ในงานบูรณะหนังสือโบราณ เมื่อเราจัดการล้างกรดและกำจัดมอดไม้ที่เป็อันตรายออกไปจนหมดสิ้นแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการนำหนังสือแผ่นนั้นเข้าสู่กระบวนการ "อัดรีดและอบแห้ง" เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างกระดาษให้เรียบกริบและมั่นคงที่สุด มันเป็่เวลาแห่งความสงบเงียบที่กระดาษจะได้พักฟื้นและกลับคืนสู่สภาพที่งดงามสมบูรณ์แบบ สำหรับผมและวิเวียน ่เวลาหลังจากข่าวการเสียชีวิตของนักสืบมนัสเงียบหายไปคือ่เวลาแห่งความสงบสุขเช่นนั้น
บ่ายวันนั้นผมกำลังนั่งบูรณะสมุดไทยโบราณอายุกว่าสองร้อยปีเล่มหนึ่งในห้องทำงานชั้นสอง กลิ่นอับของกระดาษข่อยเก่าปนเปกับกลิ่นเคมีเจือจางของเมทิลเซลลูโลสที่ผมใช้ซ่อมรอยฉีกขาดของกระดาษ การบูรณะหน้ากระดาษที่ผุกร่อน้าความเพียรและสมาธิขั้นสูง ปลายนิ้วต้องแ่เบาราวกับขนนกเพื่อไม่ให้เยื่อกระดาษเดิมฉีกขาดเพิ่มขึ้น ผมเปรียบกระดาษแผ่นนี้เหมือนกับจิตใจของวิเวียนในยามนี้... หลังจากที่ผ่านการขัดถูและล้างคราบกรดร้ายอย่างพีทและมนัสออกไปอย่างถาวร จิตใจของเธอก็กำลังฟื้นตัวและกลับมารวมตัวใหม่ภายใต้การดูแลประคับประคองอย่างเบามือของผม
หลังจากเสร็จงานบูรณะหนังสือรอบบ่าย ผมเดินลงไปที่ห้องใต้ดินผ่านประตูลับหลังชั้นหนังสือไม้เพื่อตรวจตราความเรียบร้อยเป็ครั้งสุดท้าย นับั้แ่ร่างของพีทถูกนำไปฝังลึกใต้ผืนดินในป่าชานเมือง ห้องใต้ดินแห่งนี้ก็ถูกทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นและสารกำจัดกลิ่นจนเกลี้ยงเกลา โซ่ตรวนและกุญแจมือเหล็กถูกถอดเก็บไว้ในหีบไม้โบราณที่ปิดล็อคอย่างหนาแน่น กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นโอโซนจากเครื่องฟอกอากาศทำให้ห้องใต้ดินกลับมาเงียบสงบ ไร้ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่เคยถูกจองจำอยู่ที่นี่ ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับพีทถูกฝังลึกลงใต้ดินอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ไม่มีรถกระบะสีเทาเข้มจอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามหอสมุดอีกต่อไป ไม่มีสายตาลึกลับคอยสอดส่องระเบียงคอนโดของวิเวียนในยามวิกาล โลกของเธอและผมกลับมาสะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่สดใสของเธออีกครั้ง วิเวียนทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่เพื่อเตรียมเข้าร่วมงานนิทรรศการดีไซเนอร์รุ่นใหม่ระดับประเทศ ขณะที่ผมยังคงทำหน้าที่บรรณารักษ์ผู้แสนดีที่คอยดูแลสนับสนุนเธออยู่เื้ัเสมอ
ทุกเช้าผมจะขับรถไปส่งเธอที่สตูดิโอทำงาน คอยดูแลเื่มื้ออาหาร และรับเธอกลับคอนโดในยามเย็น ััอุ่นจากมือบางของเธอที่กุมมือผมไว้ขณะขับรถเป็เหมือนเครื่องยืนยันว่าชีวิตใหม่ที่เราสองคนร่วมกันบูรณะขึ้นมานั้นช่างงดงามและคุ้มค่ากับสารเคมีรุนแรงที่ผมได้ใช้จัดการเสี้ยนหนามเ่าั้ออกไป
ทว่า... ในโลกของอำนาจและเงินตรา ความจริงบางอย่างมักจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่เสมอ แม้จะฝังมันไว้ลึกเพียงใดก็ตาม
บ่ายวันพุธที่เงียบสงบในหอสมุดกลาง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังคัทชูดังสะท้อนขึ้นมาตามชั้นหนังสือไม้โบราณ ผมเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานบูรณะหนังสือและพบกับชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้ม ท่าทางภูมิฐานแต่ทว่าดวงตาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและเฉียบคม เขาเดินตรงมาที่โต๊ะของผมพร้อมบัตรตราตำรวจ
"สวัสดีครับคุณธนนท์... ผมร้อยตำรวจเอกวิชัย จากกองบังคับการปราบปรามคดีคนหายครับ" นายตำรวจหนุ่มใหญ่แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ผมยิ้มบางๆ อย่างเป็มิตรตามประสพการณ์และหน้าที่ของบรรณารักษ์ผู้สุภาพ "สวัสดีครับคุณตำรวจ มีอะไรให้ผมช่วยเหลือหรือครับ หรือกำลังมองหาหนังสือเล่มไหนเป็พิเศษ?"
วิชัยสบตากับผมอย่างจดจ้อง ราวกับ้ามองหาพิรุธใต้หน้ากากอันเนียนกริบของผม สายตาของเขาเหลือบมองไปยังมือสองข้างของผมที่คราบสารเคมีบูรณะจางๆ ก่อนจะหันไปรอบๆ ห้องทำงานที่เงียบสงบ "เปล่าครับ... ผมไม่ได้มาหาหนังสือ แต่ผมมาสืบหาเบาะแสคดีคนหายของคุณพีท ธนภูมิ ครับ พอดีเราตรวจเช็คประวัติการโทรศัพท์และไดอารี่การทำงานของนักสืบมนัสที่เพิ่งฆ่าตัวตายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และพบบันทึกว่าเขาเคยเดินทางมาที่หอสมุดแห่งนี้เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับคุณธนนท์และคุณวิเวียน"
ใจของผมกระตุกวูบหนึ่งด้วยความระแวดระวัง แต่ทว่าภายนอกของผมยังคงนิ่งสนิทดั่งผืนน้ำที่ไร้คลื่นลม รอยยิ้มละมุนยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอย่างเป็ธรรมชาติ "อ๋อ... คุณลุงมนัสใช่ไหมครับ? จำได้ว่าเขาเคยมาที่นี่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน มาถามหาหนังสือพิมพ์เก่าๆ และจู่ๆ ก็ชวนผมคุยเื่คุณพีทกับคุณวิเวียน ผมก็บอกเขาไปตามตรงครับว่าผมเป็แค่เพื่อนร่วมงานที่สนิทกับคุณวิเวียนชั่วคราวใน่ที่เธอมาทำงานวิจัยเอกสารโบราณที่นี่ และผมไม่เคยรู้จักคุณพีทเป็การส่วนตัวเลยครับ"
วิชัยพยักหน้ารับช้าๆ เดินวนไปที่ชั้นวางหนังสือด้านหลัง หยิบหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกเปิดดูผ่านๆ "แล้วคุณธนนท์จบเคมีประยุกต์มา แต่ทำไมถึงมาทำงานเป็บรรณารักษ์เงียบๆ ที่นี่ล่ะครับ? โปรไฟล์ระดับคุณน่าจะไปทำงานในแล็บหรือบริษัทเอกชนใหญ่ๆ ได้สบายเลยนะ"
"ผมชอบความเงียบสงบและประวัติศาสตร์ครับคุณตำรวจ... การได้อยู่กับหนังสือโบราณและได้บูรณะสิ่งของที่ผุผังให้กลับมามีชีวิตใหม่ มันเป็ความสุขส่วนตัวที่หาไม่ได้จากในห้องแล็บเคมีอุตสาหกรรมครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพเรียบร้อยสมบทบาท
"งั้นหรือครับ... แล้วในคืนวันอังคารที่ 5 ที่คุณพีทหายตัวไป คุณธนนท์อยู่ที่ไหนหรือครับ?" วิชัยหันกลับมาถามจี้ประเด็นสำคัญ แววตาของเขาเฉียบคมดั่งเหยี่ยว
"คืนนั้นผมอยู่เคลียร์งานค้างและปิดหอสมุดแห่งนี้ตอนประมาณสี่ทุ่มครับ จากนั้นผมก็ขับรถกลับตึกแถวที่พักส่วนตัวของผมและนอนหลับพักผ่อนตามปกติครับ มีระบบสแกนคีย์การ์ดของตึกพักระบุเวลาเข้าออกชัดเจนครับคุณตำรวจ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ มั่นใจ และไม่มีความตื่นตระหนกใดๆ ซึ่งข้อมูลระบบคีย์การ์ดนั้นผมได้แฮกเข้าไปแก้ไขเวลาบันทึกไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อยแล้วั้แ่วันเกิดเหตุ
"งั้นหรือครับ... ขอโทษที่ต้องรบกวนเวลาทำงานของคุณนะครับคุณธนนท์ หากเรามีข้อสงสัยเพิ่มเติมอาจจะขอเชิญตัวไปให้ปากคำอีกครั้งนะครับ" ร้อยตำรวจเอกวิชัยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนแฝงความหมายบางอย่าง ก่อนจะเก็บสมุดโน้ตและเดินจากไปอย่างช้าๆ
สายตาของผมจดจ้องแผ่นหลังของนายตำรวจผู้นั้นจนเขาลับสายตาไป แววตาของผมกลับมาเย็นเยียบไร้ความรู้สึกอีกครั้ง
*ตำรวจเริ่มเข้ามาสืบสวนคดีของพีทอย่างจริงจังเพราะข้อมูลจากโทรศัพท์ของมนัส... และพวกเขาเริ่มสงสัยตัวผม*
หลังจากวิชัยกลับไป ผมรีบขึ้นไปที่ห้องทำงานชั้นสาม เปิดคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่อระบบดักฟังเข้ากับสมาร์ทโฟนของร้อยตำรวจเอกวิชัยทันทีที่ผมแอบฝังมัลแวร์ไว้ตอนที่เขาใช้ไวไฟหอสมุด เสียงบทสนทนาระหว่างวิชัยและประธานบริษัท "ธนภูมิกรุ๊ป" หรือคุณพ่อของพีทดังแว่วเข้ามาในหูฟัง:
"ผู้กองวิชัย... คดีลูกชายฉันคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว? มนัสตายไปแล้ว แต่เบาะแสที่เขาหาไว้ต้องไม่หายไปสิ!" เสียงห้าวทรงอำนาจของเศรษฐีใหญ่ตะคอกถาม
"ผมเพิ่งไปพบตัวบรรณารักษ์ที่ชื่อธนนท์มาครับท่าน เขาจบเคมีประยุกต์และมาทำงานเป็บรรณารักษ์เงียบๆ ประวัติเขาดูสะอาดเกินไปจนน่าสงสัย ส่วนรถเก๋งของเขาก็วิ่งผ่านผับคืนเกิดเหตุจริงๆ ผมจะจับตาดูเขาและวิเวียนอย่างใกล้ชิดครับ" วิชัยรายงาน
"ดี! สืบต่อไป ถ้าไอ้เด็กบรรณารักษ์นั่นมันมีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ ฉันจะบดขยี้มันให้จมดิน และยัยดีไซเนอร์นั่นก็ต้องรู้เห็นด้วยแน่ๆ!"
ผมหรี่ตาลงรอยยิ้มเย็นะเืปรากฏบนใบหน้า... พวกเขาคิดจะบดขยี้ผมงั้นหรือ? ช่างเป็ความคิดที่ไร้เดียงสาเสียจริง
เย็นวันนั้น ผมไปรับวิเวียนที่สตูดิโอ เธอเดินก้าวขึ้นมาบนรถด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้นและกุมมือผมไว้แน่น "คุณนนท์คะ! งานนิทรรศการแฟชั่นโชว์ในวันศุกร์นี้ วิเวียนได้รับเลือกให้ขึ้นเป็ไฮไลท์หลักของงานแล้วนะคะ! วิเวียนดีใจมากเลยค่ะ... แต่อีกใจก็กลัวเหลือเกิน พ่อของพีทก็เป็หนึ่งในสปอนเซอร์รายใหญ่ของงานนี้ด้วย วิเวียนกลัวว่าจะเจอเขาแล้วทำให้เื่มันบานปลายขึ้นมาอีก"
ผมบีบมือบางของเธอเบาๆ ส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ "ไม่ต้องกังวลไปนะครับคนดี... วันสำคัญของคุณ ผมไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายหรือขัดความสุขของคุณได้แน่นอน ผมจะอยู่ข้างๆ คุณตลอดทั้งงานเองครับ"
ผมมองใบหน้าหวานที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกังวลระคนความหวังของวิเวียนและตั้งปณิธานในใจอย่างหนักแน่น... ไม่ว่าตำรวจอย่างวิชัยหรือผู้มีอำนาจอย่างพ่อของพีทจะใหญ่โตเพียงใด ก็ไม่มีวันมาทำลายรอยยิ้มแสนหวานชิ้นนี้ของผมได้ ผมจะซ่อนความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้ผืนดินลึกนี้ตลอดกาล และหากมีใครพยายามจะขุดมันขึ้นมา... คนๆ นั้นก็จะต้องลงไปนอนอยู่ใต้ผืนดินเดียวกับพีทอย่างไม่มีข้อยกเว้น การต่อสู้ของผมคืองานบูรณะชิ้นเอกที่ผมต้องแสดงฝีมือให้ประณีตและเนียนตาที่สุด ทุกรายละเอียดของแผนการถัดไปต้องไม่ทิ้งร่องรอยของการงัดแงะหรือข้อสงสัยใดๆ ผมจะปล่อยให้ผู้กองวิชัยสืบสาวราวเื่ไปตามใจชอบชั่วคราว ดึงความสนใจของเขาให้ออกห่างจากหอสมุดแห่งนี้ และในที่สุด... ผมจะนำพาเขาไปสู่ทางตันที่ลวงตาที่สุด เพื่อที่เขาจะได้ยุติบทบาทการไล่ล่านี้และถอยทัพกลับไปอย่างไร้ประโยชน์ ส่วนพ่อของพีทผู้เปี่ยมด้วยอิทธิพลล้นฟ้า หากเขาเริ่มเข้าใกล้โลกของเรามากเกินไป ผมก็มีวิธีการจัดการที่รุนแรงขึ้นเพื่อบดขยี้อำนาจของเขาให้สลายหายไปในสายลมโดยที่เขาไม่มีวันรู้ตัวเลยสักนิด ความรักของผมและวิเวียนจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ตราบนานเท่านาน