ขอโทษทีคราวนี้ฉันไม่โง่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 36 บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว

            บริษัทซูหลิวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง พวกเขาเปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อผ้าสำหรับฤดูกาลใหม่ทันที พวกเขายังได้นำระบบ e-Commerge[1] และระบบ Home delivery[2] เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย 

            โดยซูเจินเริ่มทำระบบร้านค้าออนไลน์ ระบบการรับชำระเงินออนไลน์ บริการเก็บเงินปลายทาง และบริการจัดส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่ลูกค้าระบุไว้ เพราะตอนนี้ซูเจินย้อนเวลากลับมาในช่วงที่ธุรกิจ e-Commerce ในประเทศกำลังเริ่มต้นและเริ่มได้รับความสนใจพอดี บริการที่เธอเสริมเข้ามาจึงดูทันสมัยและตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก

            หากพูดถึงชีวิตก่อนที่ซูเจินจะย้อนเวลากลับมา บริการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการดำเนินธุรกิจไปแล้ว เพราะทุกคนสามารถซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน รวมถึงบริการรับส่งสินค้าก็สามารถเปลี่ยนสถานที่รับสินค้าได้ตามความต้องการสำหรับการสั่งซื้อในแต่ละครั้ง

            ไม่เพียงเท่านั้น ซูเจินยังเริ่มขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทาง Home shopping[3]  อีกด้วย เพราะเป็นการนำเสนอขายสินค้าผ่านสื่อโทรทัศน์ นอกจากนายแบบและนางแบบชื่อดังที่มาเป็นผู้นำเสนอสินค้าแล้ว เธอยังเลือกดารา นักร้อง หรือแม้แต่นักกีฬาที่ได้รับความนิยมในขณะนั้นให้มาเป็นผู้นำเสนอสินค้าอีกด้วย เพราะบุคคลเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นอย่างมาก

            “เจินเจิน ตอนนี้บริษัทของเราโตขึ้นเร็วมากเลยนะ เธอเป็นนักการตลาดที่เก่งจริงๆ” หลิวฟางซินมองซูเจินอย่างชื่นชม

            “พี่สะใภ้ ฉันไม่กล้ารับความดีความชอบนี้มาคนเดียวหรอกนะ มันขึ้นอยู่กับชื่อเสียงและการออกแบบของเธอด้วย เธออย่าลืมสิ เพราะชื่อเสียงของเธอ ถึงทำให้เสื้อผ้าแบรนด์ซูหลิวได้รับความสนใจมาตั้งแต่ตอนที่เราเริ่มเปิดบริษัท”

            “ไม่ต้องชมกันไปมาแล้วล่ะ พวกเธอเก่งกันทั้งคู่ ตาภูมิใจในตัวพวกเธอมาก” คุณตาเยี่ยพูดขึ้น

            “ช่วงนี้พวกเรายุ่งกันมากจนไม่ค่อยมีเวลามาดูแลคุณตากับคุณพ่อเลยค่ะ” หลิวฟางซินพูดอย่างเกรงใจ

            “พวกลูกไม่ต้องกังวลไปหรอก พ่อกับคุณตายังแข็งแรงดี เห็นพวกเธอทำงานกันอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จกันขนาดนี้ พ่อปลื้มใจมาก” พ่อเย่พูด

            “คุณตาเชื่อผมหรือยังล่ะครับว่าตอนที่กำลังจะเรียนจบ เจินเจินเกือบถูกบริษัทใหญ่ที่เมืองนอกซื้อตัวให้ไปทำงานด้วยซะแล้ว” เย่ชิงเฉินยังชมภรรยาต่อ

            “แผนการตลาดที่น้องสะใภ้ทำออกมานี่ถือว่าได้รับความสำเร็จมากจริงๆ” เย่เซี่ยเฉิงชมน้องสะใภ้ตัวเองด้วยอีกคน

            “นั่นก็เพราะประสบการณ์ที่ได้รับตอนที่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศมาน่ะค่ะ อีกอย่าง ครอบครัวของเราก็มีเครือข่ายที่น่าสนใจมากมาย เรื่องการขนส่งในประเทศของเราใครจะสู้ตระกูลหลิวของพี่สะใภ้ได้อีกล่ะคะ ฉันก็แค่ลองเอามาปรับใช้กับธุรกิจเราดูก็แค่นั้น ส่วนการโฆษณาขายผ่านทางทีวี เราก็มีลุงใหญ่อยู่ทั้งคน ถ้าไม่ใช้ประโยชน์ตรงนี้เลย มันจะไม่น่าเสียดายแย่เหรอคะ” เจินเจินอธิบาย

            “คนมีความสามารถก็มักจะมองเห็นช่องทางการพัฒนาและการเติบโตอยู่เสมอนั่นล่ะ” คุณตาเยี่ยพูด

            “ลูกสะใภ้ทั้งสองคนของพ่อต่างก็ทำงานเก่งกันทั้งคู่ แล้วเจ้าลูกชายล่ะ ตอนนี้งานของพวกแกไปถึงไหนกันแล้ว” พ่อเย่หันมาถามลูกชาย

            “ผมกำลังจะทำหมู่บ้านจัดสรรที่ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยและระบบอำนวยความสะดวกผ่านระบบ Internet ร่วมกับบริษัทของเจ้ารองน่ะครับ อย่างเช่นระบบรักษาความปลอดภัยเราจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเชื่อมต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเปิดมือถือดูความเคลื่อนไหวภายในบ้านได้ตลอดเวลาน่ะครับ” เย่เซี่ยเฉิงพูดถึงงานตัวเอง

            “ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ พวกเรายังจะทำระบบควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านผ่านโทรศัพท์มือถือด้วย” เย่ชิงเฉินพูดเสริม

            “คุณพ่อครับ ดูท่าผมจะส่งลูกชายไปเรียนไม่เสียเปล่าแล้ว” พ่อเย่หันไปพูดกับพ่อตา

            “โลกมันก้าวไปไกลมากจริงๆ ตาฟังพวกเธอพูดมาไม่ค่อยจะเข้าใจแล้ว” คุณตาเยี่ยพูดพร้อมส่ายหัว

            

            เพราะวันนี้เป็นวันหยุด ทั้งครอบครัวจึงมีโอกาสได้มานั่งคุยกันอย่างมีความสุข

            “สวัสดีครับคุณพ่อเยี่ย กำลังคุยอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางมีความสุขกันมาก” เป็นเสียงของลุงใหญ่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับลูกสาวฝาแฝดทั้งสองคน

            “อ้าว! พี่ใหญ่มาได้ยังไงกันครับ ลี่มี่กับลี่หงก็มาด้วย มาๆ เกือบได้เวลาทานข้าวกันมาพอดีเลย” พ่อเย่เรียกพี่ชายและหลานสาวอย่างดีใจ

            “สวัสดีค่ะคุณตาเยี่ย สวัสดีค่ะคุณอา” สองแฝดเย่ลี่มี่และเย่ลี่หงทักทายผู้อาวุโส

            “แกไม่ชวนพวกเราก็จะมาฝากท้องไว้ที่นี่อยู่แล้ว คุณพ่อเยี่ยผมเอาโสมมาฝากด้วยนะครับ ตอนนี้คุณพ่อต้องบำรุงตัวเองให้ดีสักหน่อย มีหลานชายกับหลานสะใภ้เก่งอย่างนี้ คุณพ่อต้องอยู่ดูความสำเร็จของพวกเขาอีกนานๆ” ลุงใหญ่มอบโสมให้กับคุณตาเยี่ย เพราะตอนที่ลุงใหญ่ทำข่าวการเกิดอุบัติเหตุที่มีเงื่อนงำของน้องชายและน้องสะใภ้ ช่องทีวีของท่านได้รับผลกระทบมากมาย ไม่เว้นแม้แต่สภาพคล่องทางการเงิน ตอนนั้นลุงใหญ่ก็ได้คุณตาเยี่ยนั่นล่ะที่ยื่นมือเข้ามาช่วยประคองธุรกิจให้ฟื้นตัว

            “ขอบใจมาก ทีหลังเธอไม่ต้องลำบากเอาอะไรมาฝากฉันหรอก มาตัวเปล่าก็พอแล้ว คนแก่จะต้องการอะไรมากกว่าการได้พบกับลูกหลานอีกล่ะ แล้วลี่มี่กับลี่หง ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เมื่อไหร่ตาจะได้ไปงานมงคลของพวกเธอสักที” คุณตาเยี่ยหันไปถามสองสาว

            “ให้ลี่มี่แซงหน้าไปก่อนได้เลยค่ะคุณตา เนื้อคู่หนูคงจะยังไม่เกิด ถ้าจะรองานมงคลของหนู คุณตาคงต้องรออีกนานเลย” เย่ลี่หงตอบ

            “ตอนนี้เธอก็แค่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจเท่านั้นล่ะ ไม่แน่ว่าพอเธอเจอคนๆ นั้นเข้าจริง เธออาจจะจัดงานแต่งงานก่อนฉันก็ได้” เย่ลี่มี่พูดกับน้องสาว

            “ฉันไม่จัดงานแต่งก่อนเธอแน่นอน ถ้าจะจัดเราก็จัดพร้อมกันไปเลย เหมือนงานแต่งของพี่เซี่ยเฉิงกับชิงเฉินไง ว่าแต่เธอจะรอฉันได้หรือเปล่าล่ะ” เย่ลี่หงถามอย่างทะเล้น

            “ลูกจะมาตกลงกันเองอย่างนี้ไม่ได้ ลูกต้องมาถามความเห็นของพ่อก่อนสิ ลูกเขยในอนาคตจะต้องผ่านด่านพ่อให้ได้ก่อน” ลุงใหญ่รีบพูดแย้งลูกสาว

            “ทีนายจูจื่ออันยังไม่เห็นจะต้องผ่านด่านคุณพ่อก่อนเลย ถ้าหนูเจอเนื้อคู่ของหนูขึ้นมาจริงๆ หนูจะชวนเขาไปจดทะเบียนสมรสก่อนที่จะพามาแนะนำให้คุณพ่อรู้จักดีไหมคะ” เย่ลี่หงย่นจมูกถามพ่อตัวเอง

            การโต้ตอบระหว่างลุงใหญ่ผู้เป็นพ่อและเย่ลี่หงผู้เป็นลูกเรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี บรรยากาศของครอบครัวต่างเต็มไปด้วยความสุข แต่ใครจะรู้ว่าคำพูดของเย่ลี่หงที่พูดออกมาจะกลายเป็นความจริงในไม่ช้า

            ในขณะที่คนตระกูลเย่พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังจะเก็บทะเบียนบ้านของตัวเองเข้าลิ้นชัก กลับรู้สึกว่าความเป็นอิสระรอบตัวกำลังจะจบลงในไม่ช้า ‘แม่นะแม่ อยู่ดีๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมาทำไมก็ไม่รู้ ผมยังอยากใช้ชีวิตอิสระต่ออีกหลายปีครับ จะรีบแต่งงานมีลูกไปทำไม แค่คิดว่าจะต้องแต่งงาน ผมก็หายใจไม่ค่อยออกแล้วเนี่ย’

    ____________________

            [1] e-Commerce คือ การทำธุรกิจโดยซื้อขายสินค้าหรือโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่นิยมคือ วิทยุ โทรทัศน์ และที่มีการใช้งานมากที่สุดในปัจจุบันก็คืออินเทอร์เน็ต โดยสามารถใช้ทั้งข้อความ เสียง ภาพ และคลิปวิดีโอในการทำธุรกิจได้ การทำธุรกิจแบบ e-Commerce สามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวางและทำให้ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินการได้เป็นอย่างดี (ที่มา : https://seo-web.aun-thai.co.th/blog/marketing-blog-ecommerce-strategy/)

            [2] Home delivery คือ บริการขนส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่ลูกค้าเลือก (รวมถึงสำนักงาน) บริการดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการตามการสั่งซื้ออย่างหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วการขายผ่านช่องทางออนไลน์มักจะมีบริการจัดส่งถึงที่ด้วย (ที่มา : https://dekgenius.com/dictionary/logistics/Home-delivery-258.htm)

            [3] Home shopping คือการขายสินค้าผ่านจอทีวี

    คล้ายกับเรื่องขอโทษทีคราวนี้ฉันไม่โง่ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245