
ล้ำฟ้ากิเลน เดินทางมาถึงดินแดนเชื่อมมิติ พบเพียงเมตารสที่พักอยู่ในวิมานของตน ที่บริเวณใกล้เคียง
" มีเหตุอันใดที่เบื้องล่าง สามีข้าถึงหุนหันพลันแล่นไปเพียงนั้น" เมตารส
....
" เกิดการสูญเสีย ข้าจะขอตรวจสอบประตูเชื่อม แต่ต้องให้สามีเ้าอนุญาตเสียก่อน" ล้ำฟ้า
" เขาลงสู่ด้านล่างไปเสียแล้ว" เมตารส
" งั้นข้าขอตัว" ล้ำฟ้า
.....
ไม่ทันสิ้นเสียงของล้ำฟ้า หมอกสีดำำ เริ่มก่อตัวเป็ตัวและส่วนหัวอสูรร้องคำราม มิทันสร้างร่างกายได้สำเร็จ ลำฟ้าใช้กงเล็บอันแหลมคมของกิเลนของเขาตัดหัวอสูรที่เพิ่งสร้างนั้นทิ้ง แล้วสลายไปในอากาศ ทั้งเขาและเมตาก็เริ่มเอะใจ ถึงภัยร้ายหลายรูปแบบที่ถาโถมเข้าสู่หิมพานต์
" เ้าลงไปเบื้องล่างเสีย นำสารขอกำลังเสริมมาที่ประตูนี้เสียเถิด เพื่อเป็การป้องกัน ข้าเองไม่น่าใจร้อนเดินทางมาเสียก่อน น่าจะวางแผนให้รอบสักนิด" ล้ำฟ้า
" ท่านดูแลตนเองด้วย ข้าคงต้องให้ทัณฑิมาช่วยอีกแรง" เมตารสเอ่ยพร้อมลาไปโดยพลัน
+++++++++++
เบื้องล่างทวาณพ ได้วานให้สัตว์ที่มีชาติเป็ปลา ดำดิ่งลงไปตรวจสอบถึงหลักฐานต่างๆ เนื่องด้วยเขาก็เป็ชาติอาชา มิสามารถชาญเื่ดำน้ำลึก
ซากไร้ิญญาของเหล่าสัตว์ เกลื่อนไปทั่วทำให้สัตว์ที่เหลืออยู่เสียขวัญเป็อย่างมาก ได้แต่รำพึงกับตัวเองว่า หากมิใช่เพราะแผนชั่ว สัตว์เหล่านี้ล้วนตายด้วยอายุไขและสิ้นกรรม ขณะเดียวกันไกลออกไป 20 วา จรรยา นางเงือกตนหนึ่ง นางขอปรึกษากับทวาณพ
" ท่านผู้เฝ้าเขตแดน หากหาด้วยวิสัยธรรมดา อาจลำบากและไม่ทันการณ์นัก ขอให้ข้าใช้มนต์เงือก หาสิ่งแปลกปลอมในลำน้ำนี้ได้หรือไม่" จรรยา
" ย่อมได้ ข้าและเหล่าสัตว์ที่เหลือจะทำการเก็บร่างเหล่าสัตว์ทั้งหลายเสียก่อน เป็ธุระเ้าแล้ว" ทวาณพ
ปรากฎร่างผู้เป็ภรรยา สืบลงมาเบื้องล่าง เอ่ยกับสามี
" ท่านพี่ ผู้นำสัตว์แห่งหิมพานต์ ประสงค์จะอนุญาตตรวจสอบเขตแดน " เมตารส
" หืมมม.. เ้าหมายถึงท่านล้ำฟ้ารึ " ทวาณพ
" ใช่ค่ะ เขาอาจสงสัยอะไรสำคัญบางอย่าง " เมตารส
....
" มนต์ใด ต้องผ่านประตูเสียก่อน แต่ข้าก็มิพบเห็นผู้ใด มนต์ใด ข้าจึงตรวจสอบเบื้องล่างนี้.. " ทวาณพย้ำ
" ข้าเชื่อท่านพี่ แต่ธรรมดาก็ผิดพลาดกันได้ อดีตองค์เทพยังพลั้งพลาด ตรองเพื่อคนหมู่มากเถิดค่ะท่านพี่" เมตารส
" เ้าก็เอ่ยมีเหตุผล อีกอย่าง เขาคงเจ็บแค้นใจไม่ต่างจากข้า ด้วยแผนจากการตัดสินใจของเขาที่ผิดพลาดด้วยกระมัง ก็เอาเป็ว่าข้าอนุญาต ข้าเข้าใจเขา เ้าไปบอกท่านล้ำฟ้าเถิด " ทวาณพ
++++++++++++
ปรางค์นารี ห่างจากน้องสาวมาได้กลางทาง มาพบเจอกับทัณฑิมา ที่พักอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ที่ปีกได้รับความเสียหาย และาเ็เล็กน้อย
" ทัณฑิมา เ้ามิได้เดินทางถึงผู้นำที่เหลือ " ปรางค์
...
" สภาพข้าอย่างที่เ้าเห็น คงต้องรักษาตัวเสียก่อน " ทัณฑิมา
" เ้าเป็ถึงผู้สื่อสารประจำป่านี้ เ้าไม่มีมนต์ใด ไปถึงโสตของผู้รับรึ เหตุใดตลอดมาจึงส่งข่าวให้ถึงตัว " เมตารส
" ข้าสืบทอดจากมารดาข้า และมนต์ใดที่ผู้ชั่วร่าย ฤทธิ์เหนือกว่าเรา ล้วนเต็มไปด้วยอันตรายปนอยู่ในห้วงอากาศ อวกาศ การสื่อสารของพวกเรา จึงต้องถึงตัว และเห็นตัวตนจริง เว้นเสียแต่องค์เทพที่มีฤทธิ์ เป็เอก จึงส่งผ่านได้อย่างสะดวกใจ " ทัณฑิมา
...
" เป็อย่างนี้นี่เอง " ปรางค์
....
" อ้อ... ข้ามีเื่อยากถามเ้าเื่หนึ่ง" ปรางค์
" เื่... " ทันฑิมา
" เ้าเดินทางมาช้านาน ในป่านี้เ้าคงไปถึงในทุกพื้นที่แล้วใช่หรือไม่ "
" ป่านี้ข้าไปเสียสิ้น ทุกพื้นที่ " ทัณฑิมาหนักแน่น
" เ้ารู้จักเขตต้องห้าม หรือตอไม้ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่" ปรางค์เอ่ยถาม
" อื... มมมม... " ทัณฑิมา
....
" ว่าอย่างไรเล่า !!! " ปรางค์นารี
....
" เขตแดนต้องห้าม ในหิมพานต์ เป็ที่รู้กันว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง หนึ่งคือหน้าผาศักดิ์สิทธิ์ที่มีถ้ำลึกเข้าไปข้างใน
ส่วนแห่งที่สองก็คือตอไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เ้าเอ่ยถึง ตอไม้ั์นี้ใหญ่นัก 50 ผู้โอบ กลางตอนั้นมีหลุมใหญ่สีม่วง ลึกลงไป บิดาข้าเคยเล่าให้ฟังว่า มีผู้นึงอาศัยอยู่
กบตัวหนึ่ง นามว่า กลืนชีวัน มีพิษเป็ที่ครั่นคร้ามไปทั่วหิมพานต์ เขาถูกเนรเทศไปอยู่ลำพังมานานแสนนาน เพื่อมิให้ผู้อื่นหวั่นกลัว และแตกตื่น ได้รับภัย ซึ่งผู้เป็บิดาของข้าได้ให้ความเห็นว่าเขาไม่ได้ถูกเนรเทศ แต่เขาสมัครใจ เต็มใจจะปลีกตัวไปจำศีลอยู่ลำพัง " ทัณฑิมา
" ใช่แล้ว!!!!! เ้าเคยย่างกรายเข้าไปหรือไม่ " ปรางค์
" เ้าเป็บ้าไปแล้วรึ เขตแดนต้องห้าม มิมีผู้ใดเข้าไปได้หรอก นอกจาก "
" นอกจากเ้าผู้ส่งสาร!!!!! " ปรางค์
" ข้าทรมานกับโรคประหลาดของน้องสาวข้านัก ข้าจำเป็ต้องฝ่าเข้าไป ได้โปรดเห็นใจข้าด้วย " ปรางค์
...
ทัณฑิมาไม่เอาด้วย รีบปลีกตัวออกจากนาง พยายามจะไปให้ไกลโดยทันที แต่นางกลับคุกเข่า จนทำให้ทัณฑิมาชะงัก
" น้องสาวข้า สามารถฆ่าครุฑได้ทุกวรรณะ นอกจากผู้ได้รับพร หิมพานต์กำลังมีภัย หากนางอายุสั้นลงแบบนี้ เกรงจะมีชีวิตอยู่ต้านได้ไม่นานหากายืดเยื้อ
ทัณฑิมา.. เ้ารู้ข่าวพี่น้องของพวกเราล้มตายหรือไม่ เห็นความร้ายกาจศัตรูหรือไม่ ข้าจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง หากใครสงสัยเ้า โทษจงมาที่ข้าเพียงผู้เดียวเถิด " ปรางค์นารีเอ่ยทั้งน้ำตา
ด้วยเป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่น้อย ครั้งเยาว์วัย และด้วยความที่มีใจให้นางแต่ไม่เคยเอ่ยของทันฑิมา ไฉนไหนเลยจะเอ่ยปฏิเสธ...
++++++++++++
( ติดตามตอน 20 )