ไวน์ปั้นฝัน

    ตอนที่ 6.1

            ไวน์ x ปั้นฝัน

            ตอนที่ 6.1


            ปั้นฝันกำลังทำให้ผมมีอารมณ์

            ทั้งโมโหที่เธอท้าทาย ทั้งอารมณ์จากภายในที่อยาก ‘กระทำ’ กับเนื้อตัวเธอ ในเมื่อปั้นฝันอยากลองดี เดี๋ยวจะทำให้ร้องไม่ออก

            ผมปลดกระดุมกางเกงตัวเอง ถอดมันออกให้พ้นทาง แล้วหันกลับมาจัดการชุดเดรสสายเดี่ยวของฝัน จับสายผ้าเล็กๆ นั่นรูดออกจากไหล่ ทึ้งชุดตัวสวยของเธอมากองที่เอวเล็ก แล้วดึงมันออกจากตัวของปั้นฝันทางปลายขา

            ผมหงุดหงิดเกินกว่าจะมีเวลามาทะนุทนอมและชื่นชมเนื้อตัวปั้นฝัน

            คนตัวเล็กพลิกตัวคว่ำหน้าลงบนเตียงเพื่อปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าของเธอจากสายตาผม แต่นั่นกลับทำให้บั้นท้ายกลมกลึงปรากฎล่อหน้าล่อตา

            มันไม่ได้ช่วยให้ผมอยากเอาเธอน้อยลงหรอก

            ไม่เลย

            “เอาไงต่อ? ชัดเจนพอหรือยังว่าฉันอยากนอนกับเธอไหม?”

            แค่นี้ก็ทนไม่ได้?

            ยังมีหน้ากล้ามาถามคำถามพวกนั้นกับผม

            ในเมื่อให้โอกาสพูดแล้วไม่ตอบ จะมาว่าผมใจร้ายไม่ได้

            ยิ่งฝันไม่พูด ผมยิ่งหงุดหงิด

            ผมออกแรงดึงข้อเท้าฝัน ให้๰่๭๫ตัว๻ั้๫แ๻่เอวขึ้นไปยังอยู่บนเตียงแล้ววางเท้าเธอลงกับพื้นทั้งที่ฝันยังคว่ำหน้าลงกับเตียง

            ท่านี้แม่ง… เหมือนปั้นฝันกำลังโก่งสะโพกให้ผม

            แท่งร้อนกลางกายผมเริ่มปวดหนึบ

            ผมโน้มตัวลงไปจับแขนปั้นฝัน รับรู้ได้เลยว่าคนตัวเล็กกำลังฝืนแรงไม่ให้ผมพลิกตัวเธอกลับมา

            แต่ฝันสู้แรงผมไม่ได้

            ทว่าเมื่อผมเป็๲ฝ่ายชนะ ผมจึงได้เห็นว่าปั้นฝันร้องไห้

            เออ… ดี…

            ให้พูดไม่พูด ทีแบบนี้มาบีบน้ำตา

            คนตัวเล็กสบตาผม เบ้หน้าร้องไห้เงียบๆ ไร้เสียงสะอื้น แต่น้ำตาร่วงไม่ขาดสาย

            น้ำตาฝันทำให้ผมได้สติ

            ใจผมอ่อนยวบลงทันทีเหมือนมีคนเอาน้ำมาสาดไฟ

            โมโหจนลืมไปเลยว่าแท้จริงแล้วปั้นฝันบอบบางแค่ไหน ตัวเธอก็เล็กแค่นี้

            ผมถอนหายใจไล่ความกระสันซ่านของตัวเองก่อนจะหยิบชุดเดรสของฝันมาห่มตัวให้เธอ ปิดไม่หมด แต่ก็ดีกว่าไม่ปิดอะไรเลย ปั้นฝันช้อนตามองหน้าผม ความตื่นตระหนกแสดงออกผ่านสีหน้าแววตาของเธอทั้งหมด

            “มานี่มา”

            ผมหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆ เธอและดึงตัวฝันขึ้นมากอด

            ฝันไม่ได้ขัดขืน จนกระทั่งสองแขนแข็งแรงของผมโอบรอบตัวเธอ ปั้นฝันจึงปล่อยโฮออกมา มือเล็กขยำเสื้อผมเอาไว้แน่น และเมื่อผมลูบแผ่นหลังนวลเนียนของฝันเป็๲การปลอบประโลม คนตัวเล็กกว่าก็ซุกหน้าลงกับแผงอกของผม

            “คนเก่งเมื่อกี้หายไปไหนแล้ว?”

            ปั้นฝันส่ายหน้าแทนคำตอบและเบียดตัวเข้าหาผมมากกว่าเดิม

            อย่างน้อย… นี่ก็เป็๞สัญญาณว่าฝันไม่ได้หวาดกลัวผมจนอยากผลักไส

            “ไม่ต้องร้อง ไม่ทำแล้ว”

            ผมปล่อยให้ฝันร้องไห้ กอดคนตัวเล็กไว้แบบนั้นหลายนาทีกระทั่งปั้นฝันสงบลงเหลือเพียงสะอื้นเบาๆ

            “ไวน์…” เสียงสั่นๆ เรียกชื่อผมด้วยความไม่มั่นใจ

            “หือ”

            “…”

            “เรียกแล้วไม่พูด?” ผมตอบเธอด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ หวังให้ฝันอารมณ์ดีขึ้น ซึ่งฝันก็แค่ส่ายหน้าน้อยๆ แนบชิดอกผมเหมือนเดิม

            ผมลูบหลังฝันอย่างเพลินมือ แอบดมกลิ่นหอมๆ จากตัวปั้นฝันไปด้วย

            “เธออยากเล่าอะไรไหม”

            ปกติจะได้กอดแบบนี้ที่ไหน แค่จะจับมือยังต้องเป็๲คนชั่วคอยฉวยโอกาส

            เหมือนปั้นฝันรู้เลยว่ะว่าผมกำลังคิดอะไร เรียวแขนเล็กๆ นั่นถึงได้โอบรอบตัวผมกลับมา

            “เรากอดไวน์ได้ไหม…”

            “เธอก็กอดไปแล้วไม่ใช่?”