แสงเทียนเล่มใหญ่ที่สุนเก่อจุดขึ้นส่องสว่างวูบไหว ก่อให้เกิดเงาอันน่าสะพรึงกลัวทาบทับลงบนผนังห้องนอน ฮูหยินเว่ยเสวี่ยเหลียนยืนตัวสั่นระริกด้วยร่างเปลือยเปล่าอยู่กลางห้อง ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกเนื้อดีของนางสะท้อนแสงไฟดูนวลเนียนและสูงศักดิ์ ขัดแย้งกับแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเมื่อจ้องมองอุปกรณ์ทรมานที่วางเรียงรายอยู่บนเตียง
"มาเริ่มวิชาแรกกันเถอะฮูหยิน... วิชา 'พันธนาการนางแอ่น'"
สุนเก่อหยิบ เชือกสีแดงสด เส้นหนาขึ้นมา มันเดินอ้อมไปด้านหลังของนางแล้วเริ่มลงมือมัดอย่างเชี่ยวชาญราวกับปีศาจแมงมุมถักทอใย เชือกเส้นแรกถูกรัดรอบลำคอระหงของนางแน่นพอให้หายใจได้ลำบากเล็กน้อย ก่อนจะโยงลงมาผ่านร่องอก รัดผ่านใต้ทรวงอกอวบอิ่มทั้งสองข้างจนเนื้อนูนปลิ้นออกมาเป็รูปทรงที่เย้ายวน จากนั้นมันลากเชือกพาดผ่านหน้าท้องแบนราบ ลงไปยังจุดซ่อนเร้นเบื้องล่าง
"อื้อออ..." เสวี่ยเหลียนครางแ่เมื่อเชือกหยาบเสียดสีกับกลีบเนื้ออ่อนนุ่มที่กึ่งกลางกาย สุนเก่อดึงเชือกให้รั้งร่องสวาทของนางจนแยกออกเล็กน้อย ก่อนจะตวัดเชือกกลับขึ้นไปด้านหลัง รัดข้อมือทั้งสองข้างของนางไพล่หลังจนแ่า
ทว่าความวิปริตที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น สุนเก่อบังคับให้นางนอนหงายลงบนเตียง มันจับเรียวขาของนางพับขึ้น แล้วใช้เชือกส่วนที่เหลือพันธนาการข้อเท้าของนาง โยงรั้งเข้ากับเชือกที่รัดรอบคอและลำตัว ส่งผลให้ขาทั้งสองข้างของเสวี่ยเหลียนถูกดึงรั้งให้ แหกอ้าออกกว้าง และพับงอเข้าหาลำตัวในลักษณะคล้ายกบที่ถูกขึงพืด หรือนางแอ่นที่กำลังโผบิน โดยที่ไม่ต้องใช้เสาเตียงช่วยยึดเหนี่ยว
ปมเชือกแต่ละปมถูกมัดเงื่อนตายอย่างแ่า แรงตึงของเชือกทำให้เสวี่ยเหลียนไม่อาจหุบขาเข้าหากันได้แม้แต่น้อย ยิ่งนางพยายามขยับตัวดิ้นรน เชือกก็จะยิ่ง บาดลึกลงไปในเนื้อ จนเกิดรอยแดงช้ำตัดกับผิวขาวเผือด ความเ็ปจากการถูกรัดรึงนั้นรุนแรงจนนางต้องนิ่วหน้า
"เจ็บ... สุนเก่อ... มันแน่นเกินไป... เชือกมันกินเนื้อข้า..." นางร้องประท้วงเสียงสั่น
"นั่นแหละคือสิ่งที่เ้าต้องเรียนรู้" สุนเก่อหัวเราะร่า มันใช้นิ้วไล้ไปตามรอยเชือกที่จมลึกลงไปในเนื้อนุ่ม "ความเ็ปคือเครื่องปรุงรสชั้นเลิศของราคะ"
และสิ่งที่น่าใก็เกิดขึ้น... เมื่อความเ็ปจากการถูกเชือกรัดเริ่มคงที่ เสวี่ยเหลียนกลับรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความแ่าของเชือกแดงที่โอบรัดทุกสัดส่วนทำให้นางรู้สึก 'ปลอดภัย' และ 'เป็เ้าของ' อย่างประหลาด นางรู้สึกเหมือนตนเองเป็สิ่งของมีค่าที่ถูกห่อหุ้มไว้อย่างแ่าเพื่อรอการแกะกล่อง ร่องสวาทที่ถูกเชือกรั้งให้แหกอ้าตากลมเริ่มขมิบตัวถี่รัว และหลั่งน้ำหวานออกมาจนเชือกสีแดง่ล่างเปียกชุ่มเป็สีเข้ม
สุนเก่อเห็นปฏิกิริยานั้นก็ยิ้มกริ่ม มันหยิบ เข็มเงินเล่มยาว ออกมาจากห่อผ้า แสงเทียนสะท้อนปลายเข็มแหลมเปี๊ยบวาววับ เสวี่ยเหลียนเบิกตากว้างด้วยความกลัว
"ยะ... อย่า! อย่าเอาเข็มมาแทงข้า!"
"ชู่ว... อยู่นิ่งๆ"
สุนเก่อไม่ได้แทงเข็มลงไปลึกเพื่อทำร้าย แต่มันใช้ปลายเข็มแหลมคม สะกิด เบาๆ ไปตามผิวเนื้ออ่อนไหว มันลากปลายเข็มผ่านหน้าท้อง ผ่านต้นขาด้านใน และวนเวียนอยู่รอบยอดปทุมถันสีชมพู ทุกครั้งที่ปลายเข็มสะกิดโดนิั ความเจ็บจี๊ดเหมือนมดกัดจะแล่นปราดไปถึงไขสันหลัง
"อ๊าาา! อื๊อ!" เสวี่ยเหลียนสะดุ้งเฮือก แต่แทนนางจะถอยหนี นางกลับแอ่นอกเข้าหาปลายเข็มนั้นโดยไม่รู้ตัว ความเ็ปเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้กลับทำหน้าที่กระตุ้นปลายประสาทรับความรู้สึกให้ตื่นตัวถึงขีดสุด ยอดอกของนางแข็งชันสู้ปลายเข็ม ลมหายใจหอบกระชั้น ร่างกายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมไม่เคยพานพบััที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน แต่น่าแปลกที่นางกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
"ดูสิ... ฮูหยินผู้บอบบาง ชอบให้ของแหลมๆ ทิ่มแทงงั้นรึ?"
ไม่รอช้า สุนเก่อวางเข็มลงแล้วหยิบ เทียนไขเล่มใหญ่ ที่จุดไฟจนน้ำตาเทียนละลายเป็แอ่งร้อนระอุ มันเดินเข้ามาหยุดอยู่หว่างขาที่ถูกมัดอ้าซ่าของนาง แล้วเอียงเทียนไขลงช้าๆ
ติ๋ง...
หยดน้ำตาเทียนร้อนจัดหยดแหมะลงบนเนินเนื้ออวบอูมเหนือร่องสวาท
"กรี๊ดดดดด! ร้อน! ร้อน!"
เสวี่ยเหลียนกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายดิ้นพล่านด้วยความใสุดขีด ความร้อนดุจไฟนาบทำให้ผิวเนื้อสะดุ้งเต้นตุบๆ ทว่าวินาทีต่อมา เมื่อความร้อนเริ่มคลายตัวลงเหลือเพียงความอุ่นซ่านและความแสบเล็กๆ มันกลับแปรเปลี่ยนเป็ความเสียวซ่านที่รุนแรงยิ่งกว่ายาปลุกกำหนัดชนิดใด
สุนเก่อแสยะยิ้มพลางหยดน้ำตาเทียนลงไปอีกหยด... สองหยด... สามหยด... ลงบนหน้าอก หน้าท้อง และต้นขาด้านใน จนเกิดเป็จุดสีแดงดั่งดอกเหมยบานสะพรั่งบนหิมะขาว ทุกครั้งที่น้ำตาเทียนหยดลงมา เสวี่ยเหลียนจะหวีดร้องปนครางกระเส่า นางส่ายหน้าไปมาบนหมอน น้ำตาไหลพรากด้วยความเ็ป แต่ถ้ำสวาทของนางกลับขับน้ำรักออกมาจนเจิ่งนองพื้นเตียง
"อ๊างงง... ร้อน... แต่... แต่มัน... อื้อออ!" นางกัดปากแน่นจนห่อเื ยอมรับความจริงที่น่าอดสูว่า ความเ็ปเหล่านี้กำลังทำให้นาง 'เงี่ยน' จนแทบคลั่ง
ปิดท้ายด้วย แส้หนังเส้นเล็ก สุนเก่อเงื้อแส้ขึ้นแล้วฟาดลงบนสะโพกขาวผ่องที่ไร้ทางปัดป้อง
เพียะ!
เสียงแส้กระทบเนื้อดังสนั่น เสวี่ยเหลียนสะดุ้งตัวลอย รอยแดงพาดผ่านก้นงอนงามทันที
"อ๊าาา! เจ็บ! สุนเก่อ... ตีข้าอีก!" นางเผลอะโร้องขอออกมาอย่างลืมตัว
"ฮ่าๆๆๆ! นี่แหละสันดานที่แท้จริงของเ้า!" สุนเก่อหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันฟาดแส้ลงไปอีกครั้งและอีกครั้ง เพียะ! เพียะ! เพียะ! ทุกรอยแส้ที่ฟาดลงมาเปรียบเสมือนการฟาดฟันทำลายกำแพงศักดิ์ศรีของตระกูลเว่ยให้พังทลายลง เสวี่ยเหลียนบิดเร้าด้วยความทุรนทุรายผสมสุขสม นางค้นพบว่าภายใต้หน้ากากกุลสตรี นางคือสัตว์เพศเมียที่โหยหาความเ็ปและการถูกย่ำยีอย่างถึงที่สุด
เมื่อเสียงแส้ที่ฟาดกระทบเนื้อครั้งสุดท้ายเงียบลง ทิ้งไว้เพียงรอยแดงเถือกพาดผ่านสะโพกขาวผ่องและเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของฮูหยินเว่ย สุนเก่อโยนแส้หนังในมือทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่ใยดี มันยืนหอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องมองผลงานศิลปะที่มีชีวิตเบื้องหน้าด้วยความพึงพอใจสูงสุด
สภาพของเว่ยเสวี่ยเหลียนในยามนี้ช่างดูงดงามและน่าเวทนาจนเกินบรรยาย ร่างเปลือยเปล่าถูกมัดตรึงด้วยเชือกสีแดงสดในท่านางแอ่นเหินลม ขาเรียวงามทั้งสองข้างถูกรั้งขึ้นสูงและกางอ้าออกกว้างจนสุดระยะ เอ็นร้อยหวายและข้อพับถูกเชือกกินลึกเข้าไปในเนื้อ ผิวพรรณที่เคยขาวเนียนดุจหยกเนื้อดี บัดนี้ประดับประดาไปด้วยหยดน้ำตาเทียนสีแดงดั่งดอกเหมยร่วงหล่นบนหิมะ และรอยฟกช้ำดำเขียวจากการถูกหยิกข่วนและฟาดแส้ ทั่วทั้งร่างของนางสั่นเทิ้มไปด้วยความเ็ประคนความเสียวซ่านที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
"เอาล่ะฮูหยิน... ในเมื่อร่างกายของเ้าพร้อมขนาดนี้แล้ว ข้าจะสนองสิ่งที่ร่องของเ้าเรียกร้องให้สาสม!"
สุนเก่อคำรามก้องในลำคอ มันไม่เสียเวลาเล้าโลมหรือพูดยาวความอีกต่อไป ร่างอัปลักษณ์โถมตัวลงคร่อมร่างบางที่ถูกพันธนาการไว้แ่า ท่อนเอ็นขนาดมหึมาที่แข็งขึงจนเส้นเืปูดโปรงและส่วนหัวบานใหญ่สีคล้ำจ่อเข้าที่ปากทางรักที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำกามและน้ำหล่อลื่นจากความเ็ป
"ยะ... อย่า... สุนเก่อ... มันเจ็บ... ข้า..."
เสวี่ยเหลียนพยายามจะขยับสะโพกหนี แต่เชือกที่รั้งข้อเท้าไว้กับคอทำให้นางขยับไปไหนไม่ได้เลยแม้แต่นิ้วเดียว นางได้แต่นอนเบิกตากว้างมองความใหญ่โตนั้นด้วยความหวาดหวั่น ก่อนที่สุนเก่อจะกระแทกสวนพรวดเดียวเข้าไปจนมิดด้าม!
"กรี๊ดดดดด! อ๊าาาาา!"
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังระงมไปทั่วห้องนอน หน้าของเสวี่ยเหลียนหงายเงิบไปด้านหลังจนเส้นผมสยายเต็มหมอน คอระหงเกร็งจนเห็นเส้นเืปูดโปน เชือกที่รัดรึงร่างกายตึงเปรี๊ยะตามแรงเกร็งของกล้ามเนื้อ ความเ็ปจากการถูกแหวกมดลูกอย่างกะทันหันผสมปนเปกับความแสบร้อนจากน้ำตาเทียนที่ถูกหน้าท้องของชายชู้บดเบียดเสียดสี ยิ่งเพิ่มความทรมานให้นางเป็ทวีคูณ
แต่สิ่งที่น่าใยิ่งกว่าความเ็ป คือปฏิกิริยาของร่างกายที่ทรยศต่อนางเอง ความเ็ปที่รุนแรงกลับกลายเป็ตัวเร่งปฏิกิริยาให้โพรงเนื้อนุ่มภายในตอดรัดอาวุธของสุนเก่ออย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่า "ความเป็สัตว์เพศเมีย" ในตัวนางถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
สุนเก่อคำรามต่ำด้วยความเสียวซ่านที่ถูกรูสวาทของฮูหยินตอดรัดจนแทบแตก มันจับเอวคอดกิ่วที่ถูกเชือกมัดเป็ปล้องของนางไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก แล้วเริ่มขยับสะโพกซอยเข้าใส่อย่างรุนแรงและป่าเถื่อน
ปึ่ก! ปึ่ก! ปึ่ก!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว ผสานกับเสียงเชือกที่เสียดสีกับิัดัง เอี๊ยด... เอี๊ยด... ทุกจังหวะที่มันอัดกระแทกเข้ามา ร่างของเสวี่ยเหลียนจะถูกดันไถลไปกับฟูกนอน แต่เชือกที่รั้งไว้ก็ดึงนางกลับมารับแรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่านางแอ่นที่เปิดอ้าช่องทางรักจนหมดเปลือกทำให้ท่อนเอ็นของมันเข้าไปได้ลึกถึงแก่นิญญา ลึกเสียจนเสวี่ยเหลียนรู้สึกจุกเสียดที่ท้องน้อยเหมือนมดลูกจะทะลุ
"อึก! อื้อออ! แรง... แรงไปแล้ว... สุนเก่อ... ข้าจุก... อ๊างงง!"
นางครวญครางไม่เป็ภาษา น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มด้วยความสุขสมปนทรมาน สุนเก่อตะบี้ตะบันเย็ดนางราวกับเครื่องจักรสังวาส มันไม่สนใจความรู้สึกของนาง มันสนใจเพียงแค่ความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของมันเท่านั้น มันโน้มตัวลงไปกัดยอดอกที่แข็งชันของนางอย่างแรงจนเืซิบ ลิ้นสากลากไล้เลียน้ำตาเทียนที่เกาะอยู่ตามผิวเนื้อราวกับกำลังชิมขนมหวาน
"รัดข้าแน่นเหลือเกินนะฮูหยิน! ปากบอกว่าเจ็บ แต่หีเ้าดูดกลืนของข้าเหมือนคนตายอดตายอยาก!" สุนเก่อตะคอกใส่หน้านางพลางเร่งจังหวะให้เร็วยิ่งขึ้น "ดูสภาพตัวเองตอนนี้สิ! ถูกมัดเหมือนหมูเหมือนหมา อ้าขาให้คนใช้เย็ด! นี่หรือคือฮูหยินผู้สูงส่ง!"
คำด่าทอที่หยาบคายกลับเป็เหมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ราดรดลงบนกองไฟราคะ เสวี่ยเหลียนส่ายหน้าไปมาบนหมอน ปากอ้าค้าง ลิ้นสีชมพูแลบออกมาเลียริมฝีปากที่แห้งผาก นางส่งเสียงครางระงมที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ความเ็ปจากเชือกที่บาดเนื้อ รอยแส้ที่แสบสัน และความจุกจากการถูกกระแทก หลอมรวมกันเป็ความเสียวซ่านที่รุนแรงจนสมองของนางขาวโพลน
"อ๊าาา! สุนเก่อ... เย็ดข้า... เย็ดข้าแรงๆ... ข้า... ข้าไม่ไหวแล้ว... อื๊อออ!"
นางกรีดร้องออกมาอย่างลืมอาย สัญชาตญาณดิบเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น นางแอ่นสะโพกรับแรงกระแทกทุกดอกอย่างหิวกระหาย ร่องสวาทผลิตน้ำรักออกมามากมายมหาศาลจนไหลเยิ้มลงมาตามง่ามก้นและหยดลงเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนจนชุ่มโชก
สุนเก่อเห็นอาการของนางก็ยิ่งได้ใจ มันเปลี่ยนท่าจับ โดยเลื่อนมือจากเอวไปจับที่ข้อเท้าของนางที่ถูกมัดลอยอยู่ แล้วกดมันลงต่ำเพื่อเปิดองศาของสะโพกให้แอ่นรับได้มากขึ้น ก่อนจะโหมกระหน่ำแทงเข่าเข้าใส่ไม่ยั้งเหมือนคนบ้าคลั่ง
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงการกระแทกดังรัวเร็วและหนักหน่วงจนเตียงไม้สักหลังใหญ่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะพังทลาย เสวี่ยเหลียนตาเหลือกค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งทุกครั้งที่ส่วนหัวหยักกระแทกโดนจุดกระสันภายในซ้ำๆ นางรู้สึกเหมือนกำลังลอยคว้างอยู่กลางพายุอารมณ์ที่รุนแรงจนไม่อาจควบคุม
"จะแตกแล้ว... ข้าจะแตกแล้ว... รับไปซะ! รับน้ำของข้าไปให้หมด!"
สุนเก่อคำรามลั่นในวินาทีสุดท้าย มันเกร็งสะโพกกระแทกเน้นๆ หนักๆ เข้าไปสามครั้งสุดท้าย ปึ่ก! ปึ่ก! ปึ่ก! ก่อนจะกดแช่ท่อนเอ็นนิ่งค้างไว้ แล้วฉีดพ่นน้ำอสุจิร้อนระอุจำนวนมหาศาลเข้าสู่รูสวาทของนางราวกับเขื่อนแตก
"กรี๊ดดดดดดด!"
เสวี่ยเหลียนหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายของนางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ผนังมดลูกบีบรัดรีดเค้นเอาน้ำกามทุกหยาดหยดจากตัวสุนเก่อ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อย นางถึงจุดสุดยอดไปพร้อมกับความเ็ปที่แสนหวาน สมองพร้าพรายเห็นดาวระยิบระยับ ร่างกายสั่นเทิ้มเหมือนลูกนกตกน้ำ ลมหายใจหอบกระชั้นจนทรวงอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
สุนเก่อยังไม่ยอมถอนกายออก มันยังคงแช่ท่อนเอ็นคาไว้เช่นนั้น ปล่อยให้จังหวะการเต้นของชีพจรภายในของทั้งคู่สอดประสานกัน มันก้มลงมองใบหน้าของเสวี่ยเหลียนที่เต็มไปด้วยเหงื่อและคราบน้ำตา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ปากเจ่อบวม แววตาเลื่อนลอยเหมือนคนไร้สติ ก่อนจะค่อยๆ ถอนอาวุธร้ายออกมาอย่างช้าๆ
บล็อค...
เสียงสุญญากาศดังขึ้นเบาๆ เมื่อท่อนเนื้อหลุดออกจากโพรงถ้ำ น้ำกามสีขาวขุ่นผสมกับน้ำหล่อลื่นใสไหลทะลักย้อนออกมาจากปากทางรักที่บวมแดงและยังคงเปิดอ้าค้างอยู่ตามรูปทรงของสิ่งที่เพิ่งจากไป น้ำรักเ่าั้ไหลย้อยลงมาตามร่องก้น ผ่านเชือกสีแดงที่รัดรึง และหยดลงสู่พื้นเตียงเป็ดวงกว้าง ส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วห้อง
เสวี่ยเหลียนนอนหายใจรวยริน นางรู้สึกเหนื่อยอ่อนจนแทบขาดใจ ร่างกายยังคงถูกมัดตรึงในท่าเดิม ขาที่กางอ้าเริ่มชาหนึบและความเ็ปจากแผลต่างๆ เริ่มกลับมาชัดเจนอีกครั้ง แต่นางไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเอ่ยปากขอให้เขาแก้มัด ได้แต่รอคอยความเมตตาจากชายผู้มอบนรกและ์ให้นางในเวลาเดียวกัน