เรามักทำร้ายคนที่เรารักบ่อยกว่าทำร้ายคนที่เราเกลียด นี่คือเื่จริง เชื่อสิผมรู้ดี พ่อกับแม่บอกเสมอว่ารักผม แต่ความรักของพวกเขากลับทิ้งแผลใจเอาไว้ให้ผมอย่างเจ็บแสบ
เช้าวันแรกของการเปิดเทอม ผมนั่งอยู่แถวหน้าในห้อง ม.1/3 มองดูรอยขีดเขียนบนโต๊ะไม้เก่าที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผมไม่ได้เลือกที่นั่งตรงนี้เพราะอยากเป็เด็กเรียนดีหรอกนะ แต่เพราะส่วนสูงของผมเตี้ยกว่าคนอื่น ๆ ครูเลยจับให้มานั่งหน้าห้อง
เสียงชอล์กขีดเขียนบนกระดานดำดังแกรก ๆ ผมพยายามตั้งใจฟังที่ครูสอน แต่พัดลมเพดานที่กำลังหมุนเอื่อย ๆ ส่งเสียงครืดคราดเหมือนจะขาดใจจนน่ารำคาญ
เฮ้อ… ถ้าผมได้เข้าโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ทุกอย่างคงดีกว่านี้ ได้ยินว่าตึกเรียนที่นั่นสะอาดสะอ้าน มีสนามฟุตบอลกับอัฒจันทร์อย่างใหญ่ ห้องเรียนก็ทันสมัยพร้อมแอร์เย็นฉ่ำ ไม่เหมือนที่นี่ โรงเรียนมัธยมวัชรโยธินที่เต็มไปด้วยของโบราณ โต๊ะเรียนมีแต่รอยขีดเขียนสะเปะสะปะ ผนังเปื้อนคราบสกปรก และพัดลมที่ใกล้จะพัง
ผมยังจำวันนั้นได้ดี วันที่ผลสอบเทอมสุดท้ายของชั้น ป.6 ออกมา ผมดีใจมากเพราะสอบได้ที่หนึ่ง และพ่อกับแม่สัญญาว่าถ้าผมทำได้ พวกเขาจะให้ผมเรียนต่อที่เซนต์ปีเตอร์ โรงเรียนสุดหรูที่ผมใฝ่ฝันมาตลอด
วันเกิดปีที่สิบสามของผมมาถึงพร้อมกับเค้กก้อนใหญ่บนโต๊ะ แต่บรรยากาศกลับเ็าเกินกว่าจะเป็วันพิเศษ แม่ลูบหัวผมเบา ๆ แล้วพูดเสียงแ่
“เจมส์... ลูกรัก” น้ำเสียงของแม่ดูลังเล “แม่ขอโทษ เราคงส่งลูกไปเรียนที่เซนต์ปีเตอร์ไม่ได้แล้ว”
เปรี้ยง! เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไม่จริง นี่ล้อกันเล่นใช่มั้ย ผมหันไปมองพ่อ พ่อก้มหน้าทำเหมือนไม่กล้าสบตา แล้วอธิบายว่าค่าเทอมของเซนต์ปีเตอร์แพงเกินไป ค่ากิจกรรม ค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ ทุกอย่างแพงขึ้นหมด
“แต่พ่อกับแม่สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอฮะ” ผมพูดเสียงสั่น กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
“ผมอวดทุกคนแล้วว่าจะไปเรียนต่อที่เซนต์ปีเตอร์”
“พ่อรู้ แต่ตอนนี้บ้านเรายังไม่พร้อมจริง ๆ” พ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามอธิบาย
“เจมส์... ลูกรู้หรือเปล่าว่าพ่อก็เป็ศิษย์เก่ามัธยมวัชรโยธิน พ่ออยากให้ลูกไปเรียน ม.1 ที่นั่น ลูกจะต้องชอบแน่”
พ่อกับแม่สบตากัน ก่อนที่พ่อจะยิ้มแห้ง ๆ พยายามแต่งเื่เพื่อให้ผมรู้สึกดีขึ้น “เขาว่ากันว่าโรงเรียนนี้มีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ด้วย เจ๋งใช่มั้ยล่ะ”
แม่รีบเสริมทันที “ใช่จ้ะ เป็สมบัติเก่าแก่ั้แ่สมัยาโลก บางทีลูกอาจเป็คนหามันเจอก็ได้นะจ๊ะ”
เอาแบบนี้จริงดิ นี่พ่อกับแม่คิดว่าผมเป็ใคร อินเดียน่า โจนส์งั้นเหรอ
“ไม่เอา ผมไม่อยากได้สมบัติ ผมอยากได้โรงเรียนที่พ่อกับแม่สัญญาไว้ พ่อเป็คนพูดเอง ถ้าผมสอบได้ที่หนึ่ง ผมจะได้เรียนที่เซนต์ปีเตอร์ ผมควรจะได้เรียนที่เซนต์ปีเตอร์สิฮะ ไม่ใช่วัชรโยธิน”
เสียงของผมดังเกินไป พ่อเหลียวมองรอบตัวเหมือนกับกลัวคนอื่นได้ยิน แต่ผมไม่สนอีกแล้ว
“ทำไมต้องเกิดกับผม ไม่ยุติธรรมเลย” ผมกัดฟันแน่น พยายามกลืนก้อนจุกในลำคอ “ทุกคนโกหกกันหมด”
แม่เม้มปาก ดูเ็ป “ไว้เราค่อยคุยกันทีหลังนะลูก” แม่พยายามทำเสียงอ่อน เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“มาเป่าเทียนสิเจมส์ บางทีคำอธิษฐานของลูกอาจเป็จริงก็ได้” พ่อพูดขณะที่ใช้ไฟแช็กจุดเทียนทั้งสิบสามเล่มบนเค้ก
“ได้ งั้นขอให้ผมได้เข้าโรงเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุด... เพี้ยง!”
ผมเป่าเทียนจนดับ กลิ่นควันลอยเข้าจมูกจนต้องเบือนหน้าหนีก่อนจะวิ่งเข้าห้องนอน ปิดประตู ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม น้ำตาไหลพรากและไม่พูดอะไรอีก
ไม่นานเสียงทะเลาะกันก็ดังลั่นไปทั่วบ้าน ก็เื่เงิน ๆ ทอง ๆ นั่นแหละ ผมพยายามยกมือขึ้นปิดหู แต่ก็หนีความจริงไม่ได้ว่าสาเหตุทั้งหมดเป็เพราะผม พ่อกับแม่ะโใส่กันไปมาแต่แล้วจู่ ๆ ทุกอย่างก็เงียบลง ซึ่งผมรู้ดีว่ามันเป็ความเงียบก่อนที่คลื่นสึนามิจะซัดถล่มทุกอย่างให้พังพินาศ ผมต้องหยุดพวกเขาก่อนมันจะสายเกินไป
ผมเปิดประตูห้อง ะโออกไปสุดเสียง “พอเถอะฮะ!”
“พอทั้งคู่นั่นแหละ ผมจะไปเรียนที่วัชรโยธินก็ได้ พอใจหรือยังฮะ” น้ำตาเค็ม ๆ ไหลมาถึงปากผม
พ่อกับแม่เงียบกันไป ผมฉวยโอกาสพูดต่อก่อนที่พวกเขาจะทะเลาะกันอีกครั้ง “แต่พ่อกับแม่ต้องสัญญาว่าจะไม่ทะเลาะกันอีก”
ผมรู้ดีว่าถ้าไม่พูดออกไปตอนนี้ อีกไม่เกินชั่วโมงข้างหน้า เื่ราวทั้งหมดจะไปโผล่บนเฟซบุ๊กของแม่ พร้อมคำบรรยายสุดร้อนแรงให้ป้าข้างบ้านเอาไปนินทากันอย่างสนุกปาก น่าทึ่งที่คนโบราณคิดค้นแอปที่ทำให้ใครต่อใครเขียนเื่แย่ ๆ ของตัวเองลงไปในนั้นได้ เฟซบุ๊กไม่ใช่ทะเบียนบ้าน ไม่ต้องเขียนทุกอย่างลงในนั้นหรอก ผมไม่เข้าใจคนแก่ที่เล่นแอปนี้เลยจริง ๆ
“เจมส์... ลูกพ่อ” พ่อเดินเข้ามาพร้อมกับก้มลงกอดผม
“แม่ขอโทษนะลูก” แม่เอื้อมมือมากอดเราไว้ด้วยกัน มันได้ผล พวกเขาหยุดทะเลาะกันแล้ว
“ผมไม่อยากให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันเพราะผม ผมอยากให้เราเป็ครอบครัวเดียวกัน” ผมพูดออกไปทั้งที่น้ำตายังไหลพราก
พ่อถอนหายใจยาว “เราเป็ครอบครัวเดียวกันเสมอ ไม่มีอะไรเปลี่ยน”
แม่พยักหน้า ลูบหลังผมราวกับปลอบโยนเด็กที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย “ใช่จ้ะ ไม่มีอะไรเปลี่ยน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็รักลูกเสมอ”
เพราะแบบนี้เอง ความรักของพ่อกับแม่ก็เลยทำให้ผมได้มาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมวัชรโยธินแบบไม่เต็มใจนัก นั่งอยู่บนโต๊ะแถวหน้าสุด ใกล้กระดานดำ ฟังเสียงพัดลมเพดานที่หมุนช้า ๆ ส่งเสียงครืดคราดเหมือนพยายามร้องขอความช่วยเหลือ ไม่ต่างอะไรจากผมในตอนนี้