประตูมิติในทันที
           “เจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยที่กำลังอุ้มวิหคน้อยอยู่ได้เดินตามหวังเหว่ยเข้าไปภายในประตูมิติหลังจากกล่าวจบ
           วูบ

    ณ ห้องพักส่วนตัวของคาเรน

           “นายท่าน ฉิงเหม่ย วิหคน้อย” คาเรนยืนขึ้นกล่าวทักทายในทันทีที่เห็นทั้งสามคนปรากฏตัวออกมายืนอยู่ข้างนาง
           “ฮ่าๆ คาเรน ข้าไม่ได้มาหาเจ้าพักหนึ่งแล้ว เจ้าเป็นอย่างไรบ้างทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
           “ทุกอย่างราบรื่นดีเจ้าค่ะนายท่าน ในเช้าวันนี้ระดับเลเวลของข้าได้เพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล51 ทำให้ข้าสามารถให้กำเนิดสัตว์อสูรมดนักฆ่าได้แล้วเจ้าค่ะ” คาเรนกล่าวขณะใช้มือลูบหน้าท้องของนางที่นูนขึ้นมาจนเห็นได้ชัดอย่างเบามือ
           “โอ้! สัตว์อสูรมดนักฆ่าที่มีจุดเด่นในด้านความว่องไวและกรงเล็บอันแหลมคมใช่หรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามคาเรน
           คาเรนได้เผยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ออกมาหลังจากได้ยินคำถามของหวังเหว่ย “ใช่แล้วเจ้าค่ะนายท่าน พวกเขามีกรงเล็บที่แหลมคมและความสามารถในด้านความว่องไวเป็นเลิศ แต่เนื่องจากพวกเขาดูดกลืนพลังปราณอสูรเพื่อถือกำเนิดเป็นจำนวนมาก ทำให้ในตอนนี้ข้าสามารถให้กำเนิดพวกเขาได้ครั้งละสิบตนเท่านั้นเจ้าค่ะ”
           “โอ้! สิบตนก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว เจ้าทำได้ดีมากคาเรนในอนาคตเหล่าสัตว์อสูรของเจ้าจะกลายเป็นกำลังหลักสำคัญของข้าอย่างแน่นอน” หวังเหว่ยกล่าวขณะพยุงนางนั่งลงบนม้านั่งที่ดูหรูหราของนาง
           “ข้าจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวังเจ้าค่ะ” คาเรนกล่าวตอบด้วยสีหน้าที่มีความสุขหลังจากได้รับคำชมจากหวังเหว่ย
           หลังจากหวังเหว่ยพูดคุยกับคาเรนเสร็จเรียบร้อย ฉิงเหม่ยได้นั่งลงข้างคาเรนพร้อมกล่าวกับหวังเหว่ยว่า “นายท่าน ข้ากับวิหคน้อยขอพักอยู่กับคาเรนเช่นเดิมนะเจ้าค่ะ”
           หวังเหว่ยได้ยิ้มตอบรับคำกล่าวของนาง “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าพักผ่อนกันตามสบาย ข้าจะกลับไปฝึกฝนทักษะของข้าต่อ” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ออกจากอาคารที่พักของคาเรนและได้ไปหาเฟิงเฟยผ่านทางประตูมิติ

    ณ อาคารของหน่วยคะแนนผลงาน

           “นายท่าน” เฟิงเฟยกล่าวทักทายหวังเหว่ย
           “อืม ในช่วงนี้ทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่เฟิงเฟย ?”
           “ทุกอย่างราบรื่นดีขอรับนายท่าน กลุ่มคุณชายแมวขาวและกลุ่มนักสู้หญิงงามกำลังพัฒนาไปได้ด้วยดีขอรับ แต่กลุ่มที่พัฒนาได้รวดเร็วจนน่าตกใจ คือกลุ่มของแม่นางคาเรนขอรับ เนื่องจากเหล่าสัตว์อสูรมดงานและเหล่าสัตว์อสูรมดนักรบได้นำคะแนนผลงานทั้งหมดของตนไปแลกเปลี่ยนเป็นแก่นอสูรรวมถึงสิ่งของต่างๆ และได้นำไปมอบให้กับแม่นางคาเรนทั้งหมดทำให้นางพัฒนาระดับเลเวลได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกตะลึงขอรับ” เฟิงเฟยกล่าวกับหวังเหว่ย
           “ฮ่าๆ นี่ล่ะคือพลังอำนาจที่น่ากลัวของสัตว์อสูรชั้นสูงนางพญามดศิลา แต่ที่พิเศษกว่านั้นยิ่งนางแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่เหล่าสัตว์อสูรภายใต้การปกครองของนางก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น เพราะนางสามารถแบ่งพลังปราณอสูรให้กับเหล่าสัตว์อสูรของนาง เพื่อให้พวกเขาพัฒนาระดับเลเวลได้อย่างรวดเร็วจนมีระดับเลเวลเท่ากับนางได้ !”
           “จริงหรือขอรับนายท่าน !” เฟิงเฟยกล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง
           หวังเหว่ยหยักหน้ายืนยันคำกล่าวของเขา “จริงแท้แน่นอน แต่เผ่าของนางนั้นมีอยู่น้อยมาก เนื่องจากสัตว์อสูรเผ่าอื่นมักจะรุกรานทำลายรังของพวกนางเพื่อป้องกันไม่ให้พวกนางเติบโตมากจนเกินไป จึงทำให้เผ่าสัตว์อสูรชั้นสูงนางพญามดศิลาไม่สามารถให้กำเนิดนางพญามดศิลารุ่นใหม่ได้ ซึ่งคาเรนได้บอกบอกว่าข้าว่าในตอนนี้มีสัตว์อสูรชั้นสูงนางพญามดศิลาเหลืออยู่เพียงไม่กี่สิบตนเท่านั้น”
           “มีเรื่องเช่นนี้ด้วย! ขอบคุณนายท่านที่บอกเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟังขอรับ” เฟิงเฟยกล่าวกับหวังเหว่ย
           “ฮ่าๆ ข้าเพียงแต่อยากบอกเล่าเรื่องของนางให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาทำงานของเจ้าแล้ว ในวันพรุ่งนี้เช้าก่อนออกเดินทางไปยังเกาะกลางน้ำของอาณาจักรเทพมังกร ข้าจะแวะไปดูการฝึกฝนของพวกเจ้า”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเฟยกล่าว
           หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับเฟิงเฟยเล็กน้อย จากนั้นเขาได้ออกจากอาคารของหน่วยคะแนนผลงานและกลับไปฝึกฝนทักษะการต่อสู้ต่างๆอยู่ภายในที่พักของเขาจนเหนื่อยล้า และได้นอนหลับไปหลังจากหลอมเม็ดยาสมุนไพรนานาชนิดเหมือนดั่งเช่นทุกวัน
           เมื่อยามเช้ามาถึง หวังเหว่ยได้ไปดูการฝึกฝนของเหล่าสัตว์อสูรรวมถึงกลุ่มนักสู้หญิงงาม ซึ่งในตอนนี้พวกเขาทุกคนได้เริ่มมีกลิ่นอายของนักรบที่แข็งแกร่งแผ่ออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดแล้ว
           "อีกไม่นานก็คงถึงเวลาที่ข้าจะเริ่มสอนทักษะพิเศษให้กับพวกเขาแล้ว" หวังเหว่ยคิดในใจ

    ระดับเลเวลในปัจจุบันของกลุ่มหวังเหว่ย

           หวังเหว่ย ระดับเลเวล48
           ฉิงเหม่ย ระดับเลเวล48 วิหคน้อย ระดับเลเวล32
           สัตว์อสูรร่างมนุษย์จากหมู่บ้านอสูรสีฟ้า 3,000ตน ระดับเลเวล33ถึง36
           เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า ระดับเลเวล40
           เหม่ยหลิน เหม่ยจู ระดับเลเวล30
           เหวินหนิงถัง ระดับเลเวล42
           สัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ 35,000ตน ระดับเลเวล40ถึง43
           หัวหน้าเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ 350ตน ระดับเลเวล47
           ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ ระดับเลเวล48
           อี้หลิว ระดับเลเวล49
           หวังลู่เมิ่ง ระดับเลเวล15
           จิวซื่อ ระดับเลเวล72
           สัตว์อสูรตุ่นโลหะร่างมนุษย์ 30,000ตน ระดับเลเวล35ถึง38
           หลินกาน ระดับเลเวล44 หลินฟู ระดับเลเวล43 หลินฉี ระดับเลเวล41
           พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ระดับเลเวล42
           จินฟาง ระดับเลเวล30 กุ้ยถิง ระดับเลเวล26
           กลุ่มนักสู้หญิงงามทั้ง82คน ระดับเลเวล20
           คาเรน ระดับเลเวล51
           สัตว์อสูรมดงานร่างมนุษย์ 3,000ตน ระดับเลเวล46
           สัตว์อสูรมดนักรบร่างมนุษย์ 15,000ตน ระดับเลเวล46
           ฉิงเหม่ยและวิหคน้อยเองก็มาร่วมฝึกฝนที่ลานกว้างในทุกเช้าด้วยเช่นกัน ความแข็งแกร่งและท่วงท่าการต่อสู้ที่สง่างามของฉิงเหม่ยได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์รวมถึงกลุ่มนักสู้หญิงงามเป็นอย่างมาก พวกเขาได้พากันตั้งฉายาให้กับฉิงเหม่ยว่า "เทพธิดานักสู้แห่งมิติแดนอสูร"
           หวังเหว่ยได้จ้องมองวิหคน้อยที่กำลังพยายามฝึกฝนวิธีการต่อสู้เลียนแบบฉิงเหม่ยด้วยท่าทางที่น่ารักอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้กล่าวขึ้นว่า “วิหคน้อย เจ้าทำหน้าที่ของเจ้าได้ดีมาก ในอนาคตข้าจะสร้างอุปกรณ์วิเศษระดับตำนานเป็นรางวัลให้กับเจ้า”
           “ขอบคุณนายท่าน” วิหคน้อยกล่าวอย่างตื่นเต้นดีใจด้วยน้ำเสียงหวานใส
           “ฮ่าๆ เอาล่ะ ในตอนนี้พลังของเจ้าคงฟื้นฟูเต็มที่แล้ว ได้เวลาที่พวกเราจะบุกเข้าไปยังเกาะกลางน้ำของตระกูลจ้านเพื่อช่วยเหลือท่านตาและท่านยายของเจ้าแบบสายฟ้าแลบ !”

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน