ตอนที่ 10
หลังจากที่องค์ฮ่องเต้ไทเฮา ฮองเฮา องค์รัชทายาทและแม่ทัพเฟิ่งกลับไปฟางเหนียงและทุกคนก็เดินกลับเข้าตำหนัก
ขณะที่เธอกำลังจะกลับเข้าตำหนักแขนกลับถูกรั้งเอาไว้จนต้องหันไปมองว่าใครเป็คนดึงแขนของเธอเอาไว้แล้วก็เป็ไป๋อ๋องที่จับแขนของเธอเอาไว้ แล้วยังขมวดคิ้วมองเธออีก เธอจึงมองกลับแล้วถามผ่านสายตาว่ามีเื่อะไร
แต่ไป๋อ๋องกลับไม่พูดไม่ตอบอะไรก็ดึงเธอออกจากตรงนั้น จนทหารและเหล่านางกำนัลมองตาม แต่ก็ไม่มีใครช่วยเพราะว่าช่วยไม่ได้ ก็เพราะอีกฝ่ายคือไป๋อ๋อง ส่วนพวกตนเป็เพียงแค่บ่าว
“ท่านอ๋องปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ” ปากว่า เท้าเดินตามมือข้างที่ว่างพยายามแกะมือหนาของไป๋อ๋องออก แต่มันก็ไม่สำเร็จ
จึงเดินมาถึงอีกด้านของตำหนักหยางอ๋องก็ผลักตัวของเธอให้หลังชนเข้ากับเสาของศาลา แล้วเอาตัวเองยืนปิดทางเอาไว้แต่มือข้างนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนของเธอ
เธอมองไป๋อ๋องที่ดูจากสีหน้าและท่าทางนั้นกำลังหงุดหงิดแต่หงุดหงิดเื่อะไร หงุดหงิดแล้วมันถูกต้องหรือไงที่มาลงกับเธอเธอไม่ใช่ที่ระบายหรือที่รองรับอารมณ์ความหงุดหงิดของใครนะ
ไป๋อ๋องเงียบเธอก็เงียบ ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงการจ้องตากันเท่านั้น จนมันกลายเป็การทำาผ่านสายตาไปแล้ว
และก็เป็ไป๋อ๋องที่ทนความเงียบไม่ได้จึงหันหน้าไปด้านข้างแล้วพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ หนึ่งทีคล้ายระบายความหงุดหงิดแล้วหันกลับมามองเธอดังเดิม
“ฮ่องเต้แคว้นจูเชว่มาหาเ้า”
“พระองค์มาหาองค์หญิงเหม่ยกวางเพคะ”
“ฟางเหนียง...”
“ฮ่องเต้แคว้นจูเชว่จะมาหาหม่อมฉันทำไมเล่าเพคะหม่อมฉันเป็เพียงนางกำนัลเท่านั้น”
“พึ่งใจเ้า”
“เพคะ...” เธอไม่เข้าใจคำพูดของไป๋อ๋องเมื่อครู่นัก
“ฮ่องเต้แคว้นจูเชว่พึ่งใจในตัวเ้า”
“พึ่งใจหม่อมฉัน...”เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจ แล้วไป๋อ๋องก็พยักหน้าตอบ
“ทำไมพระองค์ถึงคิดว่าฮ่องเต้แคว้นจูเชว่พึ่งใจหม่อมฉันละเพคะ”เธอถามพลางเอียงคอมอง และทำการจับผิดไป๋อ๋องไปในตัว
“ก็...”
“ก็...” เธอเอ่ยถาม
“ข้าเห็นฮ่องเต้แคว้นจูเชว่มองเ้าก่อนกลับ”
“แค่มอง...”
“แค่มอง...” เขาพูดออกไปถึงขนาดนี้ เขาไม่รู้ว่านางไม่เข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อจริงๆหรือแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจกันแน่
“แต่สายตาที่มองเ้านั้นมันมีความแฝง”
“แล้วความแฝงนั้นมันคืออะไรเล่าเพคะ”
“ก็...”
เธอเลิกคิ้วขึ้นมองท่าทางของไป๋อ๋องและสีหน้าที่กำลังพยายามคิดหาคำพูด
“ก็สายตาที่มองเ้านั้นมันไม่ใช่สายตาที่ธรรมดาสายตาเช่นนั้นบอกว่าฮ่องเต้แคว้นจูเชว่้าให้เ้าไปอยู่วังหลังส่วนตัวของพระองค์”
เธออยากจะหัวเราะออกมาดังๆยิ่งนักไม่คิดว่าไป๋อ๋องจะสามารถตีความหมายสายตาของฮ่องเต้แคว้นจูเชว่ไปไกลถึงขนาดนี้
“บางทีฮ่องเต้แคว้นจูเชว่อาจจะมองหม่อมฉันด้วยสายตาที่รักใคร่เอ็นดูเหมือนลูกหลานคนหนึ่งก็ได้นิเพคะ”
“ไม่ใช่...” เขาตอบออกไปอย่าทันที
“อีกอย่างหม่อมฉันเพิ่งจะ15 ขวบปี ส่วนฮ่องเต้แคว้นจูเชว่สามสิบจะสี่สิบแล้วนะเพคะถ้านับดูแล้วก็ห่างกันรอบกว่าหม่อมฉันคิดว่าฮ่องเต้แคว้นจูเชว่ไม่คิดเช่นนั้นหรอกเพคะ”
“ขุนนางแคว้นจูเชว่ก็มีบุตรีที่มีอายุพอๆกับเ้า ก็ส่งเข้าวังถวายตัวเป็นางสนมขององค์ฮ่องเต้หมดแล้วถ้าฮ่องเต้แคว้นจูเชว่้าให้เ้าไปเป็สนมมันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร” เขาว่าออกไปตามจริง
และไม่ใช่เพียงแค่แคว้นจูเชวาเท่านั้นแคว้นไป๋ก็เช่นกัน และตอนนี้ฮ่องเต้แคว้นไป๋ องค์ชายองค์อื่นๆก็ล้วนแล้วแต่มีชายาเอก ชายารองและนางสนมอีกนับสิบ
“แล้วพระองค์ละเพคะ...”
“ข้า...”
“เพคะ พระองค์...”ยกมือขึ้น จิ้มนิ้วชี้ลงบนกลางอกของไป๋อ๋อง
“แล้วพระองค์ไม่มีชายานางสนมหรือว่านางกำนัลอุ่นเตียงหรือเพคะ”
“ไม่มี...”
คำตอบนั้นทำให้เธอขมวดคิ้วฉับไม่คิดว่าไป๋อ๋องจะตอบกลับเร็วขนาดนี้ ทั้งๆที่เธอคิดว่าไป๋อ๋องน่าจะหยุดคิดหาคำตอบสักพักแต่นี่กลับตอบเธอทันทีที่เธอถามคำถามจบและแม้ว่าจะได้ยินมาจากเหม่ยกวางบ้างแล้วว่าไป๋อ๋องนั้นไม่มีชายาหรือว่านางสนมแต่พอมาได้ยินกับปากของไป๋อ๋องเอง มันกลับให้ความรู้สึกอีกอย่าง
ซึ่งมันเป็ความรู้สึกบางอย่างซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน
“ข้าไม่มีชายาสนมหรือแม้แต่นางกำนัลอุ่นเตียงสักคน”
“นางในดวงใจ...”
คำถามนี้ของนางทำให้เขานิ่งไปสักพักมองใบหน้าของนาง ก่อนจะมองสบเข้าไปภายในดวงตาของนาง
“เมื่อก่อนไม่มี...”
“เมื่อก่อนหรือเพคะ”
“อือ...”
“แล้วตอนนี้ละเพคะ”
“ตอนนี้...” เขาพูดลากเสียงยาว ใช้สายตาไล้ไปทั่วใบหน้าของฟางเหนียง จากนั้นก็ค่อยๆโน้มหน้าเข้าไปใกล้นาง เลื่อนเข้าไปใกล้จนแก้มของเขาและนางแนบกันริมฝีปากของเขาก็ห่างจากใบหูของนางเพียงแค่เศษใบไม้กั้น
“ตอนนี้ข้ามีนางในดวงใจแล้วแล้วข้าก็ได้บอกนางไปแล้วว่า นางคือนางในดวงใจของข้า”
ตลอดการพูดริมฝีปากของเขาััเข้ากับใบหูของนางทุกคำยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเหมือนตัวของนางเกร็งขึ้นมา ผละออกมาแล้วมองใบหน้าของนางที่เบิกตากว้างอ้าปากค้าง แก้มก็ซับสีแดงระเรื่อ และ...
เปาะ
“อ่ะ...”
ดีดหน้าผากของนางเสร็จเขาก็หันหลังเดินออกไปแต่เดินออกไปได้เพียงสามก้าว เขาก็คิดบางอย่างออกพูดกับนางโดยการเอียงตัวกลับเล็กน้อย
“อ่อ อายุของข้านั้น25ขวบปี ห่างจากเ้าเพียงแค่สิบปีเท่านั้น และยังเหมาะสมกับเ้ามากกว่าองค์ฮ่องเต้แคว้นจูเชว่ที่อายุห่างจากเ้ารอบกว่าแน่นอน”พูดจบก็เดินออกไป
มือลูบหน้าผากของตัวเองที่ถูกดีดปากที่อ้าค้างก่อนหน้าก็อ้าค้างกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดประโยคเมื่อครู่ของไป๋อ๋อง
“อะไรกัน...”
สะบัดหัวไปมาเล็กน้อยแล้วเดินกลับเข้าตำหนัก
วันงานเฉลิมฉลองพระชนม์พรรษา
องค์ไทเฮา
ก่อนจะถึงเวลาที่งานเลี้ยงจะเริ่มเพียงแค่สามชั่วโมงภายในห้องอักษรขององค์ฮ่องเต้แคว้นจูเชว่บัดนี้ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยองค์ฮ่องเต้องค์ไทเฮา องค์ฮองเฮา องค์รัชทายาทและแม่ทัพเฟิ่ง ที่กำลังมองแผ่นโองการที่วางอยู่บนโต๊ะที่ได้มีการประทับตราเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“ลูกจะประกาศหลังเสร็จงานเลี้ยงคืนนี้พ่ะย่ะคะ”องค์ฮ่องเต้พูด พลางมององค์ไทเฮาไปด้วย
ซึ่งองค์ไทเฮาเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
เพราะโองการฉบับนี้เป็โองการแต่งตั้งและคืนตำแหน่งองค์หญิงองค์ชายให้กับฟางเหนียงและลู่จื้อ
“ส่วนเื่นั้นเป็เื่ภายในจวนของเ้าข้าจะให้เ้าจัดการเอง”
“พ่ะย่ะคะฝ่าา”
“แต่นางกล้าทำร้ายและคิดร้ายต่อฟางหรูที่เป็ถึงเชื้อพระวงศ์แคว้นจูเชว่ข้าไม่ปล่อยนางและตระกูลของนางไว้แน่แม้ว่าตระกูลของนางจะมีสนมตำแหน่งสองคอยคุ้มกะลาหัวอยู่ก็ตาม”
“ฝ่าาเื่นี้ปล่อยให้แม่และฮองเฮาจัดการเถอะ อย่างไรนางก็เป็คนของวังหลัง”
“ถ้าเช่นนั้นรบกวนเสด็จแม่ด้วยพ่ะย่ะคะเ้าด้วยฮองเฮา”
“เพคะฝ่าา”
“แม่ทัพเฟิ่ง”
“พ่ะย่ะคะฝ่าา”
“เื่ของลู่จื้อ...”
“กระหม่อมจะทำหนังสือรับรองลู่จื้อเป็บุตรบุญธรรมของกระหม่อมพ่ะย่ะคะ”แม่ทัพเฟิ่งพูดออกมาด้วยความจริงใจ
“เื่นี้ข้าไม่อยากบังคับเ้าถึงลู่จื้อจะเป็บุตรของฟางหรู แต่ก็เกิดจากบุรุษอื่น”
“กระหม่อมเต็มใจพ่ะย่ะคะกระหม่อมจะเลี้ยงดูลู่จื้อให้เหมือนลูกของตัวเองและกระหม่อมก็อยากเลี้ยงลู่จื้อจริงๆ เพราะ...”
“เ้าไม่ได้เลี้ยงฟางเหนียง”
“พ่ะย่ะคะ”
“เช่นนั้นข้าก็ไม่ขัดแต่ท่านต้องสัญญากับข้า ว่าท่านต้องรักลู่จื้อให้เหมือนลูกแท้ๆ ของท่านเพราะถ้าท่านดูแลลู่จื้อไม่ดี ข้าก็ไม่อยากจะคิดว่าฟางเหนียงจะทำกับท่านเช่นไรเพราะดูแล้วฟางเหนียงรักลู่จื้อมาก” พูดแล้วมองหน้าของแม่ทัพเฟิ่งนิ่งๆ
“คงไม่ต้องให้ข้าพูดกระมังว่าความสามารถของฟางเหนียงนั้นน่ากลัวมากแค่ไหน”
“พ่ะย่ะคะ”
“งดงามมาก”
เธอว่าแล้วมองเหม่ยกวางที่วันนี้แต่งตัวเต็มยศทั้งชุดทั้งเครื่องประดับอื่นๆ ต่างก็เข้ากับเหม่ยกวางแล้วมันก็ทำให้เหม่ยกวางไม่ต่างไปจากนางฟ้าบน์
“เ้าพูดไปเถอะถ้าเ้ามาแต่งแบบนี้เ้าก็งดงามไม่ต่างกัน ติดจะงามกว่าข้าด้วยซ้ำ” เหม่ยกวางว่าแล้วยิ้มให้กับฟางเหนียง
“อย่ามัวแต่พูดยอกันเลยเพคะอีกไม่นานงานเลี้ยงก็จะเริ่มแล้ว ไป๋อ๋องและรองแม่ทัพซ่งมารอแล้วรีบออกไปกันเถอะเพคะ” นางกำนัลคนสนิทของเหม่ยกวางพูดขึ้น
เธอพยักหน้าเข้าใจหันไปมองอิงอี้
“เ้าก็อยู่ดูแลลู่จื้อที่ตำหนักเถอะ”ว่ากับอิงอี้เสร็จก็หันมองลู่จื้อแล้วลูบศีรษะน้อยๆ นั้น
“เป็เด็กดีรู้ไหมจื้อเอ๋อร์”
“ขอรับท่านพี่”ลู่จื้อว่าเสียงสดใส แล้วยิ้มกว้างให้กับฟางเหนียง
“ไปเถอะ”
จากนั้นเธอและเหม่ยกวางพร้อมกับนางกำนัลก็เดินไปยังประตูตำหนักแล้วด้านหน้าก็มีไป๋อ๋อง รองแม่ทัพซ่ง นางกำนัลและขันทีจำนวนหนึ่งยืนอยู่
เธอมองไป๋อ๋องที่อยู่ในชุดสีดำแดงที่บนชุดนั้นปักลายพยัคฆ์สีทองบนศีรษะมีเพียงผ้าผูกผมสีแดงเท่านั้นถึงจะไม่มีเครื่องประดับเลยแต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนมองไม่อาจละสายตาไปจากไป๋อ๋องได้ขนาดเธอที่มีความต้านทานเื่ความหล่อของผู้ชาย เธอยังละสายตาจากไป๋อ๋องไม่ได้เลย
ผู้ชายบ้าอะไรแค่ยืนเฉยๆ ยังทำให้คนที่มองหลงใหลได้
“วันนี้องค์หญิงทรงงดงามมากพ่ะย่ะคะ”
แล้วเสียงของรองแม่ทัพซ่งก็ดึงสติเธอกลับมาแล้วเธอก็เห็นว่าเหม่ยกวางหน้าแดง แล้วมีอาการเขินอายต่อคำพูดของรองแม่ทัพซ่ง
“ท่านเองก็หล่อเหลามากเช่นกันท่านรองแม่ทัพ”
พอเอ่ยชมกันไปเอ่ยชมกันมาไป๋อ๋องก็กะแอ่มไอขึ้น แล้วเอ่ยปากให้ทุกคนไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยงได้แล้ว
เมื่อมาถึงสถานที่จัดงานเลี้ยงแคว้นไป๋ที่เดินไปนั่งยังที่นั่งที่แคว้นจูเชว่ยัดเตรียมไว้โดยเธอนั้นนั่งอยู่ทางด้านหลังของเหม่ยกวางกับนางกำนัลโดยที่นั่งก่อนเหม่ยกวางนั้นคือไป๋อ๋องถัดจากเหม่ยกวางก็คือรองแม่ทัพซ่งและเหล่าขุนนางของแคว้นไป๋
โดยที่นั่งตรงข้ามของแคว้นไป๋นั้นคือแคว้นหลงที่นำมาโดยองค์รัชทายาทแคว้นหลงและองค์อีกสองคน รวมไปถึงเหล่าขุนนาง และที่นั่งตรงกลางนั้นเป็ที่นั่งของเหล่าเชื้อพระวงศ์แคว้นจูเชว่ที่มีที่นั่งมากมายและถัดจากขุนนางแคว้นไป๋และแคว้นหลงก็เป็บรรดาขุนนางของแคว้นจูเชว่ถัดไปอีกก็เป็เหล่าฮูหยินคุณหนูและคุณชาย
“ข้าไม่ชอบสายตาขององค์รัชทายาทแคว้นหลงเลย”เหม่ยกวางว่ากับเธอ ถึงจะพูดเบาแค่ไหน แต่คนที่อยู่ใกล้ๆอย่างไป๋อ๋องและรองแม่ทัพซ่งย่อมได้ยิน
“ทำไมหรือเพคะ”
“ก็ลองมองสายตานั้นสิมันเป็สายตาของเสือที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ สายตาของพวกเ้าชู้...” แล้วเหลือบตามองไปยังองค์รัชทายาทแคว้นหลง
“ก็วันนี้พระองค์งดงามไม่แปลกที่องค์รัชทายาทแคว้นหลงจะมอง”
“ไม่นะองค์รัชทายาทแคว้นหลงไม่ได้มองข้า...” หันกลับมามองฟางเหนียง
“แต่องค์รัชทายาทแคว้นหลงมองเ้า”
“เพคะ...”
แล้วเธอก็มองไปยังองค์รัชทายาทแคว้นหลงแค่เธอมองไป องค์รัชทายาทแคว้นหลงก็ยกยิ้มให้กับเธอ เธอจึงละสายตาหนี
“เห็นไหมองค์รัชทายาทแคว้นหลงมองเ้า ไม่ได้มองข้า”
ทุกคำพูดที่เหม่ยกวางพูดกับฟางเหนียงเขาได้ยินทุกคำทุกประโยค หูฟังที่ทั้งสองคุยกัน ตาจ้องไปยังองค์รัชทายาทแคว้นหลงมือก็ยกจอกเหล้าขึ้นดื่มติดๆ กัน
ทั่วทั้งสามแคว้นนั้นรู้ว่าองค์รัชทายาทแคว้นหลงนั้นขึ้นชื่อเื่สตรีมากแค่ไหนชายารองสองตำแหน่งก็มีครบ นางสนมอีกนับสามสิบคนยังไม่นับรวมถึงนางกำนัลอุ่นเตียงที่มีมากจนนับไม่ไหว แต่ที่ยังไม่มีคือชายาเอก
เขาลุกขึ้นยืนจนคนที่อยู่ใกล้เงยขึ้นมองรวมถึงนางด้วย ถอดเสื้อคลุมสีดำตัวนอกออกหันไปหานางที่นั่งด้านหลังของเหม่ยกวาง เดินเข้าไป ย่อตัวลงข้างๆ นางจากนั้นก็เอาเสื้อคลุมสีดำของเขาคลุมให้กับนาง แม้ว่านางจะพยายามดึงออกแต่เขาก็ไม่ยอม เขา้าให้นางใส่เอาไว้
“อากาศเริ่มเย็นข้ากลัวว่าเ้าจะไม่สบายเอาได้ ใส่คลุมไว้ แล้วห้ามถอดเด็ดขาดถ้าข้าไม่สั่ง”ประโยคหลังเขาพูดเสียงเข้มขึ้น
พอนางไม่ขัดเขาก็เดินไปนั่งที่เดิมไม่สนใจสายตาของเหม่ยกวาง รองแม่ทัพหรือว่าใคร มองไปยังองค์แคว้นหลงแล้วบอกทางสายตาว่านางคือสตรีของเขา
หนาวบ้าอะไรอากาศกำลังเย็นพอดี
แต่เธอก็ไม่ได้ถอดออกแต่อย่างใดมือก็กระชับสาบเสื้อคลุมให้เขาชิดกัน