ย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 127 มือแม่ครัวไม่สั่น

            ตอนที่ 127 มือแม่ครัวไม่สั่น


            หานชีเยวี่ยพูดคุยกับป้าคนนั้นไม่กี่ประโยค ก็รู้ว่าป้าชื่อหวงเชวี่ยเหมย ทำอาหารอยู่ในโรงอาหารของสหคามมาสี่ห้าปีแล้ว

            จะว่าไป ป้าหวงคนนี้ถือเป็นคนเก่าคนแก่ของสหคามเลยทีเดียว เมื่อรู้ว่าป้าหวงมีหลานชายอายุแค่สองขวบ หานชีเยวี่ยก็ล้วงเอาลูกอมในกระเป๋าเสื้อออกมาหลายเม็ดแล้วยื่นให้เธอ การกระทำเช่นนี้ของหานชีเยวี่ย ทำให้หวงเชวี่ยเหมยตกใจ เด็กคนนี้ ทำไมจู่ๆ ถึงให้ลูกอมล่ะ? ของแบบนี้มันมีค่ามาก แม้แต่กรรมการในสหคามก็ยังได้คูปองลูกอมเพียงแค่ปีละสองใบเท่านั้นเอง

            “สหายเสี่ยวหาน นี่มันน่าเกรงใจเกินไป ลูกอมมีค่ามากขนาดนี้ เธอเก็บไว้กินเองเถอะ!”

            ถึงปากจะปฏิเสธ แต่เธอกลับรีบกำมือแน่น เหมือนกลัวว่าหานชีเยวี่ยจะเอาลูกอมกลับไป

            หานชีเยวี่ยหัวเราะ “หนูโตขนาดนี้แล้ว จะกินลูกอมทำไม เอาลูกอมพวกนี้ไปให้เด็กๆ กินดีกว่า”

            “งั้นฉันก็ขอขอบคุณเธอมากนะ สหายเสี่ยวหาน!” สีหน้าของหวงเชวี่ยเหมยดูจริงใจขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าขณะพูดคุยกับหานชีเยวี่ย

            หานชีเยวี่ยยิ้มและโบกมือให้หวงเชวี่ยเหมย

            “ป้าจ้ะ ฉันไปทำงานก่อนนะ เดี๋ยวตอนเที่ยงเจอกันใหม่!”

            หวงเชวี่ยเหมยยืนนิ่ง พึมพำกับตัวเองว่า “เด็กคนนี้ช่างเอาใจเก่งจริงๆ ตอนเที่ยงต้องดูแลเด็กคนนี้เป็นพิเศษซะแล้ว”

            เด็กสาวที่หน้าตาน่ารัก แถมยังเอาใจเก่งแบบนี้ ใครจะไม่ชอบล่ะ?

            หานชีเยวี่ยถือกระติกน้ำร้อน เดินไปที่ห้องทำงานของตัวเอง ทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาทำงาน จึงไม่ค่อยเข้าใจกฎระเบียบในที่ทำงานนัก แต่เธอรู้ดีว่า ถ้ากินข้าวในโรงอาหาร สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการทำให้แม่ครัวไม่พอใจ

            แค่สะบัดทัพพีนิดเดียว อย่าว่าแต่ได้กินเนื้อเลย อาจจะได้กินไม่อิ่มด้วยซ้ำ!

            หลังจากกลับมาที่ห้องทำงานพร้อมน้ำร้อน เธอก็เดินไปตักน้ำเย็นมาอีกเที่ยว จากนั้นจึงเริ่มเช็ดโต๊ะ เก้าอี้ และกระดานในห้องทำงาน ถังน้ำที่หานชีเยวี่ยนำออกมาจากมิติ ควรจะเป็นถังที่เคยใช้ตอนอยู่บ้านจวงในชาติที่แล้ว ด้านบนมีสนิมขึ้นเต็มไปหมด แต่ก็ยังใช้การได้

            ของที่ได้มาจากบ้านจวงในชาตินี้ หานชีเยวี่ยเก็บเอาไว้หมด ตั้งใจว่าจะหาโอกาสขายทิ้ง ไม่คิดจะเก็บไว้ใช้เองเลย หลักๆคงเป็นเพราะรู้สึกขยะแขยงเกินไป แต่ของหลายอย่างที่เก็บไว้ในมิติในชาติที่แล้ว ล้วนเป็นของที่เธอเคยใช้ ดังนั้นจึงไม่รู้สึกติดขัดอะไรนัก

            เวลาทำงาน หานชีเยวี่ยตั้งใจจดจ่อมาก มือและเท้าคล่องแคล่ว ใช้เวลาเพียงไม่ถึงยี่สิบนาที ก็ทำความสะอาดห้องทำงานเสร็จเรียบร้อย

            เมื่อมองดูห้องทำงานที่สะอาดสะอ้าน หานชีเยวี่ยก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา

            หลังจากดื่มน้ำไปสองสามอึก เธอก็นั่งที่โต๊ะทำงานและเริ่มลงมือทำงาน ดูเหมือนเธอจะมีเวลาเยอะ แต่จริงๆ แล้วเธอมีเวลาจำกัดมาก จำเป็นต้องเร่งมือแข่งกับเวลา

            ตลอดทั้งเช้า หานชีเยวี่ยก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสือ ยกเว้นตอนดื่มน้ำ แน่นอนว่า ระหว่างนั้นเธอก็เข้าไปในมิติมารอบหนึ่งด้วย เวลาข้างนอกมิติมันน้อยเกินไป การโกงเวลาในมิติช่วยแก้ปัญหาเรื่องเวลาไม่พอได้อย่างมาก

            หลังจากเข้าๆ ออกๆ มิติอยู่สามรอบ แผนงานของหานชีเยวี่ยก็เกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว

            หานชีเยวี่ยตรวจดูสองรอบและรู้สึกพอใจมาก รายละเอียดทุกอย่างที่ควรพิจารณา เธอได้คิดครบถ้วนแล้ว

            ในขณะนั้น เธอก็ได้ยินเสียงก้านเหล็กเคาะแผ่นเหล็กดังก้อง

            หานชีเยวี่ยมึนงงไปชั่วขณะ ทำไมถึงได้เวลาทำงานตอนนี้ล่ะ? กี่โมงแล้วเนี่ย จากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่า นี่น่าจะเป็นเสียงกริ่งที่สหายเสี่ยวหลี่บอกว่าเป็นสัญญาณการกินข้าว

            ภายในชุมชน เมื่อมีเสียงเคาะแผ่นเหล็ก แสดงว่าถึงเวลาทำงานแล้ว แต่พอมาที่สหคาม กลายเป็นว่าเสียงนี้หมายถึงเวลาอาหารกลางวัน ทำให้หานชีเยวี่ยรู้สึกแปลกใหม่ดี

            เธอหยิบกล่องข้าวและตะเกียบแล้วเดินไปที่โรงอาหาร ส่วนแผนงาน หานชีเยวี่ยวางไว้ในลิ้นชักโต๊ะแบบลวกๆบางครั้ง การทำงานอย่างขยันขันแข็งก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าเร็วเกินไปก็เป็นเรื่องไม่งาม

            เธอตั้งใจจะยื่นแผนงานให้ผู้อำนวยการไช่ตอนใกล้เลิกงานบ่ายนี้

            ในช่วงบ่าย หานชีเยวี่ยที่ทำงานเสร็จแล้ว วางแผนว่าจะตั้งใจอ่านหนังสือ เวลาไม่คอยใคร เธอไม่อยากรอจนถึงตอนที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาเปิดอีกครั้งแล้ว แต่เธอไม่มีความสามารถพอที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ

            เมื่อหานชีเยวี่ยมาถึงโรงอาหาร ก็มีคนต่อแถวอยู่ไม่น้อย เธอจึงไปยืนต่อแถวด้านหลัง ในสหคามแห่งนี้ เธอไม่ได้รู้จักใครมากนัก ดังนั้นจึงไม่ได้ไปชวนใครพูดคุย โชคดีที่ถึงคิวเธออย่างรวดเร็ว หานชีเยวี่ยเห็นว่าในหม้อเหล็กใบใหญ่ ยังมีผัดวุ้นเส้นผักกาดขาวอยู่ครึ่งหม้อ มีเนื้ออยู่เล็กน้อย ส่วนในกะละมังใบใหญ่ข้างๆ มีหมั่นโถวแป้งสองชนิด ซึ่งเป็นอาหารหลักของวันนี้

            อาหารแบบนี้ ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับคนทั่วไป แต่หานชีเยวี่ยที่ช่วงนี้กินดีอยู่แล้ว จึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมาก

            หวงเชวี่ยเหมยยิ้มกว้าง “สหายเสี่ยวหาน เธอมาแล้วเหรอ? มื้อเที่ยงของเรา กำหนดให้หนึ่งคนได้หมั่นโถวคนละสองลูก และกับข้าวหนึ่งกล่องข้าว”

            หมั่นโถวลูกใหญ่มาก ใหญ่กว่ากำปั้นของชายฉกรรจ์เสียอีก หานชีเยวี่ยกินหมั่นโถวสองลูกไม่หมดแน่ๆเธออยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นคนอื่นๆ หยิบคนละสองลูก ก็เข้าใจได้ ไม่เป็นไร หากกินไม่หมด ส่วนที่เหลือก็สามารถเอาไปให้ที่บ้านได้

            สมัยนี้ไม่มีใครรังเกียจข้าวปลาอาหารที่มากเกินไป หานชีเยวี่ยหยิบหมั่นโถวลูกใหญ่สองลูกจากตะกร้าหวายจากนั้นก็รับกล่องข้าวจากมือหวงเชวี่ยเหมย ถึงจะเป็นโรงอาหาร แต่ก็ไม่มีโต๊ะเพียงพอสำหรับให้ทุกคนนั่งกินข้าว หานชีเยวี่ยจึงถือกล่องข้าวกลับไปที่ห้องทำงานตามคนอื่นๆ

            “สหายเสี่ยวหาน มากินด้วยกันตรงนี้ไหม?” หลี่เยวี่ยทักถามหานชีเยวี่ย

            หานชีเยวี่ยโบกมือปฏิเสธ “ไม่ล่ะ พี่หลี่ ฉันทำงานมาทั้งเช้าแล้ว ขอกลับไปพักที่ห้องทำงานก่อนค่ะ”

            หลิวอวี้เฟินเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี เธอพูดกับหลี่เยวี่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยว่า “ตบก้นม้าจนโดนม้าดีดเข้าให้[1]ล่ะสิ? ”

            หลี่เยวี่ยจ้องมองเธอด้วยความไม่พอใจ “สหายเสี่ยวหานเพิ่งมาทำงาน ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับสหายที่นี่สักเท่าไร แถมที่นี่หยินหยางยังไม่สมดุล แปลกประหลาดนัก! เธอทำแบบนี้ถือเป็นการทำลายความสามัคคี! ”

            ฝีปากของผู้หญิงทั้งสองคนต่างร้ายกาจพอตัว ตลอดหลายปีที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างก็มีแพ้มีชนะ หลิวอวี้เฟินไม่ใส่ใจเรื่องที่หลี่เยวี่ยกล่าวหาว่าเธอทำลายความสามัคคีแม้แต่น้อย เธอแค่นเสียงฮึในลำคอแล้วสะบัดตัวเดินจากไป

            หลังจากกลับมาที่ห้องทำงาน หานชีเยวี่ยมองดูกับข้าวเต็มกล่องข้าวและหมั่นโถวลูกใหญ่สองลูก ก็รู้สึกหนักใจ อาหารห้ามทิ้งเด็ดขาด แม้แต่การให้คนอื่น เธอก็ให้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงหาว่าเธอโง่แน่ๆ

            สุดท้าย หานชีเยวี่ยก็ตักกับข้าวส่วนใหญ่ออกมา กะว่าจะเอาไปให้ที่บ้านตอนเย็น ระหว่างที่ตักกับข้าว หานชีเยวี่ยพบว่าด้านล่างของกล่องข้าวมีเนื้อหมูสามชั้นผัดจนเหลืองกรอบอยู่หลายชิ้น ดูท่าทางน่ากินมาก

            หานชีเยวี่ยได้แต่ยิ้มแห้งๆ ป้าหวงนี่ช่างเป็นคนน่าสนใจมากจริงๆ ลูกอมไม่กี่เม็ดในตอนเช้าไม่เสียเปล่าเลย แต่เธอเอาเนื้อใส่ในกล่องข้าวของเธอตอนไหนกัน? ทำไมเธอไม่เห็นเลย?

            หานชีเยวี่ยตั้งใจจะเอาเนื้อเหล่านี้กลับไปให้คุณย่าและคนอื่นๆ ในบ้านดู จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ กลัวว่าเธอจะอดตายมื้อเที่ยง หานชีเยวี่ยกินกับข้าวไปประมาณหนึ่งในสี่และหมั่นโถวครึ่งลูกก็อิ่มแล้ว เธอรู้สึกว่าคุ้มค่ามาก

            ส่วนที่เหลือ เธอเก็บใส่กล่องข้าวแล้ววางไว้ข้างๆ


            เชิงอรรถ

            [1] ตบก้นม้าจนโดนม้าเตะเข้าให้ 拍马屁拍到马蹄子上 เป็นสำนวนของประเทศจีน หมายความว่า พยายามเอาใจคนอื่นแต่ก็ไม่ได้ผล


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808