ตอนที่ 7-1 บททดสอบ
ในขณะที่เรไรกับเควทกำลังมุ่งมั่นที่จะเคลียร์ด่านภารกิจของไอฟาร่า กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเองก็กำลังเคร่งเครียดอยู่เช่นกัน บริษัทแลนนิก้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ภายในห้องออนไลน์ ปรากฏเหล่าพนักงานที่กำลังสวมเครื่องเชื่อมต่อคลื่นสมองนอนเรียงรายอยู่ภายในเตียงคล้ายแคปซูลพอดีตัวกว่าร้อยเครื่อง ในแต่ละวันจะมีการเปลี่ยนกะแล้วแต่หน้าที่ของแต่ละฝ่าย แล้วนี่ก็ถึงเวลาเปลี่ยนกะของฝ่ายจีเอ็มพอดี ฟู่! เสียงเปิดแคปซูลดังขึ้นหลายเครื่อง สีหน้าพนักงานเหนื่อยล้ากับการแก้ปัญหา นี่เป็นเรื่องปกติของเจ้าหน้าที่จีเอ็มซึ่งต้องดูแลปัญหาภาพรวมของเกม แต่ในครั้งนี้พวกเขามีสีหน้าเคร่งเครียดมากกว่าเดิม “ทำไมวันนี้มันเกิดปัญหาเยอะจังวะ?” ชายชาวฝรั่งเศสเอ่ยเป็นภาษาฝรั่งเศสก่อนจะก้าวออกมาจากเตียงแคปซูลด้วยความรู้สึกหงุดหงิด หญิงผมทองอีกคนที่อยู่แคปซูลใกล้ๆได้ยินก็ถอนหายใจออกมา “ใช่ วันนี้มันเกิดบ้าอะไรก็ไม่รู้ อยู่ ๆ ก็เกิดรัวๆ ฉันว่าฉันจะลาพักร้อน ไม่ไหวแล้ว เครียดเกิน” สำเนียงอังกฤษบ่งบอกถึงสัญชาติ ไขว่ห้างยกมือลูปอุปกรณ์บางอย่างที่ติดอยู่ที่หูคำว่า ลา ทำเอาจีเอ็มสาวชาวจีนเห็นด้วย “ลาด้วยสิ ฉันว่าจะเข้าลิงก์ไปทะเล ว่ายน้ำดูปะการัง แค่คิดก็สนุกแล้ว ไปกันฉันไหม” เธอพูดด้วยภาษาชาติตน คนที่ได้ยินต่างหน้าเบ้ ทำงานก็ต้องเชื่อมต่อคลื่นสมอง จะให้พักด้วยการเข้าลิงก์เชื่อมต่อสมองอีกงั้นเหรอ? บ้าไปแล้วทั้งสามต่างพูดคุยกันเพื่อคลายเครียด ไม่ว่าจะภาษาอะไรทุกคนต่างเข้าใจด้วยอุปกรณ์ที่ติดอยู่ข้างหู เมโทล อุปกรณ์ที่จำเป็นในชีวิตปัจจุบันซึ่งคิดค้นโดยบริษัทแลนนิก้า นับว่าบริษัทนี้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีมากมายตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบปี๊บๆ อยู่ๆเสียงดังขึ้นข้างหูพร้อมข้อความบางอย่างไหลเข้ามาในหัว เหล่าจีเอ็มเกือบสิบคนสะดุ้งหันไปมองหน้ากันแล้วรีบกดเชื่อมต่อลิงก์ทันที‘งานเข้า’ ใช่ งานเข้าแน่นอน และน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดปัญหามากมายภายในคืนเดียว ทั้งๆที่ไม่เคยมีปัญหามาก่อน และอาจจะยิ่งกว่างานเข้าก็ได้ เมื่อคนที่เรียกพวกเขาเป็นถึงซีอีโอ!“เอาละ รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด” เพียงเข้าไปในห้องประชุมลิงก์ เสียงของซีอีโอที่ทุกคนต่างหวาดกลัวก็ดังขึ้น ชายร่างสูงกำลังนั่งอยู่หัวโต๊ะและกำลังตรวจสอบระบบที่เสียหาย ใกล้ๆมีเหล่าผู้พัฒนาระดับสูงนั่งหน้าเครียดอยู่ นี่จะเรียกว่าอย่างไรดี ความอึมครึมและแรงกดดันทำให้จีเอ็มมองหน้ากันก่อนจะใช้กระแสจิตส่งตัวแทนไปรายงาน“เกิดเหตุการณ์บั๊กขึ้นภายในเกมตั้งแต่ช่วงเช้า จำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบจุดสวนมากเกิดขึ้นแถวบริเวณทะเลทราย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เราได้ซ่อมและจัดการเรียบร้อยแล้วทั้งหมดครับ”ซีอีโอได้ยินก็ขมวดคิ้วหันไปหาชายชราที่นั่งใกล้ๆ “มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง คุณศิลา” ชายชราหันไปมองคนถาม เขาคือนักพัฒนาและวิจัยระดับสูงผู้พัฒนาเกมแลนนิก้าศิลาได้ยินดังนั้นก็หันกลับมองดูข้อมูลหน้าเครียดด้วยอาการพูดไม่ออก ด้วยตัวเลขมหาศาลมากผิดปกติ การจะหาคำตอบนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร “เรื่องนี้มันแปลก เหมือนกับว่า...มีพลังบางอย่างเข้าไปรบกวน เออ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”วูบหนึ่งเขานึกถึงใครบางหนึ่งขึ้นมากอย่างไม่ทราบสาเหตุ เด็กสาวข้างบ้านที่ตนนับถือเป็นหลาน และเป็นเพื่อนของหลานตน“…” รีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทันที ‘เป็นไปไม่ได้ ยัยหนูนั่นไม่มีทางเข้ามาในเกมได้ แต่มันก็เหมือนจริงๆ’ซีอีโอหนุ่มรับฟัง เขามองสถานการณ์แล้วนิ่งคิดอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจทันที “เก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าให้ใครรู้ ดูแลและตรวจสอบผู้ที่ได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุผมให้พวกคุณที่อยู่ในเหตุการณ์ตรวจสอบและรายงานความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้งพรุ่งนี้เช้า เลิกประชุม” พรุ่งนี้เช้า?! ได้ยินดังนั้นทุกคนต่างร้องโอดครวญในใจ นั่นแปลว่าพวกเขาต้องทำโอที!แม้อยากจะปฏิเสธแต่ใครจะกล้า ได้แต่พยักหน้าแล้วออกจากห้องประชุมด้วยความรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก และไม่นานก็เหลือเพียงซีอีโอหนุ่มกับปู่ศิลาที่ยังไม่ไปไหนเมื่อไม่มีคนนอกแล้วทั้งสองก็เริ่มพูดคุยเป็นกันเองมากขึ้น “เฮ้อ ผมว่านะปู่ อาจเป็นพวกแฮกเกอร์ลองของ และพวกมันน่าจะเจาะความปลอดภัยเข้ามาได้ ปู่สามารถสร้างเกราะป้องกันอีกชั้นได้ไหม” ซีอีโอหนุ่มเชื่ออย่างนั้น อีกฝ่ายได้ยินก็อยากจะประท้วง แฮกเกอร์เจาะเข้ามาได้เหรอ มันเป็นไปไม่ได้!“งั้นฉันจะลองปรับระบบการป้องกันเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง” ถึงจะเป็นไปไม่ได้แต่หากไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้เช่นกันชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย เขาเอามือเท้าคางกับโต๊ะด้วยท่าทีสบาย อีกมือเคาะนิ้วเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา “อ้อปู่…” เหมือนเขาจะตัดสินใจบางอย่าง “เดี๋ยวผมบินไปหาปู่นะ ว่าจะไปตรวจสำนักงานที่ไทยสักหน่อย รบกวนปู่เตรียมห้องพักให้ผมด้วยนะครับ” แน่นอน เมื่อคิดได้เขาจะทำทันที“แกนี่มันกะทันหันตลอด” ปู่ศิลาพูดเสียงเอ็ด ฟังดูแล้วเป็นการสนทนาที่เป็นกันเองกันนั่นเพราะทั้งสองเป็นญาติห่างๆที่ค่อยช่วยเหลือกันมายาวนานนั่นเอง “ยังไงก็อย่าโหดกับพนักงานมากนักล่ะ แกมาทีไรไล่คนออกตลอด กว่าจะสอนงานจนเป็นมันใช้เวลา…นี่ฟังอยู่รึเปล่า!” สมกับเป็นชายชราที่ขี้บ่น อีกฝ่ายได้ยินก็ยิ้มขำ“ผมไม่โหดร้ายขนาดนั้นหรอกครับ” ใช่ เขาไม่โหดร้าย แต่จะปล่อยให้คนไร้ประสิทธิภาพอยู่ในองค์กรของเขางั้นเหรอ ไม่มีทาง!ปู่ศิลามองหน้าก็ถอนหายใจ ทำไมตนจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกัน “ถึงเมื่อไหร่ก็บอกฉันแล้วกัน เทย์เลอร์”...กลับเข้ามาในเกมแลนนิก้าเรไรยังคงตั้งใจปีนต้นไม้ยักษ์ต่อไปอย่างไม่หยุด เพราะการปิดเสียงระบบประกาศมาตลอดเลยไม่ทันได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเปิดเท่านั้นล่ะ รู้เลย!“เควท...”-ท่านติดคำสาปสลายกระดูก จะเสียชีวิตภายใน3นาทีหากไม่แก้คำสาป- สิ้นคำประกาศตัวเธอมีเสียงครืดๆอยู่พักใหญ่-คำสาปไม่มีผล – “ฮะพี่เร”-ท่านติดคำสาปมรณะจะเสียชีวิตทันที- อยู่ๆสีผิวของเรไรดำขึ้นเล็กน้อย-คำสาปไม่มีผล – “... เควท ไม่ติดคำสาปบ้างเหรอ”-ท่านติดคำสาปจิตหลอน- คราวนี้เธอมองเห็นเควทแบ่งตัวได้เป็นสองตัว เอ๊ย! คน-คำสาปไม่มีผล –“ไม่ติดฮะ”“...” เสียงระบบยังคงดังอย่างต่อเนื่องขณะที่เรไรค่อยๆเกาะกิ่งไม้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เธอหันไปมองเควทที่บินไปมา เหมือนว่ามังกรน้อยจะคอยให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง‘หรือว่าจะติดเมื่อสัมผัสกับต้นไม้? ไม่ก็เพราะนี่เป็นบททดสอบของตนทำให้ผู้ที่ไม่เข้าร่วมไม่มีผล’ คาดเดาไปต่าง ๆนานา แต่... ดีแล้วละ เงยหน้าขึ้นไปมองจุดหมายปลายทางที่เริ่มใกล้ขึ้นมาบ้าง ...เล็กน้อย“...” ก็นะ ปีนมาจะสองวันถ้าไม่ใกล้เลยเธอก็เริ่มท้อแล้ว “นั่งพักกัน” เรไรเอ่ยชวน การที่ต้องปีนต้นไม้ไม่หยุด นอกจากเหนื่อยแล้วยังเบื่อ และเมื่อไม่มีอะไรทำหญิงสาวมักเปิดดูสถานะและทักษะต่างๆเพื่อทำความเข้าใจ“พี่เร พอเราออกจากที่นี่ เราไปทำพิธีทักษะคู่จะได้ปลดผนึก” เควทเอ่ยขึ้นขณะกอดคอดูหน้าต่างสถานะของตัวเองที่ฉันเปิดดูได้แต่เอาหัวพิงกับต้นไม้ก้มดูเควทที่บินมานั่งบนตักแล้วกอดเอวตนอย่างสนิทสนมโดยไม่สนใจกลิ่นเหม็นเหงื่อกับกลิ่นพิษที่ติดตัวอยู่ หลังจากที่สงสัยมาหลายครั้ง และด้วยความเบื่อถึงที่สุด เรไรเลยตัดสินใจถามดู “เอาจริงๆนะ เควท เธอชอบฉันตรงไหนเหรอ?”“...”เควทชะงักเล็กน้อย นั่นสินะ ตอนแรกเขาแค่พูดไปงั้นๆให้เรไรรู้สึกดี แต่ในตอนนี้กลับมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด คุ้นเคยงั้นเหรอ? ไม่... มันมากกว่านั้น...มังกรน้อยเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะบินออกมานั่งข้างๆ สีหน้าจริงจังขึ้น ทิ้งคราบเด็กน้อยแสนน่ารักที่เห็นเมื่อกี้ทันที “ท่านเชื่อให้เรื่องคำทำนายหรือไม่?” ลักษณะการพูดเปลี่ยนไป แววตาสีดำทอแสงเป็นประกาย เรไรได้ยินก็นิ่งเงียบไปทันที เชื่อเหรอ? เอาจริงๆเธอเริ่มไม่เชื่อตั้งแต่ได้คำทำนายฮาเร็มนั่นแล้วเมื่อเควทเห็นว่าเรไรเงียบเขาจึงเริ่มพูดต่อ “ก่อนวันที่ข้าจะเข้ามาที่นี่ ท่านไอฟาร่าทำนายว่าผู้ที่ปลุกข้าตื่นคือสตรีแห่งโชคชะตา เมื่อนั้น แนะนำว่าจงรับนางเป็นคู่ครองเสีย...” เรไรตั้งใจฟัง มาถึงจุดนี้เธอก็เริ่มขมวดคิ้ว“งั้น... ที่ทำไปทั้งหมดเพราะคำทำนาย?” เมื่อคิดดังนั้นหัวใจก็ตกวูบ หากแต่เควทนั้นกลับยิ้มให้ เป็นยิ้มที่ทำให้ใจของเธอเต้นแรง มันสวยงามจนไม่สามารถละสายตาได้“ส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ผมรู้สึกว่าพี่เป็นคนพิเศษ” อ่า ฟังแล้วใจแรง เควทกลับมาน่ารักเหมือนเดิมแถมยังกอดแขนเธอดังหมับ การมีคนบอกว่าพิเศษมันทำให้รู้สึกดีแบบนี้นี่เอง “แล้วพอเราแต่งงานก็จะกลายเป็นสามีภรรยา นั่นยิ่งกว่าพิเศษอีกฮะ”ได้ยินแล้วภาพที่มีเจ้าบ่าวอายุแปดขวบยืนอยู่ข้างๆ มันเป็นอะไรที่รู้สึกแปลกๆพิกล แล้วไหนจะตอนเข้าห้องหออีก...แค่กๆเรไรถึงกับสำลักและพยายามเลิกคิดบ้าๆอีก แต่จะว่าไปนี่ก็แค่แต่งงานในเกม แถมกับเอไอด้วยซึ่งมันก็มีข้อดีเหมือนกัน ไม่วุ่นวายในชีวิตจริง มีอิสระ แถมได้ทักษะคู่ปริศนาก็น่าจะมีประโยชน์...‘แหมะ! ไม่โสดแล้วสิเรา’...