เมื่อได้กลับกันมาถึงกรุงเทพแล้ว ชีวิตก็ดำเนินเข้าสู่โหมดปกติของการดำรงอยู่ในแต่ละวันของมนุษย์ปุถุชน
“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง” เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือของ คนธรส ดังขึ้นติดๆ กัน คนธรส หยิบมือถือขึ้นมาดู ชื่อของ เอวา ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์
“สวัสดีค่ะ” คนธรส กดรับสาย เอวา กรอกเสียงกล่าวทักทายคนที่โทรเข้ามา
“สวัสดีค่ะ คุณรส เอวามีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณรสน่ะค่ะ เอวาไม่อยากจะบอกใครในเรื่องนี้ และไม่อยากจะให้ใครรู้ด้วย คุณรสช่วยมาพบเอวาหน่อยได้ไหมคะ เอวามองไม่เห็นมีใครที่พอจะช่วยเอวาได้แล้วนอกจากที่รสเพียงคนเดียวเท่านั้นในตอนนี้” เอวา กล่าวอ้อนวอน คนธรส เมื่อได้ยินเสียงตอบรับทางโทรศัพท์แล้ว
“คุณเอวา มีปัญหาอะไรหรือคะ?” คนธรส เอ่ยถามกลับด้วยความเป็นห่วงและสงสัย
“เอวาไม่อยากจะคุยทางโทรศัพท์น่ะค่ะ คุณรส พอจะออกมาเจอเอวาได้ไหมคะ?” เอวา เอ่ยบอกถึงความต้องการของตน และทำเสียงอย่างกับคนที่เจอกับปัญหาหนักยิ่ง
“คุณเอวาจะให้รสไปเจอที่ไหนคะ?”
คนธรส ถามถึงสถานที่ที่จะให้ไปพอ เพราะคิดว่าหากเอวามีปัญหาอย่างที่เจ้าตัวพูดมานั้น หากเธอสามารถที่จะช่วยเหลือได้ ก็น่าที่จะช่วยเหลือกันไป เพราะถึงยังไง เอวา ก็ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนกัน หากถ้าเธอปฏิเสธที่จะไม่ช่วยก็คงทำได้เช่นกัน แต่ก็คงจะเป็นการแล้งน้ำใจเกินไป ซึ่งเธอไม่ใช่คนอย่างนั้น
“คุณรสจะช่วยเอวาใช่ไหมคะ?” เอวา กล่าวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง
“ก็ถ้าไม่เกินกำลัง รสก็จะช่วยค่ะ” คนธรส กล่าวแบบกึ่งรับกึ่งสู้เพราะยังไม่รู้ว่าปัญหาที่ เอวา กำลังประสบอยู่ในขณะนี้มันเป็นเรื่องอะไรกันแน่
“ขอบคุณคุณรสมากเลยค่ะ คุณรสช่วยเอวาได้แน่นอนค่ะ ถ้ายังไงคุณรสมาเจอเอวาที่...... ได้ไหมคะ?” เอวา กล่าวบอกไปยังผู้ที่คุยด้วย ด้วยความดีใจและได้บอกถึงสถานที่นัดพบเจอกันให้อีกฝั่งได้รับทราบ
“โอเคค่ะ เดี๋ยวรสจะไปที่นั้นค่ะ ซึ่งคาดว่าน่าจะไปถึงอีกสักประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้นะคะ” คนธรส มองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนังห้องนั่งเล่น แล้วแจ้งแก่ เอวา ให้รับทราบ
“ขอบคุณค่ะที่ช่วยเหลือ และเอวาขออีกสักเรื่องนะคะ คุณรสอย่าได้บอกเรื่องนี้กับใครนะคะ รวมทั้งเรื่องที่เราจะเจอกันในวันนี้ด้วย เอวาขอร้องนะคะ” เอวา กล่าวอ้อนวอน คนธรส เพิ่มอีกเรื่อง
“ก็ได้ค่ะ รสจะไม่บอกใคร”
คนธรส ขมวดคิ้วสงสัยกับปัญหาที่ เอวา ได้ประสบพบเจออยู่ในขณะนี้ ว่ามันจะเป็นความลับมากขนาดนั้นเลยหรือ ถึงกับไม่อยากที่จะให้ใครได้รับรู้ขนาดนี้ แต่ก็เก็บความสงสัยไว้เพียงเท่านี้ เพราะหากได้เจอกับเจ้าหล่อนแล้ว ก็จะได้รู้เองแหละว่ามีปัญหามากมายขนาดไหน อะไรยังไง
“ขอบคุณคุณรสมากเลยจริงๆ คะ เอวาจะไม่ลืมบุญคุณของคุณรสในครั้งนี้เลยจริงๆ” เอวา กล่าวขอบคุณ คนธรส มาตามสาย
“ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอกค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนก็ต้องช่วยเหลือเพื่อนนี้คะ แล้วเจอกันนะคะ” คนธรส กล่าวบอกออกไปเพื่อไม่อยากให้ เอวา ต้องถือว่าเรื่องที่เธอจะช่วยนี้เป็นบุญคุณอะไรกัน
“ค่ะแล้วเจอกัน” เอวา กล่าวจบก็กดวางสายโทรศัพท์มือถือลงทันที มองดูโทรศัพท์มือถือในมือ ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ที่แผนการของเธอกำลังจะสำเร็จในไม่ช้านี้แล้ว
“ฉันจะเอาภพกลับคืนมาเป็นของฉันอย่างเดิม มันหมดเวลาของพวกแกที่จะเสวยสุขแล้วล่ะนังรส และต่อไปจะมีแค่เพียงฉันกับภพเท่านั้นที่จะได้ครองรักกันตลอดไป คนอื่นอย่างเธออย่าได้หวังสูงกันไปหน่อยเลย”
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗