"นี้! หลบไป ข้าจะเดิน" ตรงหน้าปรากฏชายหนุ่มร่างสูงใส่อาภรณ์หรูหราหน้าตาจัดว่าดูดีแต่น้อยกว่าพวกพี่ชายอ่ะนะ ฮ่ะๆ
"ขออภัยคุณชาย"ซิ่นซินโค้งขออภัยและเดินหลบมาอีกฝั่ง พวกหลี่หวังฟางเห็นดังนั้นก็หลบให้เพราะไม่อยากมีเื่ แต่ดูเหมือนคนมาใหม่จะไม่คิดเช่นนั้น
"เหอะ พวกชั้นต่ำ" ว่าจบก็เดินเชิดหน้าไปทันที ขอให้คอเคล็ดตายด้วยเถิด เด็กชายได้แต่แอบคิดในใจ
"ผู้ใดกันทำตัวไม่น่าคบหาเอาเสียเลย" ซ่านฉิงขมวดคิ้วไม่พอใจ ก่อนที่เลี่ยงหลิงจะเป็ฝ่ายตอบข้อข้องใจ
"ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็ เต๋ออี้จง บุตรชายคนโตของเ้าเมืองเต๋ออี้"
"เป็แค่เ้าเมือง หึ เ้ากับฟางเอ๋อร์มีฐานะสูงกว่าเห็น ๆ ...ใช่หรือไม่? " ซ่านฉิงหันมาถามผู้เป็หญิงสาวและน้องเล็กของกลุ่ม หลี่หวังฟางขอทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นและไม่ตอบละกัน
"ฟางเอ๋อร์มีฐานะสูงกว่าเ้าเมืองก็จริง แต่สำหรับข้าที่เป็แค่ขุนนางชั้นล่างถือว่ามีฐานะเท่าๆ กันนั่นแหละ"
"ถึงจะฐานะมากหรือน้อยอย่างไร พอเข้าสำนักไปก็ต้องดูว่าใครเก่งกว่าอยู่ดี" จริงอย่างที่ซิ่นซินว่า ยศถาบรรดาศักดิ์สูงใช่ว่าจะเก่งกว่าคนอื่น
"งั้นอย่าไปสนใจเลย เราไปพักเตรียมตัวในการทดสอบที่จะเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้ากันเถอะ" หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
ที่พักของผู้ลงสมัครนั้นถูกจัดแยกชายหญิง ลักษณะเหมือนโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่หรู ๆ ในเมือง มีหลายหลังหลายห้อง ห้องของหลี่หวังฟางนั้นอยู่หลังที่สามหมายเลข 277 ซึ่งเป็หมายเลขเดียวกับป้ายผู้สมัครและเป็หมายเลขิญญาของเขาด้วยเช่นกัน อะไรจะดวงสมพงษ์ขนาดนี้หน๋อ ถ้าโลกนี้มีการเล่นหวย เขาว่าเขาต้องถูกหลายล้านเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ไม่มี
พอเปิดประตูเข้าไปก็พบว่ามีเตียงอยู่สองเตียง อย่าบอกนะว่าเป็แบบรูมเมทอ่ะ เอาจริงดิ แต่ช่างเถอะไม่เกี่ยวกับเขาเสียหน่อย เด็กชายยักไหล่ปัดความคิดต่าง ๆ ออกไป ะโขึ้นไปนั่งบนเตียงก็พบว่า มันโคตรแข็งเลย! นี้ไม่ใช่เตียงแล้ว!นี่มันไม้กระดานที่วางซ้อนกันชัด ๆ ยังดีที่มีผ้าปูนุ่มรองเอาไว้ให้ ไม่งั้นปวดหลังตายแน่ ๆ เลย
ที่พักด้านนอกก็ออกจะดีแต่ทำไมไม่ทำให้เตียงที่มันนุ่มฟู ๆ ละเนี่ย
แกร็ก
เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมร่างของผู้มาใหม่ ชายผู้มาใหม่มีหน้าตาหล่อเหลาใบหน้านิ่งเรียบเหมือนไม่สนใจอะไรช่างขัดกับั์ตาที่ดูเศร้าหมอง ถ้าไม่สังเกตดี ๆ คงมองไม่ออก แต่สำหรับหลี่หวังฟางที่ผ่านโลกมาเยอะทำไมจะดูไม่ออกว่าชายตรงหน้าคงผ่านอะไรมาไม่น้อยเหมือนกัน หลี่หวังฟางมองผู้มาใหม่ด้วยความสนใจ
"ข้าหลี่หวังฟาง อายุสิบหนาว ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ"
"..." อีกฝ่ายพยักหน้าและเดินผ่านเขาไปวางของข้าง ๆ เตียงที่อยู่ถัดไป ดูเหมือนไม่อยากคุยด้วยเลยแฮะ รออยู่นานก็ไม่มีการแนะนำตัวกลับมา เฟ้ย! จะหยิ่งเกินไปไหม
"เอ่อ ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรหรือขอรับ?" เขาถามเองก็ได้ อีกฝ่ายหันมามองเด็กชายด้วยสายตาเรียบนิ่งอยู่นานกว่าจะตอบ
"เฉิง..จินเฉิง อายุสิบห้า" จินเฉิงที่แปลว่า ทองแห่งความสำเร็จนะหรือแล้วไม่มีแซ่หรือไรกัน หรือแซ่จิน หลี่หวังฟางไม่ได้ถามออกไป
"เป็ชื่อที่ดีนะขอรับ งั้นข้าขอเรียกท่านว่าพี่เฉิงนะขอรับ"
"..." ชายหนุ่มที่ถูกเรียกอย่างสนิทสนมจากเด็กชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อกี้นิ่งคิดอยู่นานก่อนพยักหน้ารับ
"ท่านเรียกข้าว่า อาหวัง แล้วกัน"
"อาหวัง.."
"..ขอรับ" หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก ดูเหมือนจินเฉิงก็ไม่ได้เลวร้ายหรือหยิ่งเกินไป ดู ๆ แล้วน่าจะเป็คนที่พูดไม่เก่งมากกว่า มีเพื่อนเพิ่มอีกคนก็ดีเหมือนกัน ดูแล้วคนนี้ก็ไม่น่าจะธรรมดาสักเท่าไร
วันนี้เป็วันทดสอบเข้าสำนักวันแรก ซึ่งการทดสอบมีทั้งหมดสามวัน วันนี้เป็การวัดพลัง วันที่สองเดินป่าหาของและวันสุดท้ายเป็การประลอง หลายคนคงสงสัยว่าทำไมคนที่มาเข้าสำนักถึงอายุไม่เท่ากัน นั้นเป็เพราะสำนักเหินฟ้าแห่งนี้เป็หนึ่งในสี่สำนักใหญ่ จะมีการเปิดรับสมัครแค่สี่ปีครั้ง และรับอายุั้แ่สิบถึงสิบห้าปีเท่านั้น หลี่หวังฟางที่อายุสิบสองปีพอดีเลยมาสมัครปีนี้ เพราะถ้าไม่สมัครปีนี้ก็ต้องรออีกสี่ปีเลย ซึ่งน่าจะต้องไปสมัครสำนักอื่นแล้วแหละ
หลี่หวังฟางกับจินเฉิงเดินไปรวมตัวกับคนอื่น ๆ เพื่อทำการทดสอบในรอบแรก
"ฟางเอ๋อร์ พี่เฉิง ทางนี้ขอรับ" ซ่านฉิงโบกมือไปมา เด็กชายทั้งสองเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปสมทบ
สองวันหลังจากที่รู้จักกันหลี่หวังฟางได้พาจินเฉิงไปแนะนำตัวกับคนอื่น ๆ แล้วเรียบร้อยแต่ดูเหมือนจินเฉิงจะไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าไร ดีที่พวกซ่านฉิงเข้าใจและไม่ได้ถามอะไรที่เป็การก้าวก่ายหรือกดดันจินเฉิง
ตอนนี้การทดสอบใกล้จะเริ่มเต็มที พวกเขายืนอยู่ที่ลานกว้างขนาดใหญ่และด้านหน้ามีแท่งหินวางอยู่ สิ่งนั้นคือที่วัดพลัง
ไม่นานเกินรอ คนชราที่คาดว่าน่าจะเป็อาจารย์ผู้าุโของสำนักและศิษย์ที่ใส่ชุดสำนักหลายสิบคนเดินเข้ามานั่งประจำที่ ชายชราที่มีหนวดยาวขาวเหมือนสีผมเดินออกมาข้างหน้าเพื่อพูดเปิดงาน หลังจากที่พูดจบก็มีชายอีกคนที่ดูหนุ่มกว่ามากมาพูดต่อ จากการแนะนำตัวพบว่าเขาเป็กรรมการและพิธีกรคอยดำเนินการทดสอบในครั้งนี้
"เอาละ การทดสอบแรกนั้นคือการวัดลมปราณและพลังิญญา...โดยผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้นั้นจำเป็ต้องมีปราณแท้จริงระดับกลางหรือพลังิญญาอยู่ขั้นแรกเริ่มิญญา และแน่นอนว่าถ้ามีอย่างได้อย่างหนึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ก็สามารถมีสิทธิ์ที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้เหมือนกัน...ใครมีข้อข้องใจหรือไม่? ถ้าไม่มี..เริ่มการทดสอบได้!! "
สิ้นเสียงทุกคนดูเหมือนจะแสดงท่าทีที่ต่างกันออกไปจากที่สังเกตจะมีสามจำพวก หนึ่งคือพวกที่วิตกกังวล สองพวกที่ดูจะมั่นใจและไม่มั่นใจ และสามพวกที่มั่นใจมากว่าตนเข้ารอบนี้แน่ ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหลี่หวังฟางนั้นเอง เพราะตัวเขามีปราณนภาระดับต่ำแล้วอย่างไงละ ผ่านได้สบาย ๆ ส่วนพลังิญญาไม่รู้ว่ามีหรือเปล่าเพราะไม่เคยได้ทดสอบ
"หมายเลข 1 ปราณจิตระดับกลาง พลังิญญาขั้นแรกเริ่ม ผ่าน! " แค่คนแรกก็เรียกเสียงฮือฮาได้มากแล้ว หมายเลขถูกเรียกไปเรื่อย ๆ มีทั้งผ่านและไม่ผ่าน...
"หมายเลข 274 ปราณแท้จริงระดับต่ำ พลังิญญาขั้นแรกเริ่ม ผ่าน! "
"หมายเลข 275 ปราณแท้จริงระดับต่ำ พลังิญญาไม่มี ไม่ผ่าน! " คนต่อไปคือจินเฉิง
"หมายเลข 276 ปราณนภาระดับสูง พลังิญญาไม่มี ผ่าน! " เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง หลี่หวังฟางมองจินเฉิงด้วยสายตาชื่นชม ว่าแล้วจินเฉิงต้องไม่ธรรมดาจริง ๆ ด้วย!
"ต่อไป!" เด็กชายเก็บอาการตื่นเต้นเมื่อครู่เอาไว้ รีบเดินขึ้นไปข้างหน้าเพื่อทำการทดสอบ แอบประมาทเล็กน้อย นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มายืนอยู่ท่ามกลางสายตาที่กดดันแบบนี้
"เอามือวางตรงศิลา" เด็กชายยกมือวางตามที่บอกและก็เกิดแสงสีขาวขึ้นไม่นานมันก็หายไป
"หมายเลข 277 ปราณนภาระดับต่ำ พลังิญญาขั้นแรกเริ่ม ผ่าน! " เสียงฮือฮายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหลี่หวังฟางเมื่อประกาศผลเสร็จก็เดินไปรวมตัวกับจินเฉิงทันที
ทางด้านผู้าุโ
"ดูเหมือนปีนี้จะมีเด็กน่าสนใจเยอะเลย" ผู้าุโห้าพูดขึ้นด้วยท่าทางสนใจ
"อืม เ้าหนูหมายเลข276กับ277 มีพร์มากจริงๆ" ผู้าุโสองจับจ้องไปที่เด็กทั้งสองด้วยสายตายากที่จะคาดเดาได้
"ข้าขอจองเ้าหนูหมายเลข276-" ไม่ทันที่ผู้าุโสี่จะพูดจบก็มีเสียงคัดค้านดังขึ้นมาทันที
"ไม่ๆๆ ข้าต้องได้เขา"ผู้าุโหก
"ใครบอกละ ต้องข้าต่างหากเล่า ที่เหมาะจะเป็อาจารย์ของเ้าหนู" ผู้าุโสองพูดด้วยความมั่นใจ
"ข้าก็อยากได้เขา.."ผู้าุโหนึ่งพูดเสียงเบาแต่มีหรือผู้ฝึกเซียนทั้งหลายจะไม่ได้ยิน
"งั้นให้เด็กนั้นเลือกอาจารย์เองดีหรือไม่เล่า จะได้ไม่ต้องเถียงกัน" ผู้าุโห้าเสนอทางออก ซึ่งผู้าุโคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย
"อืม ดีๆ แล้วท่านผู้าุโที่สามมีความเห็นเช่นใดบ้างหรือ? "ผู้าุโสองหันไปถามเพราะเห็นว่าผู้าุโที่สามเงียบอยู่นาน
"ข้าอยากได้เ้าหนูหมายเลข277 น่าสนใจ" ผู้าุโสามตอบเสียงนิ่งเรียบ
"ฮ่าๆ ถ้าท่านอยากได้ข้าก็ขอไม่ขัด ถึงแม้ข้าก็อยากได้เ้าหนูนั้นเหมือนกันก็เถอะ" ผู้าุโสองพูดติดเสียดายนิด ๆ โดยมีผู้าุโคนอื่นเห็นด้วย ถึงจะอยากได้เด็กนั้นมาเป็ศิษย์มากเพียงใดแต่ถ้าจะให้ไปสู้รบตบมือกับผู้าุโสามก็ขอผ่านแล้วกัน กับผู้าุโท่านอื่นยังพอว่าแต่ถ้าเป็ผู้าุโที่สามที่ถูกเรียกว่าพยัคแดงแห่งสำนักเหินฟ้ามีหวังแพ้ั้แ่ยังไม่เริ่ม หลังจากนั้นผู้าุโก็หันไปถกเถียงเื่แย่งชิงศิษย์กันอย่างสนุกสนาน
กลับมาทางหลี่หวังฟาง
การทดสอบในวันแรกก็ใกล้จบลงแล้ว มีข่าวดีที่ว่าหลี่หวังฟาง ซ่านฉิง ซิ่นซิน เลี่ยงหลิงและจินเฉิง ผ่านการทดสอบกันหมดอย่างง่ายดาย โดยซ่านฉิงนั้นมีปราณแท้จริงระดับต่ำแต่ผ่านมาได้เพราะมีพลังิญญาขั้นก่อเกิดเลยทีเดียว ส่วนซิ่นซินและเลี่ยงหลิงมีปราณปฐีระดับต่ำเหมือนกัน ต่างกันแค่พลังิญญาเพราะเลี่ยงหลิงมีขั้นแรกเริ่มแต่ซิ่นซินไม่มี
"การทดสอบของวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว มีผู้ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 506 คนจาก 926 คน ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสามารถกลับไปพักผ่อนได้และมาเจอกันที่นี่อีกทีในยามเฉิน ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านก็ขอให้แยกย้ายกลับบ้านไปเสีย ขอให้โชคดี"
หลังจากฟังประกาศเสร็จผู้าุโและคนที่มาร่วมงานต่างทยอยกลับไปพักผ่อนเช่นเดียวกับพวกหลี่หวังฟาง พรุ่งนี้จะเป็การทดสอบหาของ หวังว่าจะไม่มีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นนะ
เวลามักผ่านไปเร็วเสมอแค่นอนหลับหนึ่งรอบก็ถึงเวลาทดสอบรอบที่สองเสียแล้ว
"การทดสอบรอบที่สองนี้ คือการทดสอบหาของในป่าโดยทุกคนจะได้รับรายละเอียดของจำนวนสามชิ้นและต้องหาให้ครบทั้งสามชิ้นไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ส่วนกฎก็ไม่มีอะไรมากแค่ออกมาจากป่าก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินและที่สำคัญคือห้ามฆ่ากันไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม
แน่นอนว่าหากออกมาช้ากว่านั้นหรือหาของมาไม่ครบจะถูกตัดสิทธิ์ทันที ในกรณีที่มีคนตายเกิดขึ้นเราจะทำการสืบหาตัวคนทำและตัดสิทธิ์เพื่อนำตัวไปรับโทษเพิ่มในทันทีเช่นกัน" ง่าย ๆ คือทำอย่างไงก็ได้ให้ได้ของมาแต่ห้ามฆ่าคนอื่นสินะ
"อ๋อ ในป่ามีสัตว์อสูรระดับต่ำกับกลางอยู่ด้วย จะแยกกันหาหรือจะหากันแบบกลุ่มก็ได้ ส่วนผนึกิญญาที่ได้จากอสูรเป็ของพวกเ้าหากจัดการอสูรตนนั้นได้ เอาละ เริ่มการทดสอบได้!! " สิ้นคำประตูป่าก็เปิดออก ทุกคนทยอยเข้าไป บ้างก็เดี่ยวบ้างก็กลุ่มปะปนกันไป
"เราเอาไงดี จะแยกหรือจะรวมกลุ่ม? " ซ่านฉิงถามความเห็น
"ของที่หาไม่เหมือนกัน ข้าว่าแยกกันหาน่าจะเร็วกว่า"เลี่ยงหลิงเสนอ
"แต่ในป่ามีสัตว์อสูรด้วย แยกเป็กลุ่มย่อยแล้วกัน" คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วยกับคำของซิ่นซิน
"กลุ่มเรามีห้าคน แยกเป็สองกับสามแล้วกัน"
"งั้นข้าไปกับพี่เฉิงแล้วกันขอรับ"เพราะจินเฉิงสนิทกับเขามากกว่า จะได้ง่ายต่อการสื่อสารด้วย อีกอย่างจินเฉิงก็มีพลังปราณเยอะสามารถปกป้องน้องเล็กของกลุ่มได้แน่นอน ดูเหมือนทุกคนจะคิดแบบเดียวกันจึงตกลงกันตามนี้
"งั้นไว้เจอกันตอนเย็น" ว่าแล้วก็แยกย้ายพวกซ่านฉิงมุ่งหน้าไปทางตะวันออก แล้วเขาจะได้ทางไหนดีละเนี่ย มองซ้ายมองขวาอยู่นานก็ตัดสินใจไม่ได้สักที คนตัวเล็กกว่าเลยหันไปถามความเห็นคนข้างกาย
"ไปทางไหนดีขอรับพี่เฉิง"
"..."
"ลองเดินตรงไปดีหรือไม่ขอรับ"
"..."
"อืม งั้นตรงไปก่อนแล้วกันเนอะ"
"..."
"..." นี้แหละสนิทที่สุด เฮ้ออ
-----------------------------------------------------------
พลังปราณ(เรียงไปขั้นต้น กลาง สูง)
-แรกเริ่ม
-แท้จริง
-จิต
-ปฐี
-นภา
-จักรพรรดิ
-ลี้ลับ
พลังิญญา
หายาก [สามารถฝึกให้พัฒนาขึ้นได้]
สามารถพูดคุยกับสัตว์อสูรระดับสูงได้ก็ต่อเมื่อพลังิญญาขั้นทะเลิญญา และมีพรของพระเ้า (พรของพระเ้าไม่มีใครรู้ว่าได้มาอย่างไง)
-พลังิญญาขั้นแรกเริ่ม
-พลังิญญาขั้นก่อเกิดิญญา
-พลังิญญาขั้นแปรผันิญญา
-พลังิญญาขั้นทะเลิญญา
-พลังิญญาขั้นาาิญญา
-พลังิญญาขั้นราชันิญญา
-พลังิญญาขั้นจักรพรรดิ์ิญญา
-พลังิญญาขั้นาิญญา