ณ ป่าเฮดีส เคนและมนุษย์หมาป่าได้กำลังสู้กันอยู่...
เคนใช้ลูกไฟขว้างใส่มนุษย์ป่าตลอดเวลา ทั้ง2ได้สู้กันอยู่่ขณะ..
“ตู้มม!!”
“เลิกหลบซะทีเถอะน่า!!”
“โฮกก!!”(เสียงร้องมนุษย์หมาป่า)
มนุษย์หมาป่าย่อตัวและวางมือขวาลงที่พื้น
“หึ”
“ห่ะ!!”
“ตู้ม!!”
พื้นดินได้พุ่งออกมารูปร่างเป็แท่งสี่เหลี่ยมหลายอันขนาดใหญ่ได้พุ่งใส่เคน เคนะโหลบหลายรอบ
“(เร็วมาก!!...ไม่มีช่องให้โจมตีเลย...ไม่คิดว่าหมอนี่จะใช้เวทมนตร์ได้..จริงสิ มันยอมเป็หมาป่าเพื่อให้ได้พลัง...แสดงว่ามันต้องมีไม้เด็ดอีก!!)”
จากที่เป็ผู้ถูกล่าเปลี่ยนเป็ผู้ล่าแทน
“อ่าวว...เป็อะไรไปหล่ะ...ไม่เห็นจะโจมตีชั้นเลย..ฮ่าๆๆ”
เคนะโหลบแท่งดินพ้นและได้นั่งคุกเข่าลงหนึ่งข้างเพื่อตั้งหลัก
“หึ..”
แท่งดินได้พุ่งมาอีกครั้ง เคนที่กำลังจะะโหลบแต่พื้นดินที่นั่งอยู่นั่นได้แตกพังถล่มลง ทำให้เสียการทรงตัว
“ชิ!”
(นำมือทั้ง2ข้างมาประกบกัน)
“เพิร์บ”
เคนสร้างเวทย์โล่น้ำขึ้นมาคลุมตัวไว้ได้ทัน แท่งดินบางส่วนได้ปักลงที่พื้นรอบตัวเคน
“เกือบไปแล้ว”
(จากมือกระกบกันในท่าแบมือเปลี่ยนเป็ชูนิ้วโป้ง ชี้ กลาง ประกบกัน)
“โววิล”
เคนสะบัดมือข้างขวา จากนั้นมือของเขามีไฟปกครุมอยู่ในรูปร่างดาบยาว เคนใช้ดาบไฟฟันแท่งดินขนาดใหญ่กว่าตัวเองที่อยู่ด้านหน้า ดินเสียรูปร่างจนแตกถล่มลงทำให้ควันปกครุมตัวของเคน
“ตู้ม!!”
อยู่ๆแท่งดินที่อยู่ด้านหลังก็ถล่มลง เคนรีบะโออกจากตรงนั้น ระหว่างลอยตัวอยู่พร้อมมองแท่งดินอยู่นั้นมนุษย์หมาป่าได้กระโจนเข้าใส่เคนอย่างรวดเร็วและใช้กรงเล็บข่วนที่แขนข้างซ้ายของเคนอย่างจัง
“ฉึก!!”
เคนนั่งท่าคุกเข่าข้างนึงลงกับพื้นและก้มหน้าพร้อมมือขวากดแผลที่แขนซ้ายไว้ กรงเล็บมนุษย์หมาป่าที่อาบไปด้วยเืของเคน..
“อึก..อึก!!”
“อ่า..เืนายรสชาติดีกว่าไอเ้าตัวเปียกนั้นอีกนะเนี่ย”
“เออ...เืชั้นมันก็ต้องอร่อยอยู่แล้วหล่ะ”
พร้อมค่อยๆลุกขึ้นมายืดเส้นหมุนคอไปมา.
“หึ..เอาหล่ะมาเริ่มกันต่อดีกว่า ”
“หึ..ต้องงี้สิ”
เคนแสยะยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นมา
“เดี๋ยว...ชั้นถามหน่อย แกวางแผนอะไรไว้”
“หือ..พูดเื่อะไรของแกหน่ะ”
“1.ั้แ่ที่ชั้นเดินเข้ามาแล้ว ชั้นได้กลิ่นไฟ ขี้เถ้า ตอนแรกชั้นคิดว่าลูกสาวชั้นเป็คนทำแต่กลิ่นที่ได้มันเก่าได้ประมาณ1วัน ซึ่งเมื่อวานเอมิไม่ได้มาที่นี่ นายคงคืนร่างเป็มนุษย์และก่อไฟแถวนี้ 2.คิวโซที่ตายไปแกจงใจให้คนที่เป็เ้าของกับดักกลับมาเจอใช่ไหมหล่ะ ไม่งั้นแกก็คงกินไปหมดแล้ว...ทำไม...ทั้งที่แกแข็งแกร่งขนาดนี้สามารถไปไหนก็ได้แต่ยังรอเหยื่อที่อยู่ที่เดิม?”
“โห..วิเคาระห์ซะชั้นอึ้งไปเลยหล่ะ ทำไมกันหล่ะ? ชั้นมีแผนอะไรนะ? เกี่ยวกับลูกสาวแกไหมนะ...”(น้ำเสียงกวนๆ)
เคนทำหน้าอึ้งเล็กน้อย อยู่ๆิัเคนก็มีควันขึ้นผิวเริ่มแดง มีควันออกจากปาก
“หมายความว่าไง”
“อ่า..นั้นสิ ชั้นก็ไม่แน่ใจ..หล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ.... รึชั้นเป็ตัวล่อแกกันนะ”
“ห่ะ!!”
“ชั้นรู้นะแกหน่ะเก่งเื่ไฟ รู้นะว่าแกทำอะไรได้บ้างแล้วก็รู้ด้วยว่าลูกสาวแก ทำอะไรได้บ้าง ฮ่าๆ ทำไมชั้นถึงรู้นะ? ฮ่าๆ..”
เคนโมโหมากที่รู้ว่าเป้าหมายของมันคือลูกของเค้า จึงรีบหันกลับไป โดยไม่สนใจมนุษย์หมาป่าแล้ววิ่งตามลูกไป
“เฮ่ยๆ...เดี๋ยวสิจะรีบไปไหน”
มนุษย์หมาป่าะโพุ่งหวังจะโจมตีใส่เคนอีกครั้ง!! เคนที่กำลังวิ่งอยู่หยุดแล้วหันมาทางเ้ามนุษย์หมาป่า
(ชูนิ้วโป้ง ชี้ กลาง ข้างขวา)
พร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้าทำท่าดีดนิ้ว และเปล่งเสียงออกมาเบาๆ
“โซวิล คานันธอร์น!”
เคนดีดนิ้วใส่มนุษย์หมาป่าที่กำลังพุ่งเข้ามา!!
“ฟ่มม!!”
อยู่ๆไฟก็ลุกท่วมตัวมนุษย์หมาป่าทำให้มันหยุดไล่ตามเคนเพราะความเ็ป
“ย๊า!!” (เสียงมนุษย์หมาป่ากรีดร้อง)
“ทะ..ทำไมกัน..แกทำอะไร!!..อ๊ากก!!..”
“แกไม่รู้หรอ...ว่าเืชั้นติดไฟได้”
จากนั้นก็วิ่งตามลูกสาวไป...
ระหว่างที่เรียวตะและเอมิโกะที่กำลังวิ่งกลับเมืองเพื่อขอความช่วยเหลืออยู่
“ฟิ้ววว...ตึกๆๆ”
ระหว่างที่วิ่งได้มีของบางอย่างลอยมาที่ด้านหน้าของทั้ง2 ทั้ง2จึงหยุด
เรียวตะ: “อะไรหน่ะ”
ลักษณะเป็วังกลมเล็กๆเท่ามือมัดด้วยผ้าขาว
“ตึกๆ...ตึกๆ...ตึกๆ...ตึกๆ...ตึกๆ!!!”
เ้าสิ่งนี้อยู่รอบตัวทั้ง2คน
“ฝู่...ฝ..ฝ..ฝ..ฝ..”
เริ่มมีควันสีม่วงลอยออกมา
“แอะๆ.....ควันอะไรหน่ะ...เรียวตะปิดจมูกไว้”
“ครับพี่”
“จับพี่ไว้”
เรียวตะทำตามที่พี่สั่งทุกอย่างพร้อมเดินมาจับที่กระโปงของชุดคิวโด
(ชูนิ้วโป้ง นิ้วก้อยทั้งสองข้างและนำมาผสานกัน)
“อันซุ!!..”
“ตุบ!!”
เอมิถูกสับที่ท้ายทอยและสลบลงต่อหน้าเรียวตะ ชายใส่ผ้าคลุมสีดำยาวคลุมตัวอยู่นั่นยืนอยู่หน้าเรียวตะ ฮู้ดที่ปิดหน้าไว้ทำให้เห็นแต่ปากที่มีรอยแผลเป็ยิ้มอยู่ เด็ก10ขวบที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนทำให้ใและสูดเอาควันสีม่วงเข้าไปมาก จากนั้นก็สลบลง.
--3วันต่อมา--
ณ เมืองอิซูมิ บ้านตระกูล คาชิยะ
"ท่านพี่ตื่นแล้ว!!...ท่านพี่เป็เป็ไงมั้ง"
เอมิโกะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย
"เรียวตะ...ไง"
"เดี๋ยวผมไปบอกท่านพ่อกับท่านแม่ก่อนนะ!"
เรียวตะวิ่งออกไปจากห้องของเอมิโกะ หญิงสาวรับใช้3คนต่างค่อยๆขยับตัวเข้ามาหาเอมิโกะ เพื่อดูแล
"ตื่นแล้วสินะคะ"
"อือ...ว่าแต่มีอะไรหรอ"
เหล่าสาวรับใช้ได้หันหน้ามองกันด้วยสีหน้าที่กังวน คนนึงจึงได้หันไปตอบเอมิโกะ
"ั้แ่กลับมาจากป่านั้น ท่านเอมิโกะก็ไม่สบายหลับไป3วันค่ะ"
"เอ๊ะ..3วันเลยหรอ"
"ตึกๆๆๆ!!"
"เอมิโกะ!!"
เคนและยูริภรรยาของเขาและเป็แม่ของทั้ง2คนะโเรียกด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งมานั่งข้างๆและพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วงลูก
เคน คาชิยะ : "เป็ยังไงบ้างลูก"
ยูริ คาชิยะ :"แม่เป็ห่วงลูกมากเลย"
ยูริผู้เป็ห่วงลูกมากทำให้น้ำตาไหลออกมาเล็กน้อย เอมิโกะได้ค่อยๆลุกขึ้นมานั่งโดยมีเคนประคองตัวไว้อยู่
เอมิโกะ: "มึนหัวนิดหน่อยค่ะ สงสัยนอนเยอะไปหน่อย...ว่าแต่...”
ระหว่างที่เอมิโกะพูดอยู่ความทรงจำวันก่อนก็ค่อยๆกลับมา ยูริเห็นว่าอยู่ๆเอมิโกะก็หยุดพูดและนิ่งไป
“เป็อะไรไปหรอเอมิโกะ”
“จ..จริงด้วยเราถูกโจมตี ท่านพ่อคะ....”
“ใจเย็นเอมิ...เื่นั้นเรียวตะบอกพ่อแล้วหล่ะ แล้วพ่อเองแหละที่พาพวกลูกกลับมา”
“งั้นหรอคะ..ว่าแต่เรียวตะไม่เป็อะไรใช่ไหม”
“ครับ ผมไม่เป็อะไรง่ายๆหรอกน่าา”
อืออดีจัง….อึม(เอามือจับที่หัว)”
“เป็อะไรหรอลูก...ปวดหัวหรอ”
“ค่ะท่านแม่ อยู่ๆก็ปวดขึ้นมา สงสัยสูดควันนั้นมากไป ไม่รู้ว่าคือควันอะไร แต่ว่าท่านพ่อ....”
“นอนพักอีกสักหน่อยก่อนนะเอมิ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้ทาน”
“เอ๋...หนูต้องนอนอีกแล้วหรอเนี่ย หนูพึ่งตื่นเองนะคะท่านแม่”
“เอาหน่า...ก็ลูกปวดหัวนี่นา อะนอนก่อนนะลูก”
“แต่ว่า..”
“ท่านพี่นอนไปเถอะน่า พักเยอะๆจะได้หาย”
“เรียวตะ...”
เรียวตะพูดกับเอมิโกะด้วยใบหน้าที่นิ่งชา จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
“ฮ่าๆ นอนอีกสัก10วันเป็ไงหล่ะ จะได้หายป่วยและก็จะได้มีแรงด้วยฮ่าๆๆ”
“เห่หห!! นอนขนานนั้นได้ป่วยอีกรอบกันพอดี”
“ฮ่าๆ...เอาน่าๆพักซะ เดี๋ยวพ่อไปข้างนอกก่อน ฟังแม่เค้าด้วยหล่ะ”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวแม่ไปทำอาหารก่อนนะ เสร็จแล้วเดี๋ยวแม่จะมาปลุก”
“ค่ะ ท่านแม่”
“แม่รักลูกนะ”
“หนูก็รักท่านแม่ค่ะ”
ยูริเดินออกมาจากห้อง ระหว่างที่ยูริเดินอยู่ที่ระเบียงบ้านเพื่อเดินไปที่ครัว ก็ได้เห็นเคนที่ใส่ชุดยูกาตะยืนหันหน้าออกจากบ้านและมองไปที่สวนข้างบ้านพร้อมสูบบุหรี่
“คุณคะ ลูกเราจะไม่เป็ไรใช่ไหม”
ยูริพูดด้วยสีหน้าโศกเศร้าจากนั้นก็ร้องไห้ออกมา เคนก็ได้โอบกอดยูริที่กำลังร้องไห้อยู่
“อ่า ลูกของเราไม่เป็อะไรแน่นอน ชั้นสัญญา.”
--ตกเย็น—
ยูริทำอาหารเย็นเสร็จแล้วและได้เดินไปตามเอมิโกะที่กำลังหลับอยู่ในห้อง
“เอมิโกะตื่นได้แล้วลูก”
“อืม..ม..ม..ท่านแม่เองหรอ”
“เป็ยังไงมั้งเอมิ...ดีขึ้นรึยัง”
“ค่ะ ไม่รู้สึกปวดหัวแล้ว”
“ดีจังเลย แม่ทำมื้อเย็นเสร็จแล้ว ไปทานข้าวกัน”
ณ ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน
ประตูห้องหนึ่งเปิดอยู่ได้มีเคนและเอิร์ลโอซามุนั่งจิบเหล้าพร้อมมองไปหน้าบ้านที่เรียวตะกำลังฝึกอยู่ ทั้ง2ได้พูดคุยกันพร้อมจิบเหล้า
“นายจะเอายังไงต่อกับเื่นี้”
“ต้องหาแพทย์ที่เก่งที่สุดและสมุนไพรที่ดีที่สุดมารักษาเอมิโกะ”
“แค่นั้นคิดว่าจะพอหรอ...แกเองก็เห็นไม่ใช่รึไงว่าอะไรที่อยู่ในตัวลูกสาวแก”
เคนทำหน้าเศร้าพร้อมเบือนหน้าเล็กน้อย
“รากไม้ชีวิต มันจะกัดกินร่างกายของเอมิไปเรื่อยๆและเมื่อครบ30วัน เ้าสิ่งนั้นมันก็จะเริ่มโตเป็ต้นไม้ปีศาจั์ที่มีชีวิตและอาละวาดไปทั่วเมือง เผลอๆมันอาจจะใหญ่กว่าเมืองและอาละวาดไปทั้งประเทศ…วิชานี้เป็วิชาด้านมืด…เป็วิชาของเทพองค์องค์นึง”
“เทพงั้นหรอครับ?”
“ช่าย...เคนยเป็อ่ะนะ มันชื่ออะไรนะ...เอ่ออ...”
“ลูซิเฟอร์…”
“หือ…”
มีอีกเสียงหนึ่งที่กล่าวออกมาจากมุมมืดในห้องพร้อมเดินออกมานั่งจิบเหล้า ชายคนนี้มีอายุ38ปี รูปร่างสมส่วนผมสั้นสีดำถือดาบไว้ข้างนึงมีชื่อว่า มิโดริ ฮิบิกิ เป็มาร์ควิสของเอิร์ลโอซามุ คาชิยะ
“ตื่นแล้วหรอครับคุณ มิโดริ”
“ครับ ท่านเคน”
“กว่าจะตื่นได้นะแกเนี่ย”
“วันนี้ยุ่งๆหนะครับ”
นั่งลงที่หัวโตะที่มีเหล้าอยู่ เคนได้หยิบเหล้าเทใส่แก้วเล็กที่อยู่ตรงหน้ามิโดริ จากนั้นมิโดริก็ได้จิบเหล้าและพูดต่อ
“ตามตำนานเหล่าว่าลูซิเฟอร์เป็เทพตก์ ลูซิเฟอร์มีความสามารถในการคลุมคนจึงถูงสั่งให้ไปคุมพวกปีศาจและทดลองปีศาจแต่ทว่า เค้าไม่เพียงแค่ทดลองกับปีศาจ…แต่ดันทดลองกับมนุษย์ด้วย เหล่าเทพรู้เข้า จึงคิดจะลงโทษตัดสินปะาเค้า แต่เค้ารู้ตัวก่อน จึงเกิดการต่อสู้กันของระหว่างเทพและลูซิเฟอร์ สรุปผลตัดสินลูซิเฟอร์พ่ายแพ้ ก่อนเค้าจะตายเค้าได้บอกว่าเค้าได้ฝั่งเมล็ดพันธุ์ต้นไม้ชีวิตไว้ในร่างกายมนุษย์เพื่อจะเปลี่ยนโลกนี้ให้กลายเป็นรกและเค้าจะกลับมาอย่างที่เค้าหวัง”
“แล้วผลเป็ไงหรอ?”
เอิร์ลโอซามุพูดแทรกมิโดริขึ้น.
“สูญสิ้นนับแสน”
“นับแสนเลยหรอ”
“ไม่มีใครรู้ว่าจะคนๆนั้นทดลองอะไร สร้างอะไรขึ้นมาจึงไม่มีใครรู้วิธีกำจัด เหล่าเทพใช้เวลาหลายเดือนถึงจะทำลายต้นไม้ชีวิตนั้นได้”
“แล้ววิธีนั้นคืออะไรหล่ะครับ ท่านพ่อ!!”
“ไม่มีใครรู้นอกจากเทพ…”
“นั่นสินะ คงมีแต่เทพที่ทำได้...ว่าแต่คุณมิโดริเื่ชายชุดดำวันนี้เป็ไงบ้าง”
ตามรูปลักษณ์ที่ท่านเรียวตะบอกตอนนี้ยังไร้วี่แววอยู่เลย...”
“หึ…ใส่ชุดคลุมดำใบหน้ามีรอยแผล หลังค่อมๆ...ถ้าเป็ลักษณะนั้นจริงก็น่าจะเจอนานแล้วหล่ะ เ้าควันนั้นอาจจะทำให้หลานชั้นเกิดภาพหลอนขึ้นเลยทำให้เห็นเป็เช่นนั้น”
“ไม่แน่ท่านเรียวตะอาจจะกลัวมากจนสบสัน”
“นั้นสินะ…ก็อาจจะเป็ไปได้”
เคนพูดจบทั้ง3คนก็ได้มองเรียวตะที่กำลังฝึกอยู่ ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอยู่สาวใช้คนหนึ่งก็ได้มาตามพวกเค้าไปรับประทานอาหารมื้อเย็น
“ขอโทษค่ะ ท่านยูริให้มาบอกว่ามื้อเย็นเสร็จแล้วท่านเอมิโกะก็มาทานด้วยค่ะ”
“คุณหนูเอมิโกะฟื้นแล้วหรอ?”
“ครับ พึ่งฟื้นตอนบ่ายนี้เอง…คุณมิโดริไปทานข้าวด้วยกันสิครับ”
“จะดีหรอครับท่านเคน อิฮิ”
มิโดริตอบด้วยสีหน้าท่าทางกวนๆพร้อมหันไปหาเอิร์ลโอซามุ
“หึ ต่อให้ไม่ชวนเดี๋ยวคนไม่มีมารยาทอย่างแกก็ไปทำตัวน่าสงสารให้ยูริเห็นอยู่ดี”
ทั้งสามคนหัวเราะกันเฮฮา จากนั้นเคนจึงลุกเดินไปที่ระเบียงบ้านเพื่อะโเรียกเรียวตะที่กำลังฝึกอยู่
“เรียวตะมื้อเย็นเสร็จแล้ว!! วันนี้พอแค่นี้เถอะ!!”
“เอ๋ๆ…เรียวตะะะ”
“ผมไม่หิว!!”
เรียวตะที่ใช้เวทย์สายฟ้าได้แต่ต้องร่ายเวทย์โดยการชูนิ้วโป้ง ชี้และก้อยแต่ทว่าเรียวตะที่กำลังเป็ห่วงพี่สาวและแค้นคนที่ทำร้ายพี่สาวทำให้เขาเหม่อลอยไม่มีสมาธิ จึงเผลอร่ายเวทย์แค่ชูนิ้วชี้และนิ้วก้อยซึ่งเป็การร่ายเวทย์พิเศษของเขาโดยไม่รู้ตัว และเกิดพลังเวทย์เป็ก้อนวงกลมสีดำหมุนดั่งสายลมพุ่งออกไปด้านหน้าที่มีหุ่นไม้อยู่และพลังเวทย์ได้ทะลุหุ่นไม้นั้นลงดินและขยายใหญ่ออกมา จากนั้นดินที่อยู่ด้านหน้าก็หายไปพร้อมกับเวทย์สีดำนั่น พื้นดินเกิดเป็หลุมขนาดนั้น ทำเอาทุกคนอึ้งกันหมดแม้แต่ตัวเขาเอง
มิโดริ: “น..นั่นมันอะไรกันหนะ..”
โอซะมุ: “คงทำได้โดยไม่รู้ตัวสินะ”
เคนจึงเดินลงไปหาเรียวตะเพื่อพูดคุยด้วย
“ท่านพ่อ..เกิดอะไรขึ้น..?”
“ลูกเป็ห่วงพี่มากเลยสินะ”
เรียวตะได้ยินที่เคนถามและทำสีหน้าเศร้า
“ครับ”
เคนที่พยายามจะปลอบลูกชายของตัวเองจึงนั่งย่อตัวเพื่อพูดคุย
“สิ่งที่เกิดขึ้นคือพลังรักอันบริสุทธิของลูกที่มีต่อพี่สาวไงหล่ะ…เื่พี่สาวหน่ะไม่ต้องห่วง พี่สาวของลูกไม่มีทางเป็อะไรเด็ดขาด เพราะพี่สาวของลูกก็มีรักอันบริสุทธิเหมือนกับลูก สิ่งนี้จะทำให้สิ่งชั่วร้ายที่อยู่ในตัวเอมิหายไปได้นะ”
“จริงหรอครับ..”
“แน่นอน..เพราะฉะนั้นยิ่งลูกแสดงความรักต่อเอมิโกะมากเท่าไหร่ สิ่งชั่วร้ายในตัวของเอมิโกะก็จะสลายหายไปเร็วยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นลูกต้องคอยดูแลพี่นะ”
“ครับ…ผมจะทำให้สิ่งนั่นที่อยู่ในตัวพี่หายไปเอง”
ทั้ง4คนจึงได้ไปทานอาหารมื้อเน็นกัน.
“รบกวนด้วนนะครับ ท่านยูริ!! ท่านเอมิโกะสบายดีนะครับ!!”
พูดพร้อมยืนตรงแบบกวนๆ.
“เอ๋…ค่ะ คุณมิโดริ”
“อ่าว...มิโดริคุงหรอ มาเยี่ยมเอมิจังหรอ”
“ครับ”
“มากินข้าวฟรีน่ะสิไม่ว่า…ไงหลานปู่..สบายดีนะ”
“ค่ะ..ดีขึ้นมากแล้วค่ะ”
“อิฮิ ระดับท่านเอมิโกะแล้วไม่เป็อะไรง่ายๆหรอก อิฮิ”
“แกเลิกขำแบบนี้ซักทีได้ไหมม!!”
“อึ่ย โทดค้าบบ…”
“ท่านพี่!!”(พูดพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม)
“อ่าวเรียวตะ”
“เป็ไงมั้งครับ”
“อือ ดีขึ้นแล้วหล่ะ”
ทั้ง6คนจึงนั่งรับประทานอาหารพร้อมนั่งพูดคุยกัน
--เวลาต่อมา--
“((ตึกๆ…))”
“แอ่กๆ…ๆๆ”
ยูริ: “เอมิเป็อะไรรึป่าวลูก ดื่มน้ำก่อน”
อยู่ๆเอมิโกะก็ไอจนไม่สามารถทานข้าวต่อได้จึงกินน้ำตามที่แม่บอก
“อึกๆๆๆ…แอ่กๆๆ”
“เพร็งงงง!!”
แก้วได้หล่นลงจากมือ และเอมิโกก็ยิ่งไอออกมาเป็เื จากนั้นที่กลางอกของเอมิโกะได้มีหลุมโผล่ออกมาและได้มีบางสิ่งบางอย่างลักษณะเป็รากไม้โผล่ออกมาจากหลุดนั้นและมีเส้นเืบริเวณหลุมนั้นชัดเจน
มิโดริ: “หะ!นั้นมัน…”
เคนลุกขึ้นไปพยุงตัวเอมิโกะไว้.
“เอมิ…”
“ท่านพ่อ…เจ็บ”
จากนั้นเอมิก็ได้หมดสติและสลบลง
“คุณมิโดริตามหมอมา”
“ครับ”
“ลูกจะไม่เป็อะไร พ่อสัญญา”
“ท่านพี่….”
--เวลาต่อมา—
ณ ห้องพยาบาลบ้านคาชิยะ.
หมอผู้หญิง: ชั้นได้ใช้สมุนไพรผสมเวทย์ทาที่บริเวณกลางอกแล้ว อีกสักพักเส้นเืก็จะหาย…ส่วนรากไม้นั้นมันจะเหี่ยวลงแต่ชั้นคิดว่ามันอาจะงอกออกมาอีกค่ะ และจากที่ดูตอนนี้ทั่วร่างกายของท่านเอมิโกะมีรากไม้เต็มไปหมดเลยค่ะ ชั้นขอโทษที่ต้องบอกตรงๆ ท่านเอมิโกะอาจจะกลายเป็เ้าหญิงนิทราค่ะ”
ยูริ: “ห่ะ..”
ยูริเสียใจมากพร้อมเดินเข้าไปกอดลูกที่นอนอยู่บนเตียงแล้วร้องไห้ออกมา
มิโดริ : “ทะทำไมกัน…มันออกลิทธิ์เร็วขยาดนี้เลยหรอ”
โอซามุ: “นี้แหละวิชาสัตว์ประหลาด”
เรียวตะ: “เ้าหญิงนิทรา?...คืออะไรหรอครับ”
หมอผู้หญิง: ขออนุญาติตอบให้นะคะ คืออาการที่คนต้องนอนอยู่นิ่งๆ อาจจะสามารถที่จะลืมตา แต่ไม่รับรู้ หัวเราะหรือร้องไห้ได้ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรไป เป็สภาพที่สมองเสียความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ ตอบสนองเสียหายหมด
“อะไรกัน..ไม่นะท่านพี่...(ร้องไห้)..ท่านพี่….”
เคนที่เห็นลูกชายกำลังเสียใจจึงเดินเข้าไปปลอม เคนนั่งย่อตัวพร้อมกับเอามือลูบหัวเรียวตะ
“ไม่ต้องห่วงน้าาเรียวตะ…พ่อบอกแล้วไงว่าพี่เอมิโกะจะไม่เป็ไรหน่ะ”
“แต่ว่า..”
“เชื่อว่าพ่อสิ”
พร้อมยิ้มด้วยสีหน้าที่เบิกบาน เรียวตะเชื่อมั่นในตัวของพ่อตัวเองจึงเช็ดน้ำตาออกและตอบกลับพ่อทันที.
“ครับ ผมเชื่อว่าพี่เอมิโกะจะไม่มีไร”
“แน่นอน”
โอซามุ: “แล้วจะทำยังไงต่อหล่ะ”
เคนลุกขึ้นจากการปลอมลูกและมองไปยังเอมิโกะ
“ยังเหลือเวลาอีก26วันพรุ่งนี้เราจะเดินทางไปปรึกษากับกษัตริย์ที่เมืองโอริเวอร์ หาวิธีแก้ปัญหากันที่นั้น คุณมิโดริใช้นกสื่อสารติดต่อบอกท่านพี่เมโกะและบอกเื่ที่เกิดขึ้นแล้วก็(บารอนผู้ช่วยเอิร์ลพี่สาวเคน)บอกตำแหน่งที่เราจะไปและแจ้งไปยังกษตริย์และเอิร์นเมืองอื่นด้วยว่าเอิร์ลแห่งเมืองอิซูมิมีประชุมสำคัญ”
“โห…เอิร์ลตัวจริงอยู่นี่เอง”
“หุบปาก”
“ครับ”
“หึ…ต้องงี้สิเอิร์ลที่จะมาแทนชั้น”
“หึ..ผมไม่เหมาะหรอกครับท่านพ่อ...แต่ตอนนี้ขอทำหน้าที่พ่อก่อน(ภายใน26วันชั้นจะช่วยลูกให้ได้)”