ภารกิจที่นักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราประกาศไว้นั้นผู้รับไม่จำเป็นต้องเป็นทหารของหอทหารรับจ้างขวานสงครามตราบใดที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ไม่ว่าใครก็สามารถรับภารกิจนี้ได้
เย่เทียนจึงเดินไปยังเคาน์เตอร์ของสำนักงานหอทหารรับจ้างขวานสงครามเพื่อยื่นคำร้องขอรับภารกิจและแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรระดับสูงของเขา
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน หอทหารรับจ้างขวานก็ได้ยืนยันคุณสมบัติของเย่เทียนและอนุมัติให้เขารับภารกิจนี้ได้
จากนั้นหอทหารรับจ้างขวานสงครามก็แจ้งไปยังนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราทราบทันทีว่ามีคนรับภารกิจที่เธอประกาศไว้แล้ว
นิกายเทพจันทราเป็นขุมกำลังขนาดใหญ่ของฐานทัพจงไห่แม้จะมีความแข็งแกร่งไม่เท่ากับสี่ขุมกำลังใหญ่ แต่ก็เป็นหนึ่งในขุมกำลังระดับสูงที่ติดอันดับความแข็งแกร่ง8 อันดับแรกของฐานจงไห่
สุ่ยเชียนเยว่ก็เป็นหนึ่งในคนระดับสูงของนิกายเทพจันทราเช่นกัน
นิกายเทพจันทราเป็นกองกำลังที่มนุษย์ยุคใหม่สร้างขึ้นและรับเฉพาะศิษย์สตรีที่มีพรสวรรค์เท่านั้น แม้ว่าภายหลังสตรีเหล่านั้นจะแต่งงานและให้กำเนิดทารกเพศชายแต่เมื่อทารกเหล่านั้นเติบโตขึ้น เขาก็ไม่สามารถเข้าร่วมนิกายเทพจันทราได้ ทำได้เพียงเป็นสมาชิกของกองกำลังรอบนอกนิกายเทพจันทราเท่านั้น
นี่คือวัฒนธรรมของนิกายเทพจันทรา!
ในเวลานี้ภายในนิกายเทพจันทรา
ณ ห้องใต้หลังคา หญิงสาวชุดเขียวกำลังอ่านข้อความที่ได้รับจากหอทหารรับจ้างขวานสงคราม
“มีคนรับภารกิจของฉันแล้ว?”
หญิงสาวคนนี้คือนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรา!
“มีใครอยู่ข้างนอกไหม!”
นักบุญหญิงตะโกนขึ้นหลายครั้ง
วูบ!!
ผู้ฝึกยุทธ์หญิงระดับราชาหลายคนปรากฏตัวขึ้นข้างๆนักบุญหญิงพร้อมโค้งคำนับด้วยความเคารพ
“ท่านนักบุญหญิงมีคำสั่งอะไรหรือไม่?”
“มีคนรับภารกิจของฉันแล้วเตรียมตัวออกเดินทางได้!”
นักบุญหญิงกล่าว
“รับทราบค่ะ!”
ผู้ฝึกยุทธ์หญิงระดับราชาหลายคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
เขตทะเลสาบกระจก ภัตตาคารแสงจันทร์
นี่คือหนึ่งในธุรกิจของนิกายเทพจันทราเย่เทียนมารออยู่ที่นี่ตามสถานที่นัดหมายที่ระบุไว้ในภารกิจ
หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์หญิงก็เดินเข้ามาเธอคือนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราและผู้ติดตามของเธอ
แน่นอนว่าเย่เทียนไม่รู้จักนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราแต่เมื่ออีกฝ่ายปรากฏตัว คนรอบข้างก็เริ่มอุทานออกมา เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงในฐานจงไห่
เมื่อได้ยินเสียงอุทานของคนรอบข้างเย่เทียนก็รู้ตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหา
“คุณคือนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราใช่ไหม?ผมคือผู้รับภารกิจที่คุณติดประกาศไว้”
เย่เทียนกล่าวอย่างใจเย็น
นักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรามองเย่เทียนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
“คุณคือเย่เทียนที่กำลังโด่งดังอยู่ช่วงนี้นี่เองฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะมีพรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรระดับสูงด้วย งานนี้ต้องพึ่งพาคุณแล้วถ้าคุณสามารถปราบปรามสัตว์อสูรและดึงแสงแห่งวิญญาณของมันออกมาให้ฉันได้ ฉันจะมอบค่าตอบแทนตามที่ระบุไว้ในภารกิจให้คุณเมื่อคุณทำภารกิจได้สำเร็จ”
“ผมอยากรู้ว่ามันคือสัตว์อสูรประเภทไหนกันแน่?”
เย่เทียนถาม
นักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรามองไปรอบๆและกล่าวว่า
“ฉันจะบอกคุณเมื่อถึงเวลาตอนนี้ฉันสามารถบอกคุณได้แค่ว่ามันคือสัตว์อสูรระดับราชา!”
เย่เทียนเงียบไปหลายวินาที
จากนั้นเขาก็พยักหน้า “ตกลง!”
“งั้นก็ไปกันเถอะ!”
นักบุญหญิงกล่าว
เย่เทียนเดินตามนักบุญหญิงและผู้ติดตามของเธอไปอย่างช้าๆก่อนพวกเขาจะออกไปนอกฐานทัพจงไห่
ระหว่างทาง
เย่เทียนตรวจสอบพรสวรรค์ของนักบุญหญิงและผู้ติดตาม
“พรสวรรค์ของนักบุญหญิงช่างแข็งแกร่งเสียจริง!”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
พรสวรรค์ของหลี่เยว่หลิงที่เขาเคยพบก่อนหน้านี้ก็ไม่เลวเช่นกันเธอมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดารา และมีพรสวรรค์พิเศษอีกหลายอย่าง นับว่าเธอเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งแต่เมื่อเทียบกับนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราแล้ว พรสวรรค์ของหลี่เยว่หลิงนั้นยังด้อยกว่ามาก
[มนุษย์ : หวังซีเยว่
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับจันทรา
พรสวรรค์เทพจันทรา : ระดับสูง
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับลึกลับปลอม (10%)
พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับปานกลาง
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับลึกลับ ปลอม (30%)]
“มีพรสวรรค์ระดับลึกลับถึงสองอย่างเป็นไปได้ว่าเธอน่าจะใช้สมบัติล้ำค่าบางอย่างเพื่อสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบ อีกทั้งเธอยังมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงสุดพรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่งระดับกลาง สมแล้วที่เป็นนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรา!”
เย่เทียนจำได้อย่างชัดเจนว่าอันดับที่27 ในอันดับราชามีชื่อหวังซีเยว่อยู่ซึ่งรายชื่อนั้นเป็นคนของนิกายเทพจันทรา แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นเธอ
หากพูดถึงความแข็งแกร่งแล้วเย่เทียนยังด้อยกว่าหวังซีเยว่
อย่างไรก็ตามด้วยอัตราความก้าวหน้าของเย่เทียนแล้วเขาจะสามารถก้าวข้ามเธอได้ในไม่ช้า
นอกจากนักบุญหญิงแล้ว พรสวรรค์ของผู้ฝึกยุทธ์หญิงคนอื่นๆก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน แต่ละคนล้วนแล้วแต่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น และพวกเธอเกือบทั้งหมดก็มีพรสวรรค์พิเศษหนึ่งหรือสองอย่างเห็นได้ชัดว่าผู้ฝึกยุทธ์หญิงเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะ
ตอนนี้เย่เทียนกำลังรู้สึกลังเลเล็กน้อยเขาไม่รู้ว่าควรจะใช้โอกาสคัดลอกสองครั้งที่เขามีตอนนี้เลยดีหรือไม่
เขาต้องการคัดลอกพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับลึกลับและพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับ แต่หากคัดลอกพรสวรรค์แล้ว เขาจะต้องรออีก 1 เดือน ถึงจะสามารถคัดลอกพรสวรรค์อื่นได้อีกครั้ง
นักบุญหญิงต้องการปราบสัตว์อสูรหากว่าพรสวรรค์ของสัตว์อสูรตัวนั้นมีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์ เขาจะต้องพลาดโอกาสอันดีงามไปอย่างแน่นอน?
“งั้นก็คัดลอกหนึ่งครั้งก่อนแล้วกันแล้วรอดูว่าสัตว์อสูรตัวนั้นจะมีพรสวรรค์ที่เราต้องการหรือไม่”
ดังนั้นเย่เทียนจึงคัดลอกพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับลึกลับของนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรามา
เหตุผลที่เขาเลือกคัดลอกพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับลึกลับก็เพราะพรสวรรค์ด้านความเร็วของเขานั้นยังอยู่ในระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับพรสวรรค์อื่นๆ แล้ว มันยังถือว่าอ่อนแอ
และด้วยพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับที่เขาเองก็มีอยู่แล้วแม้ว่าเขาจะคัดลอกพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับของนักบุญหญิงไป เขาก็ไม่สามารถยกระดับมันให้กลายเป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงได้
เพราะฉะนั้นเขายังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนนี้อย่างมากก็รอเวลาแล้วค่อยคัดลอกในครั้งต่อไปก็พอแล้ว
เย่เทียนคัดลอกพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับลึกลับมาอย่างรวดเร็ว
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะหลอมรวมเย่เทียนจึงรอโอกาสที่เหมาะสมและค่อยหลอมรวมมัน
ผ่านไปเพียงไม่นาน เย่เทียนและนักบุญหญิงก็ออกจากฐานทัพจงไห่
“จุดหมายของพวกเราอยู่ที่ไหนเหรอครับ?”
เย่เทียนถามด้วยความสงสัย
“เขตแดนลับ!”นักบุญหญิงกล่าวตามความจริง “เขตแดนลับนั้นเป็นเพียงเขตแดนลับระดับสามดาวที่อนุญาตเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้อีกทั้งสัตว์อสูรตัวนั้นยังยากที่จะจับเป็นได้ มิฉะนั้นฉันคงจะขอให้ผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งช่วยเหลือฉันแล้วน่าเสียดายที่ฐานจงไห่ ในบรรดาผู้ควบคุมสัตว์อสูร มีผู้มีพรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรระดับอยู่สูงไม่มากนักและผู้ที่อยู่ในระดับราชาและมีพรสวรรค์นั้นด้วยก็หายากมาก มีเพียงคุณเท่านั้นที่ตรงตามเงื่อนไขที่ฉันต้องการ”
เย่เทียนพยักหน้า นี่เป็นเรื่องบังเอิญที่โชคดีสำหรับเขามากมิฉะนั้นเขาคงพลาดเทคนิคการบ่มเพาะขั้นสูงสุดระดับ 3 ไปแล้ว
ระดับราชานั้นสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเย่เทียนและคนอื่นๆ มุ่งหน้าไปยังปลายทางอย่างรวดเร็วโดยไม่เกรงกลัวว่าจะมีสัตว์อสูรเข้ามาโจมตีพวกเขา
สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งรอบฐานจงไห่ถูกกำจัดหมดแล้วส่วนรอยแยกมิติระดับ 5 ดาว ตอนนี้มนุษย์ก็ยังเป็นฝั่งที่ได้เปรียบอยู่สัตว์อสูรที่ทรงพลังจึงไม่สามารถผ่านออกมาได้ชั่วคราว
ไม่กี่นาทีต่อมาป้อมปราการขนาดใหญ่ก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
บนป้อมปราการนี้มีตัวอักษรสามตัวเขียนไว้
ปราสาทเทพจันทรา!
“นี่คือเขตแดนลับที่นิกายเทพจันทราครอบครองมันมีรอยแยกมิติระดับ 3 ดาวที่อยู่ด้านหลังป้อมปราการ!”
นักบุญหญิงกล่าวแนะนำ
“นิกายเทพจันทรามีเขตแดนลับเป็นของตัวเอง!”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจมากแต่เมื่อเขาคิดว่าแม้แต่ฐานทะเลมารยังสามารถครอบครองเขตแดนลับได้โดยสามารถส่งนักรบผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเข้าไปในเขตแดนลับได้ทุกๆ10 ปี
มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ขุมกำลังที่แข็งแกร่งในฐานจงไห่จะมีเขตแดนลับเป็นของตัวเองเช่นนี้
เมื่อพวกเขาเข้าไปในปราสาทเทพจันทราพวกเขาก็มาถึงด้านหน้าของรอยแยกมิติระดับ 3 ดาว
ปราสาทเทพจันทรามีผู้พิทักษ์ระดับราชาเฝ้าอยู่เท่านั้นแม้แต่อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราก็ไม่มีแม้แต่คนเดียว เห็นได้ชัดว่าที่นี่ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญมากนัก
เย่เทียน นักบุญหญิง และคนอื่นๆเดินผ่านรอยแยกมิติระดับ 3 ดาว ก่อนจะเข้าสู่เขตแดนลับไปในทันที