บทที่ 7
ค่ำวันเดียวกันนั้น ไมเคิล วูลฟ์ ต่อโทรศัพท์ไปยังวิลสัน ครี๊ก รัฐแคนซัส ผู้ที่มารับสายคือมาเบล วูลฟ์ มารดาของเขาเองเมื่อทักทายกันตามมารยาทแล้ว เขาจึงได้เอ่ยออกไปว่า“แม่ครับ ผมอยากรู้อะไรๆ ที่เกี่ยวกับลิซซี่ ออลสันบ้าง มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอบ้างหรือครับ? ”"ลิซซี่น่ะเรอะ...เอ้อ...แม่ก็...ลูกถามทำไมล่ะ? ”เพียงเท่านี้ไมเคิลก็รู้แล้วว่าแม่เองก็มีส่วนร่วมในแผนการที่ลิซซี่วางขึ้นด้วยเช่นกันเมื่อตอนบ่าย ภายหลังจากที่เธอได้โทรศัพท์มาเชิญให้เขาไปร่วมรับประทานอาหารค่ำแล้ว เขาก็ได้แต่นั่งเหม่อมองเพดานห้องทำงานที่เธอเพิ่งวัดไปหยกๆ พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวหลากหลายเข้าด้วยกัน มองเห็นภาพผู้หญิงผมแดง รอยยิ้มอันน่าตื่นใจความสามารถในการออกแบบตกแต่งภายใน ความมีสติปัญญาของเธอด้วย ...เขารู้ว่าเธอไม่ใช่สปายสายลับมาจากไหน เพราะภายหลังจากที่ตรวจตราห้องทำงานอย่างรอบคอบแล้ว เกวนเองก็ไม่ได้พบว่ามันมีสิ่งใดเคลื่อนที่หรือสูญหายไปเลย ขณะเดียวกันเธอก็ไม่ใช่นักตกแต่งภายในแห่งนิวยอร์กที่มีชื่อว่าเอลิซาเบธ เกสท์ด้วย ทั้งนี้เพราะมิสซิสโอ๊คส์ได้ทิ้งรายงานไว้ให้บนโต๊ะบอกให้เขาได้รับรู้ไว้ว่าในนิวยอร์กไม่มีชื่อนักตกแต่งภายในที่ชื่อเอลิซาเบธ เกสท์เลยสักคนและเมื่อไม่มีบุคคลชื่อนั้นก็ย่อมจะต้องไม่มีสำนักงานซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายเจ็ดสิบสองด้วย มิสซิสโอ๊คส์ไม่ได้สรุปอะไรไว้ให้ ดังนั้นมันจึงทำให้เขาบังเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าเช่นนั้นเอลิซาเบธ เกสท์คนนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่ ...?แต่ภายหลังจากที่ทบทวนความทรงจำอยู่ไม่นานเท่าไรนักเขาก็มาสะดุดเข้าตรงลิซซี่ ออลสัน...สาวน้อยลิซซี่ผู้มีเรือนผมสีแดง หนึ่งในจำนวนหญิงสาววัยรุ่นหลายคนที่เคยเข้ามาทำงานอยู่กับบริษัทของพ่อแม่หลายปีทีเดียว ในจำนวนหญิงสาวทั้งหมดนั้นเหมือนจะมีเพียงเธอกับเพื่อนสาวที่ชื่อลูซี่ เทอวิลเยอร์เท่านั้นที่เป็นพนักงานที่น่าสนใจมากที่สุดแม้เมื่อครั้งที่ยังเป็นเพียงสาววัยรุ่น ลิซซี่ก็ได้แสดงออกถึงความสามารถทางด้านการตกแต่งภายในให้เห็นแล้ว หลายครั้งที่เธอกับเพื่อนสาวคนสนิทจะแนะนำกับลูกค้าว่า วอลล์เปเปอร์ที่จะนำไปใช้กับผนังห้องน้ำตามความคิดเห็นของพวกเขานั้นมันไม่เหมาะสมและยังช่วยแนะนำลวดลายสีสันที่แปลกใหม่ให้ด้วย แต่ถึงกระนั้นลิซซี่ก็ไม่ได้มีอะไรมากพอที่จะให้ไมเคิลใส่ใจจำยิ่งกว่านั้น เธอเป็นเพียงใครบางคนที่มีความสามารถพิเศษกว่าพนักงานคนอื่นๆ เท่านั้นลิซซี่ ออลสัน เป็นผู้หญิงที่อยู่ห่างไกลจากตัวเขามาก แม้ว่าบ้านเดิมของพ่อแม่จะอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่หมายเลขโทรศัพท์หรือตั๋วเครื่องบินใบเดียว แต่กระนั้นไมเคิลก็ยังชอบที่จะคิดว่ามันมีระยะทางกว่าหนึ่งพันห้าร้อยไมล์กับระยะเวลาอันยาวนานปีที่ขวางกั้นอยู่ระหว่างตัวเขากับวิลสัน ครี๊ก และเขาก็พอใจจะให้มันเป็นอยู่เช่นนั้นมากกว่า ...เขาไม่ต้องการให้วิลสัน ครี๊ก เคลื่อนตัวเข้ามาสู่นิวยอร์กในรูปของลิซซี่ ออลสัน ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร หรือมีความสำคัญขนาดไหนก็ตาม ...“ไมเคิล...ยังอยู่หรือเปล่าลูก? ”“ก็ยังรอฟังอยู่ครับแม่”ทันทีที่เขาแน่ใจว่า ผู้หญิงคนที่ขึ้นไปยืนอยู่บนโต๊ะทำงาน ตั้งหน้าตั้งตาวัดเพดานห้องคนนั้นเป็นลิซซี่ ออลสัน เขาก็สามารถสรุปกับตนเองได้เลยว่า เรื่องนี้มารดาจะต้องให้ความร่วมมือด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วลิซซี่จะไปหากระดาษหัวจดหมายของสำนักพิมพ์เขากับชื่อไอแซค เพิร์ล มาจากไหน ...?“แม่ถามอยู่ว่าเพราะอะไรลูกถึงอยากรู้เรื่องลิซซี่ขึ้นมาตอนนี้ไงล่ะ? ” มาเบล วูลฟ์ ย้อนถามมาตามสาย“ก็เพียงแค่อยากรู้เท่านั้นล่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก” เขาตอบเรียบๆ“เด็กคนนี้น่ะเป็นคนที่มีอัจฉริยะคนหนึ่งทีเดียวนะ” มาเบลว่า“ครับ เรื่องนั้นน่ะผมทราบ” น้ำเสียงของเขาแห้งแล้งลงกว่าเดิม เมื่อนึกเลยไปถึงความมีอัจฉริยะที่ทำให้เธอกล้าถึงขนาดปลอมตัวเป็นเอลิซาเบธ เกสท์ “แล้วตอนนี้เธอไม่ได้สอนวิชาศิลปะอยู่ที่ไฮ สกูล หรอกหรือครับ? ”“อ๋อ...เดี๋ยวนี้ไม่ได้สอนแล้ว ลาออกมาตั้งสามสี่ปีแล้วนี่ คือพอลิซซี่เรียนจบ พ่อก็เกิดตายลงอย่างกะทันหัน เพราะฉะนั้นมันก็เป็นธรรมดาที่ทางครอบครัวต้องการความช่วยเหลือจากเธอมากตอนนั้นฮิลตี้น้องสาวของลิซซี่ก็เพิ่งจะอายุสิบหกเท่านั้น ฮาเซลต้องทั้งเลี้ยงลูกแล้วก็ยังต้องดูแลงานในไร่ด้วยตัวเองทั้งหมด...มันออกจะเป็นงานหนักเกินไปสักหน่อย ลิซซี่ก็เลยต้องลาออกจากงานที่โรงเรียนมาช่วยทางบ้านอยู่สองสามปี ต่อมาฮิลดี้ก็แต่งงานกับเจค เทอวิลเยอร์ แล้วก็เลยเอาไร่ของทั้งสองครอบครัวมารวมกันเข้าแต่ฮาเซลแม่ของลิซซี่ก็ยังคงดูแลงานในไร่ส่วนตัวอยู่ดีนั่นแหละ มาถึงวันนี้ก็กลายเป็นชาวไร่เต็มตัวไปแล้ว ลูกจำฮาเซลได้ไม่ใช่หรือจ๊ะ? ”น่าจะเรียกว่าจำได้ดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ ...ไมเคิลคิดอยู่ในใจ และอีกสิ่งหนึ่งที่เขารู้ก็คือ เวลาที่มารดาพูดจาเรื่อยเฉื่อยไม่ใคร่ได้เนื้อถอยกระทงความเท่าไรนักเช่นนี้ แสดงให้รู้ว่านางกำลังมีความรู้สึกวุ่นวายอยู่ในใจ รู้อยู่ว่าลูกชายของนางนั้นชิงชังข่าวสังคมซุบซิบอย่างที่สุด ทั้งการพูดคุยถึงบุคคลที่อยู่ในวิลสัน ครึก ก็มักจะสร้างความเบื่อหน่ายให้กับเขาเสมอด้วย“เอาล่ะครับแม่ หลังจากที่ลิซซี่ลาออกจากงานครูแล้ว เขาไปอยู่ที่ไหนล่ะครับ? ”“วิชิต้า”“เขาไปทำอะไรที่นั่นหรือครับ? ”“ก็ ...ทำงาน”“แม่ครับ...นี่แม่ไม่คิดจะบอกให้ผมรู้อะไรที่มันละเอียดกว่านี้หรอกหรือครับ? ”“อย่าพูดอะไรแบบนั้นหน่อยเลยน่า”“แล้วตอนนี้ลิซซี่ยังอยู่ในวิชิต้าหรือเปล่าล่ะครับ? ”“เอ้อ...เธอก็พูดถึงเรื่องว่า...โอ...ไมเคิล...แม่ขอร้องนะทำดีกับเธอบ้างเถอะลูก”มันเป็นคำพูดที่ทำให้เขาต้องหัวเราะออกมาเบาๆ“แม่ครับ แม่นี่ไม่เคยเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดที่ดีของใครได้เลยนะครับ”“นี่แม่พูดจริงๆ นะไมเคิล” แม่ใช้น้ำเสียงแบบเดียวกับที่เมื่อครั้งยังเด็กตอนออกคำสั่งให้เขาทำความสะอาดห้องไม่มีผิด“แล้วเขาเคยแต่งงานไปกับใครบ้างหรือเปล่าล่ะครับ? ” ถามออกไปแล้วก็รู้สึกเสียใจยิ่งนัก ไม่เข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงต้องตั้งคำถามแบบนั้นด้วย“ไม่ได้แต่งหรอก” มารดาตอบกลับมาเพียงเท่านั้น ไม่ได้อรรถาธิบายอะไรต่อไมเคิลรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพียงแต่ไม่ต้องการใช้มารดาเป็นที่ระบายอารมณ์เท่านั้น“นี่หมายความว่าแม่จะไม่ยอมเล่าให้ผมฟัง ว่าแม่กับเขาร่วมมือกันวางแผนอะไรขึ้นมายังงั้นใช่ไหมครับ? ”เขาแทบจะมองเห็นภาพมารดาวัยหกสิบสี่ที่เม้มปากแน่นดื้อรั้นที่จะทำตามความคิดเห็นของตนได้ในยามนั้น ดูเหมือนเขาเองก็รับมรดกนี้มาจากนางไม่น้อยเช่นกัน“มันไม่ใช่เรื่องที่แม่สมควรพูด”“งั้นก็ตามใจเถอะครับ และแม่ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องลิซซี่ด้วย”“เอ้อ...ลูกจะดีต่อเธอใช่ไหม ไมเคิล? ” น้ำเสียงที่ถามนั้นบอกความกังวลลึกๆ อยู่ในใจ“ก็คงจะดีเท่าที่เขาสมควรได้รับนั่นแหละครับแม่...ผมก็คงให้เท่าที่เขาสมควรจะได้รับเท่านั้น” ไมเคิลพูดเป็นคำสุดท้ายภายหลังจากที่วางโทรศัพท์ลงแล้ว เขาก็รินวิสกี้ใส่แก้วให้ตัวเองแล้วก็เฝ้าจับตามองแต่ตึกระฟ้าแห่งนครแมนฮัตตัน หมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ว่าสิ่งที่ลิซซี่ ออลสัน หรือเอลิซาเบธ เกสท์ กำลังคิดวางแผนอยู่ในขณะนี้ เธอหวังจะให้มันเป็นอะไรกันแน่ ...เรื่องที่ผู้หญิงสองคนนี้เป็นคนคนเดียวกัน เป็นเรื่องที่ปราศจากความสงสัยแล้วโดยสิ้นเชิง อันที่จริงมันก็ออกจะน่าสนุกถ้าเขาจะลองเล่นไปตามแผนที่เธอวางขึ้นไว้ด้วย อย่างน้อยก็สักระยะเวลาหนึ่งแม้ว่าตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมา เขาเฝ้าปฏิเสธที่จะตกแต่งสำนักงานใหม่เพื่อให้บังเกิดความประทับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นมาโดยตลอด และบางทีการเปลี่ยนใจในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่ต้องจดจำไปชั่วชีวิตก็ตาม...ลิซซี่ ออลสัน อาจไม่รู้ว่าจดหมายปลอมที่เธอทำขึ้นฉบับนั้น มันจะต้องผูกพันตัวเธอไว้แน่นหนายิ่งกว่าทากาว เธออาจไม่รู้มาก่อนเลยก็ได้ว่า พิธีฝังศพไอแซค เพิร์ล นั้นเป็นการทำอย่างเงียบๆ เป็นการภายใน แขกเหรื่อที่ได้รับเชิญก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในวงจำกัด ไปร่วมงานกันเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และในงานดังกล่าวไม่มีผู้หญิงชื่อเอลิซาเบธ เกสท์ไปร่วมด้วยเลย ...เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไมเคิล วูลฟ์จะต้องจดจำไว้ทั้งสิ้น ...