บทที่ 26 ตกหล่มราคะ
ยามค่ำคืนคืบคลานเข้าปกคลุมบ้านไม้สักทองทรงไทยใต้ถุนสูงของครอบครัวผู้ใหญ่บ้านอย่างเงียบสงัด แสงจันทร์สลัวนวลเย็นเยือกส่องลอดผ่านรอยต่อของบานหน้าต่างไม้สักสลักลายดอกไม้ฉลุวิจิตรเข้ามาทาบทับลงบนเตียงนอนไม้สักทองหลังใหญ่ในห้องนอนหลักอันโอ่โถงกว้างขวาง บรรยากาศภายในห้องนอนเงียบงันสะกดจิตใจ มีเพียงเสียงสายลมที่พัดเอื่อยเฉื่อยพัดพาเอากิ่งต้นมะม่วงใหญ่นอกบ้านเสียดสีปัดป่ายกับหลังคาสังกะสีเป็ระยะดังแกรกกรากเบา ๆ สลับกับเสียงร้องของจิ้งหรีดเรไรและอึ่งอ่างแว่วมาจากริมคลองธรรมชาติเื้ั เจ๊ส้มในชุดนอนผ้าแพรสีม่วงอ่อนลื่นมือเกลี้ยงเกลานอนอิงกายแสร้งหลับตานิ่งอยู่บนฟูกนอนหนานุ่มชั้นดี ทว่าดวงตาเรียวสวยใต้เปลือกตาบางเบากลับสั่นระริกไม่หยุดหย่อนและในหัวสมองอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกสับสนฟุ้งซ่านรุมเร้าจนไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้เลยแม้แต่วินาทีเดียวชวนให้ทรมานในอก
ความรู้สึกััเสียวซ่านสะท้านทรวงอันเร่าร้อนปานจะขาดใจที่ช่างตั้มชู้รักหนุ่มแน่นมอบให้เธอยังคงแล่นพล่านหมุนเวียนอยู่ในประสาทััทุกส่วนของร่างกายอวบอัด ไม่เพียงแต่รสรักดุดันฝังปุ่มมุกสามเม็ดอันตราตรึงหลังซุ้มผ้าใบในคืนงานวัดก่อนหน้า ทว่าััอุ่นร้อนจากอ้อมกอดแกร่งกำยำและริมฝีปากร้อนผ่าวของตั้มที่แอบลอบเข้ามาประชิดกอดจูบไซ้ซอกคอขาวระหงของเธอในห้องครัวไม้สักเมื่อ่บ่ายที่ผ่านมายังคงแจ่มชัดประหนึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา คำพูดสองแง่สองง่ามของตั้มยามขบเม้มติ่งหูและคำมั่นสัญญาที่เธอเอ่ยตอบตั้มไปด้วยดวงตาฉ่ำปรือหวานกระเส่าว่าจะหาแผนการและหาโอกาสดี ๆ เรียกตัวตั้มเข้ามาขันกวดระบบไฟข้างฟูกเตียงนอนของเรายาว ๆ ค้างคืน ยังคงก้องกังวานในโสตประสาท ทุกอณูเนื้อผิวกายของเจ๊ส้มแผ่ไอความซ่านกระสันสวาทชวนสยิวหัวใจหลั่งน้ำหวานไหลชโลมเปียกชื้นอยู่รำไรใต้กางเกงในแพรบางเบา อาการตกหล่มเสพติดในรสราคะดิบเถื่อนเปี่ยมพละกำลังของเด็กหนุ่มตั้มทวีความรุนแรงจนส่งผลให้เกิดความรู้สึกปฏิเสธและชิงชังการััร่วมเตียงจากสามีเฉลิมอย่างรุนแรง
ในตอนนั้นเอง เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังแกรกพร้อมกับการก้าวเดินเตาะแตะลากส้นเท้าของสามีคู่ชีวิตร่างท้วมลงพุงอย่างผู้ใหญ่เฉลิม ชายวัยห้าสิบต้น ๆ สวมกางเกงเลสีกรมท่าเพียงตัวเดียวเผยพุงย้วยและแผ่นอกมีขนรกรุงรัง กลิ่นสุราขาวปนกลิ่นเหงื่อไคลฉุนกึกโชยนำมาก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนฟูกเตียงนุ่มจนเตียงไม้สักสั่นเอี๊ยดอ๊าดและยวบลงอย่างแรง เฉลิมที่วันนี้กำลังอารมณ์ดีเป็พิเศษจากการได้รับการชื่นชมโม้โอ้อวดกับชาวบ้านและนายอำเภอในงานประชุมเมื่อ่บ่าย ขยับกายร่างใหญ่ลงพุงเข้ามาเบียดชิดร่างอวบอิ่มสะพรั่งของเจ๊ส้มจากทางด้านหลัง ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านลูบคลำสะเปะสะปะบีบเค้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าแพรลื่นมืออย่างถือสิทธิ์ความเป็สามีคู่ชีวิตที่แต่งงานกันมานานหลายสิบปีโดยไม่รู้ถึงความจริงซ่อนเร้นสวาท
“ส้มจ๊ะ... หลับหรือยังจ๊ะเมียจ๋า... พี่คิดถึงส้มจังเลยนะจ๊ะคืนนี้...” เฉลิมกระซิบกระซาบเสียงพร่าแ่พลางยื่นใบหน้าที่มีตอหนวดสาก ๆ เข้าซุกซอนซอกคอขาวระหงของเจ๊ส้ม กลิ่นลมหายใจร้อนผ่าวเปรี้ยวสุราขาวปะทะผิวแก้มทำเอาเจ๊ส้มสะดุ้งตัวสั่นระริกวูบวาบด้วยความรู้สึกอึดอัดและปฏิเสธทางกายอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิตคู่หลายทศวรรษ ร่างกายอวบอัดขยับเกร็งตึงเครียดขึ้นมาโดยสัญชาตญาณความต่อต้าน เธอจำใจนอนนิ่งเฉยเหนียวตัวพยายามนอนแข็งทื่อแสร้งทำเป็หลับลึก แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมลดละความพยายามที่จะปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาของเธอ
เฉลิมซุกใบหน้าและจมูกลมปากที่เปื้อนคราบอาหารเข้าลูบไล้เนินอกอิ่มอวบอัดของเจ๊ส้ม ััหยาบโลนเฉื่อยชาบวกกับกลิ่นตัวของสามีวัยทองลงพุงทำให้เจ๊ส้มรู้สึกทรมานจิตใจประหนึ่งกำลังถูกลงทัณฑ์ด้วยความจืดชืดไร้ลีลาพิถีพิถัน การเล้าโลมแสนเฉื่อยไร้ทิศทางสะเปะสะปะและเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจของเฉลิม กลายเป็นรกบนเตียงนอนไม้สักทองหลังใหญ่สำหรับเจ๊ส้มอย่างแท้จริง สมองและกายสวาทของเธอต่อต้านััอันหยาบกร้านนี้อย่างหมดสิ้น จิตใจละเมอเพ้อฝันหาแต่เรียวนิ้วและััแกร่งกำยำที่ตั้มมอบให้เมื่อ่บ่ายในห้องครัว ยามเฉลิมบดริมฝีปากจูบลงบนกลีบปากนุ่มของเธอ เจ๊ส้มข่มตาแน่นปิดปากสนิทไร้อารมณ์ร่วมตอบสนอง รู้สึกแห้งแล้งเ็าสะท้านใจประหนึ่งผืนแผ่นดินแตกระแหงไร้น้ำฝนชโลมชุ่มฉ่ำ
ผู้ใหญ่บ้านเฉลิมวัยห้าสิบสองหาสนใจความรู้สึกแห้งแล้งเ็าของภรรยาไม่ ชายร่างใหญ่ขยับร่างขึ้นทาบทับกายอวบอัดของส้ม ดึงรั้งกางเกงนอนผ้าแพรของเจ๊ส้มลงพ้นเรียวขากลมกลึงพลางเลิกชายเสื้อนอนผ้าแพรสีม่วงอ่อนเพื่อดำเนินกิจกรรมกามารมณ์ตามความสะดวกส่วนตัว เฉลิมสอดใส่ความแห้งแล้งจืดชืดเข้ามาในร่องรักที่แห้งผากและปราศจากอารมณ์ร่วมตอบสนอง เจ๊ส้มรู้สึกเพียงความเจ็บระคายเคืองและอึดอัดแน่นหน้าอกประหนึ่งมีก้อนหินหนักมาทับร่าง ความจืดชืดไร้พละกำลังของสามีที่ขยับโยกกายเนิบนาบแบบขอไปทีเพียงไม่กี่ครั้งก็น่าระอาใจ ทุกครั้งที่ร่างกายเบียดกระแทก เจ๊ส้มหลับตาจินตนาการฝันถึงเพียงแก่นกายฝังมุกสามเม็ดอันเขื่องยาวแกร่งประดุจท่อนเหล็กร้อนผ่าวของช่างตั้มที่เคยกระทุ้งซอยรวดเร็วปานพายุถล่มป่ามะพร้าวจนกิ่งก้านลู่เอนเสร็จสมแทบขาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเปรียบเทียบในใจนี้ส่งให้กิจกรรมรักบนเตียงของสามีกลายสภาพเป็กรงขังทรมานนรกชโลมจิตใจเจ๊ส้มอย่างแสนสาหัสและสิ้นเยื่อใย
ไม่ถึงหนึ่งนาทีกิจกรรมจืดชืดทรมานบนเตียงนอนก็ยุติเสร็จสมลงอย่างรวดเร็ว เฉลิมกระตุกเกร็งกายครางต่ำแ่เบาสองสามคราวและหลั่งปล่อยความแห้งแล้งน้ำรักเบาบางทิ้งไว้ในส่วนลึกรวดเร็วปานลมพัดผ่าน ก่อนจะทรุดกายลงนอนข้าง ๆ พลิกตัวหันหลังกรนเสียงดังสนั่นลั่นห้องนอนไม้สักในเวลาเพียงอึดใจ ทิ้งให้เจ๊ส้มนอนเบิกตาโพลงมองดูเพดานห้องนอนมืดมิดท่ามกลางเงามืดสลัว ร่างกายของคุณนายผู้ใหญ่บ้านยังคงคั่งค้างความอยากกระสับกระส่ายเสียวซ่านที่ไม่ได้ตอบสนอง ความเปรียบเทียบจากบทเรียนร้อนแรงยิ่งทำให้เธอกระสับกระส่าย ความเปียกชื้นของน้ำรักสามีที่หลงเหลือเปรียบเสมือนสิ่งเปรอะเปื้อนคาวค้างที่ขัดความรู้สึกชวนหงุดหงิดใจ เจ๊ส้มกัดริมฝีปากสั่นระริก รู้สึกถึงนรกบนเตียงนอนที่จืดชืดทรมานจนหยดน้ำตาใสไหลซึมอาบแก้มสองข้างด้วยความอัดอั้นตันใจลึกซึ้งไม่มีใครเข้าใจ
เมื่อเสียงกรนของสามีดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ เจ๊ส้มขยับกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้สามีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาขัดจังหวะความเงียบสงบ เธอเดินก้าวขาสั่นระริกเบา ๆ ลัดเลาะเงามืดเข้าไปในห้องน้ำส่วนตัว ลำแสงไฟสีเหลืองนวลสลัวดวงเล็กในห้องน้ำเผยให้เห็นเงาสะท้อนของเรือนร่างอวบอัดสะพรั่งในบานกระจกขอบไม้สักโบราณ เจ๊ส้มใช้ขันตักน้ำเย็นลูบไล้ชำระล้างคราบน้ำรักจืดชืดของเฉลิมทิ้งไปอย่างรังเกียจชิงชังทว่ายิ่งชะล้าง กายของเธอกลับยิ่งทุรนทุรายโหยหาแรงััหนักหน่วงปุ่มมุกสามเม็ดของตั้มจนผิวเนื้อเต้นระริก รอยนิ้วบีบเค้นสะโพกกลมกลึงยังทิ้งรอยความเสียวเหนียวเหนอะหนะ เจ๊ส้มหลับตาลงใช้นิ้วเรียวบางของตนขยับคลึงจุดกระสันกลางห้องน้ำสลัวเพื่อระบายความอัดอั้น ทว่าต่อให้โยกขยับอย่างไรก็ไม่อาจทดแทนแรงกระแทกกระทั้นของช่างไฟหนุ่มแน่นได้เลย มีเพียงหยดน้ำตาและเสียงถอนหายใจยาวปะทะฝาผนังห้องน้ำด้วยความอัดอั้นตันราคะ
เจ๊ส้มประจักษ์แก่ใจตนเองแล้วว่าเธอตกหล่มสวาทราคะของช่างตั้มอย่างลึกซึ้งจนหมดสิ้นหนทางแก้ไข กายและจิติญญาของเธอปฏิเสธการหลับนอนร่วมเตียงกับสามีเฉลิมโดยเด็ดขาดไปเสียแล้ว นับจากนี้ไปการนอนเคียงข้างเฉลิมคือความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสประหนึ่งต้องโทษทัณฑ์ในนรกขุมลึก ความหิวกระหายรสสวาทอันหนั่นแน่น แข็งแกร่ง และปุ่มมุกสามเม็ดขรุขระร้อนแรงของเด็กหนุ่มตั้มกรูเข้ามารุมเร้าหัวใจคุณนายผู้ใหญ่บ้านจนเธอทุรนทุรายกระสับกระส่ายกวาดสายตาหาทางออกในเงามืดชวนสยิวใจ
รุ่งเช้าวันใหม่ เจ๊ส้มตื่นขึ้นมาพร้อมความเหนื่อยล้าเมื่อยตัวก้าวเดินลงบันไดไม้สักด้วยความอ่อนล้ากระสับกระส่าย จิตใจของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวขณะคอยจัดเตรียมสำรับกับข้าวเช้าให้สามีเฉลิมที่เดินฮัมเพลงกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างมีความสุข เฉลิมตักแกงส้มเคี้ยวเสียงดังสลับคุยโม้เื่ราชการ อบต. และการเตรียมงานประชุมรอบถัดไปชวนให้น่ารำคาญ เจ๊ส้มได้แต่พยักหน้ารับอย่างเหนื่อยหน่ายฝืนยิ้มแห้งคอร้าวผ่าวแห้งผาก จิตใจของเธอเตลิดหลุดลอยพ้นบ้านพักเลียบคลองสวนมะพร้าวไปหาช่างตั้มชู้รักวัยหนุ่มแน่นแทบจะทนทานไม่ได้ ความโหยหาเสพติดช่างตั้มทวีตัวขึ้นจนเธอแทบคลั่ง เจ๊ส้มต้องหาโอกาสเรียกตัวตั้มเข้ามาในบ้านหรือพบเจอกันค้างแรมเพื่อรับการขันกวดเต้ารับกระชับรูสวาทอีกครั้งให้จงได้ตามคำที่เคยลั่นวาจาสัญญาไว้ในครัวเมื่อวานบ่าย สมองของเธอเริ่มครุ่นคิดหาแผนการอันบ้าบิ่น เจ๊ส้มขยับก้าวเดินมานั่งจ้องมองเครื่องรับวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่าข้างหน้าต่างพลางคอยฟังข่าวพยากรณ์อากาศยามเช้า
เสียงรายงานพยากรณ์อากาศของโฆษกดังแว่วเข้ามาว่า พรุ่งนี้จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงและลมกระโชกโกรกกระหน่ำในเขตตำบลเลียบคลองสวนมะพร้าวตลอดทั้งคืน คำเตือนเื่พายุใหญ่ทำเอาเจ๊ส้มใจเต้นตึกตักฉายแววตาวาววับลึกซึ้งขึ้นมาในทันใด แผนการลักลอบดึงตัวตั้มช่างไฟหนุ่มมาบริการขันระบบไฟข้างเตียงนอนยามพายุพัดเข้าค้างคืนได้ก่อตัวขึ้นในสมองอันเปี่ยมตัณหาของเมียผู้ใหญ่บ้าน เจ๊ส้มคิดแผนการแอบปลดคัตเอาต์สะพานไฟใหญ่ของตำบลในมุมมืดของลานกลางบ้านเพื่อทำให้ไฟฟ้าดับถ้วนหน้าทั่วหมู่บ้าน เพื่อเป็ข้ออ้างอย่างสมบูรณ์แบบในการจิกตัวช่างไฟหนุ่มให้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตรวจสอบระบบสายไฟที่พัวพันยุ่งเหยิงและค้างแรมซ่อมแซมกระชับรูเต้ารับที่บ้านหลักของตนเองเพื่อทำตามสัญญาซ่อนเร้นสวาทที่ให้ไว้กับตั้มชู้รักหนุ่มโดยที่สามีไม่สงสัยแม้แต่น้อยนิด
--- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ---