“ไม่เป็ไรนะลิต้าผมอยู่ตรงนี้แล้ว” สิ้นสุดคำพูดของเขา หญิงสาวโผเข้ากอดร่างกำยำทันทีพลางปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เจซได้แต่ลูบแผ่นหลังเธออย่างแ่เบาเหตุการณ์เมื่อครู่ได้ตอกย้ำอดีตอันชอกช้ำของหญิงสาวอีกแล้วเธอคงจะปล่อยมันได้ยากจริงๆ เขาไม่สามารถรู้ได้ว่าความเ็ปของเธอมีปริมาณมหาศาลขนาดไหนรู้แต่เพียงว่าตอนนี้เขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยปลดปล่อยเธอออกจากวงจรอุบาทว์เหล่านี้เสียที
หลังจากเดินทางกลับมาถึงที่พักหญิงสาวยังคงเหม่อลอย ไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา แม้น้ำตาจะเหือดแห้งไปแล้วดวงตางามยังคงเลื่อนลอยมองออกไปนอกระเบียงที่เป็วิวทะเลอันกว้างใหญ่ยามค่ำคืนเธอเกลียดความอ่อนแอของตัวเองเหลือเกิน มันเป็จุดอ่อนที่เธอไม่มีทางแก้ไขได้
“ไปอาบน้ำเถอะลิต้า”ร่างสูงที่ดูแปลกไป เพราะวันนี้สวมเสื้อนอนด้วย ผมสีบลอนด์เปียกชื้นพร้อมกับกลิ่นสดชื่นจากสบู่ เสียงของเขาได้ทำให้เธอตื่นจากภวังค์หญิงสาวหันมามองเขาพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย ลุกขึ้นไปห้องน้ำอย่างว่าง่ายตอนนี้หญิงสาวเหมือนกลายเป็หุ่นยนต์ไปเสียแล้ว
่ที่ลลิตากำลังอาบน้ำอยู่นั้นใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองไปยังวิวทะเลยามค่ำคืน คิ้วเรียวขมวดมุ่นสมองอันปราดเปรียวกำลังครุ่นคิดวิเคราะห์ถึงแผนการสำคัญบางอย่างและตอนนี้ดูเหมือนว่า จะมีสำนวนสุภาษิตหนึ่งก้องอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา...ให้ขโมยจับขโมย[1]
หลังจากหญิงสาวทำธุระส่วนตัวเสร็จเขาชวนเธอออกไปนั่งข้างนอกหย่อนขาลงริมสระน้ำ น้ำใสสะอาดเย็นๆพร้อมกับลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยที่คลอเคลียไปกับเสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งพาให้บรรยากาศดูผ่อนคลายยิ่งขึ้น
“วันนี้พวกเรา...เป็แฟนกันแล้วนะ”เจซเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย เขายิ้มเล็กน้อยพลางหันหน้าไปมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ ดวงตาสีฟ้าฉายแววแน่วแน่จริงจังแล้วก็ได้ผลดีตามคาด หญิงสาวหันขวับมามองหน้าเขา ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน
“ทำไม?”คำพูดของเขาทำให้เธอตะลึงงันแต่ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงกะจิตกะใจที่จะมาต่อล้อต่อเถียงกับเขา
“เรามาสร้างความทรงจำกันใหม่คุณจะได้ไม่ต้องกลับไปจมอยู่กับอดีตบ้าบอนี้อีก” ดวงตาคมจ้องมองหญิงสาวไม่วางตารอยยิ้มซุกซนได้มลายหายไป ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาราวกับเป็คนละคน
“แต่ฉัน...”น้ำเสียงของเธอแ่เบา พยายามหลบสายตาชายหนุ่มลลิตาก็ยังไม่แน่ใจเื่ความคิดของตัวเองเธอไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อเขาตอนนี้คนอื่นเขาเรียกว่าความรักหรือเปล่าเพราะเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน รู้แต่เพียงว่าการที่เขาอยู่เคียงข้างทำให้เธอรู้สึกสบายใจแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนแล้วที่สำคัญคือ เขาคิดจริงจังกับเธอแน่หรือ?
“ผมชอบคุณั้แ่วันแรกที่เจอกันแล้ว”
“...”
“ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนแข็งแกร่งเท่าคุณดวงตาที่แน่วแน่ของคุณวันนั้น มันทำให้ผมหลงใหลคุณคือผู้หญิงในฝันที่ผมตามหามาตลอด ลิต้า”มือแกร่งทั้งสองยกขึ้นมาประคองใบหน้าหญิงสาวให้แหงนเงยขึ้นมาสบตากันบรรยากาศรอบกายทั้งสอง ดูจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป ไฟเร่าร้อนค่อยๆลุกโชนขึ้นในดวงตาสีฟ้าทรงเสน่ห์นั้นเธอเหมือนถูกเขาสะกดจิตไม่ให้ละสายตาไปทางอื่นใบหน้าคมคายโน้มเข้าหาดวงหน้างามช้าๆริมฝีปากของเขาบรรจงมอบความอ่อนโยนให้ริมฝีปากบางของเธอเขาลุกล้ำอย่างแ่เบาเข้าไปคลุกเคล้ากับลิ้นหวาน
ความอ่อนโยนของเขาทำให้เธอหลับตาพริ้มหลงใหลเข้าไปในโลกแห่งมนต์เสน่หาแสนหวานที่เขาสร้างขึ้น ทั้งสองจูบกันเนิ่นนานราวกับเริ่มเสพติดความหวานจากกันและกัน
“ไว้ใจผมนะ ที่รัก”เขาผละออกมาพูดกระซิบกับริมฝีปากบางแ่เบาดวงตาของเธอดูเคลิบเคลิ้มยังคงหลงวนในโลกแสนหวานนั้นอยู่ ไม่มีคำตอบใดๆ จากลลิตาสติของเธอเริ่มหลุดลอยและสับสนแขนแกร่งกำยำอุ้มร่างหญิงสาวขึ้นมาเดินตรงไปยังเตียงนอนช้าๆริมฝีปากเขายังคงมอบความหวานให้เธอตลอดทาง ไม่นานร่างทั้งสองได้ปราศจากอาภรณ์ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
ชายหนุ่มตกตะลึงไปกับเรือนกายแข็งแรงงดงามของเธอมัดกล้ามทั่วร่างหนั่นแน่นสุขภาพดี แม้จะมีรอยแผลเล็กๆ ตรงใบหน้าจากวันนั้นเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองเจอกันครั้งแรกรอยนั้นกลับทำให้เธอดูมีเสน่ห์ยั่วยวนยิ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ
ลมเย็นๆที่พัดผ่านลูบไล้กายเปลือยเปล่า ทำให้หญิงสาวเริ่มกลับมามีสติเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ?ทำไมตอนนี้เธอไม่มีความรู้สึกรังเกียจหรือสะอิดสะเอียนเหมือนที่เคยเจอมาในอดีตกลับแทนที่ด้วยความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นรู้แค่ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะมอบสิ่งเหล่านี้ให้เธอได้หญิงสาวมองร่างกำยำตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเธอไม่แสดงความขัดขืนใดๆ ออกมา
ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะเข้าไปชิมรสซอกคอระหงหอมหวานของเธอทั้งสูดดมและฝากรอยสีเข้มแสดงความเป็เ้าของ ไล้ลงมาถึงเนินอกเต่งตึงขนาดพอดีมือพร้อมกับเม็ดบัวตูมสีหวานที่แข็งชูชันไปตามอารมณ์ของเ้าของชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะดูดกลืนลิ้มรสอย่างกระหายหิว มืออีกข้างช่วยนวดคลึงอย่างเท่าเทียมกันพาให้หญิงสาวส่งเสียงครางแ่เบา
หลังจากชิมดอกบัวตูมทั้งสองข้างจนหนำใจเขายังคงไล้เลียลงมาอย่างต่อเนื่องผ่านหน้าท้องที่มีร่องนูนของกล้ามเนื้อแน่นสวยงามเขาไม่ลืมที่จะฝากรอยทิ้งไว้เช่นกัน แล้วไล่ลงมาถึงจุดสำคัญของกายสาวดอกไม้งามตรงหน้าตกแต่งด้วยขนแพรอ่อนบางเบา กลีบผกาปิดแน่น นิ้วมือแกร่งแยกกลีบนั้นแ่เบาเผยให้เห็นกลีบแดงงามสีสด พร้อมกับมีปุ่มเกสรสีแดงเข้มชูชันกลิ่นหอมหวานเชิญชวนให้เขาลิ้มลองดูดกลืนอย่างกระหายหิว
“อือ! อา! ไม่นะ!” ความรู้สึกแปลกใหม่ทำให้หญิงสาวครวญครางแทบไม่เป็ภาษาแม้ปากจะปฏิเสธ แต่สวนทางกับมือเรียวที่ขยุ้มผมสีบลอนด์ของเขาไว้ ไม่ให้ถอยห่างร่างบางเกร็งกระตุกหลังจากได้แตะขอบ์เป็ครั้งแรกน้ำหวานแห่งความสุขสมไหลหยาดเยิ้มออกมาเคลือบกลีบผกาเป็หลักฐานยืนยันชั้นดี
“พร้อมหรือยังที่รัก”ชายหนุ่มมองสบตาหญิงสาวใต้ร่างอย่างแน่วแน่ลลิตาเองที่เริ่มกลับมามีสติมองสบตาเขาเช่นกัน หญิงสาวกัดริมฝีปากดวงตาเริ่มฉายแววไม่แน่ใจ เธอกลัวเหลือเกิน
“อย่าคิดถึงเื่อื่นมองมาที่ผมคนเดียวเท่านั้น! เชื่อผมที่รัก ผมพิสูจน์ให้คุณดูเอง!”เขาประคองใบหน้าของเธอไว้ จ้องมองเธอไม่วางตา หญิงสาวใต้ร่างกลับมาจ้องสบตาเขาพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย สัญญาณจากร่างงามทำให้เขามอบจูบอันอ่อนโยนให้เธออีกครั้ง ก่อนที่จะส่งตัวตนอันใหญ่โตเข้าไปในโพรงดอกไม้อย่างช้าๆหลังจากเข้าไปได้เพียงส่วนปลาย ความรู้สึกอึดอัดคับแน่นทำให้เขาต้องตกตะลึงงันเมื่อรับรู้ถึงปราการบางอย่างที่ขวางกั้นอยู่
“นะ นี่คุณ!”เธอยังคงบริสุทธิ์อยู่อย่างนั้นหรือ! ดวงตาสีฟ้าดูอ่อนแสงลงเขามอบจูบแสนหวานให้เธออีกครา แล้วกลับมาจ้องมองดวงหน้างามด้วยความรักใคร่หญิงสาวยิ้มตอบกลับมาอย่างอ่อนโยน เขาค่อยๆเคลื่อนท่อนเอ็นแกร่งฝ่าชั้นปราการเข้าไปข้างใน หญิงสาวเริ่มใบหน้าเหยเกมือเรียวจิกไปที่แผ่นหลังหนา ความคับแน่นนี้ทำให้เขาปวดทรมานเช่นกัน
“อื้อ!”หญิงสาวใต้ร่างเริ่มดิ้นทุรนทุรายกับความเจ็บตึงแน่นราวจะปริแตกเสียให้ได้ชายหนุ่มหยุดชะงัก แล้วก้มลงใช้ริมฝีปากหยอกเอินเม็ดบัวตูมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเธอตอบสนองดีเกินคาด ร่างบางค่อยๆ ผ่อนคลายลงในไม่ช้า ความเจ็บแทบมลายหายไปเขาเลื่อนตัวขึ้นมามอบความหวานให้ริมฝีปากบางก่อนที่จะส่งตัวตนเข้าหาเธอที่เหลือทั้งหมดจนสุดลำ
“อา!”หญิงสาวกรีดร้องกับความรู้สึกเจ็บที่ตีขึ้นมาอีกรอบ ทั้งสองจ้องสบตากัน ไม่ละสายตามือเรียวลูบใบหน้าคมอย่างแ่เบา
“คุณเป็ของผมคนเดียวที่รัก”มือแกร่งยกขึ้นมากุมมือเรียวอีกที ความอบอุ่นแผ่ซ่านมาสู่ร่างกายของหญิงสาวท่อนเอ็นแข็งเริ่มขยับเข้าออกเนิบช้าในโพรงแน่นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็จังหวะรัวเร็วไปตามอารมณ์กำหนัดของทั้งสองหญิงสาวขยับสะโพกผายรับจังหวะเขาได้เป็อย่างดีตามสัญชาตญาณเสียงเนื้อกระทบเนื้อพาให้บรรยากาศเร่าร้อนยิ่งขึ้นตามมาด้วยเสียงครางอย่างรัญจวนใจประสานกันของชายหญิงที่แตะถึงฝั่งฝันพร้อมๆ กันสายธารขาวขุ่นถูกปลดปล่อยเข้าไปภายในจนเธอรู้สึกอุ่นวาบขึ้นในช่องท้อง
บ๊อก! พลั่ก!เสียงของโพรงดอกไม้งามที่พยายามดูดดึงท่อนเอ็นไว้เหนียวแน่นตามมาด้วยเสียงของสายธารสีขาวอุ่นร้อนที่ไหลทะลักออกมาจากโพรงหวาน
หลังจากที่ทั้งสองกลับมาผ่อนลมหายใจได้ตามปกติเขาไม่ลืมที่จะมอบจูบแสนหวานให้เธออีกคราก่อนที่จะกกกอดร่างบางเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยกัน
“หวังว่าคุณจะมีความสุขกับโลกของผมลิต้า”
[1] Seta thief to catch a thief. แปลเป็ไทยคือ ให้ขโมยจับขโมย เป็สำนวนสุภาษิตภาษาอังกฤษ ขยายความได้ว่าคนที่จะจับโจรได้เก่งที่สุด ต้องเป็คนที่เข้าใจความคิดของโจรได้อย่างลึกซึ้งนั่นก็คือโจรด้วยกันเอง คล้ายกับสุภาษิตของไทยที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง