Romanus โรมานุส

    23 Salabia

                   ภายในเรือเล็กทรงไวกิ้งที่แล่นได้เร็วราวกับลมพัด ไนเคียที่งามหมดจดนั่งรับลมด้วยใบหน้าเชิดหยิ่งราวกับเจ้าหญิงน้อย นายเรือคนอื่นซึ่งขึ้นเรือมากับซาเล็มต้องเก็บของ เช็กใบเรือ คุมฝีพาย ทำความสะอาด ไม่มีใครได้นั่งสบายๆ สวยๆ แบบนี้สักคน ซาเล็มที่กำลังหัวหมุนกับคำสั่งด่วนของดิโอเคลสให้ไปซื้อวิลล่าที่นิโคมีเดียเหลือบไปมองเห็นไนเคียนั่งเชิดสง่าก็ผ่อนลมหายใจอย่างระอา เขายังหันไปสั่งการคนเรืออีกยกหนึ่งก่อนเดินตรงไปทางไนเคียและนั่งลงไม่ไกลนัก“เจ้าจะนั่งอยู่เฉยๆ อย่างนี้เหรอไนเคีย”“ก็ไม่มีใครบอกให้ข้าทำอะไร”“หมายความว่ายังไง”ไนเคียหันมายิ้มงามสอดความทะนงตนดั่งราชนิกุล“ต้นเรือบอกให้ข้าทำความสะอาดแต่ข้าทำไม่เป็นเขาเลยให้คนเรือมาสอน คนเรือเห็นข้าร่างกายบอบบางก็สงสารเลยบอกให้ข้านั่งเฉยๆ เดี๋ยวเขาทำเอง”“ที่จริงเจ้ามีงานที่ท่านคอนซูลมอบหมายไม่ใช่เหรอ”“นายท่านให้ข้ามาดูแลเจ้า”“ก็ใช่ไง!”“ก็เจ้ามัวแต่วิ่งวุ่นวายไม่เปิดโอกาสให้ข้าดูแลนี่ ว่าแต่ข้าหิวน้ำแล้ว เอาน้ำมาหน่อยสิ”ซาเล็มกุมขมับ ตั้งแต่ตอนเขาซื้อไนเคียมาเด็กน้อยคนนี้ก็ไม่เคยลืมความเชิดหยิ่งดั่งราชนิกุลไปได้เลยสักครั้ง คิดว่าเป็นทาสในวิลล่าของคอนซูลแล้วจะดีขึ้น ที่ไหนได้ เหมือนเดิมเลยนี่นา“ลงไปใต้ท้องเรือเลย ไปอยู่ห้องข้า อย่ามานั่งเกะกะแถวนี้”“ก็ได้ เอาน้ำไปให้ด้วยนะ”“มีอยู่ในถังหน้าห้อง!”ไนเคียพยักหน้าสวยๆ และเดินลงใต้ท้องเรือไป เมื่อร่างบางงามหมดจดหายลับตา เหล่านายเรืออื่นๆ ก็ดิ่งตรงเข้ามารุมล้อมซาเล็มด้วยความสงสัย“นั่นคือทาสเด็กคนโปรดของท่านคอนซูลดิโอเคลสเหรอท่านซาเล็ม สวยหาที่ติไม่ได้เลยนะ”ต้นเรือเอ่ยถาม คนอื่นก็ดูตื่นเต้นไปด้วย ซาเล็มหันมองรอบตัวแล้วก็ผ่อนลมหายใจระอา“นี่พวกเจ้ารู้เรื่องทาสเด็กของท่านคอนซูลด้วยเหรอ”“ตอนไปเทียบท่าที่โรมขนสินค้าของท่านคอนซูล เขาลือกันให้แซดน่ะสิท่านว่าท่านคอนซูลมีดอกไม้งามถึงสี่ดอกในวัยที่ยังไม่ผลิบาน ถึงขนาดบอกว่าใครได้เห็นสี่คนนี้ในระยะสิบกราดุส (10 ก้าว ประมาณ 15 ฟุต เป็นหน่วยนับแบบโรมันโบราณ) ก็สามารถน้ำแตกได้เลยนะท่าน!”“เกินไป หนึ่งในสี่ก็คือไนเคียนี่ไง”ทุกคนฮือฮาด้วยรอยยิ้มตื่นเต้น“สวยเหลือเกินนะท่านซาเล็ม น่าอิจฉาท่านคอนซูลที่มีแบบนี้ตั้งสี่คน ไนเคียคงเป็นคนโปรดเลยสินะขอรับ”“เปล่า เห็นว่าคนโปรดมีอีกคนหนึ่ง”ทุกคนยิ่งส่งเสียงตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก“งามกว่าไนเคียอีกเหรอท่าน! นี่ข้าจินตนาการไม่ออกเลย”“ข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจรสนิยมท่านคอนซูลหรอก ว่าแต่พวกเจ้าเสร็จงานแล้วรึไง”“เสร็จแล้วขอรับ”“งั้นก็แยกย้ายกันไปนอน พรุ่งนี้เช้าคงถึงชายฝั่งนิโคมีเดียพอดี”นายเรือทุกคนจึงแยกย้ายกลับไปพักผ่อนพลางซุบซิบเรื่องความงามของไนเคียไปด้วย ซาเล็มเดินลงไปยังห้องพักสำหรับกัปตัน ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมกันลมออกแขวนและหันไปมองดูไนเคียนั่งริมหน้าต่างมองทะเลที่เริ่มมืดลงทุกขณะ“หิวมั้ยไนเคีย”ใบหน้างามหันมา ริมฝีปากอิ่มเอิบแดงจัดขยับงามพลิ้วราวกับผลเชอร์รี่“ไม่หิว กินแล้ว”“งั้นก็นอน”“ไม่ให้ข้าไปนอนกับพวกคนเรืออื่นเหรอ”ซาเล็มซึ่งถอดเสื้อผ้าเหลือแต่แลงก็อตหันมายิ้มให้“เจ้าโดนข่มขืนยับเยินแน่”“ใครจะกล้าทำ ข้าเป็นสมบัติของท่านคอนซูลนะ”“กลางทะเลแบบนี้จับมือใครดมไม่ได้หรอก ถ้าพวกนั้นเวียนเทียนข่มขืนเจ้าครบทุกคนก็อาจจะโยนเจ้าทิ้งทะเลแล้วรุ่งเช้าก็อ้างว่าหาเจ้าไม่เจอก็ได้ ข้าจะทำอะไรได้ล่ะ”ไนเคียมีท่าทีตื่นกลัวชัดเจน เด็กน้อยนั่งสั่นกอดเข่าเมื่อจินตนาการถึงชายร่างใหญ่สกปรกหลายคนเข้ามารุมโทรมเขา แค่คิดก็น้ำตาเอ่อแล้วซาเล็มเห็นท่าทางสิ้นฤทธิ์ก็พรายยิ้ม เขาเทไวน์ในขวดลงแก้วและดื่มแก้กระหายอึกหนึ่งก่อนไปนั่งที่เตียงซึ่งอยู่ติดหน้าต่าง ชายหนุ่มยื่นแก้วไวน์ให้ ไนเคียก็รับไปดื่ม“ไม่ต้องกลัวหรอก ขอแค่เป็นเด็กดีทำตามคำสั่งข้าก็จะปลอดภัย”ใบหน้างามไม่ตอบอะไร มือเล็กยื่นแก้วส่งคืนให้ ซาเล็มก็รับมาจิบต่อ“ทำไมนายท่านถึงให้ข้ามากับเจ้าล่ะ ที่จริงข้ามาพร้อมพริสก้าก็ได้”“ท่านคอนซูลบอกว่าในบรรดาทาสเด็กทั้งหมดเจ้าเป็นคนที่รสนิยมดีที่สุด”ไนเคียยิ้มออกทันที“เหรอ นายท่านรู้ได้ยังไง”“ก็จากที่เจ้าสั่งให้คนสวนปลูกต้นไม้ดอกไม้อย่างสวยงามเป็นระเบียบ สั่งให้จัดข้าวของในบ้านในมุมที่พอเหมาะแก่สายตา กระทั่งเสื้อผ้าเจ้ายังเย็บออกมาสวยงามไม่เหมือนใคร ดังนั้นเจ้าจะสามารถช่วยข้าเลือกวิลล่าที่ดูดีมีรสนิยมได้แน่”“ที่จริงก็คือเจ้าเป็นคนไร้รสนิยม”ซาเล็มยักไหล่และอมยิ้ม เขาเป็นแค่พ่อค้าทาสชั้นต่ำ มองอะไรก็เห็นเป็นเงินเป็นทองไปหมด ไม่รู้เรื่องความสวยงามอะไรนั่นหรอก“เอาล่ะ ลมทะเลเหนียวตัวจริง เจ้ามาเช็ดตัวให้ข้าหน่อยไนเคีย”“มีมือก็ทำเองสิ”ซาเล็มอ้าปากเหวอ!“นี่เจ้าพูดแบบนี้กับท่านคอนซูลด้วยเหรอ!”“นายท่านเป็นนายข้าแต่เจ้าไม่ใช่”“แต่ท่านคอนซูลให้เจ้ามาดูแลข้านะ!”ไนเคียเชิดใบหน้าและหันไปมองอย่างทะนงดั่งเจ้าหญิงน้อย“ไม่ต้องมาสั่งข้าเจ้าบ้าซาเล็ม ข้าไม่ใช่ทาสของเจ้าแล้ว ไม่กลัวเจ้าหรอก ถ้าคิดจะลงแส้ข้าแม้แต่รอยเดียวรับรองมีเรื่องแน่”ซาเล็มปวดหัว นิสัยเอาแต่ใจของไนเคียไม่เปลี่ยนเลยสักนิด ครั้งนี้เขาทำอะไรไม่ได้เสียด้วยเพราะถือว่าเป็นสมบัติของท่านคอนซูลแล้ว แต่ถ้าไม่สอนสั่งเห็นทีจะปากเก่งไปตลอดทางแน่ ระหว่างครุ่นคิดก็เหลือบตาไปเห็นถุงสัมภาระเข้าพอดี ร่างสูงใหญ่ยันกายลุกขึ้นไปล้วงหยิบกล่องไม้ขนาดประมาณฝ่ามือออกมา เขากลับมานั่งหน้าไนเคียอีกครั้งและเปิดกล่องให้ดู มีขนมหวานทำจากแป้งโดอบเป็นก้อนกลมขนาดนิ้วโป้งเคลือบด้วยน้ำผึ้งที่ตกสะเก็ดดูกรุบกรอบอยู่ภายในกล่องดวงตาของไนเคียเบิกกว้างทันที!“ซาลาเบียนี่นา!”ชายหนุ่มยิ้มได้ที เขาเดินทางจากอเล็กซานเดรียไปหาคอนซูลตามคำสั่งจึงซื้อซาลาเบียซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของอเล็กซานเดรียบ้านเกิดของไนเคียไปฝากเด็กน้อยด้วย อารามรีบร้อนเรื่องวิลล่าเลยยังไม่มีโอกาสให้ เพิ่งนึกขึ้นได้เมื่อกี้นี้เอง แต่เรื่องอะไรจะบอกตรงๆ ว่าเป็นของฝาก“นี่เป็นเสบียงของข้า ข้าจะแบ่งเจ้าก็ได้นะไนเคียถ้ายอมเป็นเด็กดี”ใบหน้าน่ารักแดงเรื่อ ไนเคียมีน้ำลายสอเต็มปากจนต้องกลืนลงไป ซาลาเบียเป็นขนมที่เขาชอบมาก มันทำไม่ยากทว่าในโรมก็ไม่มีขนมชนิดนี้ให้กินเลย ในที่สุดเด็กน้อยจึงยอมประนีประนอมมากขึ้น“เป็นเด็กดีหมายถึงอะไร”“ก็ทำตามคำสั่งข้าตลอดการเดินทาง”“ซาลาเบียแค่นี้คิดจะใช้ข้าตลอดทางเลยรึไง”ซาเล็มปิดฝากล่องทำให้ไนเคียสะดุ้งโหยง ชายหนุ่มเอื้อมไปเปิดลิ้นชักหัวเตียงและใส่กล่องขนมไว้ในนั้น เขาหันกลับมามองหน้าไนเคียด้วยรอยยิ้มกริ่ม“เริ่มจากช่วยข้าเช็ดตัว มีน้ำกับผ้าอยู่หน้าห้อง”“ใครบอกว่าจะทำ!”“ไม่อย่างนั้นข้าจะโยนซาลาเบียทิ้งทะเล ข้าไม่ค่อยชอบของหวานเท่าไหร่หรอก ซื้อติดๆ ไว้เผื่อหิวแต่พรุ่งนี้ก็จะถึงนิโคมีเดียอยู่แล้ว หนักเปล่าๆ”“อย่านะ! นี่...นี่เจ้าทิ้งขว้างของกินได้ยังไง!”“เช็ดตัวให้ข้า...เดี๋ยวนี้”ซาเล็มปิดจบด้วยเสียงเนิบๆ และรอยยิ้มเหี้ยมในดวงตา ไนเคียไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีระหว่างเสียดายขนมกับเสียดายชีวิต ในที่สุดร่างบางก็ยอมเดินออกไปหน้าห้องเทน้ำจากถังใบเล็กลงอ่างและโยนผ้าแช่น้ำมาด้วย เด็กน้อยกลับเข้ามาในห้องและวางถังน้ำไว้ที่โต๊ะหัวเตียงและจัดแจงบิดผ้าก่อนปีนขึ้นเตียงไปเช็ดใบหน้าของซาเล็มให้ ลงมาถึงลำคอและแผ่นหลัง ไนเคียกลับไปชุบผ้าอีกครั้งและกลับมาเช็ดแผงอก แขน มือ เมื่อชุบผ้าอีกครั้งจึงสอดมือเข้าไปแลงก็อตไปเช็ดร่างกายภายในให้ต่อด้วยขาและเท้าร่างสูงใหญ่มองดูด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ เขาคิดว่าสั่งให้ไนเคียเช็ดตัวสำเร็จทำให้รู้สึกดีกว่าตอนเฆี่ยนแล้วไนเคียยอมหุบปากเสียอีก เด็กน้อยเก็บอ่างน้ำออกไปไว้นอกห้องก่อนกลับเข้ามานั่งหน้ามุ่ยมองตรงไปทางลิ้นชักหัวเตียง ซาเล็มก็ขบขัน“เอาล่ะ ข้าจะให้กินชิ้นนึง”ซาเล็มเอื้อมไปหยิบกล่องขนมออกมา เขาหยิบชิ้นหนึ่งคาบไว้ในปากและยื่นหน้าลงมา ไนเคียมองดูก็ขมวดคิ้วและตื่นกลัว มือเล็กเอื้อมไปจะหยิบซาลาเบียจากปากของซาเล็มทว่าอีกฝ่ายกลับจับข้อมือบางทั้งสองพันธนาการไว้“อะไร หมายถึงจะให้ข้าใช้...ปากรับเหมือนพวกนักดนตรีอย่างนั้นเหรอ”ซาเล็มพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ไนเคียทำหน้าขยะแขยงชัดเจนเพราะปากถือว่าเป็นอวัยวะสกปรก ถึงซาเล็มจะไม่ได้อมเข้าปากแค่คาบไว้แต่ก็สกปรกอยู่ดี ซาเล็มยิ้มกริ่มแล้วจึงกินซาลาเบียชิ้นแรกโดยไม่ต่อรอง เขาเคี้ยวและทำสีหน้าสดชื่น“อร่อยจริง! นี่เป็นซาลาเบียที่อร่อยที่สุดตั้งแต่ข้าเคยได้กินมาเลย”“เจ้าบ้า!”ซาเล็มหยิบซาลาเบียมาคาบไว้อีกชิ้นและโน้มใบหน้าลงมา เด็กน้อยทำหน้ายู่และคิดไม่ตก ในที่สุดก็ยอมยื่นหน้าเข้าไปงับซาลาเบียจากปากของซาเล็มมาแล้วเคี้ยวอย่างอร่อย“อร่อยมากจริงด้วย”ฝ่ายที่ป้อนแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เขามองดูไนเคียที่เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างน่ารักก็คิดว่าการปราบเด็กแสบยังไม่จบแค่นี้หรอก เขาล้วงเอาท่อนเนื้อออกมาจากแลงก็อต ใช้นิ้วป้ายน้ำผึ้งหวานในกล่องขนมและปาดลงที่ปลายท่อนเนื้อของเขา ไนเคียก็ขมวดคิ้วมองอย่างแปลกใจ“เจ้าเป็นแผลที่ปลายองคชาตเหรอถึงได้เอาน้ำผึ้งป้าย”“เปล่า ข้าป้ายเพราะเวลาเจ้าเลียจะได้หวานอร่อย”“ใครจะเลียของเจ้า!”“เจ้าน่ะสิไนเคียคนสวย เลียเร็วๆ เดี๋ยวให้กินอีกชิ้น”ไนเคียมองอย่างไม่ไว้ใจ เด็กน้องจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซาเล็มก็เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่น แต่เรื่องอะไรจะยอมเล่า!“ข้ากินชิ้นเดียวก็ได้! เชิญเจ้าเลียของตัวเองไปเถอะ ไม่ก็นอนเหนียวทั้งคืนไปเลย!”“เฮ้ย! มาเลียเดี๋ยวนี่นะไนเคีย”“ไม่!”“ข้าอุตส่าห์ยอมให้เอาเครื่องเพศของข้าเข้าปากสกปรกของเจ้านะ”“ปากข้าสะอาด! นายท่านชอบของสะอาดดังนั้นข้าน่ะสะอาดทั้งตัว ของเจ้าต่างหากสกปรก”“เจ้าเช็ดทำความสะอาดให้แล้วนี่!”“เล็กๆ แค่นี้ไม่ต้องมาอวดหรอกนะ ของนายท่านใหญ่กว่าเจ้าตั้งเยอะ!”ซาเล็มยกมือขึ้นปิดหน้า ไนเคียร้ายกาจเกินไปแล้ว รู้เสียด้วยว่าจะพูดจาทำร้ายจิตใจบุรุษได้อย่างไร เขาเอื้อมหยิบกล่องซาลาเบียมาแล้วเงื้อมือทำท่าเหมือนจะขว้างออกนอกหน้าต่างทิ้งทะเล ไนเคียเห็นก็กรีดร้องและกระโดดเข้ามาคว้าแขนไว้ทันที“อย่านะเจ้าบ้าซาเล็ม!”“เพราะเจ้าดื้อนะไนเคีย”“อย่าโยน! ตกลง! ข้าจะเลียก็ได้!”เด็กน้อยยอมจำนน ซาเล็มก็พรายยิ้มเย็น เขามองดูไนเคียคุกเข่าลงเบื้องหน้า ใช้สองมือเล็กโอบอุ้มท่อนเนื้อและแลบปลายลิ้นเลียพร้อมกับดูดดื่มปลายยอดอย่างอ่อนหวาน“ดีมากไนเคีย”มือใหญ่เอื้อมไปลูบศีรษะเด็กน้อย เมื่อดวงตากลมโตเงยขึ้นมา สายตาไม่ยอมแพ้ของเด็กน้อยตัวแสบก็ทำให้ซาเล็มรู้ตัว เขากำลังจะถอนกายออกแต่ไม่ทันเสียแล้ว ไนเคียงับลงที่ท่อนลึงค์จนซาเล็มสะดุ้งและกุมเป้าร้องโอดโอย“ไนเคีย!”“ไงล่ะเจ้าบ้า ถ้าไม่ใช่นายของข้าก็อย่าหวังว่าจะแตะต้องข้าง่ายๆ”ซาเล็มหน้าแดงจัด เขาเอนนอนกุมเป้าและหันไปทางไนเคียอีกครั้ง“ก็บอกว่า...ท่านคอนซูลให้เจ้ามาดูแลข้า ข้ามีสิทธิ์ทำอะไรเจ้าก็ได้”“แต่ข้าไม่ให้ทำ!”เด็กน้อยตัวแสบแลบลิ้นและเปิดประตูวิ่งออกจากห้องไปทันใด ซาเล็มที่เริ่มอาการบรรเทาแล้วก็ผ่อนลมหายใจอย่างอ่อนแรง เขานอนหงายมองเพดานและคิดว่าปราบพยศเจ้าหญิงตัวแสบนี่ไม่ง่ายเลยทีเดียวไนเคียวิ่งหนีออกไปใต้ท้องเรือกลางความมืดและชนเข้ากับบางอย่างจนล้มลง ดวงตาค่อยๆ ปรับให้ชินกับความมืดจึงค่อยเห็นรำไรว่าเป็นเหล่านายเรือนอนอยู่ในเปลญวนที่แขวนอยู่มากมาย นายที่ถูกชนลุกขึ้นมามองและอุทานขึ้น“ไนเคียนี่! มาทำอะไรที่นี่จ๊ะคนสวย”คนอื่นได้ยินก็เริ่มฮือฮา ทุกคนลุกพรวดออกมาจากเปลและตรงมาที่เด็กน้อย มือใหญ่สากหยาบมากมายพุ่งเข้ามาลูบไล้ร่างกายขาวละเอียดอย่างใคร่รู้ ไม่รู้มือใครเป็นมือใครช่วยดึงเสื้อของไนเคียออกจนเด็กน้อยเปลือยเปล่า ลูบไล้ไปที่ใบหน้างาม ริมฝีปาก แผ่นอกและหน้าท้องน่ารัก จำปีน้อยและขากับเท้าเล็กๆ จนกระทั่งมีคนใช้นิ้วฉ่ำชุ่มสอดเข้าไปในปากและก้นน้อยๆ ของไนเคียพาให้เด็กน้อยตื่นกลัวจนร้องไห้ออกมา“อื๊อ!”“นุ่มจริงๆ ไม่เคยสัมผัสอะไรนุ่มขนาดนี้มาก่อนเลย”ไนเคียดิ้นพล่านแต่ไม่อาจหนีจากมือมากมายที่ลูบไล้ได้ เขารู้สึกกลัวและขยะแขยงจนกัดนิ้วที่สอดในปากให้ถอนออกไปและตะโกนลั่น“ช่วยด้วยซาเล็ม!”ทุกคนหยุดกึก แล้วร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูก็คือคนที่ไนเคียพูดถึง ซาเล็มยืนถือเทียนด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของไนเคียระบายความโล่งอกทันที ดวงตาที่ฉ่ำด้วยน้ำตาส่งสัญญาณวอนขอความช่วยเหลือแต่ซาเล็มกลับยืนนิ่งอย่างเย็นใจ“เจ้าดื้อกับข้าต้องโดนลงโทษนะไนเคีย ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าสัมผัสไนเคียได้ ชำเราก้นน้อยๆ นั่นด้วยนิ้วได้ ห้ามทำให้บาดเจ็บเพราะเป็นสมบัติของท่านคอนซูล”“เจ้าบ้าซาเล็ม!”ไนเคียกรีดร้องลั่น ร่างกายถูกรุกรานด้วยนิ้วไม่รู้ของใครบ้าง ถูกสัมผัส ถูกจูบไปทั่วตัวจนน้ำลายเหนอะหนะ ในที่สุดเมื่อครบทุกคนเด็กน้อยจึงถูกปล่อยกลับไปหาซาเล็มที่ยืนมองอยู่อย่างเยือกเย็น ร่างเล็กเดินกะเผลกไปเกาะขาซาเล็ม อีกฝ่ายจึงอุ้มกลับไปยังห้องนอนเช่นเดิมร่างบางนั่งอยู่บนเตียงทั้งที่ยังร้องไห้กระซิก ซาเล็มใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้จนสะอาดหมดจด เขาสางผมสลวยของไนเคียให้เรียบร้อย สุดท้ายจึงให้เด็กน้อยเอนนอนยกขาขึ้นข้างหนึ่งและทายารูก้นที่บวมช้ำจากการถูกสอดปลายนิ้วเข้ามา“นอนได้แล้ว”ซาเล็มออกไปเก็บถังน้ำและกลับเข้ามาในห้อง เขานอนบนเตียงเคียงข้างไนเคียที่ยังน้ำตาร่วง แขนใหญ่โกยร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด ให้ใบหน้างามซุกลงที่แผ่นอก“ฮึก…”“เจ้าอยากอยู่ในวิลล่าแบบไหน”ไนเคียยังสะอื้นอีกพักหนึ่งจึงค่อยตอบ“ฮึก...เอาที่มีรูปปั้นหินอ่อน มีสระน้ำกับสวนสวยๆ ฮึก!”“ได้สิ แล้วอะไรอีก”“ห้องอาบน้ำของนายท่าน ฮึก!”“จริงด้วยสิ ของสำคัญที่สุดเลย”“เอาสวนมะเดื่อด้วย ฮึก...ข้าชอบมะเดื่อตากแห้ง”ซาเล็มพรายยิ้ม เขากอดไนเคียเข้ามาอีกและจูบศีรษะน้อยๆ ที่ซุกใบหน้าอยู่ที่อก“ได้สิ”ไนเคียที่น้ำตาแห้งเงยหน้าขึ้นไปมองซาเล็ม ดวงตาที่จ้องลงมายังคงเยือกเย็นและมีรอยยิ้มเหี้ยมลึกแบบพ่อค้าทาสเช่นเดิม เด็กน้อยเบะปากและยู่หน้าอย่างเง้างอน ซาเล็มก็ขบขันเบาๆ ก่อนโน้มใบหน้าลงจูบแก้มและจูบริมฝีปากเด็กน้อย ดื่มด่ำไม่นานก็ถอนริมฝีปากออกและลูบศีรษะอย่างเอ็นดู“เจ้าสวยที่สุดหลังโดนกระทำย่ำยีนะ”“เจ้าบ้า”“ตอนร้องไห้ก็น่ารักด้วย”“พูดอีกข้าเตะเจ้าลงจากเตียงแน่”“จนข้ามีอารมณ์เลย”ซาเล็มเอื้อมมือลงไปดึงร่างกายระอุร้อนออกจากแลงก็อต เขารูดดึงเล็กน้อย ไนเคียก็มองดูด้วยใบหน้าเง้างอน ในที่สุดร่างเล็กก็ยอมนอนตะแคงหันไปอีกทางหนึ่ง สองมือเลิกชายทูนิกขึ้นเผยบั้นท้ายเล็กๆ ขาวกลมกลึง ซาเล็มหยิบขวดน้ำมันมะกอกมาชโลมมือและสอดนิ้วเข้าขยายร่างกายของเด็กน้อยเสียก่อน“ถ้าทำเจ็บข้าจะกัดเจ้าให้ขาดเลย”“ไม่เจ็บหรอกน่า”ชายหนุ่มนวดคลึงจนอ่อนนุ่มแล้วจึงค่อยเอนนอนตะแคงสอดลำลึงค์เข้ารุกรานในก้นเล็กๆ อย่างเชื่องช้าอ่อนหวาน เสียงครวญเล็กๆ เร้าอารมณ์จนซาเล็มแข็งเป็นลำ เขารุกรานอย่างนุ่มนวลเนิบนาบโดยไม่มีเสียงประท้วงสักนิดจากไนเคีย0 0 0 0 0 0 0 0 0 0ภายในห้องนอนของคอนซูลดิโอเคลสผู้ยิ่งใหญ่แห่งโรม ดิโอเคลสเอนกึ่งนอนจิบไวน์มองดูพริสก้าค่อยๆ ล้วงของออกจากถุงผ้าทีละชิ้น เขาสั่งให้พริสก้านำของใช้ส่วนตัวมาให้ดูเพื่อที่เขาจะนำติดตัวล่วงหน้าไปที่นิโคมีเดียก่อน ขืนให้พริสก้าถือติดตัวตอนเดินทางตามหลังมีหวังโดนปล้นฆ่าแน่ๆพริสก้าหยิบของออกมาอย่างระวัง ชิ้นแรกคือมีดสั้นที่มีด้ามฝังปะการังสีแดงสดสูงค่าซึ่งใช้เป็นอาวุธสังหารออกุสตุสคารุส ชิ้นที่สองคือทอร์คเงินลายขดเชือกแบบเปอร์เซียสวยงามซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นกำไลต้นแขนของเซซานและเคยช่วยชีวิตพริสก้าให้รอดจากอาการไข้ ชิ้นที่สามคือเสื้อผ้าไหมที่พริสก้าได้รับเป็นรางวัลที่บริการดิโอเคลสได้ถูกใจ นอกจากนั้นก็เป็นทูนิกสีตุ่นสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ร่างสูงใหญ่มองดูอย่างครุ่นคิด เขาหยิบของออกมาสามชิ้น“ข้าจะเอามีดสั้น ทอร์ค แล้วก็ผ้าไหมนี่ไป ที่เหลือเจ้าจะเอาไปหรือทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้ ไปนิโคมีเดียแล้วค่อยหาใหม่”“นายท่านต้องเดินทางปลอดภัยแน่ขอรับ ของเหล่านั้นล้วนช่วยให้ข้ารอดตายมาได้”“แต่เจ้าจะไม่มีของนำโชคพวกนี้ติดตัวเลย”“ข้าเอาตัวรอดได้ขอรับ”พริสก้ายิ้มแป้น เด็กน้อยจัดแจงเก็บของไปวางไว้ที่โต๊ะไม่ห่างไปนักก่อนกลับมาปีนขึ้นเตียงไปคุยอีกรอบ เสียงเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องในบ้านวันนี้ให้ฟังอย่างรื่นเริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เวริอุสสอนแผนที่เดินเรือไปนิโคมีเดีย อาบิดินวิ่งวุ่นให้ทาสทุกคนเก็บข้าวของและจัดแบ่งคนเพื่อให้เดินทางไปนิโคมีเดียก่อนเป็นกลุ่มแรกในรุ่งเช้า กระทั่งเรื่องที่ไนเคียบ่นที่จะต้องเดินทางไปกับซาเล็ม ดิโอเคลสก็ฟังด้วยใบหน้าที่คลายความขมึงเครียดลง“เจ้าเล่าสนุกดี ข้าควรให้รางวัลสินะ”“ไว้ค่อยให้ตอนไปถึงนิโคมีเดียก็ได้ขอรับ ให้ตอนนี้ข้าก็ต้องฝากท่านขนไปด้วย”“ให้ไว้เลยแล้วเดี๋ยวข้าเอาไปเอง”ดิโอเคลสมองอย่างครุ่นคิด เขาวางแก้วไวน์ลงและมองดูมือที่ถือแก้วไวน์เมื่อครู่ เมื่อตัดสินใจได้จึงถอดแหวนทองคำที่สวมไว้ที่นิ้วก้อยออกมา นอกจากเนื้อทองคำบริสุทธิ์แล้ว รูปแบบที่ละเอียดวิจิตรและมีตราประจำตระกูลของดิโอเคลสประดับยิ่งทำให้สูงค่าหาที่เปรียบมิได้“ข้าให้แหวนนี่กับเจ้า”พริสก้าไม่ค่อยรู้ค่าของสิ่งนี้เท่าใด เทียบแล้วเขาชอบเสื้อไหมที่สุดเพราะใช้สวมได้จริงแต่แหวนนี่ไม่รู้จะเอาไปใช้อย่างไร ถึงกระนั้นก็โน้มศีรษะและยิ้มให้อย่างยินดี“ขอบคุณขอรับนายท่าน”เด็กน้อยคลานเข่าเข้าไปทางร่างสูงใหญ่ที่เอนกายอยู่ พริสก้าวาดแขนเล็กโอบรอบลำคอของดิโอเคลสและโน้มเข้าไปจูบริมฝีปาก เมื่อถอนออกมาก็คลานต่อไปยังเท้าใหญ่ โน้มศีรษะลงจูบเท้าของดิโอเคลสก่อนกลับมานั่งมองหน้าอีกฝ่ายและยิ้มน่ารัก“ข้าจะรีบโตให้ทันสวมขอรับ ตอนนี้กระทั่งนิ้วโป้งเท้าข้ายังหลวมไปเลย”พริสก้าชูนิ้วโป้งเท้าให้ดูอย่างน่ารักดิโอเคลสพรายยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาปรายดวงตาจ้องไปยังเบื้องล่างของเด็กน้อย พริสก้ายังไม่ค่อยเข้าใจในหนแรกแต่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดุๆ เล่นจ้องเสียขนาดนั้นเด็กน้อยจึงเข้าใจในที่สุด ร่างเล็กยันกายลุกขึ้นไปยืนเบื้องหน้าดิโอเคลสซึ่งลุกขึ้นนั่ง มือเล็กๆ ดึงชายทูนิกขึ้นให้เห็นจำปีน้อยสีขาวปลายยอดสีชมพูเรื่อน่ารัก พริสก้าก้มดูก่อนเงยขึ้นมามองหน้าดิโอเคลส อีกฝ่ายก็ยื่นมือขึ้นใช้นิ้วประคองจำปีน้อยก่อนสอดแหวนเข้าไปให้ ขนาดของมันพอดีอย่างไม่น่าเชื่อ“สวยจังขอรับ”“เสียดายที่สวมไว้ตลอดเวลาไม่ได้”“นั่นสิขอรับ หนักน่าดู ถอดก่อนนะขอรับ”“ข้าถอดให้เอง”ดิโอเคลสโอบร่างเล็กไว้และโน้มใบหน้าลงแลบลิ้นเลียจำปีน้อยและดูดดึงอย่างอ่อนหวาน เขาดูดดื่มกับหนังหุ้มบางๆ โดยดึงออกและพยายามรูดลง ใช้ลิ้นและริมฝีปากดุนจนรู้สึกได้ว่าจำปีน้อยของพริสก้ามีเลือดคั่งจนขยายขนาดขึ้นเล็กน้อย มือใหญ่ถอดเอาแหวนออกและก้มลงโลมเลียอีกครั้ง เขาอมทั้งจำปีน้อยและถุงเนื้อที่นุ่มและหดเกร็งอย่างอร่อยลิ้น ค่อยๆ ดูดดุนและฟังเสียงครวญของพริสก้าที่ยืนขาสั่น เขาดุนจนในที่สุดปลายยอดสีชมพูก็ผลุบออกมานอกหนังหุ้มอ่อนบางจึงค่อยถอนริมฝีปากออกมาและใช้สองนิ้วรูดดึงให้ ดิโอเคลสกอดเด็กน้อยให้เข้ามาใกล้และจูบแก้มป่องๆ ก่อนสอดลิ้นเข้าในริมฝีปากเล็ก สัมผัสลิ้นน้อยๆ และรุกรานถึงลำคอพลางดึงจำปีน้อยไปด้วย ในที่สุดพริสก้าก็เข่าอ่อนลงไปนั่งพังพาบ เด็กน้อยวาดสองมือเล็กลงกุมจำปีของตัวเองและมองดูอย่างตกใจ“มันมีอะไรโผล่ออกมาด้วยขอรับ เหมือนของนายท่านเลย”“แสดงว่าเจ้าเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกนิดแล้วไง”พริสก้าแตะปลายและสะดุ้งเพราะไวต่อสัมผัสอย่างมาก ดิโอเคลสเห็นก็ขบขันเบาๆ“ใช้นิ้วจับไม่ได้ เจ้าจะเจ็บ”“ห้ามจับหรือขอรับ”“ใช้ลิ้นเลียได้เหมือนที่เจ้าทำให้ข้าไง”ดิโอเคลสล้วงท่อนลำร้อนออกมาจากแลงก็อต เขาถอยไปเอนหลังพิงหมอนอย่างสบายและแยกขาออกราวกับเชื้อเชิญให้พริสก้าเข้าไป เด็กน้อยก็ตรงเข้าไปยืนอยู่กลางหว่างขา มือเล็กเอื้อมดึงท่อนเนื้อร้อนขนาดใหญ่มาแตะเข้ากับจำปีน้อย ขนาดมันแตกต่างกันอย่างเทียบไม่ได้เลยทีเดียว“สักวันข้าก็จะใหญ่เหมือนของนายท่านใช่ไหมขอรับ”“ไม่หรอก ของข้าใหญ่กว่ามาตรฐาน”“ต้องทำยังไงถึงจะใหญ่หรือขอรับ”“ข้าชอบเล็กๆ มากกว่า”พริสก้าส่ายหน้าซื่อๆ“ข้าไม่ได้สนใจว่านายท่านชอบแบบไหนขอรับ ข้าสนใจว่าทำอย่างไรถึงจะใหญ่”“ก็ข้าบอกว่าชอบเล็กๆ เจ้าก็เล็กๆ ไปสิ ถ้าใหญ่กว่านี้ข้าจะเอามีดเล็มให้มันเล็กลง”พริสก้าหน้าซีด เด็กน้อยเข่าอ่อนล้มแผละลงไปนั่งเบื้องหน้าลำลึงค์ร้อน ใบหน้าน่ารักส่ายน้อยๆ และส่งสายตาเว้าวอน“ข้าจะพยายามไม่ใหญ่ขึ้นขอรับ”“ดี”ดิโอเคลสสะบัดหน้าลงไปเบื้องล่าง พริสก้าก็รู้งานรีบลุกขึ้นคุกเข่าและใช้สองมือเล็กประคองร่างกายร้อนแข็งเอาไว้ เด็กน้อยแลบเลียและดูดกลืนปลายยอดอย่างอ่อนหวาน มันปลุกอารมณ์ให้ดิโอเคลสอย่างมากมายจนต้องผ่อนลมหายใจหนักๆ เป็นระยะ“เตรียมก้นมาหรือยัง”เสียงทุ้มเอ่ยถาม เด็กน้อยก็เหลือบตาขึ้นมองทั้งที่ยังอมของร้อนไว้ในปาก เมื่อถอนออกมาจึงค่อยตอบพลางส่ายหน้าน้อยๆ“วันนี้ไม่ได้เตรียมขอรับ”“มาหาข้าทำไมไม่เตรียม”“ครั้งก่อนยังระบมอยู่เลยขอรับ”ดวงตากลมโตสีฟ้าเหมือนทะเลอาดริอาติกส่องตรงไปออดอ้อน ดิโอเคลสก็เพียงพรายยิ้มและขบขันในลำคอเบาๆ“หันบาดแผลมาให้ดูซิ”พริสก้าจึงกลับหลังหัน ก้งโค้งวางใบหน้าบนพื้น มือใหญ่กระชับสะโพกเล็กขึ้นสูงมาเบื้องหน้า สองมือบีบก้นเด้งๆ ออกดูรูจีบนุ่มๆ ที่มีร่องรอยบวมช้ำเล็กน้อย ดิโอเคลสแลบปลายลิ้นโลมเลียชำระบาดแผลอย่างอ่อนหวานจนรูก้นฉ่ำชุ่ม เมื่อสอดลิ้นที่เกร็งแข็งก็ผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดายพริสก้าสั่นและตาปรือ เด็กน้อยก้มลงก็เห็นท่อนลึงค์ร้อนอยู่เบื้องล่าง สองมือจึงคว้ามาและอมไว้ในลำคอสองนิ้วใหญ่สอดและดึงให้รูเล็กๆ อ่อนนุ่มและยืดขยาย เขาใจเย็นพอที่จะค่อยๆ ทำโดยพริสก้าไม่ร้องประท้วงสักนิด จนสามารถสอดนิ้วผ่านเข้าไปได้ นิ้วที่หนึ่งและเพิ่มเป็นสอง พริสก้าจึงค่อยละริมฝีปากออกและหันมาโวย“แน่นก้นขอรับ”“เจ็บไหม”เด็กน้อยเบะหน้า“ไม่เจ็บแต่...ระบมขอรับ วันนี้นายท่านไม่เสียบก้นไม่ได้หรือขอรับ”“เป็นทาสมีสิทธิ์ต่อรองรึไง”“นะขอรับ...ยอดรักของข้า”ดิโอเคลสหันหน้าหนีและวาดมือขึ้นมาปิดปากหรือให้ถูกคือปิดรอยยิ้มไว้ทันที เมื่อตั้งสติได้แล้วจึงวางเด็กน้อยลงเบื้องหน้า เขารูดดึงร่างกายของตัวเองต่อโดยไม่มีทีท่าจะขืนชำเราตามแผนแรก“ก็ได้ วันนี้ข้าจะให้เจ้าดื่ม”เด็กน้อยยิ้มแป้นทันที พริสก้าเข้าไปคุกเข่าเบื้องหน้าและดูดดึงปลายยอดพร้อมกับที่ดิโอเคลสช่วยรูดดึงร่างกายให้ เขาใช้เวลาไม่นานนักก็ส่งสายน้ำรอบแรกออกมาได้ราวกับสั่ง พริสก้าก็ดื่มกินจนหมดและกอดท่อนเนื้อร้อนไว้แนบแก้ม“ข้าจะโตเป็นคนเก่งอย่างนายท่านให้ได้”“เจ้าต้องเริ่มจากกินเยอะๆ ก่อน”“น้ำของท่านหรือขอรับ”“กินอาหารสิ! กินน้ำข้ามันไม่โตหรอก!”พริสก้าพยักหน้าหงึๆ เข้าใจ เด็กน้อยปีนขึ้นไปบนตัวของดิโอเคลสที่เอนนอนอยู่และกอดลงบนแผ่นอกกว้าง สักพักก็เอื้อมมือไปหยิบแหวนทองคำที่วางอยู่มาและสวมคืนให้ที่นิ้วของดิโอเคลส อีกฝ่ายก็ยกมือใหญ่ขึ้นมาลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีทองอย่างเอ็นดู“ตอนเจ้าออกจากวิลล่านี้ไปกับเวริอุส ไม่ต้องห่วงใครนอกจากตัวเจ้าเอง”เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นจากแผ่นอกกว้างและมองอย่างแปลกใจ“หมายความว่ายังไงขอรับ”“อาจมีคนจับตัวทาสคนอื่นหรือกระทั่งวาเลเรียแต่เจ้าก็ห้ามเข้าไปช่วย เจ้าต้องไปให้ถึงท่าเรือตามเวลาให้ได้ รู้ทางไปท่าเรือใช่ไหม”“รู้ขอรับ จะมีใครมาจับตัวพวกเราหรือขอรับ”“คนที่ต้องการฆ่าข้า พวกนั้นอาจฆ่าทาสคนอื่นในบ้านและจับวาเลเรียเป็นตัวประกัน”“ข้าต้องช่วยคุณหนู”“ไม่ต้อง”“แต่นั่นว่าที่ภรรยาของ…”“ข้าหาใหม่อีกกี่คนก็ได้ เจ้าเท่านั้นพริสก้าที่ไม่มีใครแทนได้”พริสก้ารับฟังและกะพริบตาปริบๆ สักพักก็ยิ้มกว้างอย่างแสนซื่อ“ไม่มีใครทำให้นายท่านโมโหได้เก่งเท่าข้าอีกแล้ว”“ถ้าไม่มีเจ้ากวนโมโหชีวิตข้าคงน่าเบื่อแย่”“ข้าจะอยู่กวนโมโหจนท่านเบื่อเลยขอรับ”ดิโอเคลสพรายยิ้มน้อยๆ ในดวงตา เขาวางพริสก้าลงเคียงข้างและดึงผ้าแพรขึ้นคลุมก่อนหันไปเป่าดับประทีปที่หัวเตียง ร่างสูงใหญ่หันไปจูบหน้าผากพริสก้าอีกครั้งก่อนหลับตาลงเพื่อพักผ่อน น่าแปลกที่เขารู้สึกใจไม่ดีเอาเสียเลย ที่จริงเขายังระแวงกันซูอยู่ว่าอาจจะเป็นสายให้ออกุสตุสแต่ก็ยังหาหลักฐานที่ชัดเจนไม่ได้ ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีกระหว่างที่พริสก้ายังไม่แข็งแรงด้วย เกิดเจ้าเด็กนี่ดื้อหาเรื่องโดนล่ามติดเสาลงโทษอีกรอบอาจจะตายเอาได้ เขาคิดว่าระหว่างที่ให้พริสก้ากับทาสอื่นๆ ไปขึ้นเรือเพื่อเดินทางไปนิโคมีเดียจะสั่งให้ฮานนิบาลฆ่ากันซูเสียแต่ฮานนิบาลก็อาจจะใจอ่อนปล่อยกันซูไปก็ได้ จะสั่งให้เวริอุสจับกันซูโยนจากเรือลงทะเลพริสก้าก็อาจจะเห็นเข้าอีกเมื่อคิดไม่ตกจึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อน เขากอดร่างเล็กเข้ามาแนบอกและจูบเส้นผมสีทองอีกครั้งก่อนหลับไป0 0 0 0 0 0 0 0 0 0สวัสดีค่าาาา ^_^ไนเคียนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะคะ ซาเล็มนี่สาย SM ขนานแท้เลย พ่อค้าทาสนี่ไว้ใจไม่ได้ นับถือใจไนเคียที่เป็นเจ้าหญิงน้อยจอมเอาแต่ใจแต่ปรับตัวรับมือซาเล็มได้ทุกกระบวนค่ะ บทจะเอาแต่ใจก็น่ารัก บทโดนลงโทษก็น่าสงสาร ส่วนพริสก้าก็ฮาเหมือนเดิม นายท่านให้แหวนประจำตระกูลด้วยยยยย! ตาลุงมีให้แหวนมีความหมายอะไรเปล่าเนี่ย ห่วงน้องออกนอกหน้าเชียวนะ ตอนหน้าเด็กๆ จะต้องไปนิโคมีเดียกันแล้วค่าาา ผจญภัยกันต่อค่ะerror loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่โดนไนเคียเตะแล้วจะรู้สึก