(จบ)ทะลุมิติพลิกชะตา... ชีวิตนี้ของฉันจะต้องสุขสบายในยุค 90

    บทที่ 30 เปลี่ยนความคิด

    บทที่ 30  เปลี่ยนความคิด


            “ฉันบอกข้อดีของการร่วมงานกับฉันให้เธอฟังแล้ว โจวชุยเป็๲คนฉลาด เธอรู้อยู่แล้วว่าต้องทำตัวยังไงถึงจะเป็๲ผลดีกับตัวเอง” 


            “เธอแน่ใจเหรอว่าผู้หญิงใจร้อนคนนั้นฉลาดน่ะ” หลินอี้เสวียนตั้งคำถาม โจวชุยที่ทำอะไรตามอารมณ์ความรักแบบนั้นเนี่ยนะฉลาด?


            “ความรักมันทำให้คนตาบอดได้ หนุ่มสาวคึกคะนอง แล้วยังมีเ๱ื่๵๹...ฮอร์โมนตอนท้องแปรปรวนอีกหรือเปล่านะ สรุปคือหลายสาเหตุประกอบกัน นั่นแหละที่ทำให้เธอทำเ๱ื่๵๹โง่เขลา” 


            จินซูยักไหล นี่แหละเหตุผลที่เธอปฏิเสธความรักและการแต่งงาน เธอเคยเจอผู้หญิงเก่ง นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จหลายคน ความสามารถส่วนตัวนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่พอมีความรักเมื่อไหร่ สมองก็เหมือนโดนซอมบี้กิน ความคิดอ่านแย่ลงกระทบกับเ๱ื่๵๹การหาเงิน


            โจวชุยก็เป็๲แบบนั้นชัด ๆ ถ้าไม่พูดถึงเ๱ื่๵๹ความรัก ทุกอย่างก็คุยกันได้ พอเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ความรักปุ๊บก็ไม่มีสติ ทั้ง ๆ ที่เป็๲คนเชื่อเ๱ื่๵๹ความรักอยู่แล้ว ยังมาเจอกับฮอร์โมนตอนท้องแปรปรวนอีก เลยทำเ๱ื่๵๹บ้า ๆ อย่างการสั่งน้องชายให้ไปรุมทำร้ายคนที่ตัวเองชอบได้ลงคอ


            จินซูรู้สึกว่าตัวเองต้องจำเ๱ื่๵๹นี้ไว้เลย รอจนสนิทกันมากกว่านี้เมื่อไหร่ เธอจะเอาเ๱ื่๵๹นี้มาแซวโจวชุยให้หนำใจ จริง ๆ แล้วตอนแรกจินซูไม่ได้คิดจะร่วมงานกับโจวชุยหรอกนะ เธอเพิ่งมานึกได้ตอนเห็นโจวโม่ต่างหาก


            โจวโม่มีพี่สาวที่เก่งมาก ๆ คนหนึ่ง พี่สาวเขาชื่อโจวชุย ในอนาคต โจวชุยคนนี้จะเป็๲คนที่มีอิทธิพลในเมืองหลวงมาก ทั้งในทางสว่างและทางมืด เธอเอาอยู่หมด


            ไหน ๆ ก็ได้เจอกันก่อนแล้ว ถ้าเป็๲พาร์ทเนอร์กันได้ก็ดีที่สุด ถึงไม่ได้เป็๲พาร์ทเนอร์กัน อย่างน้อยก็อย่าเป็๲ศัตรูกันเลย จินซูเลยโยนโปรเจ็คร่วมงานหนึ่งอย่างให้โจวชุ่ยเข้าร่วมทีมกับเธอ ส่วนวิธีพูดจูงใจโจวชุยนั้นก็ง่ายมาก


            “ฉันบอกเธอไปว่า การร่วมงานกับฉัน ไม่ใช่แค่ได้เงิน แต่เธอยังจะได้ครอบครัวที่มั่นคงและไม่มีวันแตกสลายด้วย” จินซูหลอกถามโจวชุยจนรู้ว่าพ่อของโจวชุยเป็๲หัวหน้าเล็ก ๆ คนหนึ่งในหน่วยงาน แล้วตอนนี้โจวชุยก็ตั้งท้อง พักอยู่บ้านเฉย ๆ แต่ยังได้เงินเดือน


            ไม่ต้องไปทำงานแต่ได้เงินเดือนแบบนี้ ดูเผิน ๆ เหมือนชีวิตจะดี แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะมีเวลาว่างมากเกินไป ทำให้โจวชุยชอบคิดมาก คิดไปเอง มองใครก็เป็๲ศัตรูหัวใจไปหมด 


            เธอกลัวคนอื่นมาแย่งสามียิ่งกว่ากลัวตายซะอีก จินซูเลยใช้จุดนี้แหละ เป็๲จุดอ่อน แล้วสัญญาว่าจะให้สิ่งที่เธอ๻้๵๹๠า๱มากที่สุดแบบนี้ โจวชุยจะไปปฏิเสธเธอลงได้ยังไง


            “เ๱ื่๵๹เงินน่ะพอว่า แต่ครอบครัวที่มั่นคงและไม่มีวันแตกสลาย...จะทำให้เป็๲จริงได้ยังไง” หลินอี้เสวียน สนใจขึ้นมาทันที


            “ผู้ชายน่ะ เหมือนเม็ดทรายในมือ ยิ่งกำแน่นก็ยิ่งไหลออกไปเร็วเท่านั้น”  จินซูไม่ได้อธิบายให้โจวชุยฟังละเอียด เพียงแค่โยนเหยื่อล่อให้เธอติดกับ ความหมายที่แท้จริง ต้องให้โจวชุยค่อย ๆ คิดเอาเอง


            อวี้จินซูมั่นใจ  ตราบใดที่อยู่กับเธอไปนาน ๆ ต่อให้เป็๲คนคลั่งรักขั้นสุด เธอก็สามารถล้างสมองให้อีกฝ่ายกลายเป็๲ผู้หญิงเก่งที่ไม่ผูกพันกับความรักและมุ่งมั่นในการสร้างเนื้อสร้างตัวได้


            ๻ั้๹แ๻่โบราณกาล คู่รักที่หลงใหลได้ถูกหักหลังในนามของความรักมานับไม่ถ้วน สู้เอาเวลาไปทุ่มเทให้กับงานไม่ได้ งานไม่เคยทรยศคนที่ตั้งใจจริง


            เหตุผลง่าย ๆ เช่นนี้ อวี้จินซูไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงหลายคนถึงไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่มีมือมีเท้ามีสมอง ไม่ตั้งใจทำงาน กลับเอาแต่ฝันหวานเ๱ื่๵๹ความรัก ทำให้ความสามารถต้องสูญเปล่าไปวัน ๆ ยกตัวอย่างเช่นโจวชุย


            โจวชุยยิ่งชอบหลบอยู่ในชีวิตแต่งงาน แสร้งทำตัวเป็๲หญิงสาวผู้บอบอบางอ่อนแอ  จินซูยิ่งอยากจะดึงเธอออกมาทำธุรกิจ เธอผู้รักในความสามารถ ทนไม่ได้ที่จะเห็นคนที่มีความสามารถแต่กลับเอาไปใช้ในทางที่ผิด


            หลินอี้เสวียน ตอนแรกยังคงยิ้ม ชื่นชมท่าทางวางแผนอย่างชาญฉลาดของเธอ ฟังไปฟังมา ก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ


            “ผู้ชาย … ไอ้สิ่งนี้เนี่ยนะ”


            “อ่ะแฮ่ม ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉันไม่ได้หมายถึงนายที่เป็๲พี่น้องกัน นายไม่เหมือนคนทั่วไป” จินซูไอแห้ง ๆ สองที เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีผู้ชายอีกคนอยู่ข้าง ๆ


            หลินอี้เสวียน สรุปความหมายจากคำพูดของภรรยาอย่างเงียบ ๆ แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า จินซูกำลังหลอกล่อให้ผู้หญิงคนนั้นมาทำธุรกิจกับเธอด้วยการให้คำหวานลวง ๆ เป็๲ถึงผู้บัญชาการหน่วยสืบสวน หลินอี้เสวียนเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว


            “มันจะเรียกว่าหลอกล่อได้ยังไงล่ะ ฉันแค่บอกว่าจะทำให้เธอมีชีวิตแต่งงานที่มั่นคง ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะกี่ครั้ง เธอมีอำนาจอยู่ในมือ ถ้าอยู่กับไป๋หลางไม่ได้ก็ถีบหัวส่ง ผู้ชายมีอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง” เมื่อมีอำนาจและความมั่งคั่งอยู่ในมือ กฎของเกมก็อยู่ในมือ เธอแค่สอนผู้หญิงถึงวิธีการควบคุมทุกอย่าง ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน


            “จินซู ฉันว่าความคิดของเธอมันอันตรายนะ” หลินอี้เสวียน เกือบจะหลุดปากพูดว่า เธอมันกำลังจะก้าวเข้าสู่ด้านมืดแล้ว สรุปแล้วสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้นึกคิดอยู่ทุกวันนี้คือวิธีการถีบหัวส่งคนอื่นงั้นหรือ ถ้าใช้ตรรกะแบบนี้ สักวันหนึ่งเขาก็อาจจะถูกถีบหัวส่งเหมือนกัน



            “นั่นมันขนมเปี๊ยะนี่ ฉันอยากกินไปซื้อกันเถอะ” อวี้จินซู ชี้ไปที่มุมถนนแล้วพูด


            “จินซู วิธีเปลี่ยนเ๱ื่๵๹คุยของเธอนี่มันแข็งกระด้างชะมัด”


            “ถ้างั้น นายจะซื้อให้ฉันไหมล่ะ” จินซูกะพริบตาปริบ ๆ หลินอี้เสวียน พยายามสะกดกลั้นความอยากเอาชนะเธอ เอาเป็๲ว่าซื้อขนมเปี๊ยะก่อน เ๱ื่๵๹นี้ค่อยกลับไปคุยกันยาว ๆ เยาวชนควรมีมุมมองความรักและการแต่งงานที่ดี 


            จินซูเห็นแผ่นหลังของเขาแล้วก็เบะปาก เธอไม่คิดจะให้โอกาสเขาได้โต้เถียงหรอก มุมมองของเธอกับหลินอี้เสวียน ส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างไปในทางเดียวกัน แต่จะเห็นได้ว่าในเ๱ื่๵๹ของการแต่งงาน ทั้งสองคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน


            ภูมิหลังของหลินอี้เสวียน เป็๲ตัวกำหนดมุมมองความรักและการแต่งงานที่เคร่งครัดแบบแผน พอถึงวัยอันควรก็ต้องเชื่อฟังพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่เคารพ แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รู้จักมักจี่ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่เกิดและเติบโตในแผ่นดินนี้


            ความคิดของจินซูในยุคนี้ถือว่าแหวกแนว เธอไม่คิดจะไปเปลี่ยนความคิดเขาหรอก สุภาพบุรุษนั้นว่าด้วยเ๱ื่๵๹ความเห็นพ้องต้องกัน แต่ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ความคิดเห็น เพราะการที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติธรรมดา ควรหลีกเลี่ยงการโต้เถียงอันไร้สาระที่นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง ปล่อยเ๱ื่๵๹นี้ไปแล้วทุกอย่างจะดีเอง


            ระหว่างทางกลับบ้านจินซูครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำธุรกิจอะไรต่อไป ในเมื่อตอนนี้มีเงินทุนเริ่มต้นแล้ว แถมยังดึงโจวชุยมาร่วมลงทุนด้วย หากต้องใช้แรงงานก็ยังสามารถจ้างพี่น้องตระกูลหลี่ได้ มีทั้งคน ทั้งเงิน จะทำอะไรก็สำเร็จ


            หลินอี้เซวียน เดินทางกลับมาพร้อมกับความคิดที่เต็มไปด้วยเ๱ื่๵๹ของจินซู บวกกับแผนการอันตรายของเธอ และความรู้สึกกังวลใจที่ว่าเขาอาจถูกจินซูทิ้งไว้ข้างหลังได้ทุกเมื่อ…


            ณ ลานบ้านหลังหนึ่ง ลุงคนนึงนอนคว่ำอยู่บนม้านั่งยาว โดยมีป้าคนนึงกำลังนวดหลังให้เขาด้วยยานวด หลินอี้เสวียนเดินเข้าไปทักทาย พร้อมกับชี้แนะวิธีการนวดให้ป้า เมื่อเธอทำตาม ลุงก็ร้องเสียงดังลั่น


            “โอ๊ย เจ็บ ๆ ๆ”


            “เจ็บก็ถูกแล้ว ลมปราณติดขัด นวดคลายเส้นหน่อยเดี๋ยวก็หาย” หลินอี้เสวียนพูดอย่างผู้เชี่ยวชาญ เขาเรียนรู้การนวดด้วยตัวเองเพื่อช่วยแม่ของเขา


            จินซู มองดูอยู่ข้าง ๆ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสารแม่สามี เพราะทุกวัน หลินอี้เสวียนจะต้องนวดซุนอิงจนเหงื่อท่วมตัว เหมือนนวดให้คนในบ้านยังไม่พอ เขายังออกมาใช้ความสามารถพิเศษนี้ สร้างประโยชน์ให้กับเพื่อนบ้านโดยรอบ  แต่สีหน้าอันบิดเบี้ยวของชายวัยกลางคน ทำให้ยากที่จะอธิบายว่านี่คือการทำบุญหรือทำบาป


            “คุณครับ ดูผมสิ น่าสงสารจะแย่แล้ว คืนนี้อย่าให้ผมนอนโซฟาเลย ขึ้นไปนอนบนเตียงเถอะนะครับ” ลุงพูดกับป้าด้วยสีหน้าสำนึกผิด ลุงถูกป้าไล่ลงมานอนที่โซฟา เพราะนอนกรนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว 


            “ก็ได้” ป้าเห็นลุงเจ็บนิ้วเท้าจนงอ ก็ใจอ่อนยวบ หลินอี้เสวียนยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้ว ถ้าปวดเอวก็ไม่ต้องนอนโซฟา งั้นเหรอ...

    …………………………………………………………………………….

    สารจากผู้แปล

    พี่หลินเริ่มกลัวตัวเองโดนเมียทิ้งขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ รู้เลยว่าเดี๋ยวพี่ต้องงัดมารยามาอ้อนเมียแน่ๆ

    ไหหม่า(海馬)